เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - หมู่บ้านรัม มอนสเตอร์ที่มากยิ่งขึ้น

บทที่ 21 - หมู่บ้านรัม มอนสเตอร์ที่มากยิ่งขึ้น

บทที่ 21 - หมู่บ้านรัม มอนสเตอร์ที่มากยิ่งขึ้น


บทที่ 21 - หมู่บ้านรัม มอนสเตอร์ที่มากยิ่งขึ้น

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

บ่ายโมงตรง

ฟีลด์นำทหารยามทาสเข้าไปในหมอกสีเทา อันที่จริงการอยู่ท่ามกลางหมอกสีเทาทำให้กะเวลาได้ยากมาก เพราะรอบด้านมีแต่ความขมุกขมัวตลอดเวลา จะมีก็แต่ตอนกลางคืนเท่านั้นที่มืดมิดจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง อาชิน่าขี่หมาป่ายักษ์คอยเบิกทางอยู่หน้าสุดของขบวน ดูเหมือนว่าดวงตาของผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าจะได้รับการดัดแปลงให้มองเห็นโลกใบนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตามมาด้วยฟีลด์และหน่วยทหารยามทาสที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ พวกเขารักษาระดับความเร็วให้ค่อนข้างช้า เดินหน้าไปอย่างยากลำบากในป่าที่เต็มไปด้วยหนามแหลมและหนวดเนื้อสีเลือด

"ตามแผนที่บอกไว้ พวกเราน่าจะใกล้ถึงหมู่บ้านรัมแล้วล่ะ ที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านที่ปลูกผักสดส่งเข้าเมืองด้วยนะ"

"น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้ามองเห็นแต่ความเน่าเปื่อยเจ้าค่ะ" อาชิน่ายกมือขึ้นป้องตา พยายามมองออกไปให้ไกลที่สุด "อืม ระวังทางขวาด้านหน้าของเราให้ดี มีซากศพเจ็ดตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ข้าคิดว่าพวกมันน่าจะเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านรัมนะเจ้าคะ"

"ให้พวกหน้าใหม่ได้ซ้อมมือหน่อยก็แล้วกัน"

พอเห็นสีหน้าสบายๆ ของอาชิน่า ฟีลด์ก็รู้ได้ทันทีว่าซากศพที่กำลังเข้ามาเป็นแค่พวกกระจอก เหมาะจะให้ทหารใหม่ได้ลองลงสนามจริงพอดี

ทหารใหม่หลายคนพอได้ยินดังนั้น ก็พากันกลืนน้ำลายดังเอื้อก สัญชาตญาณร้องเตือนว่าควรจะเผ่นหนีได้แล้ว แต่ท่านลอร์ดก็ยืนคุมอยู่ข้างหลัง พวกเขาจึงไม่กล้าขยับเขยื้อน

พอคิดถึงไข่ไก่เนื้อเนียนนุ่มแสนอร่อย ทหารยามก็รู้สึกราวกับว่าวิญญาณได้รับการยกระดับ ทาสหลายคนมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยกินไข่ไก่เลยด้วยซ้ำ ตอนที่ได้กินไข่ไก่เมื่อตอนกลางวัน หลายคนถึงกับเคี้ยวไม่ทัน รีบกลืนไข่ลงท้องไปอย่างตะกละตะกลามจนไข่ติดคอไปหลายคน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความสุข

เพื่อแลกกับความสุขนี้ ต่อให้ต้องเสี่ยงตาย พวกทาสก็ยินดีที่จะรับมันไว้

"โฮก"

หญิงสาวที่มีสภาพคล้ายกับมัมมี่แห้งกรังพุ่งออกมาจากหมอกสีเทา ร่างกายเปลือยเปล่า หน้าอกเหี่ยวแห้งน่าเกลียดห้อยโตงเตงลงมาจนถึงหน้าท้อง ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยเมือกเหนียวเหนอะหนะ

ทหารยามทาสที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วรีบตั้งหอกยาวขึ้น แทงออกไปจากทุกทิศทาง ตรึงซากศพเอาไว้จนขยับไปไหนไม่ได้

"เข้ามาสิ แทงหัวมันให้ทะลุเลย หรือไม่ก็แทงไปที่หน้าอกมันย้ำๆ มือต้องนิ่งเข้าไว้ อย่าขยับตัวเยอะเกินไปล่ะ"

แมวป่าแบ่งปันประสบการณ์อย่างใจกว้าง จากนั้นก็ลากทหารใหม่ที่กำลังขาอ่อนระทวยไปอยู่ตรงหน้าซากศพ

ทหารใหม่ยกหอกยาวขึ้นหลายครั้งแต่ก็ไม่กล้าแทงออกไปสักที หนำซ้ำยังตกใจเสียงคำรามของซากศพจนฉี่ราดกางเกง

"นี่มันปี... ปีศาจ" ทหารใหม่คนหนึ่งพูดด้วยความหวาดกลัวจนฟันกระทบกันดังกึกๆ

ชาติก่อนฟีลด์เคยดูหนังซอมบี้มานับไม่ถ้วนแต่พวกทาสไม่เคย พวกเขาคิดว่ามีปีศาจสิงสู่อยู่ในตัวของซากศพ หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจจะถูกปีศาจสาปแช่งได้

"ลงมือสิ อย่าทำตัวขี้ขลาดเหมือนลูกนกไปหน่อยเลย" ฟีลด์ตะคอกด่า จะปล่อยให้ทหารเกิดความหวาดกลัวไม่ได้เด็ดขาด เพราะความกลัวมันติดต่อกันได้ ถึงตอนนั้นหลายคนอาจจะมองว่าซากศพเป็นปีศาจ แทนที่จะมองว่าเป็นแค่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่สามารถฆ่าให้ตายได้ "ต่อให้เป็นปีศาจจริงๆ แต่มีฉันกับผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าอยู่ที่นี่ พวกแกจะไปกลัวหาหอกอะไรวะ เดี๋ยวจะฆ่าปีศาจให้ดูเป็นขวัญตาเอง"

"ฉึก"

พอโดนฟีลด์ด่าเข้าให้ ทหารคนนั้นก็ยอมแทงหอกยาวออกไปในที่สุด ถึงแม้ว่าจะหลับตาแทงแถมยังเกือบจะแทงพลาดจนพุ่งเข้าไปกอดซากศพอยู่รอมร่อ แต่ก็ถือว่าก้าวข้ามก้าวแรกมาได้แล้ว

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ทหารใหม่ก็ขาอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

"เห็นมั้ย ไม่ได้ยากเลย แล้วก็ไม่มีคำสาปอะไรด้วย" ฟีลด์ชี้ไปที่ศพบนพื้น ดีดนิ้วอย่างอารมณ์ดี "แค่กะระยะให้ดี พวกมันจัดการง่ายยิ่งกว่าหมูซะอีก"

ซากศพตัวอื่นๆ พากันล้อมเข้ามา พอมีคนแรกทำเป็นตัวอย่าง ทหารใหม่คนอื่นๆ ก็รวบรวมความกล้าเริ่มเปิดฉากโจมตีบ้าง

หลังจากจัดการกับมอนสเตอร์กลุ่มนี้ได้อย่างง่ายดาย ฟีลด์ก็พาทุกคนเดินทางต่อ ไม่นานก็มาถึงด้านนอกของหมู่บ้านรัม

"ซากศพพวกนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย"

ฟีลด์มองดูสัญลักษณ์หัวกะโหลกที่สั่นยิกๆ บนแผนที่ย่อแล้วเกาหัวด้วยความงุนงง

หรือว่าพวกมันกำลังเต้นแร้งเต้นกากันอยู่

"เอ่อ... นายท่าน ข้าจัดการซากศพในหมู่บ้านรัมคนเดียวได้นะเจ้าคะ ข้างหน้ามันอันตรายเกินไป ให้ข้าไปคนเดียวเถอะเจ้าค่ะ" อาชิน่าหลบสายตาไปมา ใบหน้าขาวผ่องเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ท่าทางแปลกๆ แบบนี้ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของฟีลด์เข้าไปใหญ่ อาชิน่าไปเห็นอะไรเข้ากันแน่นะ

"เข้าไปดูด้วยกันนี่แหละ" ฟีลด์ลูบคาง

"อืม เอ่อ ก็ได้เจ้าค่ะ" อาชิน่าตอบอึกอัก

แต่พอฟีลด์ได้เห็นภาพสุดช็อกตรงหน้า เขาก็รู้สึกเสียใจกับความดื้อดึงของตัวเองทันที

ซากศพรูปร่างวิปริตจำนวนมหาศาลกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันอยู่กลางทุ่งนานอกหมู่บ้าน ภาพที่เห็นมันช่างวุ่นวายและน่าเกลียดน่ากลัวเหลือเกิน

ทั้งที่เจ้านั่นก็เน่าเปื่อยจนหายไปหมดแล้วแต่พวกมันก็ยังคงขยับร่างกายโยกย้ายตามสัญชาตญาณอยู่ดี

ฟีลด์ตกใจจนพูดไม่ออก เอามือปิดหน้าแล้วคิดในใจ นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในโลกของเกมโป๊หรือไงวะเนี่ย

มิน่าล่ะ ซากศพผู้หญิงตัวเมื่อกี้ถึงได้ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น

พวกทหารเองก็ขบขันกับภาพที่เห็น พากันโห่ร้องโวยวาย บรรยากาศที่เคยอึดอัดตึงเครียดปลิวหายไปในพริบตา

"ตู้ม"

อาชิน่าทนดูต่อไปไม่ไหว รีบสั่งให้หมาป่าสายพันธุ์มังกรพ่นไฟชำระล้างทันที

มวลอากาศบิดเบี้ยว เปลวไฟสีน้ำเงินที่ร้อนระอุกลืนกินร่างอันบิดเบี้ยวไปเกือบทั้งหมด เสียงกระดูกแตกปะทุดังสนั่นหวั่นไหว สุดท้ายก็กลายเป็นเถ้ากระดูกไปจนหมด

ซากศพหลายตัวที่ยังพอมีเค้าโครงของมนุษย์หลงเหลืออยู่ กรีดร้องและพุ่งทะยานเข้ามาจากด้านหลัง

แฮมเมอร์ตอบสนองได้ทันท่วงที ร่างกายสูงใหญ่ของเขาเอนไปด้านหลังเล็กน้อยราวกับคันธนูที่ง้างจนสุดสาย เมื่อซากศพเข้ามาใกล้เขาก็ใช้โล่กระแทกจนมันหงายหลังตึง ตามด้วยการเหยียบย่ำอย่างเลือดเย็น หน้าอกอันเปราะบางถูกกระทืบจนแหลกละเอียด ซากศพแน่นิ่งไปทันที

ทหารยามคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ท้ายที่สุดแล้วซากศพที่เดินโซเซพวกนี้ก็คือเหรียญเงินที่เดินได้ดีๆ นี่เอง

ภายใต้การแทงหอกยาวอย่างบ้าคลั่ง ซากศพที่ไร้เกราะป้องกันจึงทำได้เพียงทิ้งร่างเอาไว้เกลื่อนกลาด

"พวกเราบุกเข้าไปในหมู่บ้านกัน ระวังอย่าออกนอกรัศมีของตะเกียงขับไล่หมอกล่ะ" ฟีลด์เห็นแล้วก็คันไม้คันมือ น่าเสียดายที่เขาต้องถือตะเกียงขับไล่หมอกอันแสนสำคัญเอาไว้ ไม่งั้นเขาก็อยากจะเข้าไปฟันสักสองสามทีให้หายอยากเหมือนกัน

"ฉึก ฉึก" ซากศพล้มลงจมกองเลือดไปทีละตัว

ทหารยามค่อยๆ รุกคืบเข้าไปอย่างมั่นคง ฟีลด์ได้ยินอย่างชัดเจนว่าเสียงฝีเท้าของทุกคนเริ่มสอดประสานกัน กลายเป็นเสียงกึกก้องที่มีจังหวะจะโคน นี่คือเสียงกลองโดยธรรมชาติ ขอเพียงแค่จับจังหวะได้ ทุกคนก็จะสัมผัสได้ถึงพลังของหมู่คณะ เดิมทีทหารใหม่ยังลังเลไม่กล้าเดินหน้า แต่พอได้รับอิทธิพลจากคนอื่นๆ ก็เข้ามาร่วมวงสังหารด้วยอย่างรวดเร็ว

ไม่นานซากศพในหมู่บ้านรัมก็ถูกกำจัดไปกว่าครึ่ง ซากศพเน่าเปื่อยเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าสุดจะบรรยาย

ฟีลด์เดินไปที่ใจกลางหมู่บ้าน ที่นี่มีบ่อน้ำพังๆ อยู่บ่อหนึ่งซึ่งตอนนี้ถล่มลงมาแล้ว ฟีลด์วางตะเกียงขับไล่หมอกไว้ตรงนี้ หลังจากประกาศให้พักผ่อนได้ไม่ถึงห้านาที เขาก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์หัวกะโหลกสีแดงจำนวนมหาศาลโผล่พรวดขึ้นมาบนแผนที่ย่อ

"ระวัง ที่นี่ยังมีมอนสเตอร์อยู่อีก ไม่สิ มีเยอะมากเลยด้วย" ฟีลด์ไม่รอช้าเตรียมจะสั่งถอยทัพทันที แต่ความเร็วของศัตรูนั้นไวมาก เผลอๆ จะเร็วกว่าม้าวิ่งเหยาะๆ ซะด้วยซ้ำ

"นายท่าน หนีเร็วเข้า ข้าเห็น..." ทหารยามที่รับหน้าที่ดูต้นทางวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เพิ่งจะหลุดปากออกมาได้แค่ไม่กี่คำก็ถูกฟีลด์ขัดจังหวะ

การออกจากหมู่บ้านรัมตอนนี้รังแต่จะเดินไปปะทะกับศัตรูเข้าอย่างจัง สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาที่มั่นสำหรับตั้งรับ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 21 - หมู่บ้านรัม มอนสเตอร์ที่มากยิ่งขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว