เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว กินข้าวก่อนก็แล้วกัน

บทที่ 5 - เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว กินข้าวก่อนก็แล้วกัน

บทที่ 5 - เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว กินข้าวก่อนก็แล้วกัน


บทที่ 5 - เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว กินข้าวก่อนก็แล้วกัน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ฟีลด์ได้เพิ่มองค์ประกอบของยุคปัจจุบันเข้าไปในชุดสาวใช้ โดยตัดชายกระโปรงให้สั้นเหนือเข่า และเปลี่ยนแขนเสื้อให้เป็นแขนสั้น แม้จะขาดสิ่งสำคัญที่สุดอย่างถุงน่องดำหรือถุงน่องขาวไป แต่พอได้เห็นนิ้วเท้าที่เรียวสวยและต้นขาที่ขาวเนียน ก็ถือว่าเจริญหูเจริญตาไม่เลว

"พอดีเลยเจ้าค่ะ" อาชิน่าทนความอึดอัดจากการคาดเดาไม่ไหว จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันราวกับมองจุดประสงค์ของฟีลด์ออก "นายท่าน มีอะไรให้ข้าทำหรือเปล่าเจ้าคะ"

งานของเธอ พวกสาวใช้บอกว่าคือการนอนเป็นเพื่อนผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้

แต่อาชิน่าคิดว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะพวกมนุษย์เกลียดชังอมนุษย์มาก การมีหูและหางเหมือนสัตว์ทำให้มนุษย์รู้สึกว่านี่คือสายเลือดมนุษย์ที่แปดเปื้อนจากการถูกสัตว์ย่ำยี เหมือนกับสายเลือดปีศาจที่เกิดจากการไปทำมิดีมิร้ายกับแพะภูเขานั่นแหละ

"ก็ต้องมาช่วยฉันบุกเบิกดินแดนสิ เมื่อกี้ฉันก็บอกไปแล้วไง" ฟีลด์ตอบอย่างเป็นธรรมชาติ พอเห็นอาชิน่าทำหน้าไม่เชื่อ เขาก็ได้แต่กุมขมับอย่างอ่อนใจ "กินข้าวก่อนก็แล้วกัน พวกเรามากินไปคุยไปดีกว่า"

พอได้ยินคำว่ากินข้าว อาชิน่าก็สงบสติอารมณ์ลงทันที เธอหิวจนกระเพาะแทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว

สถานการณ์ของฟีลด์นั้นยากลำบากมาก ลำพังแค่เรื่องพฤติกรรมที่ถูกบรรดาพี่น้องเกลียดชังนั้นถือว่าเล็กน้อยไปเลย

แต่สุขภาพของท่านเอิร์ลเฒ่ากลับแย่ลงทุกวัน ทรัพย์สินมหาศาลในมือของเขากำลังจะต้องถูกแบ่งปัน ถึงแม้ฟีลด์จะไม่เป็นที่โปรดปราน แต่กฎหมายของจักรวรรดิกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์ได้ระบุไว้ว่า ขอเพียงเป็นสายเลือดโดยตรง ก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สิน

เทียบได้กับนโยบายริดรอนอำนาจในเวอร์ชันต่างโลก ที่แบ่งดินแดนขนาดใหญ่ให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ลอร์ดคนใดคนหนึ่งมีอำนาจมากจนเกินไป

ดังนั้นบรรดาพี่น้องของฟีลด์ย่อมหวังให้ฟีลด์ตายๆ ไปซะ พวกเขาเองก็เกลียดชังและเป็นศัตรูกันเองด้วย

เสียงกระดิ่งเรียกทานอาหารดังขึ้นได้ไม่นาน สาวใช้ท่าทางเรียบร้อยสองคนก็ยกสเต็กเนื้อราดซอสกับขนมปังน้ำผึ้งเข้ามา

"อาชิน่า เธอมี... อ้าว คนหายไปไหนแล้ว"

ฟีลด์ที่กำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่ หันมาอีกทีก็พบว่าอาชิน่าหายตัวไปแล้ว เขาถึงกับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ"

อาชิน่านั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นตรงมุมห้อง

"เธอไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ" ฟีลด์ถามด้วยความตกใจ

"เอ่อ... นั่ง... รอทานข้าวเจ้าค่ะ นายท่าน ข้าทำอะไรผิดไปหรือเปล่าเจ้าคะ" อาชิน่ากลับมาประหม่าอีกครั้ง

ฟีลด์สาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา คว้ามือเธอแล้วจูงมาที่โต๊ะ "มานั่งบนเก้าอี้นี่ กินข้าวได้แล้ว"

อาชิน่ากล้านั่งแค่หนึ่งในสามของเก้าอี้เท่านั้น เธอจ้องมองฟีลด์อยู่นาน เพื่อให้แน่ใจว่าขุนนางตรงหน้าจะไม่ควักแส้หรืออะไรที่น่ากลัวออกมา

"ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมเจ้าคะ ข้ากินของพวกนี้ได้จริงๆ หรือ" อาชิน่าชี้ไปที่สเต็กเนื้อที่ส่งกลิ่นหอมฉุย

ฟีลด์ผายมือ "แน่นอนสิ"

สาวหูสัตว์ผู้น่าสงสารเห็นฟีลด์ไม่ได้มีท่าทีล้อเล่น จึงค่อยๆ ก้มหน้าลงไปกัดสเต็กเนื้อคำหนึ่ง วินาทีต่อมา รสชาติของเนื้อที่คลุกเคล้ากับเครื่องเทศและซอสก็แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ต่อมรับรสที่ไม่ได้ลิ้มรสเนื้อมานานแสนนานกำลังเริงระบำอย่างบ้าคลั่ง

นี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก!

อาชิน่าโยนทุกสิ่งทุกอย่างทิ้งไปไว้เบื้องหลัง เธอกลืนสเต็กเนื้อในจานลงคออย่างรวดเร็ว และเลียน้ำซอสจนเกลี้ยงจาน

จากนั้นอาชิน่าก็จัดการสเต็กเนื้อไปสามชิ้นกับขนมปังขาวอีกห้าก้อนรวดเดียว สุดท้ายท้องของเธอก็ป่องราวกับคนท้อง ถึงได้ยอมหยุดกิน

ฟีลด์เผยรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับคุณพ่อที่มองดูลูกสาว

หึหึหึ กินเข้าไปเยอะๆ เลยนะ ต่อไปก็ตั้งใจทำงานให้ฉันดีๆ ล่ะ

"ฟู่ ตอนนี้ต่อให้ต้องตายข้าก็ยอมแล้วเจ้าค่ะ" อาชิน่าเลียน้ำซอสที่มุมปาก หูหมาป่าทั้งสองข้างตั้งชูชันอย่างมีชีวิตชีวา

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า ฉันหวังว่าจะปั้นเธอให้เป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าน่ะ" ฟีลด์ประสานมือสิบนิ้วเข้าด้วยกันแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้

แน่นอนว่าเขาคงไม่ซื่อตรงถึงขั้นบอกความจริงว่าอาชิน่าคือผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าที่ยังไม่ตื่นรู้ แต่เลือกใช้คำว่าปั้นแทน

"เอ๋ งั้นท่านอาจจะต้องผิดหวังแล้วล่ะเจ้าค่ะ โอกาสที่จะเป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้านั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย แถมข้ายังเป็นแค่อมนุษย์ ไม่เคยได้ยินข่าวลือเรื่องที่มนุษย์กับอมนุษย์ทำสัญญากันมาก่อนเลยนะเจ้าคะ" อาชิน่าตอบเสียงอ่อย

ตามบันทึกในหนังสือ ยิ่งเป็นเมืองใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสพบผู้ถูกเลือกจากพระเจ้ามากเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นเมืองโกลเด้นอีเกิล ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาก็มีผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าปรากฏตัวขึ้นเพียงสามคนเท่านั้น สองคนในนั้นเป็นลูกหลานขุนนาง ส่วนอีกคนเป็นนักบวช

โอกาสที่อมนุษย์จะกลายเป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้านั้นยิ่งน้อยลงไปอีก พวกเขาไม่มีประเทศที่แข็งแกร่งและเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ลำพังแค่จะกินให้อิ่มท้องก็ยังยากเลย

ฟีลด์หัวเราะเบาๆ "ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ฉันเชื่อว่าฉันสามารถปั้นเธอให้เป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าได้ก็แล้วกัน"

ถ้าปั้นไม่สำเร็จ ตัวเขาเองก็คงมีสิทธิ์ไปตายที่ดินแดนต้องสาปเกินแปดส่วนแน่ๆ

"ก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่มีเนื้อให้กินก็พอ" อาชิน่าเลียริมฝีปากอย่างยังไม่อยากเลิกรา

สิบวันหลังจากนั้น พวกเขาก็ใช้เวลาไปกับการเดินทางอย่างเร่งรีบ เพื่อเสริมสารอาหารให้อาชิน่า ทุกครั้งที่ฟีลด์ผ่านเมืองต่างๆ เขาก็จะกว้านซื้อเนื้อและโพชั่นบำรุงกำลังมาจำนวนมาก

ไม่นานอาชิน่าก็ตระหนักได้ว่า ฟีลด์ไม่ได้พูดเล่นเลย

นอกจากนี้ ฟีลด์ยังซื้อตะเกียงขับไล่หมอก น้ำยาชำระล้าง และคริสตัลตื่นรู้ มูลค่ารวม 150 เหรียญทอง ฟีลด์ทำการบ้านมาอย่างดี อุปกรณ์เวทมนตร์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบุกเบิกดินแดนแห่งรัตติกาล

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงป้อมปราการแห่งสุดท้ายที่เป็นทางผ่านไปยังมณฑลแดนเหนือ

ป้อมปราการคาชานของบารอนบูล ปราสาทหินที่สร้างขึ้นโดยพิงหลังกับเทือกเขาสูงตระหง่าน สามารถต้านทานสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ สัตว์ประหลาด และพวกออร์คที่น่าสะพรึงกลัวจากแดนเหนือได้

"ขอเทพีแห่งเหมันต์จงคุ้มครอง ขอให้ข้าได้เป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าด้วยเถิด!" อาชิน่าซ่อนตัวอยู่ในรถม้าที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด พลางสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าของอมนุษย์หมาป่าในใจ วันเวลาที่ผ่านมาทำให้อาชิน่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป

ได้นั่งบนรถม้าสุดหรู ได้กินสเต็กเนื้อแสนอร่อย แถมยังมีสาวใช้คอยดูแลปรนนิบัติ แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้เต็มใจและมักจะบ่นกระปอดกระแปดอยู่บ่อยๆ ก็ตาม

แต่ชีวิตในช่วงนี้ ก็เปรียบเสมือนสวรรค์ดีๆ นี่เอง ระหว่างที่คิด อาชิน่าก็เอามือคลำหน้าผากตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เป็นไข้จนสมองเสื่อมไปแล้ว

สิ่งเดียวที่ทำให้เธอไม่เข้าใจเลยก็คือ การที่ฟีลด์ยอมเจียดเงินซื้อโพชั่นราคาแพงมาให้เธอกิน เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีใครกินโพชั่นแล้วจะกลายเป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าได้

"หรือว่าจะเป็นพิธีกรรมอันชั่วร้าย" อาชิน่าพึมพำ "แต่ถึงจะถูกเอาไปสังเวยให้ปีศาจจริงๆ ก็ดูเหมือนจะคุ้มค่าแล้วล่ะมั้ง ถุยๆ นี่ข้ากำลังพูดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!"

"เฮ้อ ข้าหวังว่าข้าจะเป็นผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าจริงๆ นะ ไม่อย่างนั้นท่านบารอนฟีลด์คงโกรธจนอกแตกตายแน่ๆ" อาชิน่าได้แต่สวดภาวนาเงียบๆ

พ่อบ้านคาออสถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง "เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าการมาเยือนป้อมปราการคาชานเป็นครั้งสุดท้าย จะต้องมาในสภาพแบบนี้"

ฟีลด์เมินเสียงถอนหายใจยาวๆ ของตาแก่นี่ เขานั่งอยู่บนหลังม้า เอาแส้ม้าสะกิดไหล่พ่อบ้านเบาๆ แล้วถามด้วยความอยากรู้ "เมื่อก่อนนายมาที่ป้อมปราการคาชานบ่อยงั้นหรือ"

คาออสกรอกตาบน "ก็ใช่น่ะสิขอรับ ท่านชอบเอาเงินค่าขนมมาบริจาคให้ชาวบ้านที่นี่ หรือไม่ก็เอาไปสมทบทุนเข้าคลังแสงส่วนตัวของบารอนบูล เพื่อให้เขาและลูกน้องมีเงินไปกินดื่มเที่ยวเล่นกันอย่างสำราญ"

"เอ่อ ก็ได้" มุมปากของฟีลด์กระตุกถี่ ลืมไปเสียสนิทเลยว่าเจ้าของร่างเดิมเป็นพ่อพระใจบุญ เขาหัวเราะแห้งๆ ขยับไหล่อย่างเก้อเขิน "อย่างน้อยบารอนบูลก็น่าจะต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีไม่ใช่หรือ คนที่นี่ก็น่าจะชื่นชมพวกเรา ต่อไปเวลาเข้าออกป้อมปราการคาชานก็จะสะดวกขึ้นเยอะ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว กินข้าวก่อนก็แล้วกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว