- หน้าแรก
- ระบบเรดาร์พลิกชะตาขุนนางตกอับ
- บทที่ 13 - ท่ามกลางหมอกมรณะ (1)
บทที่ 13 - ท่ามกลางหมอกมรณะ (1)
บทที่ 13 - ท่ามกลางหมอกมรณะ (1)
บทที่ 13 - ท่ามกลางหมอกมรณะ (1)
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"นายท่าน สิ่งของทั้งหมดถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ของช่วยเหลือจากเมื่อคืนไม่ว่าจะเป็นวัวเจ็ดตัว แกะยี่สิบตัว ม้าลากจูงหนึ่งตัว รวมถึงของจิปาถะอื่นๆ ล้วนถูกบันทึกลงในบัญชีของท่านและจัดเตรียมไว้หมดแล้ว"
พ่อบ้านคาออสสวมชุดผ้าเนื้อดี แต่สีหน้ากลับดูอึดอัดใจ ไม่มีใครรู้สึกดีใจหรอกที่จะต้องเข้าไปในแดนเหนือ พวกเขายืนมองดูจากบนกำแพงเมือง นอกเหนือจากหมอกสีเทาที่ปกคลุมไปจนถึงเส้นขอบฟ้าแล้ว ก็มีแต่หมอกสีเทาเท่านั้น
เขาไม่ได้ไม่เคยคิดหนี แต่ฟีลด์ไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย
พวกทหารทาสอย่างแมวป่า ภายใต้อำนาจเงินตรา ได้กลายเป็นผู้ภักดีของฟีลด์ไปอย่างสมบูรณ์แล้ว คาออสกล้ารับประกันเลยว่า ขอเพียงเขาขยับตัวหนี จะต้องถูกไอ้พวกสุนัขรับใช้พวกนั้นฆ่าตายทันที จากนั้นฟีลด์ก็จะตบรางวัลให้พวกมันคนละหนึ่งเหรียญเงิน
ไอ้พวกสุนัขรับใช้บ้าเอ๊ย เห็นแก่เงินจนยอมขายวิญญาณ ขนาดชีวิตก็ยังไม่เอา พ่อบ้านด่าทอในใจ
พวกทาสก็เป็นแบบนี้แหละ ขอแค่ให้ความหวังและสิทธิพิเศษนิดหน่อย พวกเขาก็กล้าถวายชีวิตให้แล้ว
"จริงสิ นายท่าน" คาออสลังเลอยู่หลายครั้ง เหลือบมองอาชิน่าอยู่หลายหนจนทนไม่ไหวต้องเอ่ยถาม "ทาสคนนั้น ขออภัย ข้าหมายถึงท่านหญิงอาชิน่า เป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าจริงๆ หรือ ไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหม จะช่วยแสดงปาฏิหาริย์ให้ดูสักหน่อยได้ไหม"
เมื่อคืนนี้เพื่อเป็นการปลุกใจ ฟีลด์ได้เรียกทุกคนมารวมตัวกันและประกาศข่าวเรื่องผู้ถูกเลือกจากพระเจ้า
"ฉันยังต้องพิสูจน์ให้นายดูอีกงั้นหรือ จะเอางี้ไหม ให้นายมาเป็นคนบุกเบิก แล้วฉันเป็นพ่อบ้านให้นายแทน แต่ไม่รู้หรอกนะว่านายจะรอดจากการถูกจักรวรรดิกวาดล้างได้หรือเปล่า" ฟีลด์ห้ามความคิดที่อาชิน่าจะเรียกหมาป่าร่างยักษ์ออกมา เขาแค่นเสียงเย็น ขมวดคิ้วจ้องมองพ่อบ้าน ตาแก่ที่ไม่ซื่อสัตย์คนนี้เอาแต่พูดจาตัดพ้อมาตลอดทาง ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพียงสองคนที่อ่านออกเขียนได้ ฟีลด์แทบอยากจะเตะมันไปเป็นคนเลี้ยงม้าแล้ว
ถึงเวลาต้องสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง
คาออสสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก เขาร้องอืมออกมาคำหนึ่งและไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก
เจ้านายของเขา ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน หรือบางทีอาจจะถูกครอบครัวกดดันมามากเกินไป มันก็น่าจะใช่นั่นแหละ ขนาดเขาเองยังไม่อยากเข้าไปในดินแดนต้องสาป ขุนนางที่ใช้ชีวิตสุขสบายก็ย่อมไม่อยากไปยิ่งกว่า ในหัวของคาออสตอนนี้สับสนปนเปไปหมด
"ในเมื่อไม่มีข้อโต้แย้ง งั้นก็ออกเดินทาง!"
ฟีลด์จุดตะเกียงขับไล่หมอก ราคายี่สิบห้าเหรียญทองต่อหนึ่งดวง การเผาไหม้ในแต่ละนาทีก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเงินไปเผาเล่น
ฟีลด์กัดฟัน ก้าวเท้าเข้าสู่มณฑลแดนเหนือ สรรพเสียงและกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตรอบข้างมลายหายไปในพริบตา สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความเงียบสงัดอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อเงยหน้าขึ้น ฟีลด์มองเห็นเพียงหมอกแห่งความตายสีเทาหม่นที่แผ่ปกคลุมไปทั่ว มันเงียบสงัดจนน่าขนลุก แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังมองไม่เห็น หากอยู่นานๆ คงรู้สึกเหมือนจมอยู่ใต้ทะเลลึก ขนาดฟีลด์ยังรู้สึกประหม่าและหวาดกลัว ไม่ต้องพูดถึงพวกทาสเลย
หากไม่ใช่เพราะการก้าวออกนอกรัศมีตะเกียงขับไล่หมอกจะทำให้กลายพันธุ์ ประกอบกับที่ฟีลด์เพิ่งประกาศเรื่องผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าไป ป่านนี้พวกเขาก็คงสติแตกและวิ่งเตลิดเข้าไปในหมอกสีเทา จนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว
บนพื้นเต็มไปด้วยหนวดสีแดงดำที่กำลังดิ้นกระดุบกระดิบ พวกมันคือพืชที่ถูกความเสื่อมโทรมกลืนกิน ถึงแม้จะไม่มีอันตราย แต่มันจะคอยพันเกาะล้อรถเข็น
"โคตรจะเหมือนเมืองห่าผีเลยวะ" ฟีลด์บังคับตัวเองให้ใจเย็น เดินนำอยู่หน้าขบวน เพื่อให้ทุกคนมองเห็นเขา เป็นการนำทางและมอบความกล้าหาญให้ทุกคน
ในเมื่อขุนนางที่รักตัวกลัวตายยังอยู่ที่นี่ แล้วพวกเขามีเหตุผลอะไรที่จะต้องหนีล่ะ
"ก๊า ก๊า ก๊า..."
"โฮก!"
เสียงร้องประหลาดดังแว่วมาจากในหมอกสีเทาไม่ขาดสาย แสงตะเกียงส่องสว่างไปได้แค่ร้อยกว่าก้าวเท่านั้น ส่วนเสียงคำรามนั้นมาจากที่ที่ไกลออกไป ทุกคนแทบจะไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยเลยสักนิด
ทุกหนทุกแห่งมีแต่ซากปรักหักพัง บนพื้นยังมีหอกเหล็กขึ้นสนิมที่มีหัวเหี่ยวแห้งเสียบประจานเอาไว้ ฟีลด์ถึงขั้นเห็นธงรูปกริฟฟินสีซีดจาง จักรวรรดิเคยส่งกองทัพบุกเบิกมาไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ตายเรียบ แถมยังกลายเป็นคนท้องถิ่นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
"อึก~"
ฟีลด์ลอบกลืนน้ำลาย
"นายท่าน ถอยไปอยู่ข้างหลังข้าเจ้าค่ะ" อาชิน่าใช้ดวงตาสีเลือดแดงฉานจ้องมองไปทางขวาด้านหน้าอย่างระแวดระวัง "มีสัตว์ประหลาดกำลังเข้ามาใกล้"
ไม่นาน ซากศพที่ใบหน้าหายไปครึ่งซีก ก็เดินกะเผลกเข้ามาในระยะสายตาของฟีลด์
"ฟิ้ว!"
อาชิน่าง้างธนูยิงออกไป ลูกศรพุ่งทะยานแหวกอากาศเป็นเส้นแสงสีเงิน
หัวของซากศพระเบิดกระจายราวกับแตงโม ร่างของมันกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นสองรอบก่อนจะแน่นิ่งไป
"ระวัง! สัตว์ประหลาดกำลังพุ่งเข้ามาอีกเพียบ!" บนแผนที่ย่อของฟีลด์ปรากฏสัญลักษณ์หัวกะโหลกเป็นพรืด ในเมื่อถูกพบตัวแล้ว ฟีลด์ก็ไม่จำเป็นต้องลดเสียงอีกต่อไป "เอารถเข็นไม้มาต่อกันเป็นค่ายกลตามที่เคยซ้อมไว้ พลหน้าไม้ยิงได้!"
ที่ป้อมปราการคาชาน ฟีลด์ได้หน้าไม้มาแปดสิบกระบอก กับธนูมาตรฐานของจักรวรรดิอีกร้อยคัน แต่น่าเสียดายที่ในหมู่ทาสมีคนที่ยิงธนูเป็นแค่สองสามคนเท่านั้น โชคดีที่หน้าไม้ใช้งานง่าย เขาจึงติดอาวุธให้ทาสยี่สิบคนเป็นพลหน้าไม้
เสียงร้องโหยหวนดังระงมขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังกระหึ่ม ฝูงซากศพเบียดเสียดกันพุ่งเข้ามา ปรากฏตัวให้ทุกคนเห็น ฟีลด์มีแผนที่ย่อคอยช่วย จึงรู้ตำแหน่งของสัตว์ประหลาดรอบๆ แต่เพราะพวกมันหนาแน่นเกินไป พวกเขาจึงต้องจำใจรับมือ
"บ้าเอ๊ย ยิงเลย!" ไม่ต้องรอให้ฟีลด์สั่งซ้ำ พวกทาสก็ยิงหน้าไม้ที่สั่นเทาในมือออกไป
"ฟิ้ว! ฟิ้ว!" ซากศพแถวหน้าสุดราวกับชนเข้ากับกำแพงล่องหน ล้มระเนระนาดไปเจ็ดแปดตัวทันที
อาชิน่าเก็บคันธนู เรียกหมาป่าสายพันธุ์มังกรออกมาแล้วพุ่งเข้าบดขยี้ ถึงแม้จะอยู่แค่ระดับผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าขั้นหนึ่ง แต่พลังรบของผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าก็เหนือกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว
ดาบยาวในมือตวัดร่ายรำดุจผีเสื้อ ซากศพตัวแล้วตัวเล่าร่วงหล่นลงภายใต้คมดาบของเธอ
ไม่ว่าจะถูกดาบยาวบั่นคอ หรือถูกกรงเล็บของหมาป่ามังกรตบจนตาย อาชิน่าพุ่งตะลุยฝ่าเข้าไปในดงซากศพอันหนาแน่น สั่งให้หมาป่ามังกรหมุนตัวพ่นไฟราวกับพายุทอร์นาโดเพลิง เผาผลาญซากศพรอบข้างจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
"นั่นมัน เป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าจริงๆ หรือเนี่ย" คาออสขยี้ตาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
อาชิน่าช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มาก แต่บรรยากาศตึงเครียดกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทัศนวิสัยที่ถูกจำกัดด้วยหมอกสีเทา ประกอบกับซากศพที่โผล่พรวดออกมาไม่หยุดหย่อน สร้างแรงกดดันทางจิตใจให้ทุกคนอย่างหนักหน่วง
"ฆ่า!" แมวป่าตวาดลั่น ทุ่มสุดตัวแทงง้าวในมือเข้าใส่ซากศพที่พุ่งเข้ามา
ง้าวสามสี่เล่มแทงทะลวงอกซากศพพร้อมกัน ก่อนจะงัดขึ้น ร่างของซากศพก็ถูกเหวี่ยงลงพื้นราวกับกระสอบขาดๆ สัตว์ประหลาดพุ่งเข้าปะทะกับหน่วยคุ้มกันของแมวป่ามากขึ้นเรื่อยๆ หมัดและกรงเล็บของซากศพกระหน่ำฟาดลงบนโล่และชุดเกราะอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงดังก๊องแก๊งราวกับช่างตีเหล็ก
"หืม มีตัวอะไรบินมา"
ฟีลด์สังเกตเห็นสัญลักษณ์หัวกะโหลกที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนแผนที่ แถมมันยังอยู่เหนือหัวเขาอีกด้วย ฟีลด์ไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดลงจากหลังม้า เขายืนเด่นเป็นสง่าอยู่คนเดียวในขบวนแบบนี้ มันอันตรายเกินไปแล้ว
เพิ่งจะยืนทรงตัวได้ ฟีลด์ยังไม่ทันได้แหงนหน้าขึ้นมอง ก็สัมผัสได้ถึงลมกรรโชกแรงที่พัดวูบลงมา
"ระวังข้างบน!"
ฟีลด์รีบย่อตัวลง ชักดาบยาวแทงสวนขึ้นไป เพียงแค่ชำเลืองมองแวบเดียว เขาก็เห็นร่างของมนุษย์ค้างคาวสาว
ไร้ซึ่งเส้นผมและคิ้ว ใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัว นอกเหนือจากลักษณะทางกายภาพที่บ่งบอกว่าเป็นผู้หญิงแล้ว แขนทั้งสองข้างกลับเป็นปีกค้างคาว ส่วนขาทั้งสองข้างก็เป็นกรงเล็บแหลมคม
[จบแล้ว]