- หน้าแรก
- เปิดร้านต่างโลกกับยัยเหมียว
- บทที่ 5 สิ่งมีชีวิตแบบนี้มีอยู่จริงงั้นหรือ?
บทที่ 5 สิ่งมีชีวิตแบบนี้มีอยู่จริงงั้นหรือ?
บทที่ 5 สิ่งมีชีวิตแบบนี้มีอยู่จริงงั้นหรือ?
การให้สาวหูแมวมาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่คาเฟ่แมวคงไม่ทำให้ใครสงสัย แม้ว่าเธอจะไม่ได้ปกปิดหูและหางของตัวเองก็ตาม แถมยังอาจดึงดูดพวกโรคจิตบางคนให้มาที่คาเฟ่แมวของเสิ่นเฉิงได้อีกด้วย
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น เสิ่นเฉิงและคนอื่นๆ ก็ยังไม่ได้ออกไปซื้อเสื้อผ้าในทันที ทว่าหลินอวี่ฮุ่ยพาชีสไปอาบน้ำทำความสะอาดก่อน เพราะยัยแมวโง่ตัวนี้มอมแมมไปหมดทั้งตัวแล้ว
เมื่อทุกอย่างสงบลง เสิ่นเฉิงที่ไม่มีอะไรทำจึงนั่งลงบนโซฟาแล้วเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
ทว่าความสงบนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ก่อนที่เสียงของชีสจะดังมาจากห้องน้ำ "พี่ฮุ่ยฮุ่ย ทำไมหน้าอกของพี่ถึงเล็กจังเลยเหมียว?"
เสิ่นเฉิง "!"
เสิ่นเฉิงสัมผัสได้ถึงคลื่นความอาฆาตแค้นอันรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องน้ำ
วินาทีต่อมา ชีสก็เอ่ยแทงใจดำต่อไปอย่างใสซื่อ "ถ้าหนูมีหน้าอกเล็กเหมือนพี่ฮุ่ยฮุ่ยก็คงดี หน้าอกใหญ่ขนาดนี้เวลาเดินมันลำบากมากเลยนะเหมียว..."
เสิ่นเฉิง "!!!"
ความอาฆาตแค้นนั้นแทบจะจับต้องได้อยู่แล้ว! หยุดเถอะชีส ไม่อย่างนั้นคืนนี้เราคงได้กินหม้อไฟเนื้อแมวกันแน่!
เสียงชักโครกและเสียงน้ำไหลดังขึ้น กลบเสียงพูดคุยจากในห้องน้ำจนอู้อี้ฟังไม่ถนัด
เสิ่นเฉิงพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด กำลังจะหันไปสนใจอย่างอื่น แต่แล้วเสียงหัวเราะคิกคักของชีสก็ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง "มะ...ไม่เอา มันจั๊กจี้ฮะเหมียว!"
"นี่! ชีส ใส่ผ้าเช็ดตัวก่อนสิ!"
เสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกผลักออก ชีสในสภาพเปลือยเปล่าที่มีผิวขาวราวกับหยก ซ้ำยังคงมีไอความร้อนเย้ายวนใจลอยกรุ่น วิ่งตรงรี่เข้ามาหาเขา "เจ้านายเหมียว!"
สีหน้าของเสิ่นเฉิงเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที สายตาของเขากวาดมองตั้งแต่เรือนผมยาวสลวยที่เปียกชุ่ม ผิวพรรณขาวอมชมพู ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ก้อนเนื้อขนาดใหญ่สอง...
ทันใดนั้น วิสัยทัศน์ของเขาก็ถูกก้อนสบู่ขนาดใหญ่บดบัง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความเขินอายของเจ้าของบ้านเช่าสาว "ไอ้โรคจิต! ห้ามมองนะ!"
ภาพตรงหน้ามืดสนิท ขณะที่สบู่ก้อนนั้นลอยมากระแทกหน้าเขาอย่างจัง ความคิดหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวของเสิ่นเฉิง
อืม... ใหญ่กว่าของฮุ่ยฮุ่ยจริงๆ ด้วย
...
เขาเหยียบคันเร่ง ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออก สิ่งต่างๆ สองข้างทางก็เริ่มถอยร่นไปด้านหลัง
ชีสที่นั่งอยู่เบาะหลังแนบใบหน้าเล็กๆ ของเธอเข้ากับกระจก ชี้ชวนให้ดูวิวข้างนอกพร้อมเอ่ยอย่างตื่นเต้น "เจ้านายๆ ดูนั่นสิเหมียว!"
หลินอวี่ฮุ่ยเอื้อมมือไปเขกหัวชีสเบาๆ "เขากำลังขับรถอยู่ อย่าไปกวนสิ"
"เหมียว..." หูแมวทั้งสองข้างบนหัวของชีสลู่ตกลงทันที
"แล้วก็เวลาอยู่ข้างนอกห้ามเรียกเขาว่า 'เจ้านาย' อีกนะ ให้เรียกเสิ่นเฉิง หรือไม่ก็ 'พี่ชาย' ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะถูกตำรวจเชิญตัวไปกินน้ำชาได้ เข้าใจไหม?"
"เข้าใจแล้วเหมียว..." ชีสหันไปหาเสิ่นเฉิงแล้วเอ่ยเสียงอ่อย "พี่เฉิง..."
เสิ่นเฉิง "!"
ไอ้ชื่อพ้องเสียงชวนขนลุกนั่นมันอะไรกัน? หรือว่านี่จะเป็นลางบอกเหตุถึงจุดจบอันน่าอนาถของฉันกันเนี่ย?!
"ข้ามสรรพนาม 'พี่เฉิง' ไปเถอะ" มุมปากของเสิ่นเฉิงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสริมว่า "อันที่จริง... ถึงจะอยู่บ้าน เธอก็ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันว่า 'เจ้านาย' หรอกนะ..."
"ไม่เอาเหมียว!" คำพูดของเสิ่นเฉิงถูกชีสขัดจังหวะ เธอทำเสียงฮึดฮัด พองแก้มป่อง แล้วประกาศกร้าว "เว้นแต่เจ้านายจะไม่ต้องการหนูแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้านายก็คือเจ้านายเหมียว!"
เสิ่นเฉิง "..."
เขาขี้เกียจเกินกว่าจะมานั่งบ่นกับตรรกะที่ไร้เหตุผลและหาที่มาที่ไปไม่ได้ของคำว่า 'เจ้านายก็คือเจ้านาย'
สัญญาณไฟจราจรข้างหน้ากะพริบสองครั้ง เสิ่นเฉิงเดาะลิ้นเบาๆ แล้วเหยียบเบรก
ในขณะเดียวกัน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดขนาบข้าง
"เราควรจะไปทดสอบเขาตอนนี้เลยไหม?" ภายในรถสีดำคันนั้น หญิงสาวที่สวมเสื้อฮู้ดดึงหมวกขึ้นมาคลุมศีรษะซึ่งนั่งอยู่เบาะผู้โดยสาร ละสายตาจากรถของเสิ่นเฉิงแล้วหันไปมองชายที่ทำหน้าที่ขับรถ
"ยังไม่ต้อง ขอดูลาดเลาไปอีกสักพักก่อน" ชายคนขับหรี่ตาลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ไม่ได้พูดอะไรอีกและหลับตาลงพักผ่อนเงียบๆ
ชายหนุ่มเคาะนิ้วชี้ลงบนพวงมาลัยเบาๆ พลางพึมพำกับตัวเอง "ผู้มีพลังพิเศษอีกคนงั้นหรือ? หึ... ถือเป็นผลพลอยได้ที่ไม่คาดคิดจริงๆ"
ภายในรถ เสิ่นเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเหลือบมองไปด้านข้างแล้วเกาหัวด้วยความรู้สึกงุนงงนิดหน่อย
"จะว่าไปแล้วชีส ชุดที่เธอใส่อยู่เอามาจากไหนเหรอ? เธอใส่มันมาตั้งแต่แรกแล้วงั้นสิ?"
"เปล่าเหมียว" ชีสส่ายหน้าพลางตอบ "คุณยายคนหนึ่งเอามาให้หนู แล้วคุณยายก็เอาของกินมาให้หนูด้วยเหมียว"
...สรุปว่าตอนที่กลายร่างเป็นคน เธอโป๊อยู่สินะ?
แล้วถ้าจะพูดให้ถูก ยายเขาให้ของกินเธอมา แล้วทำไมเธอถึงมานอนหิวโซอยู่หน้าร้านฉันได้ล่ะเนี่ย...
หลังจากผ่านไฟแดงและขับรถต่อไปอีกไม่กี่นาที ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย เสิ่นเฉิงวนหาที่จอดรถ ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินเคียงข้างกันมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้า ระหว่างทางหลินอวี่ฮุ่ยคอยย้ำเตือนชีสซ้ำแล้วซ้ำเล่า "รู้หรือยังว่าตอนนี้ต้องเรียกเขาว่าอะไร?"
"พี่... พี่เฉิง..." ชีสทำปากยื่น
เสิ่นเฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ เขายกมือขึ้นลูบหัวเล็กๆ ของชีส "เราจะซื้อเสื้อผ้าแค่สองชุดแล้วก็กลับ แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ"
ชีสเอาหัวถูไถกับฝ่ามือของเสิ่นเฉิงเช่นกัน เธอหรี่ตาลงอย่างสบายใจ หูแมวสองข้างกระดิกไปมาไม่หยุด ดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา
"ผู้หญิงคนนั้นน่ารักจัง อยากลองลูบหัวดูบ้างเลย"
"หูแมวนั่นขยับได้ด้วย ว้าว ดูเหมือนของจริงสุดๆ ต้องแพงมากแน่ๆ เลยใช่ไหม?"
"เผลอๆ อาจจะเป็นสาวหูแมวของจริงก็ได้นะ..."
ชายที่พูดประโยคนี้ถูกผู้คนรอบข้างส่งสายตาเหยียดหยามทันที "หา? ดูอนิเมะจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง? สิ่งมีชีวิตอย่างสาวหูแมวจะมีอยู่จริงบนโลกนี้ได้ยังไงกัน?"
เสิ่นเฉิง "..."
ขอโทษทีนะ แต่พี่ชายคนนั้นเขาทายถูกเผงเลยล่ะ
แน่นอนว่าเสิ่นเฉิงไม่มีทางพูดออกไปดังๆ เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาคงถูกคนรอบข้างมองว่าเป็นไอ้บ้าแน่ๆ
ในฐานะห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิโอ โซนเสื้อผ้าของที่นี่จึงมีความหลากหลายมาก นอกเหนือจากชุดลำลองที่ใส่ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีชุดคอสเพลย์ ชุดเครื่องแบบพนักงาน ชุดถังจวง และชุดฮั่นฝูให้เห็นอยู่ทุกที่
ในขณะนี้ เสิ่นเฉิงและหลินอวี่ฮุ่ยกำลังยืนอยู่ด้วยกันที่หน้าห้องลองเสื้อผ้าในโซนชุดเครื่องแบบพนักงาน หลินอวี่ฮุ่ยถือไม้แขวนเสื้อรูปสามเหลี่ยมไว้ในมือ และทั้งคู่ก็กำลังจ้องเขม็งไปยังผ้าม่านของห้องลองชุด
"พรึ่บ—" ผ้าม่านถูกเปิดออก เผยให้เห็นชีสในชุดเมดสีดำสลับขาวตัวยาว สองมือเล็กๆ ของเธอกำชายกระโปรงเมดเอาไว้แน่น ส่วนหูแมวบนหัวก็กระดิกไปมาด้วยความประหม่า เธอพูดด้วยความเขินอายว่า "จะ... เจ้านายเหมียว..."
วินาทีต่อมา ชีสก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอหลุดปากพูดคำต้องห้ามออกไป หลังจากรีบหุบปากฉับ เธอก็หันซ้ายหันขวาล่อกแล่ก เพื่อตรวจดูว่ามีคุณลุงในชุดเครื่องแบบตำรวจวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้หรือเปล่า
"พรืดดด!" ไม่มีคุณลุงในชุดตำรวจวิ่งมาหรอก แต่กลับเป็นจมูกของชายหนุ่มที่บังเอิญเดินผ่านไปมาแถวนั้นพ่นเลือดกำเดาออกมาสองสาย ทว่าเขากลับไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองเลยสักนิด ทั้งเขาและผู้คนรอบข้างต่างพากันควักโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดชัตเตอร์รัวๆ อย่างบ้าคลั่ง
"ซี๊ดดด—ฮ่า—ซี๊ดดด—ฮ่า—"
"สาวหูแมวในชุดเมดคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ แฮะ ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนเลย?"
"ที่หน้าทางเข้าห้างหรือเปล่า? ฉันจำได้แม่นเลยนะ"
"ไม่ๆ! ฉันนึกออกแล้ว! นี่คือเถ้าแก่เนี้ยของคาเฟ่แมวกวงเตี้ยนในเขตตะวันตกไม่ใช่เหรอ? วันนั้นฉันเห็นเธอกับเถ้าแก่กอดกันกลมเลย หรือว่าเธอจะมาเป็นพนักงานเสิร์ฟเองซะแล้ว?"
"คาเฟ่แมวกวงเตี้ยน? ในเมืองมิโอมีคาเฟ่แมวด้วยเหรอ? อยู่ตรงไหนน่ะ? ฉันอยากไปดูจัง!"
มุมปากของเสิ่นเฉิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย "..." นี่... ถือว่าเป็นการโฆษณาให้คาเฟ่แมวไปในตัวใช่ไหมเนี่ย?
แต่เมื่อก้มลงมองมือของเจ้าของบ้านเช่าสาวที่กำลังบิดเนื้ออ่อนๆ ตรงเอวของเขาอย่างแรง เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอดูจะไม่สบอารมณ์เอามากๆ ที่คนอื่นเรียกชีสว่า 'เถ้าแก่เนี้ย'!