เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 คาเฟ่แมวของนายรับแต่สาวสวยรึไง

บทที่ 22 คาเฟ่แมวของนายรับแต่สาวสวยรึไง

บทที่ 22 คาเฟ่แมวของนายรับแต่สาวสวยรึไง


บางทีอาจเป็นเพราะฝนตก แถมเมื่อวานคาเฟ่แมวก็เพิ่งปิดไป วันนี้ลูกค้าเลยไม่ค่อยเยอะนัก

แม่บ้านไม่กี่คนกับนักศึกษาหญิงหลายคนที่ดูเหมือนจะโดดเรียนมา ส่วนใหญ่ล้วนเป็นหน้าคุ้นเคย เสิ่นเฉิงแทบจะเรียกชื่อพวกเธอได้เกินครึ่งด้วยซ้ำ

จนกระทั่งเปิดร้านไปได้สามชั่วโมง โจวต้งเหลียงจอมหื่นก็เดินถือโทรศัพท์เข้ามาด้วยสภาพเปียกปอน ทันทีที่เห็นชูการ์ในชุดเมด หมอนั่นก็แทบจะน้ำลายหก กล้องแทบไม่คลาดไปจากชูการ์เลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นลูกค้าในคาเฟ่แมวก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำเอาเสิ่นเฉิงได้แต่ถอนหายใจกับอิทธิพลของคนดังในอินเทอร์เน็ต

เมื่อเห็นเสิ่นเฉิงถอนหายใจ โจวต้งเหลียงก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ "เถ้าแก่เสิ่น ทำไมไม่สร้างบัญชีออฟฟิเชียลให้คาเฟ่แมวกวงเตี้ยนของเมืองมิโอล่ะ? เดี๋ยวผมจะช่วยโปรโมตให้ แบบนั้นเวลาจะแจ้งข่าวสารอะไรก็ง่าย แถมยังขยายชื่อเสียงของคาเฟ่แมวได้อีกต่างหาก เป็นไงล่ะ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นเฉิงก็ลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตระหนักว่านี่เป็นความคิดที่เข้าท่ามากทีเดียว ไว้เขาคงต้องหาเวลาทำเสียแล้ว

เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนคนนี้อุตส่าห์เสนอไอเดียดีๆ ออกมาได้สักครั้ง เสิ่นเฉิงจึงปัดมืออย่างใจป้ำแล้วตะโกนเรียก "เหวินหยวนหยวน!"

"มาแล้ว!" เสียงหวานใสขานรับมาจากหลังร้าน จากนั้นใบหน้ากลมๆ จิ้มลิ้มของเหวินหยวนหยวนก็ชะโงกออกมาจากห้องครัว "เสิ่นเฉิง มีอะไรเหรอ?"

"เพิ่มชีสเค้กให้โต๊ะเจ้าอ้วนคนนี้ที่นึง!"

"ได้เลย!"

โจวต้งเหลียงที่กำลังยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ หุบยิ้มฉับทันทีที่เห็นใบหน้ากลมเล็กชะโงกออกมาจากห้องครัว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนคางแทบจะร่วงไปกองกับเคาน์เตอร์

"เถ้า... เถ้าแก่?"

เสิ่นเฉิงมองเหวินหยวนหยวนเดินกลับเข้าครัวไป ก่อนจะหันขวับเมื่อได้ยินเสียงของโจวต้งเหลียง "มีอะไร?"

"ผู้หญิงคนนั้นคือ..." โจวต้งเหลียงชี้ไปทางห้องครัว พูดจาติดอ่าง

"อ๋อ เชฟทำขนมคนใหม่ของฉันเอง ชื่อเหวินหยวนหยวน" เสิ่นเฉิงตอบด้วยสีหน้างุนงง

"คุณฮุ่ยฮุ่ย คุณชีส คุณชูการ์ แล้วก็นี่คุณหยวนหยวนอีก..." จู่ๆ โจวต้งเหลียงก็พึมพำพลางนับนิ้วมือ ก่อนจะช้อนตามองเสิ่นเฉิงด้วยความประหลาดใจระคนเคลือบแคลง "เถ้าแก่เสิ่น นี่ร้านคุณรับแต่สาวน้อยหน้าตาสะสวยหรือไง?"

มุมปากของเสิ่นเฉิงกระตุกยิกๆ "ไสหัวไปเลย!"

"งั้นผมขอเป็นพนักงานเสิร์ฟที่คาเฟ่แมวคุณได้ไหมล่ะ จะรับผมไหม?"

"ฝันไปเถอะ!"

"เห็นไหมล่ะ? คุณรับแต่สาวน้อยหน้าตาสะสวยจริงๆ ด้วย!"

"เพล้ง—" รอยร้าวหลายสายปรากฏขึ้นบนแก้วน้ำที่เสิ่นเฉิงกำลังเช็ดอยู่ทันที

เสิ่นเฉิงผู้ซึ่งมีเส้นเลือดปูดโปนเต็มหน้าผาก คลี่ยิ้มละมุนทอดสายตามองเจ้าอ้วนโจวพลางเอ่ย "ตอนนี้ร้านฉันกำลังเปิดรับสมัครนักชิมขนมหวานอยู่นะ นายอยากลองไหมล่ะ?"

"ลาก่อน!" เมื่อนึกถึงเค้กเวทมนตร์ฝีมือคุณชีสกับคุณชูการ์ สีหน้าของโจวต้งเหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารีบเผ่นแน่บกลับไปที่โต๊ะราวกับกำลังหนีตาย

หลังจากนั้นไม่นาน ชายร่างบึกบึนหน้าบากท่าทางดุดันก็เดินเข้ามา ทำเอาทั้งคาเฟ่แมวเงียบกริบลงในพริบตา เงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก!

เมื่อมองดูแว่นกันแดดที่เพิ่มขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม มุมปากของเสิ่นเฉิงก็กระตุกเล็กน้อย "เซี่ยงหลง นี่มันหมายความว่าไง?"

ชายหน้าโหดคนนี้มีชื่อว่าเซี่ยงหลง แม้ว่าเมื่อวานซืนเขาจะก่อเรื่องวุ่นวายในคาเฟ่แมวไปบ้าง แต่หลังจากได้พูดคุยกันสั้นๆ เสิ่นเฉิงก็พบว่านิสัยของเขาซื่อสัตย์และเป็นกันเองอย่างคาดไม่ถึง

แน่นอนว่า อาจจะเป็นเพราะสถานะพ่อบ้านของเขาช่วยขัดเกลาความหยาบกระด้างไปแล้วก็เป็นได้...

"หืม?" เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยงหลงก็เกาหัวล้านเลี่ยนของตัวเองพลางตอบ "เถ้าแก่ ผมกลัวว่าหน้าตาผมจะโหดเกินไปจนกระทบกับธุรกิจของคุณ ก็เลยหาอะไรมาบังไว้หน่อยน่ะ"

เสิ่นเฉิงนวดขมับ "นายรู้ตัวว่าหน้าโหดน่ะดีแล้ว แต่รู้ไหมว่าพอใส่แว่นกันแดดแล้ว นายดูโหดกว่าเดิมเป็นสิบเท่าเลยนะเว้ย?! ไม่เห็นสภาพน่าสงสารของสาวๆ ข้างนอกที่อยากเข้ามาแต่ไม่กล้าหรือไง?"

เซี่ยงหลงสะดุ้งเฮือก เขาหันไปมองและเห็นเด็กสาวหลายคนยืนตากฝนอยู่ข้างนอกด้วยท่าทางหวาดกลัว พวกเธอเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูอยู่หลายครั้ง ก่อนจะชักมือกลับด้วยความสั่นเทา

วินาทีนั้น เซี่ยงหลงราวกับถูกฟ้าผ่า เขาหันขวับกลับมาตบมือซ้ายลงบนเคาน์เตอร์ดังปัง พร้อมกับชักมีดออกมาจากไหนก็ไม่รู้ด้วยมือขวา แล้วตะโกนลั่น "ขอตัดนิ้วไถ่โทษ!!"

"นี่แกเป็นนักเลงยุคไหนกันฟะ?!" เสิ่นเฉิงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ รีบตะครุบตัวเซี่ยงหลงไว้เป็นพัลวัน "อย่าทำเลือดเปื้อนเคาน์เตอร์ฉันนะเว้ยไอ้บ้า!!"

...

"ฟู่ ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย" ไม่กี่นาทีต่อมา เสิ่นเฉิงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจขณะมองดูเซี่ยงหลงที่บุคลิกเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

ตอนนี้ เซี่ยงหลงได้ถอดแว่นกันแดดออกและสวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมสีดำหนาเตอะแทน แว่นตาทรงนี้มักจะทำให้คนสวมใส่ดูเชยสะบัด

แว่นตากรอบนี้เป็นของเก่าที่เสิ่นเฉิงเลิกใช้ไปนานแล้ว แถมเขายังถอดเลนส์ออกไปแล้วด้วย

พอเซี่ยงหลงใส่มันเข้าไป เขาก็เปลี่ยนจากหัวหน้าแก๊งมาเฟียกลายเป็นคุณลุงโปรแกรมเมอร์ในพริบตา โดยเฉพาะหัวล้านเลี่ยนเป็นประกายนั่น ยิ่งตะโกนบอกความเป็น 'ซีเนียร์โปรแกรมเมอร์' ออกมาอย่างชัดเจน

หากไม่ใช่เพราะรอยแผลเป็นบนใบหน้าที่ช่วยเพิ่มความโหดเหี้ยมให้เซี่ยงหลงอย่างบ้าคลั่ง คงไม่มีใครจับคู่เขากับโลกมืดได้อย่างแน่นอน

"เถ้าแก่ สิ่งใดที่คุณมอบให้ ผมจะปกป้องมันไว้แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!" เซี่ยงหลงกล่าวกับเสิ่นเฉิงด้วยสีหน้าขึงขัง มุมปากของเสิ่นเฉิงกระตุกยิกๆ ไม่กล้าแม้แต่จะตอบรับ

ด้วยบุคลิกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เซี่ยงหลงก็กลมกลืนเข้ากับฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว เขาเข้าไปร่วมวงสนทนาแลกเปลี่ยนเคล็ดลับการเลี้ยงแมวกับเหล่าคุณป้าหลายคน

ตอนเที่ยง หลินอวี่ฮุ่ยถือร่มเดินกลับเข้ามาในร้าน ใบหน้าของเธอยังคงหลงเหลือร่องรอยความเหนื่อยล้า เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นเฉิงจึงเอ่ยแซว "ทำไมไม่ไปอาบน้ำแล้วนอนหลับให้สบายล่ะ?"

หลินอวี่ฮุ่ยตวัดสายตามองเสิ่นเฉิง ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาทันที เธอเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแข็งทื่อ "ระ... รุ่นพี่คะ เชฟทำขนมคนใหม่เริ่มงานแล้วหรือยังคะ?"

เมื่อใดก็ตามที่หลินอวี่ฮุ่ยนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้า... แถมยังหงุดหงิดสุดๆ

เมื่อคืนนี้ ตอนที่หลินอวี่ฮุ่ยมั่นใจว่าเธอสามารถสั่นคลอน 'ท่อนไม้' ท่อนนี้ได้สำเร็จแล้วและกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม... จู่ๆ ชีสก็โผล่มา!

ตอนนั้น ชีสแค่งัวเงียตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ หลินอวี่ฮุ่ยย่อมไม่โกรธเคืองชีสอยู่แล้ว แต่พอคิดว่าเธอเกือบจะทำสำเร็จอยู่รอมร่อ เธอก็รู้สึกเจ็บใจเป็นบ้า

"อืม เหวินหยวนหยวนอยู่ในครัวน่ะ เธออยากเข้าไปทักทายไหมล่ะ?" เมื่อนึกถึงสีหน้ามีความสุขของเหวินหยวนหยวนตอนที่ทำงาน เสิ่นเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมา

"อื้อ!" หลินอวี่ฮุ่ยดูท่าทางจะสนใจเหวินหยวนหยวนเอามากๆ หลังจากพยักหน้ารับ เธอก็กระตือรือร้นรีบวิ่งเข้าไปในครัว

หลังจากนั้น สาวหูแมวอีกสองคนก็วิ่งเข้าวิ่งออกห้องครัวเป็นระยะๆ เสิ่นเฉิงที่รู้สึกสงสัยใคร่รู้ พอจะเดินเข้าไปดูทีไรก็มักจะถูกสกัดดาวรุ่งไว้ข้างนอกเสียทุกที

เสิ่นเฉิงได้แต่ยืนบดกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์อย่างหมดหนทาง หรือไม่ก็เหม่อมองสายฝนโปรยปรายอยู่ข้างนอก

"ป่านนี้... เธอคงหาที่หลบฝนได้แล้วใช่ไหมนะ?" ภาพของสาวหูแมวพันธุ์แร็กดอลล์อดไม่ได้ที่จะผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เสิ่นเฉิงสะบัดศีรษะ พยายามอย่างหนักที่จะไม่นึกถึงมัน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอเล่น

"คืนนี้ฝนจะตกหนักขึ้นอีก... หืม? เขตตะวันตกไฟจะดับงั้นเหรอ? เอ๋..." เสิ่นเฉิงเบ้ปากขณะมองดูประกาศจากนิติบุคคล

ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีแฮะ...

จบบทที่ บทที่ 22 คาเฟ่แมวของนายรับแต่สาวสวยรึไง

คัดลอกลิงก์แล้ว