เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - กฎเกณฑ์ใหม่ ขยายกองทัพ

บทที่ 20 - กฎเกณฑ์ใหม่ ขยายกองทัพ

บทที่ 20 - กฎเกณฑ์ใหม่ ขยายกองทัพ


บทที่ 20 - กฎเกณฑ์ใหม่ ขยายกองทัพ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ทันใดนั้น ฟีลด์ก็มอบเงินรางวัลให้กับเหล่าทหารยามด้วยตัวเอง ทาสพวกนี้ต่างก็ตื่นเต้นจนน้ำหูน้ำตาไหล

จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง ทาสที่สังหารศัตรูได้มากที่สุดอย่าง แฮมเมอร์ ได้รับไปถึง 17 เหรียญเงิน นี่คือทรัพย์สินที่หลายคนอาจจะหาไม่ได้เลยทั้งชีวิต

แม้แต่สาวใช้ของฟีลด์ยังแอบอิจฉา

คนอื่นๆ ต่างก็มองเงินในมือของพวกเขาด้วยตาเป็นมัน

"รู้งี้ตอนที่ตั้งหน่วยทหารยาม ฉันน่าจะสมัครไปด้วยก็ดี"

"เจ็บใจนัก ตอนนั้นดันไม่เลือกฉัน เสียดายชะมัด"

พวกที่เคยขี้ขลาดตาขาว ตอนนี้ต่างก็กระทืบเท้าด้วยความเสียดาย

"ฟังนะชาวบ้านทั้งหลาย ตอนนี้ฉันจะขอประกาศแผนการพัฒนาดินแดนแห่งรัตติกาล ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเจ้าทุกคน"

พอมีเงินมาเป็นสิ่งล่อใจ พวกทาสก็แทบจะหูผึ่ง ตั้งใจฟังยิ่งกว่าตอนฟังบาทหลวงสวดมนต์เสียอีก

"ข้อแรก ถ้าอยากจะหลุดพ้นจากการเป็นทาส ก็แค่หาเงินให้ฉันหนึ่งเหรียญทองก็พอ อย่าเพิ่งรีบหมดหวังไป ฉันกล้าพูดเลยว่า ถ้าเป็นลอร์ดคนอื่น เรื่องนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ในดินแดนแห่งรัตติกาล มันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ดูอย่างแฮมเมอร์ผู้กล้าหาญสิ แค่วันเดียว เขาหาเงินได้ตั้ง 17 เหรียญเงินเชียวนะ"

พอแฮมเมอร์ได้ยินคำชมของฟีลด์ เขาก็ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ ถึงขั้นเขย่งปลายเท้าขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่เขาได้รับคำชมจากคนอื่น แทนที่จะโดนด่าว่าเป็นไอ้โง่หรือไอ้บื้อ

สิ่งที่ทำให้เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองก็คือ นี่เป็นคำชมจากท่านลอร์ดเชียวนะ

"โอ้องค์เทพี ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ วันนี้ต้องเป็นวันนำโชคของฉันชัวร์" แฮมเมอร์สัมผัสได้ถึงสายตาอิจฉาริษยาและชื่นชมจากทุกคน เขารู้สึกยืดจนตัวแทบจะลอย

ฟีลด์ยกยิ้มมุมปาก "ยังคงเป็นกฎเดิม ฆ่าซากศพได้หนึ่งตัว รับรางวัลไปเลยหนึ่งเหรียญเงิน นอกจากนี้ ฉันจะมอบหมายภารกิจอื่นๆ ที่ไม่ต้องต่อสู้ให้ทำด้วย อย่างเช่น ทำนา สร้างกำแพง ซ่อมแซมสิ่งของ หรืออะไรก็ตาม ฉันจะให้รางวัลตอบแทนพวกเจ้าอย่างแน่นอน"

พวกทาสมักจะขาดความกระตือรือร้น ฟีลด์จึงต้องการอิสระชนอย่างเร่งด่วน เพราะอิสระชนไม่เพียงแต่จะดูแลเรื่องเสื้อผ้าอาหารการกินและที่พักอาศัยของตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเก็บภาษีได้อีกด้วย และอิสระชนถึงจะมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

ทุกคนเริ่มพูดคุยกันอย่างดุเดือด ฟีลด์ก็ประกาศข้อที่สองทันที

"ข้อสอง เรื่องของเผ่าพันธุ์ เรื่องนี้ฉันไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย ขอแค่อย่าทำผิดกฎหมายพื้นฐานก็พอ ถึงฉันจะไม่ใช่อมนุษย์ แต่ผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าที่รักของฉันเป็นอมนุษย์ เพราะฉะนั้น เก็บอคติของพวกเจ้าเอาไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองดูหมอกมรณะรอบๆ ตัวซะ อย่าทำให้ทุกคนต้องมาตายเพราะเรื่องไร้สาระพวกนี้" ฟีลด์หยุดพักไปครู่หนึ่ง "ส่วนตัวแล้วฉันชอบอมนุษย์นะ ขอแค่ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ และไม่สร้างปัญหาให้ฉัน ก็ถือว่าเป็นชาวบ้านที่ดีของฉันแล้ว"

จากการได้สัมผัสคลุกคลีกันมาหลายวัน ฟีลด์รู้สึกได้ว่าอมนุษย์ไม่ได้เหมือนกับบางเผ่าพันธุ์ที่เอาแต่กินกับนอนขี้เกียจสันหลังยาว แถมยังชอบสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ดังนั้นเขาจึงยินดีที่จะอ้าแขนรับพวกอมนุษย์

อีกอย่าง สาวหูสัตว์ก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ

ขอบตาของอาชิน่าแดงเรื่อ เธอสัมผัสได้ถึงความเคารพและความเท่าเทียม

"ข้อสาม ต่อไปนี้เวลาสวดมนต์ ให้เอ่ยชื่อของอาชิน่าลงไปด้วย"

เรื่องนี้ทำให้ฟีลด์รู้สึกลำบากใจอยู่นาน เขาอยากจะสร้างดินแดนที่พึ่งพาวิทยาศาสตร์มากกว่านี้

แต่ในหนังสือบอกไว้ว่า พลังของผู้ถูกเลือกจากพระเจ้ามาจากความศรัทธาและความเจริญรุ่งเรืองของเมือง ตอนนี้อาชิน่าเป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าขั้นหนึ่ง ถ้าเธออยากจะเลื่อนขั้นเป็นขั้นสอง ก็ต้องอาศัยพลังแห่งศรัทธาจากชาวบ้านจำนวนมาก

ฟีลด์ค่อนข้างสงสัยในเรื่องนี้ เพราะถ้าพลังเพิ่มขึ้นตามความศรัทธาจริงๆ รัฐสันตะปาปาที่มีสาวกอยู่ทั่วทั้งทวีป ก็ควรจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดสิ แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

จักรวรรดิกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ ในด้านขุมกำลังระดับสูง ก็ก้าวข้ามรัฐสันตะปาปาไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมหาอำนาจอื่นๆ ในทวีปเลย

"เสียดายที่ไม่มีกลุ่มควบคุมให้เปรียบเทียบ แถมยังไม่มีความกล้าพอที่จะลองผิดลองถูกสุ่มสี่สุ่มห้าด้วย งั้นก็ลองทำตามประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนดูก็แล้วกัน"

จากนั้น ฟีลด์ก็เปิดรับสมัครทหารทาสอีกครั้ง โดยจะไม่มีการจ่ายค่าจ้างให้ แต่จะเลี้ยงอาหารสามมื้อ รายได้เพียงอย่างเดียวคือการฆ่าศัตรู

ต่างจากคราวก่อนที่ไม่มีใครยอมสมัคร คราวนี้ผู้คนแห่กันมาสมัครจนมืดฟ้ามัวดิน

ฟีลด์ไม่ได้ตอบรับทุกคน เขาชี้ไปที่ขอบเขตของดินแดน "ใครที่อยากจะเป็นทหาร ให้วิ่งรอบดินแดนของฉันห้ารอบ ฉันจะคัดเลือกคนที่มีผลงานดีที่สุด อ้อ แล้วฉันก็เป็นคนมีประชาธิปไตยมากนะ พวกนายสามารถยอมแพ้ได้ตลอดเวลา"

คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ แค่ประโยคเดียว ก็ทำให้คนหกคนถอนตัวไปทันที ไอ้พวกนี้มันเป็นพวกจอมขี้เกียจ ขอแค่มีขนมปังดำกินวันละก้อนก็พอใจแล้ว

"แค่การเชื่อฟังขั้นพื้นฐานยังทำไม่ได้ ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่ากะจะเข้ามาเนียนกินข้าวฟรี" ฟีลด์ส่ายหน้า เขาไม่ต้องการทหารแบบนี้

ส่วนคนที่เหลือก็กัดฟันเริ่มวิ่ง

ทาสที่เข้ามาใหม่มีคุณภาพด้อยกว่ารุ่นแรกมาก ส่วนใหญ่มักจะร่างกายอ่อนแอ ผอมแห้งแรงน้อยเหมือนกับโครงกระดูก กว่าคนสุดท้ายจะวิ่งเสร็จก็ปาเข้าไปตอนเที่ยงแล้ว

เมื่อมองดูแผ่นหลังที่เดินโซซัดโซเซของคนสุดท้าย ฟีลด์ไม่ได้โกรธแต่กลับรู้สึกดีใจ "ร่างกายอ่อนแอยังพอชดเชยกันได้ แต่ความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งต่างหากล่ะที่หาได้ยาก"

หลังจากคัดพวกหัวหมอที่แอบวิ่งไม่ครบออกไปสองคน ฟีลด์ก็ได้ทหารมาทั้งหมดยี่สิบสามคน

ฟีลด์ดึงตัวอมนุษย์หมาป่าทั้งหมดจากหน่วยทหารยามสามสิบคนเดิมออกมารวมกับทหารใหม่ ก่อตั้งเป็นหน่วยทหารม้าปล้นชิงจำนวนยี่สิบคน ส่วนคนที่เหลือก็รวมกันเป็นหน่วยคุ้มกันจำนวนสามสิบสามคน

หากมีขุนนางหรืออัศวินมาที่นี่ พวกเขาจะต้องตกใจกับการกระทำของฟีลด์อย่างแน่นอน แค่การฝึกชาวบ้านธรรมดาให้เป็นทหารก็บ้าบิ่นพอแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทาสเลย โง่เขลา ขี้ขลาดตาขาว พวกนี้ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นแม้กระทั่งหน่วยกล้าตายด้วยซ้ำ เอาไปใช้ถมคูเมืองของศัตรูก็ยังถือว่าฝืนใจไปหน่อย

แต่ฟีลด์กลับจับพวกนั้นมาจัดระเบียบ แถมยังจัดหาชุดเกราะและอาวุธให้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

พ่อบ้านมองดูพลโครงกระดูกที่เพิ่งรับเข้ามา ปากของเขาอ้ากว้างจนแทบจะยัดไข่นกกระจอกเทศเข้าไปได้ เขาตกใจกับการกระทำของท่านลอร์ดมาก เขารีบไปหาฟีลด์แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "นายท่าน หน่วยทหารยามสามสิบคนก่อนหน้านี้ก็เกินบรรยายแล้วนะขอรับ ทำไมถึงได้ขยายขนาดกองกำลังอีกล่ะ แถมยังเอาม้าศึกอันล้ำค่าไปให้พวกทาสชั้นต่ำอีก เดี๋ยวพวกมันก็หันหลังกลับไปเชือดม้าศึกแสนแพงกินซะหรอกขอรับ"

"ใจเย็นๆ ก่อนคาออส นายดูผลงานของแมวป่ากับแฮมเมอร์พวกนั้นสิ พวกเขาทำได้ดีมากเลยนะ การที่เราเดินทางมาจนถึงที่นี่และเคลียร์ที่พักได้ ก็ต้องขอบคุณพวกเขานะ"

"นั่น... นั่นมันก็แค่สถานการณ์บังคับหรอกขอรับ ถ้าต้องเผชิญกับบททดสอบที่แท้จริง พวกมันต้องแตกกระเจิงแน่นอน" คาออสชี้มือขึ้นฟ้าแล้วพูดอย่างหนักแน่น "ทหารที่แท้จริง ต้องเกิดในครอบครัวทหารตั้งแต่เด็ก มีทักษะทางการทหารและการใช้อาวุธหลากหลายรูปแบบ แถมยังต้องมีจิตใจที่สูงส่งด้วยนะขอรับ"

ฟีลด์นวดหว่างคิ้ว หมอนี่ต้องโดนพวกกวีพเนจรกับนักเขียนนิยายล้างสมองมาแน่ๆ

"แล้วเราควรจะใช้อะไรล่ะ เรากำลังถูกมอนสเตอร์ล้อมอยู่นะ"

"ก็ต้องจ้างทหารรับจ้างกับนักผจญภัยสิขอรับ" คาออสตอบราวกับว่ามันเป็นเรื่องสัจธรรม

ทหารรับจ้างงั้นเหรอ ไอ้พวกที่พึ่งพาไม่ได้พวกนี้ ฟีลด์กังวลว่าพวกมันจะหันมาหักหลังเขาซะมากกว่า ประวัติศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า มีเพียงนักรบที่มาจากประชาชนเท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างกองทัพที่มีศักยภาพได้

"ขอบใจสำหรับคำแนะนำนะ แต่ฉันอยากจะให้โอกาสพวกเขาดูก่อน" ฟีลด์กลอกตา พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "คาออส เพิ่มอาหารให้ทหารด้วย ให้ไข่ไก่เพิ่มคนละฟอง บ่ายนี้ฉันจะพาพวกเขาออกไปจัดการกับมอนสเตอร์ พวกเขาจะพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้เห็น"

คนในดินแดนมีจำกัด ฟีลด์ไม่กล้าพาคนไปทั้งหมดหรอก ไม่เช่นนั้นถ้าฐานถูกโจมตีจนพินาศล่ะก็ซวยแน่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - กฎเกณฑ์ใหม่ ขยายกองทัพ

คัดลอกลิงก์แล้ว