- หน้าแรก
- กวาดพื้นปรโลกมาพันปี ก็ได้กายาเทพมารมาครองซะงั้น
- บทที่ 1: ลงชื่อหนึ่งพันปี
บทที่ 1: ลงชื่อหนึ่งพันปี
บทที่ 1: ลงชื่อหนึ่งพันปี
นรกขุมที่สิบแปด
บรรยากาศรอบด้านมืดสลัว บนท้องฟ้ามีชั้นเมฆสีเลือดลอยล่อง อาบย้อมโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
ที่บริเวณสุดขอบของนรกขุมที่สิบแปด เจ้าพนักงานปรโลกชั้นผู้น้อยที่ไม่สะดุดตาคนหนึ่งกำลังถือไม้กวาด กวาดเศษหญ้าแห้งและซากปรักหักพังบนพื้น
ชายหนุ่มในชุดเจ้าพนักงานปรโลกดูอายุราวยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปี เขามีคิ้วดุจกระบี่ นัยน์ตาเปล่งประกายดั่งดวงดาว และมีใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย
มองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ คงเป็นชายหนุ่มรูปงามที่สามารถใช้หน้าตาทำมาหากินได้อย่างสบาย
ภายในนรกขุมที่สิบแปดนี้ มีดวงวิญญาณอันทรงพลังถูกจองจำอยู่มากมาย
ดวงวิญญาณบางตนมีความสูงหลายร้อย หรืออาจสูงเกินกว่าพันจั้ง
เมื่อมองจากระยะไกล พวกมันราวกับเป็นเสาที่ค้ำยันสวรรค์และผืนดินเอาไว้
"บริเวณข้างๆ ดวงวิญญาณตนนี้น่าจะเป็นจุดลงชื่อที่ดีเลยทีเดียว"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองขณะถือไม้กวาด ค่อยๆ กวาดพื้นตรงเข้าไปยังด้านข้างของดวงวิญญาณขนาดยักษ์พันจั้ง
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
กลิ่นอายของดวงวิญญาณตนนั้นน่าเกรงขามยิ่งนัก ราวกับว่าเพียงแค่พลิกความคิด มันก็สามารถทำลายล้างโลกได้ทั้งใบ
หากมันต้องการทำร้ายเจ้าพนักงานผู้นี้ เพียงแค่ความคิดเดียวก็สามารถฆ่าเขาให้ตายตกได้เป็นหมื่นๆ ครั้ง
อย่างไรก็ตาม มันกลับไม่ได้ลงมือทำเช่นนั้น
เพราะที่นี่คือปรโลก การสังหารเจ้าพนักงานของปรโลกตามอำเภอใจจะยิ่งเป็นการเพิ่มพูนบาปกรรม
การฆ่ามดปลวกเพียงตัวเดียว แต่กลับต้องทำให้ตนเองถูกจองจำอยู่ในนรกขุมนี้เพิ่มไปอีกหลายร้อยปี มันย่อมไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
เจ้าพนักงานปรโลกถือไม้กวาดกวาดพื้นไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เดินมาถึงตำแหน่งที่จะลงชื่อ
"ติง! ท่านได้ทำการลงชื่อที่นรกขุมที่สิบแปดสำเร็จ และได้รับ 'หอกเทพมารบรรพกาล'!"
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า หลี่เหิง
เขาเคยเป็นคนที่ทะลุมิติมา
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาคือคนที่ทะลุมิติมา
แต่ตอนนี้ เขากลายเป็นเพียงเจ้าพนักงานในปรโลก
รับหน้าที่คอยทำงานจับฉ่ายทั่วไป
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
ไม้กวาดถูกปัดกวาดไปมา ทำให้ฝุ่นผงปลิวว่อน
เมื่อมองจากที่ไกลๆ ร่างยักษ์สูงตระหง่านนั้นราวกับเสาต้นใหญ่ที่ค้ำยันระหว่างฟ้าและดิน
ส่วนเจ้าพนักงานปรโลกที่กำลังกวาดพื้นอยู่นั้น ก็เปรียบเสมือนมดปลวกที่คลานอยู่บนพื้น
แม้กระทั่งเส้นขนบนเท้าของยักษ์ตนนั้นก็ยังมีขนาดใหญ่ราวกับเสาหิน หากมันเผลอปัดมาโดนตัวเขาเพียงนิดเดียวก็คงทำให้เขาถึงแก่ชีวิตได้แล้ว
หลี่เหิงเงยหน้ามองร่างยักษ์นั้นแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เมื่อไหร่ข้าถึงจะกลายเป็นยอดฝีมือที่ทรงพลังเช่นนี้ได้บ้างนะ"
"ต่อให้ตายไปจนเหลือเพียงดวงวิญญาณ ก็ยังสามารถสั่นสะเทือนฟ้าดินได้!"
ภายในนรกขุมนี้ สิ่งที่ถูกจองจำเอาไว้ล้วนเป็นดวงวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสิ้น
ดวงวิญญาณบางตนถึงขั้นเคยอยู่ในระดับมหาจักรพรรดิมาก่อนที่จะสิ้นใจ
เช่นเดียวกับร่างยักษ์ที่เขาเพิ่งเห็น นั่นก็คือดวงวิญญาณระดับมหาจักรพรรดิ
แม้จะอยู่ในสถานะดวงวิญญาณ ทว่าเพียงความคิดเดียวก็สามารถทำลายล้างโลกได้
"ฟู่~"
หลี่เหิงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา มือที่จับไม้กวาดกำแน่นขึ้น
"ใกล้จะถึงเวลาแล้ว..."
"หนึ่งพันปีเต็ม..."
"แผนการใกล้จะสำเร็จแล้ว..."
"เมื่อข้าลงชื่อตามสถานที่ต่างๆ ในปรโลกจนครบ และได้รับรางวัลทั้งหมด ข้าก็จะสามารถไปเกิดใหม่ได้เสียที!"
"ในชาติหน้า ข้าจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าให้จงได้!"
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นัยน์ตาของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้า
ในชีวิตก่อน ตอนที่เขาเพิ่งทะลุมิติไปยังโลกแห่งการฝึกตน เขายังไม่ได้รับระบบลงชื่อ
หลังจากบำเพ็ญเพียรมานานกว่าสามร้อยปี เขาก็ถูกศัตรูสังหารจนดวงวิญญาณต้องร่วงหล่นมาสู่ปรโลก
ทว่าระบบลงชื่อกลับเพิ่งจะมาเปิดใช้งานในตอนที่เขากำลังรับการพิจารณาคดีอยู่ในตำหนักยมราช
พูดตามตรง วิธีการเปิดใช้งานของระบบนี้มันออกจะพิลึกพิลั่นอยู่สักหน่อย
แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว หลี่เหิงก็รู้สึกว่านี่คือโอกาสทองในรอบพันปี
เพราะเขาค้นพบว่าตนเองสามารถลงชื่อภายในปรโลกได้ และรางวัลที่ได้รับก็สามารถเก็บไว้ในพื้นที่ระบบแล้วนำออกไปจากปรโลกได้เช่นกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในชีวิตหน้า เขาจะสามารถครอบครองสิ่งของเหล่านี้ได้ทั้งหมด
หลังจากตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ แผนการอันบ้าบิ่นก็ผุดขึ้นมาในหัวใจของเขา
นั่นก็คือ...
การซ่อนตัวอยู่ในปรโลกเพื่อลงชื่อ!
รวบรวมรางวัลจากการลงชื่อที่นี่ให้ครบทั้งหมดก่อน แล้วค่อยไปเกิดใหม่
แบบนี้ก็เท่ากับว่าเขาได้ออกตัวล้ำหน้าคนอื่นไปไกลลิบเลยไม่ใช่หรือ?
ดังนั้น หลี่เหิงจึงได้พยายามขอรับตำแหน่งเจ้าพนักงานชั้นผู้น้อยในปรโลก
โดยใช้ข้ออ้างในการทำความสะอาดปรโลก เขาได้ตระเวนไปยังทุกซอกทุกมุมของปรโลก รวมถึงนรกขุมที่สิบแปดแห่งนี้ด้วย
ทุกครั้งที่เขาทำความสะอาดในสถานที่ใหม่ๆ เขาก็จะทำการลงชื่อที่นั่น
และแล้ว วันเวลาผ่านไปเช่นนี้นานถึงหนึ่งพันปี
รางวัลที่เขาได้รับจากการลงชื่อเป็นเวลาพันปีนั้นจะมากมายขนาดไหนกัน?
มันมากมายมหาศาลจนแทบไม่อาจบรรยายได้เลยทีเดียว
ระบบอนุญาตให้ลงชื่อได้วันละหนึ่งครั้ง
ปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าครั้ง
หนึ่งพันปี... ก็คือสามแสนหกหมื่นห้าพันครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ในการลงชื่อในนรก ยิ่งลงลึกมากเท่าไหร่ รางวัลที่ได้ก็ยิ่งล้ำค่ามากขึ้นเท่านั้น
หลังจากการลงชื่อครั้งล่าสุดจบลง เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวของเขา
"ติง! ท่านได้ลงชื่อในปรโลกครบหนึ่งพันปี และทำการลงชื่อตามสถานที่ต่างๆ ในปรโลกครบถ้วนแล้ว! ท่านได้รับรางวัลใหญ่สูงสุดของการลงชื่อในปรโลก 'กายาเทพมารอมตะนิรันดร์กาล'!"
กายาเทพมารอมตะนิรันดร์กาล เป็นกายาศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาร่างกายสำหรับการฝึกตนกว่าสามหมื่นหกพันชนิด
หลี่เหิงเลิกคิ้วขึ้น ความรู้สึกปีติยินดีพลุ่งพล่านขึ้นในใจ
การลงชื่อตลอดหนึ่งพันปีไม่เพียงแต่ทำให้เขาได้รับสมบัติล้ำค่ามากมายในปรโลก แต่ยังมอบกายาศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทุกยุคทุกสมัยให้กับเขาอีกด้วย
ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาล้วนคุ้มค่ายิ่งนัก
"ติง! โปรดทราบ การหลอมรวมกายาเทพมารอมตะนิรันดร์กาลจะต้องทำในขณะที่ยังเป็นทารกในครรภ์เท่านั้น มิฉะนั้นการหลอมรวมจะไม่สำเร็จ"
หลี่เหิงพยักหน้าเล็กน้อย
กายาที่ทรงพลังหลายชนิดล้วนมีเงื่อนไขที่เข้มงวดในการหลอมรวม
เงื่อนไขของกายาเทพมารอมตะนิรันดร์กาลที่ต้องการให้หลอมรวมเฉพาะตอนที่ยังเป็นทารกในครรภ์นั้น ถือว่าไม่ได้เข้มงวดจนเกินไปนัก
เมื่อถึงเวลาไปจุติใหม่ เขาก็แค่เลือกหลอมรวมกายานี้เข้าไปด้วยก็สิ้นเรื่อง
"ข้าได้ลงชื่อตามสถานที่ทั้งหมดในปรโลกจนครบแล้ว..."
"ดูเหมือนว่า..."
"จะได้เวลาไปเกิดใหม่เสียที!"
หลี่เหิงรู้สึกคาดหวังเป็นอย่างมาก
เขาเตรียมตัวสำหรับช่วงเวลาแห่งการไปเกิดใหม่นี้มาถึงหนึ่งพันปีเต็ม
ทั้งหมดก็เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหน้า
ด้วยการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไปเกิดใหม่ถึงหนึ่งพันปี ย่อมไม่มีใครที่จะแข็งแกร่งไปกว่าเขาได้อย่างแน่นอน
...
ตำหนักยมราช
พญายมราชนั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะทำงาน พลางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
"หลี่เหิง เจ้าเตรียมใจที่จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเกิดใหม่แล้วจริงๆ อย่างนั้นหรือ?"
"พ่ะย่ะค่ะ" หลี่เหิงพยักหน้าเบาๆ
"ดีมาก ตลอดระยะเวลาหนึ่งพันปีที่ผ่านมา เจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ปรโลกอย่างขยันขันแข็งและตั้งใจ ไม่เคยทำผิดพลาดเลยสักครั้ง..." พญายมราชหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา พลิกดูประวัติการทำงานในรอบพันปีของหลี่เหิง
การเข้าร่วมกับปรโลกและกลายเป็นเจ้าพนักงาน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องดำรงตำแหน่งนี้ไปตลอดกาล
ตราบใดที่มีความประสงค์จะไปเกิดใหม่ ก็สามารถเลือกที่จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อเข้าสู่วัฏสงสารได้
ยิ่งไปกว่านั้น การเป็นเจ้าพนักงานปรโลกยังสามารถสะสมกุศลผลบุญแห่งปรโลกได้ ซึ่งจะช่วยให้ได้เกิดในตระกูลที่ดีขึ้นในชีวิตหน้า
พญายมราชปิดสมุดบัญชีลงและมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
"หลี่เหิง เจ้าทำงานให้ปรโลกมานานถึงพันปี สั่งสมกุศลผลบุญแห่งปรโลกมานานนับพันปีเช่นกัน"
"สำหรับการไปเกิดใหม่ในครั้งนี้ เจ้าจะได้ถือกำเนิดในตระกูลผู้ฝึกตน!"
"ตราบใดที่เจ้าหมั่นบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ในอนาคตเจ้าจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!"
การทำงานในปรโลกมาหนึ่งพันปีถือว่าเป็นผลบุญที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว
เมื่อไปเกิดใหม่ จุดเริ่มต้นของเขาย่อมต้องสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปมากนัก
"ขอบพระทัย พญายมราช!" หลี่เหิงประสานมือคารวะ
ภายในใจของเขากำลังลอบยินดี
ด้วยรางวัลจากการลงชื่อที่สะสมมาตลอดพันปี ผนวกกับการได้ไปเกิดใหม่ในตระกูลที่มีชื่อเสียง ในชีวิตหน้า เขาจะสามารถก้าวไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิมบนเส้นทางแห่งการฝึกตนอย่างแน่นอน
"เอาล่ะ ถอดชุดเจ้าพนักงานของเจ้าออก แล้วตามยมทูตหัววัวและหน้าม้าไปเกิดใหม่เสีย" พญายมราชส่งสายตาให้กับยมทูตหัววัวและหน้าม้าที่ยืนรออยู่ตรงประตู
"รับบัญชา!" ยมทูตหัววัวตอบรับทันที พร้อมกับก้าวเดินออกไปที่ประตูตำหนักและผายมือไปทางด้านนอก
"เชิญตามข้าไปที่สะพานไน่เหอเพื่อดื่มน้ำแกงยายเมิ่งก่อน"
ตามกฎของปรโลก ผู้ใดก็ตามที่ต้องการไปเกิดใหม่ จะต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อลืมเลือนความทรงจำในชาติก่อนเสียก่อน
แม้จะเป็นเจ้าพนักงานของปรโลกก็ไม่มีข้อยกเว้น