- หน้าแรก
- เปิดร้านต่างโลกกับยัยเหมียว
- บทที่ 14: ดูเหมือนว่าแมวตัวนี้... จะมีญาติมาเยือน?
บทที่ 14: ดูเหมือนว่าแมวตัวนี้... จะมีญาติมาเยือน?
บทที่ 14: ดูเหมือนว่าแมวตัวนี้... จะมีญาติมาเยือน?
เสิ่นเฉิงเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับควงลูกบอลเด้งดึ๋งที่เพิ่งล้างสะอาดสองลูกไว้ในมือ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปาก
ในขณะนี้ ชูการ์และชีสกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา ส่ายหัวไปมาไม่หยุด หูแมวกระดุกกระดิกเป็นพักๆ ท่าทางดูงัวเงียสุดๆ
"เจ้านาย เหมียว~" ชีสหันหน้ามาทางเสิ่นเฉิงอย่างสะลึมสะลือ ทว่าจู่ๆ สายตาของเธอก็ล็อกเป้าไปที่ลูกบอลเด้งดึ๋งในมือเขา นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างและเปล่งประกายขึ้นมาทันที "จ้อง"
"..." เสิ่นเฉิงก้มมองลูกบอลในมือเงียบๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้นิ้วดีดลูกบอลลูกหนึ่งเฉียดหัวชีสไป—
"เหมียว!" ชีสที่นั่งอยู่บนโซฟากระโจนตัวพุ่งเข้าหาลูกบอลเด้งดึ๋งที่ลอยละลิ่วไปในอากาศ จนเกิดเสียงโครมครามดังสนั่น
นี่ของเล่นชิ้นนี้มันดึงดูดใจสาวหูแมวได้ขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย?
หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เสิ่นเฉิงก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา เมื่อหันขวับไปมอง ก็เห็นชูการ์ที่หางกำลังแกว่งไกวขึ้นลง จ้องมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
เขาเงื้อแขนขึ้น และลูกบอลลูกที่เหลือก็ถูกดีดออกไป ลอยข้ามหัวชูการ์ไปเช่นกัน
"เหมียว!" ปฏิกิริยาของชูการ์เหมือนกับชีสไม่มีผิดเพี้ยน เธอกระโจนออกไป ตามมาด้วยเสียงโครมครามดังขึ้นอีกระลอก
ของเล่นชิ้นนี้... บางทีอาจจะเอาไว้ใช้หลอกล่อสาวหูแมวในอนาคตได้ล่ะมั้ง?
"ทำอะไรกันอยู่เนี่ย?" หลินอวี่ฮุ่ยที่เพิ่งจัดห้องนอนเสร็จชะโงกหน้าออกมาจากห้อง พอเห็นสภาพแบบนั้น ใบหน้าของเธอก็มืดครึ้มลงทันที เธอเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาเสิ่นเฉิงอย่างเอาเรื่องพลางพูดว่า "รุ่นพี่คะ นี่..."
คำพูดของเธอขาดห้วงไปกะทันหัน
เธอเห็นเสิ่นเฉิงเอนหลังพิงพนักโซฟาด้านหนึ่ง เปลือกตาปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ รอยยิ้มบางเบาระบายอยู่บนริมฝีปาก เขาหลับสนิทไปเสียแล้ว
เมื่อหันไปมอง ก็พบว่าแมวสองตัวกำลังจ้องมองเธออยู่ หลินอวี่ฮุ่ยยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากทำท่าจุ๊ปากเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวเสิ่นเฉิงขึ้นมา แล้วอุ้มเขาไปส่งที่ห้องนอนอย่างทุลักทุเล
หลังจากวางเขาลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมและห่มผ้าให้เสร็จสรรพ คุณเจ้าของบ้านคนสวยก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกไป
...
ขณะที่มือจับลูกบิดประตูห้องของเสิ่นเฉิง หลินอวี่ฮุ่ยก็ชะงักฝีเท้า หลังจากนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เธอก็ค่อยๆ หันกลับมา สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้ายามหลับใหลอันแสนสงบของเสิ่นเฉิง
เธอใช้มือปัดปอยผมสลวยไปทัดหูเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงประทับริมฝีปากลงบนแก้มของเสิ่นเฉิงอย่างแผ่วเบา
เมื่อยืดตัวขึ้น หลินอวี่ฮุ่ยก็รีบยกมือขึ้นปิดปากพลางหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข พวงแก้มทั้งสองข้างค่อยๆ ซับสีเลือดฝาด ราวกับเด็กสาวที่เพิ่งขโมยลูกอมมากินก็ไม่ปาน
"ฝันดีนะคะ รุ่นพี่"
...
"เจ้านาย เหมียว!"
เสียงนกร้องแรกของเช้าวันใหม่... เอ๊ะ เสียงแมวร้องสิ ดังแว่วเข้าหู เสียงนั้นช่างสดใสและไพเราะ ไม่ได้ทำให้รู้สึกรำคาญใจเลยแม้แต่น้อย
เสิ่นเฉิงที่นอนหลับพักผ่อนจนเต็มอิ่มค่อยๆ ลืมตาตื่น ทว่าก่อนที่สายตาจะปรับโฟกัสได้ชัดเจน เงาร่างหนึ่งก็กระโจนขึ้นมาบนเตียงเสียแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดทับบนร่างกาย เสิ่นเฉิงก็ยิ้มแหยพลางเอ่ยว่า "ชีส นี่กี่โมงกี่ยามแล้ว? ยังเช้าเกินกว่าจะเปิดร้านนะ"
ถึงจะเช้ามาก แต่เวลานี้ฮุ่ยฮุ่ยน่าจะกำลังเดินทางไปโรงเรียนแล้วมั้ง?
"มะ... ไม่ใช่หนูนะเหมียว!" ชีสลุกขึ้นนั่งตัวตรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ชูการ์บาดเจ็บแล้ว เหมียว!"
"ห๊ะ?" สมองของเสิ่นเฉิงตื้อไปหมด เขารีบลุกพรวดขึ้นมาเผชิญหน้ากับชีส "ชูการ์บาดเจ็บเหรอ?"
"ชูการ์เลือดออก เหมียว! เจ้านาย รีบไปดูเธอเร็วเข้า!" น้ำเสียงของชีสสั่นเครือเจือเสียงสะอื้น
เสิ่นเฉิงเดินผ่านห้องนั่งเล่นตรงดิ่งไปยังห้องนอนของแมวทั้งสอง เขาผลักประตูเข้าไป ก็เห็นว่าผ้าห่มผืนหนาบนเตียงคู่ในห้องถูกเลิกออกไปกองอยู่ด้านข้าง
ชูการ์ในชุดนอนนั่งคุดคู้กอดโคมไฟดวงเล็กที่เสิ่นเฉิงให้ไว้อยู่ที่ปลายเตียงด้านหนึ่ง สายตาเหม่อลอยจ้องมองไปที่กึ่งกลางเตียง ท่าทางดูเลื่อนลอยเล็กน้อย
และบนผ้าปูที่นอนที่เปิดเปิงอยู่ตรงกลางเตียงนั้น ปรากฏรอยคราบสีแดงสดสะดุดตา
"เจ้านาย?" เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ชูการ์ก็หลุดจากภวังค์ นัยน์ตาสีมรกตหันมามองเสิ่นเฉิง ทว่าน้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ "หนูกำลังจะตายใช่ไหม?"
แม้เสียงของเธอจะราบเรียบ แต่กลับแฝงความรู้สึกบางอย่างเอาไว้... ความโล่งใจงั้นหรือ?
"เธอไม่ตายหรอก เหมียว!" ชีสที่ตกใจสุดขีดถลันเข้าไปกอดชูการ์ทั้งน้ำตา "เจ้านายจะต้องช่วยเธอได้อย่างแน่นอน เหมียว!"
เสิ่นเฉิงไม่ได้สังเกตเห็นอารมณ์อื่นใดที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของชูการ์ เขาเพียงแต่ยืนพิงกำแพงเงียบๆ ยกมือขึ้นลูบคาง คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
จากประสบการณ์การใช้ชีวิตร่วมกับคุณเจ้าของบ้านมาเป็นเวลานาน สถานการณ์แบบนี้น่าจะหมายความว่า...
"แมวตัวนี้... กำลังฮีทเหรอ?"
ถ้ากะดูจากสภาพของชีสตอนที่เจอเธอครั้งแรกในร่างแมวสีฟ้า อายุของชีสก็น่าจะยังไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ
ถึงแม้เสิ่นเฉิงจะดูไม่ออกด้วยตาเปล่า แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าชูการ์น่าจะอายุมากกว่าชีสนิดหน่อย แต่ก็น่าจะแค่ไล่เลี่ยกัน คงราวๆ หนึ่งขวบนั่นแหละ
เด็กผู้หญิงอายุประมาณหนึ่งขวบที่อยู่ใกล้ๆ ตัวผมกำลังมีประจำเดือนเนี่ยนะ? แบบนี้มันสมเหตุสมผลตรงไหน?
เอาเข้าจริง การที่แมวมีประจำเดือนได้นั่นแหละที่ไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่แรกแล้ว
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ... การที่แมวกลายร่างเป็นคนได้เนี่ยแหละที่ไม่สมเหตุสมผลที่สุด!
เสิ่นเฉิงถึงกับไปไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มบ่นจากตรงไหนก่อนดี
โชคยังดีที่การใช้ชีวิตร่วมกับหลินอวี่ฮุ่ยมาหลายเดือนไม่สูญเปล่า เขามีประสบการณ์ในการดูแลผู้หญิงพอสมควร
เมื่อเห็นสีหน้าเลื่อนลอยของชูการ์ เสิ่นเฉิงก็เดินเข้าไปใกล้ ปัดปอยผมหน้าม้าของเธอออกอย่างเบามือ แล้ววางฝ่ามือทาบลงบนหน้าผากมน
อืม มีไข้ต่ำๆ ด้วยสินะ
"เจ้านาย?" เมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของเสิ่นเฉิง ชูการ์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเสียงเบา
"หืม? มีอะไรเหรอ?"
"หนูกำลังจะตายใช่ไหม?" ชูการ์ถามด้วยสายตาว่างเปล่า
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเฉิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างแล้วขยี้ผมสีขาวนุ่มสลวยของชูการ์อย่างหมั่นเขี้ยว "ไม่เป็นไรหรอก นี่มัน... เป็นเรื่องปกติมากๆ เลยล่ะ! แค่ใส่เสื้อผ้าให้อุ่นๆ แล้วพักผ่อนก็พอ"
ขณะที่พูด เสิ่นเฉิงก็หยิบเสื้อผ้าอีกชิ้นมาสวมทับให้ชูการ์อย่างเป็นธรรมชาติ
พร้อมกันนั้น เขาก็หันไปพูดกับชีสว่า "ชีส ลงไปข้างล่างแล้วบอกลูกค้าที่รออยู่หน้าร้านนะ ว่าวันนี้ชูการ์ป่วย ร้านขอปิดหนึ่งวัน"
ชีสพยักหน้ารัวๆ "รับทราบ เหมียว!"
หลังจากชีสเดินออกไป ชูการ์ก็เอียงคอจ้องมองเสิ่นเฉิงพลางถามว่า "ไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?"
"ไม่เป็นไรหรอก"
"ไม่เป็นไรจริงๆ แน่นะ?"
"ไม่เป็นไรจริงๆ"
"ไม่เป็นไรจริงๆ นะ?"
"ไม่เป็นไรจริงๆ สิ!" เสิ่นเฉิงดึงผ้าปูที่นอนออก แล้วดันตัวชูการ์ให้เข้าไปซุกอยู่ในผ้าห่ม "เธอแค่ต้องพักผ่อนให้มากๆ เข้าใจไหม?"
ชูการ์โผล่หัวกลมๆ ออกมาจากใต้ผ้าห่มแล้วพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงรับรู้
เสิ่นเฉิงถอนหายใจยาว ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
ว่าแต่ฮุ่ยฮุ่ยเก็บผ้าอนามัยไว้ตรงไหนหว่า...
"...เจ้านาย" เสียงแหบพร่าของชูการ์ดังขึ้น เสิ่นเฉิงหันขวับ "รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
"หนูอยากเข้าห้องน้ำ..."
เสิ่นเฉิง: "..."
...
แม้จะยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน แต่ผู้คนก็เริ่มมามุงกันที่หน้าร้านคาเฟ่แมวกวงเตี้ยนแล้ว
ด้วยการบอกปากต่อปากของลูกค้าและการโปรโมททางออนไลน์ของโจวปังจื่อ คาเฟ่แมวกวงเตี้ยน ซึ่งเป็นคาเฟ่แมวเพียงแห่งเดียวในเมืองมิโอ จึงกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับชาวเมืองมิโอหลายคนไปเสียแล้ว
แน่นอนว่าโจวปังจื่อก็เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆ ที่มาถึง เมื่อเห็นว่ายังเช้าอยู่ เขากำลังจะเริ่มไลฟ์สดพูดคุยกับคนดู ก็พอดีเห็นชีสวิ่งกระหืดกระหอบลงมาที่ชั้นล่าง
โจวปังจื่อเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "วันนี้เปิดร้านเช้าจังเลยนะ?"
จากนั้นเขาก็เห็นชีสผลักประตูร้านออกมา เธอโค้งคำนับให้ทุกคนอย่างสวยงาม เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิดว่า "ทุกคนคะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ เหมียว วันนี้ชูการ์ป่วย ร้านขอปิดให้บริการหนึ่งวันนะคะ เหมียว"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผิดคาดที่ทุกคนไม่มีทีท่าโมโหโกรธาอะไรเลย หลายคนยิ้มและโบกมือให้ พร้อมกับไถ่ถามอาการของชูการ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ร้ายแรงไหม แสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชีสก็ยิ้มออกและถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนปังจื่อกลับเบิกตากว้าง จ้องมองชุดนอนที่ชีสสวมใส่อยู่ด้วยความตกตะลึง
งั้นก็แสดงว่า คุณชีสไม่ได้มาทำงานเช้าหรอกเรอะ แต่จริงๆ แล้วพักอยู่กับเถ้าแก่เสิ่น? แล้วก็คุณฮุ่ยฮุ่ยด้วย? แถมคุณชูการ์ก็ด้วย?
หา???