เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - ผู้รอดชีวิต ให้ฉันใช้เลือดและเหล็กกล้าสื่อสารกับพวกแกก็แล้วกัน

บทที่ 10 - ผู้รอดชีวิต ให้ฉันใช้เลือดและเหล็กกล้าสื่อสารกับพวกแกก็แล้วกัน

บทที่ 10 - ผู้รอดชีวิต ให้ฉันใช้เลือดและเหล็กกล้าสื่อสารกับพวกแกก็แล้วกัน


บทที่ 10 - ผู้รอดชีวิต ให้ฉันใช้เลือดและเหล็กกล้าสื่อสารกับพวกแกก็แล้วกัน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เสียงถีบประตูไม้ดังสนั่นกึกก้องไปไกลท่ามกลางหมอกสีเทา ทำลายความเงียบงันบนกำแพงเมืองลงในพริบตา ซากศพที่อยู่รอบๆ พากันส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง เมื่อเห็นสัญลักษณ์หัวกะโหลกบนแผนที่ย่อกำลังพุ่งมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเสียงคำรามที่แว่วมาให้ได้ยิน ฟีลด์ก็อดไม่ได้ที่จะบีบมือแน่นจนเหงื่อซึม

ซากศพในห้องยังไม่ทันได้จู่โจม อาชิน่าก็ตวัดดาบยาวฟันฉับเข้าที่คอของมัน เลือดพุ่งกระฉูดสาดกระเซ็นติดกำแพง ย้อมให้ทั้งห้องกลายเป็นสีแดงคล้ำสยดสยอง

ซากศพอีกตัวพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของมันฉีกขาดไปจนถึงใบหู ถ้าโดนไอ้ตัวนี้กัดเข้าล่ะก็ เนื้อหลุดไปก้อนโตแน่ๆ

ทว่าอาชิน่ากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างสบายๆ พร้อมกับพลิกหน้าดาบกลับมา

ภายใต้พลังอันมหาศาล หัวซีกหนึ่งของซากศพกระเด็นหายไป เลือดเสียทะลักออกจากบาดแผลราวกับน้ำพุ ไม่นานก็เจิ่งนองกลายเป็นแอ่งเลือด

"โฮก!"

เมื่อได้ยินเสียงต่อสู้ ซากศพทหารก็ทะลักออกมาจากทางเดินเบียดเสียดกันแน่นขนัด พวกมันเหลือกตาขาวโพลนดูน่าสะอิดสะเอียน ดันกันออกมาจากช่องทางเดิน

พวกทาสกำเครื่องมือการเกษตรในมือแน่นและกวัดแกว่งไปมา แต่ไม่มีใครกล้าพุ่งเข้าไปสักคน

ลำพังแค่สัตว์ประหลาดก็น่ากลัวพออยู่แล้ว นี่ยังสวมชุดเกราะหนาเตอะอีก

"บ้าเอ๊ย ตกลงว่ามีคนติดเชื้อไปเท่าไหร่กันแน่เนี่ย" ฟีลด์สบถด่าในใจ

"เปลวเพลิง!"

อาชิน่าปล่อยหมาป่าสายพันธุ์มังกรออกมา ร่างอันมหึมาของมันแทบจะอุดทางเดินไว้จนมิด

พลังเวทมนตร์หลอมรวมกันอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำแห่งดวงดาว หมาป่ามังกรอ้าปากพ่นลูกไฟสีฟ้าอมม่วงขนาดใหญ่ออกมา เปลวเพลิงกลืนกินซากศพในทางเดินไปในพริบตา มองเห็นเพียงเงาดำๆ สองสามร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุราย

"พลังน่ากลัวอะไรขนาดนี้"

ตอนแรกพวกทาสยังลังเลอยู่ว่าจะหนีหรือจะสู้ดี ไม่คิดเลยว่าการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน จะจบลงในชั่วพริบตา บางคนเห็นแค่เงาที่ถูกกลืนกิน ส่วนคนอื่นๆ ได้แต่มองดูเถ้ากระดูกบนพื้นด้วยความตกตะลึง

"นี่คือพลังของผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าสินะ น่าเสียดายที่เผาของที่ดรอปไปซะเกลี้ยงเลย" ฟีลด์เริ่มได้ใจ ถึงเวลาต้องเล่นใหญ่สักหน่อยแล้ว "ทุกคนพยายามทำเสียงดังๆ เข้าไว้ ล่อพวกซากศพแถวนี้มารวมกันแล้วกำจัดให้หมด"

เมื่อได้ยินคำสั่งของฟีลด์ พวกทาสก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พากันทุบตีข้าวของส่งเสียงดังล่อเป้า เพื่อให้อาชิน่าและหมาป่าเลือดมังกรของเธอจัดการฝูงศพที่แห่กันเข้ามา

ไม่นาน ฟีลด์ก็กวาดล้างสัตว์ประหลาดบริเวณค่ายทหารจนเหี้ยนเตียน ซึ่งนี่ก็ทำให้ฟีลด์เข้าใจถึงความสามารถของผู้ถูกเลือกจากพระเจ้ามากขึ้นไปอีกขั้น

"เอาล่ะ ตอนนี้ไปหาของมีค่ากัน" ฟีลด์เผยรอยยิ้มละโมบออกมา "โดยเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์กับเหรียญทอง"

เพิ่งจะสั่งให้พวกทาสกระจายกำลังกันออกไป ก็มีทาสคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งกลับมาด้วยความตื่นเต้น

"นายท่าน พวกเราพบผู้รอดชีวิตขอรับ!"

"หา" ฟีลด์กลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาซับซ้อน

"อาชิน่า เก็บหมาป่าของเธอไปก่อน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาโชว์พลัง"

ในเมื่อยังมีเวลาฟาร์มของไม่พอ การเปิดเผยตัวตนว่าครอบครองผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย

แม่เลี้ยงของเขาต้องส่งนักฆ่ามาลอบสังหารเขาแน่ๆ แล้วก็แย่งอาชิน่าไปเป็นของเจ้านายคนใหม่

การเปิดเผยให้พวกทาสเห็นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะพวกเขาก็อยู่ในสายตาของฟีลด์ตลอดเวลา แถมฟีลด์แค่คิดเพ่งจิตนิดเดียว ก็ส่งพวกมันไปลงนรกได้หมดทุกคนแล้ว

ฟีลด์คิดในใจ "พวกผู้รอดชีวิตอาจจะรู้ก็ได้ว่าของสำคัญเก็บไว้ที่ไหน"

ผู้รอดชีวิตซ่อนตัวอยู่ในป้อมลับบนกำแพงเมือง เนื่องจากมีการสาดน้ำยาชำระล้างไว้ที่หน้าประตู จึงพอจะต้านทานหมอกสีเทาได้ชั่วคราว พอได้ยินเสียงคนคุยกัน พวกเขาถึงได้กล้าเปิดประตูออกมา

"ขอบคุณเทพีวาลคิรี ข้านึกว่าจะต้องติดอยู่ที่นี่เป็นอาทิตย์ แล้วต้องกินขี้ประทังชีวิตซะแล้ว" นายทหารไว้หนวดเคราครึ้มพูดติดตลกอย่างน่าสะอิดสะเอียน เขาจัดแจงเสื้อผ้าแล้วยิ้มให้ฟีลด์ "เอ่อ ให้ข้าทายนะ ท่านคืออัศวินหน้าใหม่ใช่ไหม ข้าจะรายงานความดีความชอบของท่านให้บารอนบูลทราบแน่นอน"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก แค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ"

ฟีลด์ชะโงกหน้าพยายามมองเข้าไปในป้อมลับ แต่กลับถูกทหารสองนายยืนขวางเอาไว้

ลูกน้องสิบนายของนายทหารหนวดเคราครึ้ม ล้วนอยู่ในป้อมลับทั้งหมด

"แล้วผู้ติดตามของท่านล่ะ" นายทหารกวาดสายตามองพวกทาสของฟีลด์ ไอ้พวกถือเครื่องมือการเกษตรพวกนี้ เขาไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยสักนิด

ฟีลด์ยักไหล่ "ฉันไม่ใช่อัศวิน ฉันคือบารอนฟีลด์"

"โอ้ บารอนฟีลด์ ไอ้คนที่ไม่มีทหารยามเลยสักคนนั่นน่ะหรือ ตอนที่ท่านส่งคนมาบริจาคเงิน พวกเขาเคยพูดชื่อท่านให้ฟังอยู่" สีหน้าของไอ้หนวดเคราเริ่มดูแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าเปลี่ยนไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะขยิบตาให้ลูกน้อง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งยิ้มกึ่งเยาะว่า "ท่านบารอน ได้ยินมานานแล้วว่าท่านเป็นคนจิตใจดี ไม่ทราบว่าจะช่วยอะไรพวกเราสักอย่างได้ไหม"

น้ำเสียงชักจะแหม่งๆ แล้วสิ

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนดีจริงๆ นั่นแหละ ฟีลด์เลิกคิ้วขึ้น แกล้งทำเป็นโง่ "ลองว่ามาสิ"

"พวกเราเมาหนักไปหน่อย เลยลืมจุดตะเกียงขับไล่หมอก ปล่อยให้หมอกสีเทาไหลเข้ามาในค่ายทหาร ก็เลยสูญเสียการควบคุมค่ายไป นี่เป็นปัญหาใหญ่เลยล่ะ บารอนบูลโหดเหี้ยมมาก พวกเราโดนสั่งประหารแน่ๆ"

นี่มันเรื่องที่ฉันควรจะมายืนฟังฟรีๆ ไหมเนี่ย

"งั้นแสดงว่า..." ฟีลด์เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "พวกแกจะมาสวามิภักดิ์กับฉันงั้นสิ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" พวกทหารหัวเราะลั่น พร้อมกับกระชับอาวุธในมือแน่น "พวกเราจะหนีแล้วต่างหาก แต่พวกเราต้องการเงินเก็บทั้งหมดของขุนนางสักคน แถมถ้าฆ่าแกทิ้ง ก็จะไม่มีใครรู้เรื่องพวกเราไปอีกพักใหญ่เลยล่ะ"

"พวกแกตอบแทนผู้มีพระคุณแบบนี้งั้นเรอะ"

ฟีลด์โกรธจนควันออกหู ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาตั้งใจจะมาหลอกใช้พวกผู้รอดชีวิตเพื่อหาเสบียงอยู่แล้ว และถ้าพวกมันไม่ให้ความร่วมมือ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะฆ่าทิ้งให้หมด แต่การถูกพวกมันท้าทายก่อนแบบนี้ มันน่าโมโหจริงๆ

ไอ้หนวดเคราทำหน้าไม่แยแส "ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราไม่มีตะเกียงขับไล่หมอก ป่านนี้พวกเราบุกออกไปนานแล้ว แกมันก็แค่ไอ้สวะ!"

ฟีลด์หลุดขำพรืดออกมา

"แกขำอะไร" ไอ้หนวดเคราเงื้อดาบสิบสองร้อยขึ้น พอเห็นฟีลด์ทำหน้าตายก็เริ่มสงสัย

"อันที่จริง ฉันก็กะจะมาปล้นที่นี่อยู่แล้ว ตอนนี้ก็เข้าทางพอดี ฆ่าพวกแกทิ้งให้หมดก็ไม่มีพยานแล้ว อาชิน่า ลงมือ!"

ทหารที่อยู่ข้างๆ ไอ้หนวดเคราพุ่งตัวเข้ามาทันที กำมีดสั้นในมือแน่นหมายจะแทงเข้าใส่

ชั่วพริบตานั้นเอง เงาสีฟ้าอมม่วงก็พุ่งทะยานผ่านไป แขนของทหารนายนั้นหลุดกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายราวกับดึงขาตั๊กแตน

"เคร้ง!"

บรรยากาศราวกับหยุดนิ่ง จนกระทั่งมีดสั้นร่วงหล่นลงพื้น ทหารนายนั้นล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เอามือกุมแขนที่ขาดวิ่นซึ่งมีเลือดพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ ร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช

"แขนข้า! แขนข้า!"

หมาป่ายักษ์สีฟ้าอมม่วงอุดทางเดินไว้จนมิด ร่างกายที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนาเตอะ ดูน่าเกรงขามราวกับรถถัง

"สัตว์ประหลาด!" พวกทหารตกใจกลัวจนฉี่ราดกับสัตว์ประหลาดที่โผล่มาอย่างกะทันหัน

"บ้าอะไรวะเนี่ย ไหนบอกว่าบารอนฟีลด์ไม่มีอำนาจอะไรเลย เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ตัวพ่อไงวะ" ไอ้หนวดเคราอึ้งแดก ตอนนี้เขาอยากจะลากตัวไอ้คนปล่อยข่าวลือมาถลกหนังเลาะกระดูกซะเดี๋ยวนี้เลย

"อาชิน่า จัดการให้พวกมันพิการให้หมด" ฟีลด์เลียริมฝีปาก เจ้าของร่างเดิมอาจจะเป็นคนดี แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ "พวกทาส ฉันจะให้โอกาสพวกเจ้าฝึกความกล้า ฆ่าหนึ่งคนรับรางวัลไปเลยหนึ่งเหรียญเงิน"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - ผู้รอดชีวิต ให้ฉันใช้เลือดและเหล็กกล้าสื่อสารกับพวกแกก็แล้วกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว