- หน้าแรก
- ระบบเรดาร์พลิกชะตาขุนนางตกอับ
- บทที่ 31 - ท่านลอร์ดจอมหื่นกับจินตนาการของพ่อบ้าน
บทที่ 31 - ท่านลอร์ดจอมหื่นกับจินตนาการของพ่อบ้าน
บทที่ 31 - ท่านลอร์ดจอมหื่นกับจินตนาการของพ่อบ้าน
บทที่ 31 - ท่านลอร์ดจอมหื่นกับจินตนาการของพ่อบ้าน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ใช่แล้ว ข้าภูมิใจมากที่ได้ปกป้องท่านลอร์ดและทรัพย์สินของท่าน" ทหารยามที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย
ตรงข้ามกับคาออสที่เป็นกังวลและเอาแต่สวดภาวนาเงียบๆ
พ็อตคนรับใช้ชายเอ่ยปลอบใจ "ไม่ต้องห่วงหรอกขอรับ ท่านอาชิน่าแข็งแกร่งมาก อีกอย่างเทพีแห่งเหมันต์ก็จะคอยคุ้มครองนายท่านด้วย"
คาออสกลอกตาใส่อย่างเหลืออด "เจ้าจะไปรู้อะไร ข้ากำลังกังวลเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนายท่านไปถึงเมืองเมเปิลต่างหาก เจ้าต้องรู้ไว้นะว่าเมืองเมเปิลก็มีผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าเหมือนกัน"
"เอ๋? แต่ว่า...พวกเราไม่ได้ไปทำสงครามสักหน่อย พวกเราไปค้าขาย ไม่น่าจะถึงขั้นต้องต่อสู้กันหรอกมั้ง?" พ็อตถูกคาออสขู่จนหน้าเสีย เสียงเบาลงถนัดตา "แถมด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจของนายท่าน ข้าเชื่อว่าไม่มีปัญหาแน่นอน"
การกระทำของฟีลด์ตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้พวกคนรับใช้ยอมรับและเชื่อฟังอย่างราบคาบ
"ถึงได้บอกไงว่าเจ้ามันก็แค่คนรับใช้ พ็อต เจ้ายังมีเรื่องต้องเรียนรู้อีกเยอะ" พ่อบ้านเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยและเริ่มโอ้อวดความรู้ "ศาสนาประจำเมืองเมเปิลคือเทพแห่งความรักและกามารมณ์ ผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าของพวกเขามีฉายาว่า 'นางรำโฉมงาม' นางได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้ามาจากย่านเริงรมย์ มีขุนนางนับไม่ถ้วนที่หลงใหลนางจนหัวปักหัวปำ ยอมมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดและ...ของเหลวในร่างกายให้นางจนหมดสิ้น"
"หา? มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือขอรับ"
พ็อตถึงกับหน้าเหวอ แค่คิดตามเขาก็หน้าแดงเถือกไปหมดแล้ว
"ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าเมืองเมเปิลที่เป็นแค่เมืองชายแดนห่างไกล จะร่ำรวยมหาศาล มีสูตรปรุงน้ำยาเวทมนตร์ตั้งหลายชนิด แถมยังมีจุดยืนทางการค้าที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้แบบนี้ เป็นเพราะความสามารถส่วนตัวของบารอนเมเปิลอย่างนั้นหรือ ข้าจะบอกอะไรให้นะ คราวก่อนนายท่านของพวกเรายังไปแอบดูทาสหญิงเข้าห้องน้ำเลย! โรคจิตเกินไปแล้ว! ถ้าเกิดลอร์ดของที่นั่นให้นางรำใช้พลังศักดิ์สิทธิ์กับนายท่านฟีลด์ล่ะก็ ด้วยความอดทนอันน้อยนิดของนายท่าน แน่นอนว่า...อะแฮ่ม ไม่พูดแล้วดีกว่า"
ในสายตาของคาออส ฟีลด์ก็แค่ออกไปล่าสาวงามเท่านั้น เผลอๆ อาจจะไปหลงระเริงอยู่ที่นั่นจนไม่อยากกลับมาเลยก็เป็นได้
พ็อตเงียบกริบ ทำได้เพียงสวดภาวนาในใจ หวังว่าท่านลอร์ดที่เคารพรักจะไม่ถูกความชั่วร้ายครอบงำ
"เดี๋ยวนะ นี่ข้าพูดมากเกินไปอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย" คาออสเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ถ้าคำพูดพวกนี้หลุดไปถึงหูของท่านลอร์ดหรืออาชิน่าเข้า เขาคงโดนลดขั้นจากพ่อบ้านไปเป็นคนเลี้ยงม้าแน่ๆ ไม่สิ อาจจะเจอหนักกว่านั้นด้วยซ้ำ
เมื่อมองดูใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของพ็อต คาออสกลับเหงื่อตก เริ่มระแวงว่าพ็อตจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้อง
อันที่จริงฟีลด์ก็ไม่ได้อยากเดินทางไปค้าขายไกลถึงมณฑลไฮคาสเซิลนักหรอก แต่ไอ้ลูกชายโง่เง่าของบารอนบูลน่าจะยังปิดประตูหน้าต่างป้อมปราการแน่นหนา แถมตัวเขาเองก็เพิ่งไปปล้นเสบียงของเมืองนั้นมาด้วย ฟีลด์ไม่อยากเสี่ยงเอาชีวิตไปทิ้ง
บารอนแห่งเมืองเมเปิลเป็นมหาเศรษฐีตัวยง เขากอบโกยเงินทองเป็นกอบเป็นกำจากการใช้พืชเวทมนตร์ในดินแดนมาปรุงน้ำยาเวทมนตร์ ฟีลด์เชื่อมั่นว่าไวน์องุ่นไข่มุกดำจะต้องขายได้ราคาดีงามอย่างแน่นอน
"นายท่าน ท่านต้องไปเองจริงๆ หรือเจ้าคะ" อาชิน่าเห็นฟีลด์กำลังเตรียมตัว นางจึงเช็ดดาบยาวที่เปล่งประกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลางถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ท่านลอร์ดผู้นี้ช่างชอบลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองเสียจริง ถึงขนาดต้องดั้นด้นไปมณฑลไฮคาสเซิลด้วยตัวเอง "ความจริงปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าก็พอแล้วนะเจ้าคะ หนทางมันอันตรายเกินไป อีกอย่างข้าจะใช้ชีวิตของข้าปกป้องทรัพย์สินของท่าน รับรองว่าจะไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแน่นอน"
"นี่แหละคือเรื่องที่ฉันเป็นห่วง ใครใช้ให้เธอเอาชีวิตไปแลกกับเงินกันล่ะ เงินมันซื้อผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าไม่ได้หรอกนะ" ฟีลด์ลูบหัวอาชิน่าเบาๆ ทำเอาอีกฝ่ายแก้มแดงระเรื่อเป็นลูกตำลึงสุก ฟีลด์อธิบายอย่างใจเย็น "อีกอย่าง ฉันจำเป็นต้องไปเข้าพบบารอนเมเปิลด้วยตัวเอง สินค้าของดินแดนแห่งรัตติกาลในอนาคต จำเป็นต้องพึ่งพากำลังซื้อของขุนนางกระเป๋าหนักคนนั้น"
มีอยู่เหตุผลหนึ่งที่ฟีลด์ไม่ได้พูดออกไป นั่นก็คือเขาสามารถตรวจจับมอนสเตอร์รอบตัวได้ ถ้าไม่มีเขาไปด้วย ขบวนคาราวานคงได้ปะทะกับฝูงซากศพครั้งแล้วครั้งเล่าแน่ๆ
ฟีลด์จุดตะเกียงขับไล่หมอกแล้วแขวนไว้บนรถม้า ก่อนที่ขบวนคาราวานจะเริ่มออกเดินทาง
เสียงเกือกม้าศึกกระทบพื้นดังกรุบกรับ ผู้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยมีอาชิน่า กองทหารม้าหมาป่า ทหารยามสามคน ทาสที่รับหน้าที่แบกหามสินค้าอีกยี่สิบคน และยังมีสาวใช้ซิสเซอร์ที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและที่พักของฟีลด์
เมื่อออกจากไร่ไวน์สตาร์ไนท์ ทุกคนก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในขุมนรกทันที พืชพรรณบิดเบี้ยวผิดรูปมีให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง เงาดำวูบวาบไปมา ราวกับจะมีปีศาจร้ายโผล่มาได้ทุกเมื่อ
พวกทาสพากันกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว แม้หน้าที่ของพวกเขาคือการแบกหาม แต่ฟีลด์ก็ยังแจกจ่ายหอกยาวให้พวกเขามีไว้ป้องกันตัว
"ถนนห่วยแตกชะมัด" ฟีลด์รู้สึกหงุดหงิดกับพื้นถนนที่เต็มไปด้วยร่องรอยการปนเปื้อนและมีหนวดเส้นเล็กๆ งอกออกมา มันทำให้รถม้าเคลื่อนที่ได้ช้าลงมาก "มีโอกาสคงต้องทำถนนใหม่แล้วล่ะ ทางที่ดีควรเปิดเส้นทางการค้า สร้างถนนคอนกรีตเชื่อมต่อตรงจากดินแดนแห่งรัตติกาลไปถึงเมืองเมเปิลเลย"
ยังไม่ทันจะได้บ่นต่อ สัญลักษณ์หัวกะโหลกสีแดงจำนวนมากก็เริ่มพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
"ระวัง พวกมันมาแล้ว" ฟีลด์สูดหายใจเข้าลึก
"โฮก!"
หมาป่ายักษ์ของอาชิน่าคำรามก้อง มันพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อาชิน่าตวัดหอกยาวฟาดฟันลงไปเต็มแรง ก่อให้เกิดพายุเลือดและเสียงกรีดร้องโหยหวน ซากศพเน่าเปื่อยล้มลงระเนระนาดราวกับใบไม้ร่วง เศษซากชิ้นส่วนมนุษย์สีแดงสลับขาวสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
จากนั้นหมาป่าสายพันธุ์มังกรก็สะบัดหัว ปล่อยเปลวไฟสีน้ำเงินกวาดล้างซากศพไปเป็นแถบ
ทหารม้าคนอื่นๆ รีบชักดาบและตั้งหอก ยกอาวุธขึ้นสุดแขนแล้วพุ่งเข้าชาร์จใส่ฝูงศพ แม้จะเพิ่งฝึกฝนมาได้ไม่นาน แต่อมนุษย์ก็เกิดมาเพื่อเป็นทหารม้า พวกเขาเรียนรู้แก่นแท้ของการขี่ม้าได้อย่างรวดเร็ว
"เพื่อท่านฟีลด์!"
"บุกทะลวง!"
เหล่าทหารม้าบดขยี้ศัตรูอย่างดุดัน
บนแผนที่ย่อของฟีลด์ จุดสีแดงหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดสีแดงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล้อมกรอบเข้ามา
"เข้ามาเลย เข้ามาให้หมด!" ฟีลด์ฮึกเหิมเต็มที่ เขาชักดาบยาวออกมาดังชิ้ง
ป้อมปราการเมเปิลก็เป็นหนึ่งในป้อมปราการชายแดนของจักรวรรดิเช่นกัน พลังป้องกันของที่นี่แข็งแกร่งมาก นอกจากจะมีหน้าไม้ทรงพลังและเครื่องยิงหินแล้ว ยังมีหอคอยเวทมนตร์อีกเพียบ มองจากระยะไกลจะเห็นคริสตัลเวทมนตร์ลอยอยู่เต็มไปหมด
เมื่อทุกคนก้าวผ่านประตูชายแดนของบารอนเมเปิล ภาพตรงหน้าก็สว่างไสวขึ้นทันตา ไม่มีหมอกสีเทาที่ปกคลุมอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป กลายเป็นโลกที่สดใสสวยงาม
"พระเจ้าช่วย อัศวินพวกนั้นโผล่มาจากหมอกสีเทา" ทหารที่มีสำเนียงท้องถิ่นชี้ชวนกันดูทหารม้าที่สวมชุดคลุมสีดำสนิททั้งตัว แม้แต่ม้าศึกก็ยังถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ ดูน่าเกรงขามและน่าสะพรึงกลัวสุดๆ "หาดูยากมากเลยนะเนี่ย ต้องเป็นพวกนักผจญภัย ไม่ก็หน่วยสำรวจของจักรวรรดิแน่ๆ"
"ดูตามตัวพวกเขาสิ มีแต่เลือดสีดำของพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ทั้งนั้นเลย"
"รีบปิดประตูเร็วเข้า อย่าให้มอนสเตอร์ในหมอกสีเทาตามเข้ามาได้" นายทหารกระแอมไอไล่ความประหม่า "ยินดีต้อนรับสู่เมืองเมเปิล ขอให้เพลิดเพลินกับการใช้จ่ายนะ"
"ขอบใจ" ฟีลด์ไม่คิดเลยว่าจะผ่านเข้ามาได้ง่ายดายขนาดนี้ เขาเตรียมถุงเงินไว้จ่ายเป็นค่าผ่านทางแล้วด้วยซ้ำ แต่กลับไม่ได้ใช้ ฟีลด์ถอนหายใจยาว "เฮ้อ นึกว่าจะโดนรีดไถซะอีก"
สินค้าที่บรรทุกมาบนหลังม้าคือไวน์องุ่นไข่มุกดำสิบถัง กับม้วนคัมภีร์เวทมนตร์อีกหนึ่งหีบ คัมภีร์พวกนี้เก่าเก็บจนเปื่อย ฟีลด์กลัวว่าถ้าไม่รีบปล่อยของออกไป ขืนปล่อยไว้อีกหน่อยคงเอาไปทำได้แค่กระดาษเช็ดก้น
"ถ้าเปิดเส้นทางการค้าได้สำเร็จ ฉันก็ไม่ต้องถ่อมาเองแบบนี้แล้ว" ตลอดทางที่ผ่านมา ฟีลด์หลีกเลี่ยงการปะทะกับฝูงซากศพขนาดใหญ่มานับครั้งไม่ถ้วน และกำจัดฝูงย่อยๆ ไปอีกหลายฝูง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางมาถึงมณฑลไฮคาสเซิลได้อย่างปลอดภัยแน่นอน
แทบจะไม่ได้สูญเสียอะไรเลย มีแค่เสบียงครึ่งคันรถที่พลิกคว่ำตกหลุมไปเท่านั้น
[จบแล้ว]