- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 30 ยังไม่ทันแต่ง สามีก็จะตายเสียแล้ว
บทที่ 30 ยังไม่ทันแต่ง สามีก็จะตายเสียแล้ว
บทที่ 30 ยังไม่ทันแต่ง สามีก็จะตายเสียแล้ว
"บังอาจ! เจ้ากล้ามองหวงกุ้ยเฟยเช่นนั้นได้อย่างไร!" นางกำนัลที่ยืนอยู่ข้างกายสตรีผู้นั้นตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
จิ่งเยวี่ยก้มหน้าลงพลางคิดในใจอย่างขุ่นเคือง 'มีใบหน้างดงามถึงเพียงนั้นกลับไม่ยอมให้คนมอง แล้วจะเกิดมาหน้าตาดีไปเพื่ออันใดกัน!'
"ท่านอาเก้า แม่หญิงผู้นี้มาจากที่ใดกัน แล้วมีนามว่ากระไร" สตรีบนที่นั่งระเบียงสูงกวาดสายตามองประเมินจิ่งเยวี่ยด้วยแววตาพิลึกพิลั่น ทำเอาจิ่งเยวี่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เหตุใดนางถึงรู้สึกว่าหวงกุ้ยเฟยผู้นี้ดูแปลกประหลาดนักนะ
"ข้าชื่อจิ่งเยวี่ย" จิ่งเยวี่ยเงยหน้าขึ้นตอบหวงกุ้ยเฟย ทว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนไม่ควรมอง จึงรีบก้มหน้าลงอีกครั้ง
"สามหาว! กล้าดีอย่างไรถึงใช้คำแทนตัวว่า 'ข้า' โดยปราศจากคำราชาศัพท์! ช่างไร้การอบรมสั่งสอนเสียจริง!" นางกำนัลที่ยืนอยู่ข้างหวงกุ้ยเฟยตวาดเสียงเย็นอีกครา ต่อให้จิ่งเยวี่ยจะเป็นคนอารมณ์ดีเพียงใดก็ไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป นางเลิกเสแสร้งแกล้งทำเป็นสงบเสงี่ยม แล้วเชิดหน้าขึ้นมองหวงกุ้ยเฟยอย่างท้าทายทันที
"หวงกุ้ยเฟยเพคะ หม่อมฉันก็แค่เด็กสาวชาวป่าชาวเขา ไม่ล่วงรู้กฎระเบียบใดๆ ในวังหลวงแห่งนี้ หากมีสิ่งใดล่วงเกินไปก็ขอพระองค์ทรงโปรดประทานอภัยด้วย ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ฝ่าบาทยังมิได้รับสั่งสิ่งใดเลย เป็นแค่นางกำนัลแท้ๆ ก็หุบปากไปเสียเถอะ!"
"เจ้า!" ในฐานะคนโปรดของหวงกุ้ยเฟย ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็ล้วนต้องปฏิบัติต่อนางอย่างเกรงใจ ทว่าครานี้นางกลับถูกด่าทอต่อหน้าผู้คนมากมาย ความอับอายจึงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในทันที
"พอได้แล้ว" ฮ่องเต้ที่ประทับเงียบมาตลอดทรงยกพระหัตถ์ขึ้นปรามและตรัสในที่สุด ฮ่องเต้ซึ่งดูมีพระชนมายุราวสามสิบพรรษาทรงทอดพระเนตรพิจารณาจิ่งเยวี่ยด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะเบนพระพักตร์ไปทางเซียวเฉินแล้วตรัสถาม "เฉินเอ๋อร์ เหตุใดครานี้เจ้าจึงพาแม่หญิงผู้นี้เข้าวังมาด้วยเล่า"
"เสด็จพี่ตรัสล้อเล่นแล้ว ที่กระหม่อมพาเยวี่ยเอ๋อร์เข้าวังมา ย่อมต้องมาเพื่อทูลขอสมรสพระราชทานจากเสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ" เซียวเฉินยืนนิ่งสงบ ท่าทีเย็นชา น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราบเรียบและไร้อารมณ์ นัยน์ตาสีดำขลับจ้องสบพระเนตรของฮ่องเต้อย่างตรงไปตรงมา
"หากเป็นเพียงการรับอนุภรรยา เจ้าก็แค่รับนางเข้าจวนไปก็พอ ไม่เห็นจำต้องทำเรื่องใหญ่โตถึงขั้นขอสมรสพระราชทานเลยนี่" พระเนตรของฮ่องเต้หรี่ลงเล็กน้อยขณะทอดมองเซียวเฉิน
"เสด็จพี่เข้าพระทัยผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ มิใช่การรับอนุภรรยา ทว่าเป็นการแต่งตั้งนางเป็นชายาเอกแห่งจวนท่านอาเก้า" ริมฝีปากของเซียวเฉินยกยิ้มเย็นชาและแหลมคม สายตาของเขายามสบกับพระเนตรของฮ่องเต้แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายปรปักษ์อย่างรุนแรง บรรยากาศภายในโถงตำหนักเงียบสงัดลงอย่างน่าขนลุกเพียงเพราะคำพูดของเซียวเฉิน
"สตรีผู้นี้ไร้ฐานะ ไร้หัวนอนปลายเท้า ทั้งยังไม่รู้จักธรรมเนียมและกฎระเบียบใดๆ นางจะคู่ควรกับเจ้าได้อย่างไร!" ก่อนที่ฮ่องเต้จะทันได้ตรัสสิ่งใด หวงกุ้ยเฟยที่ประทับอยู่เคียงข้างก็มีสีหน้าเย็นเยียบขึ้นมาเสียก่อน นางชี้ดรรชนีตรงมายังจิ่งเยวี่ยและตวาดใส่เซียวเฉินด้วยความโกรธเกรี้ยว ความก้าวร้าวในน้ำเสียงทำให้นัยน์ตาของจิ่งเยวี่ยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
"หวงกุ้ยเฟย คิดว่ายามนี้ข้ายังใส่ใจเรื่องฐานะหรือชาติตระกูลอยู่อีกหรือ หากนางมีฐานะและชาติตระกูลสูงส่งจริงๆ เสด็จพี่จะทรงอนุญาตให้ข้าแต่งงานกับนางหรือ" เซียวเฉินแสยะยิ้มเยาะ ทอดสายตามองคนทั้งสองบนที่นั่งระเบียงสูงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ
"เซียวเฉิน เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอันใด!" คำพูดของเซียวเฉินราวกับไปสะกิดโดนปมในใจของฮ่องเต้ พระองค์ทรงเบิกพระเนตรกว้างและถลึงมองเซียวเฉินพลางตวาดลั่นในทันที
"ข้าเข้าวังมาก็เพียงเพื่อจะบอกกล่าวแก่พวกท่านว่า คนผู้นี้คือพระชายาของข้า ไม่ว่าพวกท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ ข้าก็จะแต่งงานกับนาง" เซียวเฉินยืนหยัดอย่างองอาจ ความโอหังในน้ำเสียงของเขาแทบจะทำเอาจิ่งเยวี่ยอยากจะปรบมือให้ด้วยความชื่นชม เขาช่างสง่างามและทรงอำนาจเสียจริง
"เจ้ายอมรับเห็นข้าเป็นเสด็จพี่ของเจ้าอยู่อีกหรือไม่!" ฮ่องเต้ทรงตบโต๊ะดังปังและหยัดพระวรกายขึ้นยืน ทรงถลึงพระเนตรมองเซียวเฉินจนจิ่งเยวี่ยนึกหวั่นใจว่าในวินาทีถัดมาฮ่องเต้จะทรงมีราชโองการสั่งประหารเซียวเฉินหรือไม่
ไม่นะ... จะต้องมาตายตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าพิธีวิวาห์เลยงั้นหรือ...
นี่มันหลอกลวงกันชัดๆ ไม่ใช่หรือไง!