- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาทั้งที ขอเป็นเทพมังกรที่แกร่งที่สุดก็แล้วกัน
- บทที่ 47 - มังกรเงิน
บทที่ 47 - มังกรเงิน
บทที่ 47 - มังกรเงิน
บทที่ 47 - มังกรเงิน
"มังกรเงิน"
เป้ยเป้ย "??!"
มังกรเงิน สิ่งนี้คือมังกรที่แท้จริง!
ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ควบคุมธาตุทั้งเก้า สืบทอดสายเลือดมาจากราชันมังกรเงิน
สายเลือดเผ่ามังกรหดหายไป มังกรแท้จริงที่มีชื่อเสียงบนแผ่นดินใหญ่ มีเพียงราชันมังกรดำตาสีทอง ตี้เทียน ซึ่งอยู่ในอันดับหนึ่งของสิบอันดับสัตว์ร้าย และราชันมังกรปีศาจคุกม่วง จื่อจี ซึ่งอยู่ในอันดับเก้าเท่านั้น
หากมีมังกรแท้จริงปรากฏขึ้นมาอีกตัวจริงๆ ย่อมต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่ตี้เทียนทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน อมไว้ในปากก็กลัวละลาย ประคองไว้ในมือก็กลัวตกแตก ระดับการคุ้มครองเกรงว่าคงเป็นรองเพียงสัตว์มงคลระดับจักรพรรดิเท่านั้น
เขาแอบกังวลอยู่บ้างจริงๆ เพราะต้นเหตุที่ล่าสัตว์วิญญาณแสนปีไปหลายตัวจนทำให้เกิดคลื่นสัตว์วิญญาณแห่งป่าซิงโต่วในครั้งก่อน ก็คือสำนักกายานี่แหละ
สำหรับพวกบ้าการต่อสู้แล้ว ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขากล้าไม่ทำหรอก
"ท่านเจ้าสำนัก ท่านแน่ใจหรือว่าไม่ได้เข้าใจผิดไป"
เมื่อเผชิญกับคำถาม ตู๋ปู้สื่อกลับแสดงท่าทีเรียบเฉยสบายๆ
"ข้ามีชีวิตอยู่มาถึงสองร้อยปีแล้ว สายตาแค่นี้ข้าย่อมมี"
"หากกังวลเรื่องคลื่นสัตว์วิญญาณของป่าซิงโต่วล่ะก็ เจ้าคิดมากไปแล้ว"
"มังกรเงินตัวนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับป่าซิงโต่วเลย หากย้อนกลับไปหลายพันปีก่อน มันไม่เกี่ยวอะไรกับแผ่นดินใหญ่ของเราด้วยซ้ำ"
พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว มีหรือที่เป้ยเป้ยจะไม่เข้าใจ ว่ามังกรเงินตัวนี้มาจากจักรวรรดิสุริยันจันทรา
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เป้ยเป้ยก็นึกถึงความทรงจำส่วนหนึ่งขึ้นมาได้ จักรวรรดิสุริยันจันทราเคยล่ามังกรเงินมาตัวหนึ่งจริงๆ เกล็ดมังกรของมันที่สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุอุปกรณ์วิญญาณระดับสูงสุดได้นั้น ปัจจุบันก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่
ตอนที่ฮั่วอวี่เฮ่าไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สถาบันวิศวกรวิญญาณจักรพรรดิสุริยันจันทรา เขาก็เคยขูดรีดมาได้ไม่น้อย
แต่ทว่า!
การล่ามังกรเงินนั่นมันเรื่องเมื่อหลายพันปีก่อนแล้วนะ!
อย่าว่าแต่วงแหวนวิญญาณเลย ต่อให้กระดูกวิญญาณจะพังทลายลงไปโดยไม่คาดคิด เขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
หรือว่าจักรวรรดิสุริยันจันทราจะมีมังกรเงินตัวใหม่ปรากฏขึ้นมา แล้วท่านเจ้าสำนักตู๋ไปจับตัวมาได้
เมื่อเขาเอ่ยถามข้อสงสัยนี้ออกไป ตู๋ปู้สื่อก็ไม่ได้ปิดบังอันใด
"เจ้าเองก็รู้ถึงสาเหตุของคลื่นสัตว์วิญญาณในครั้งก่อน สำนักกายาของเราออกล่าสัตว์วิญญาณระดับแสนปีเป็นจำนวนมากเพื่อต้องการเพิ่มวงแหวนวิญญาณ"
"หลังจากนั้น การล่าสัตว์วิญญาณอายุตบะสูงในป่าซิงโต่วก็กลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง"
"ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเราจึงยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อสืบข่าวคราวของสัตว์วิญญาณอายุตบะสูงตามสถานที่ต่างๆ"
"และหนึ่งในนั้นก็คือมังกรเงินที่ถูกราชวงศ์สุริยันจันทราเลี้ยงดูเอาไว้ มันมีต้นกำเนิดมาจากทารกในครรภ์ของมังกรเงินที่ถูกล่าเมื่อสามพันปีก่อน ซึ่งยังไม่ได้รับการฟักตัวอย่างสมบูรณ์"
"ด้วยมูลค่าของมัน ทารกที่ตายในครรภ์ย่อมไม่อาจเทียบได้กับมังกรเงินที่ยังมีชีวิตอยู่"
"ราชวงศ์จักรวรรดิสุริยันจันทราได้นำเทคโนโลยีอุปกรณ์วิญญาณและเคล็ดวิชาลับของวิญญาจารย์ชั่วร้ายมาใช้ พวกเขาฟักมันจนสำเร็จในน้ำยาหล่อเลี้ยง ซ้ำยังผลักดันอายุตบะของมันให้ขึ้นไปถึงระดับสามหมื่นปีได้อีกด้วย"
"ทางราชวงศ์ได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ว่า วงแหวนวิญญาณของมังกรเงินตัวนี้จะถูกประทานให้แก่อัจฉริยะของราชวงศ์ที่ปลุกวิญญาณยุทธ์มังกรมารม่วงทลายฟ้าขึ้นมาได้และมีพลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิด"
"หึ นับว่าเจ้าโชคดีนะเป้ยเป้ย เท่าที่ข้ารู้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า อัจฉริยะของราชวงศ์สุริยันจันทราที่ปลุกวิญญาณยุทธ์มังกรมารม่วงทลายฟ้าขึ้นมาและมีพลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิดผู้นั้น ก็จะสามารถดูดซับมังกรเงินที่มีอายุตบะระดับนี้ได้แล้ว"
"ดูเหมือนจะชื่อว่าอันใดนะ...สวีเทียนหรานกระมัง"
จากปากของตู๋ปู้สื่อ เป้ยเป้ยก็ได้รับรู้ถึงกระบวนการที่ได้มังกรเงินตัวนี้มาอย่างละเอียด
ซึ่งก็เป็นตอนที่ไปช่วยสำนักหอแก้วเก้าสมบัติเก็บไข่มุกทองคำนั่นแหละ ระหว่างทางที่ผ่านจักรวรรดิสุริยันจันทรา เขาเลยถือโอกาสฉกมันติดมือมาด้วย
สำหรับพรหมยุทธ์ร่างกายที่เข้าใกล้ระดับขีดสุดแล้ว การลอบเข้าไปในดินแดนลับของจักรวรรดิสุริยันจันทราไม่นับว่าเป็นเรื่องยากเย็นอันใด
อย่างไรเสีย ท่านเทียดของเป้ยเป้ยก็เคยเดินทางไป "สำรวจ" หอหมิงเต๋อมาแล้ว โดยที่ไม่ถูกใครจับได้เลยสักคน
อีกทั้งหลายพันปีมานี้ไม่มีใครกล้าคิดร้ายกับมังกรเงินเลย การป้องกันจึงไม่ได้เข้มงวดมากนัก การที่เขาลงมือสำเร็จจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาและง่ายดายเอามากๆ
ในเมื่อตอนนี้เป็นศัตรู วันหน้าก็ต้องเป็นศัตรู ตู๋ปู้สื่อที่ฉกฉวยสิ่งของมาได้ย่อมไม่มีความรู้สึกกดดันทางใจแม้แต่น้อย
นี่เรียกว่าอันใดน่ะหรือ ไม่มีวงแหวน ไม่มีกระดูก ศัตรูก็เตรียมเอาไว้ให้พวกเราใช้แทนอย่างไรล่ะ
เมื่อทำความเข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุทั้งหมดแล้ว เป้ยเป้ยก็เดินตามตู๋ปู้สื่อมายังห้องลับสำหรับฝึกฝนโดยเฉพาะของเขา ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณหอคอยที่พักของระดับสูงในสำนัก
อุปกรณ์วิญญาณระดับแปดชิ้นหนึ่งมีรูปร่างคล้ายโถน้ำแข็ง ขอบโลหะประดับด้วยอัญมณีแปดสิบเอ็ดเม็ดส่องประกายระยิบระยับ
พื้นที่ส่วนใหญ่ตรงกลางโปร่งใส เมื่อทอดสายตามองเข้าไปด้านใน จะเห็นมังกรเงินตัวหนึ่งขดตัวอยู่ ลำตัวของมันเป็นสีเงินสว่างไสว ปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกรสีเงินรูปหกเหลี่ยมเรียงตัวกันหนาแน่น สะท้อนแสงแปลกตา แผ่ซ่านพลังชีวิตและพลังอำนาจอันมหาศาล มีแสงสลัวสีขาวเป็นสายบางๆ ว่ายวนเวียนอยู่รอบตัว
อุปกรณ์วิญญาณระดับแปดชิ้นนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบของอุปกรณ์วิญญาณระดับเก้าอย่างแท่นผนึกเทพ มันสามารถผนึกสัตว์วิญญาณที่มีอายุตบะต่ำกว่าห้าหมื่นปีได้
และเมื่อใดที่มันถูกเปิดออก สัตว์วิญญาณที่อยู่ด้านในก็จะถูกสังหารทันที
และในตอนนี้ สวิตช์ของอุปกรณ์วิญญาณชิ้นนี้ ก็ถูกเป้ยเป้ยกดลงไปแล้ว
วงแหวนวิญญาณของมังกรเงินระดับสามหมื่นปี ก่อตัวขึ้นเหนืออุปกรณ์วิญญาณที่ถูกเปิดออกในชั่วพริบตา
เขานั่งขัดสมาธิลงตรงนั้น โคจรพลังวิญญาณเพื่อดึงดูดวงแหวนวิญญาณมังกรเงินที่ลอยอยู่กลางอากาศ
"วูบ!"
เสียงฮัมดังแว่วเข้ามาในหู วงแหวนวิญญาณสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกลอยร่อนมาอยู่เหนือศีรษะ
พลังวิญญาณอันกล้าแกร่งทะลักเข้าสู่ร่างกาย ชำระล้างแขนขาและกระดูกทุกส่วนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาที่ฝึกเคล็ดวิชาลับแต่กำเนิดจนบรรลุขั้นต้น การรองรับวงแหวนวิญญาณมังกรเงินระดับสามหมื่นปีย่อมไม่มีปัญหาอันใด
ส่วนเรื่องแรงกระแทกทางวิญญาณนั้น แรงต่อต้านของมังกรเงินตัวนี้ยังสู้มังกรทรราชระดับหมื่นปีไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ลองคิดดูก็สมเหตุสมผล การถูกราชวงศ์สุริยันจันทราเลี้ยงดูมาโดยตลอด ทำให้มันสูญเสียสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอดในป่าดึกดำบรรพ์ไปจนหมดสิ้น ย่อมไม่มีเจตจำนงที่ดุร้ายอันใดหลงเหลืออยู่
ความเคียดแค้นที่มันสั่งสมมา ก็ไม่อาจสร้างแรงกดดันอันใดให้แก่เป้ยเป้ยผู้ครอบครองคุณสมบัติธาตุแสงขั้นสุดยอดได้
ไม่ใช่แค่เขาที่คิดเช่นนั้น ตู๋ปู้สื่อเองก็คิดเช่นเดียวกัน
ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่คาดคิดเอาไว้
ตั้งแต่ช่วงสายของวันไปจนถึงยามตะวันคล้อยต่ำ เป้ยเป้ยก็ยังไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาเลย
เหล่ายอดฝีมือต่างก็มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรวมไปถึงจินเผิงที่เพิ่งจะฝึกฝนให้หลงอ้าวเทียนเสร็จ และผู้อาวุโสซ่ง ผู้พิทักษ์ของเป้ยเป้ยด้วย
ผู้อาวุโสซ่งขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามตู๋ปู้สื่อว่า "ท่านเจ้าสำนักตู๋ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ"
"การดูดซับวงแหวนวิญญาณแค่วงเดียว ต้องใช้เวลายาวนานถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
เมื่อถูกผู้อาวุโสซ่งคาดคั้น คิ้วของตู๋ปู้สื่อก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก ทว่าเขาก็ยังคงข่มอารมณ์แล้วตอบกลับไปว่า
"ไม่ใช่แค่วงแหวนวิญญาณ แต่ยังมีกระดูกวิญญาณด้วย!"
"กระดูกวิญญาณส่วนแขนขวาที่ดรอปมาจากมังกรเงินระดับสามหมื่นปี ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใด มันถึงได้ผสานเข้าสู่ร่างกายของเป้ยเป้ยไปพร้อมกับวงแหวนวิญญาณ"
เขาหยุดพักครู่หนึ่ง แล้วตอบต่อว่า "ผู้อาวุโสซ่ง ไม่จำเป็นต้องซักไซ้ให้มากความหรอก"
"กระดูกวิญญาณระดับสามหมื่นปีเพียงชิ้นเดียว ย่อมไม่ทำให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เท่าใดนักหรอก"
"ในระหว่างกระบวนการนั้น เป้ยเป้ยเพียงแค่ส่งกระแสจิตมาบอกข้าว่าไม่มีอันตรายอันใด หลังจากนั้นเขาก็ดึงพลังจิตกลับเข้าสู่ภายในและตัดขาดการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกไป"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสซ่งก็ผ่อนคลายลงไปเปลาะหนึ่ง นางยังค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวของเป้ยเป้ย
เป้ยเป้ยที่ดึงพลังจิตและสติสัมปชัญญะกลับเข้าสู่ภายในนั้นไม่ได้มีอันตรายอันใดถึงชีวิต ทว่าเขากำลังเจ็บปวดเจียนตายต่างหาก!
กระดูกวิญญาณส่วนแขนขวาของมังกรเงินได้รับการสืบทอดสายเลือดมังกรเงินอันบริสุทธิ์มา ในขณะที่กระดูกวิญญาณส่วนนอกบริเวณฝ่ามือขวาที่เชื่อมต่ออยู่กับแขนขวาอย่างกรงเล็บมังกรทรราช ก็ได้รับการสืบทอดสายเลือดมังกรทองอันบริสุทธิ์แม้จะเบาบางมาเช่นเดียวกัน
แรงดึงดูดระหว่างสายเลือดทั้งสองชนิดนี้ ในตอนที่เป้ยเป้ยกำลังดูดซับวงแหวนวิญญาณ มันได้ช่วยให้กระดูกวิญญาณส่วนแขนขวาของมังกรเงินแทรกซึมเข้ามาได้อย่างแนบเนียน และได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันลี้ลับซับซ้อน นั่นคือการผสานรวมกระดูกวิญญาณส่วนแขนขวาและกระดูกวิญญาณส่วนฝ่ามือขวาเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
นี่ไม่ใช่เพียงการผสานกระดูกวิญญาณเข้าด้วยกันแบบธรรมดา ทว่ามันคือการผสานสายเลือดและการผสานกระดูกวิญญาณที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน
และนั่นก็คือต้นตอของความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เกิดขึ้นบริเวณร่างกายส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างแขนขวากับฝ่ามือขวา
[จบแล้ว]