- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 36 แกล้งเป็นเพื่อนในเน็ตมาเจอกันอีกรอบ!
ตอนที่ 36 แกล้งเป็นเพื่อนในเน็ตมาเจอกันอีกรอบ!
ตอนที่ 36 แกล้งเป็นเพื่อนในเน็ตมาเจอกันอีกรอบ!
ตอนที่ 36 แกล้งเป็นเพื่อนในเน็ตมาเจอกันอีกรอบ!
“ถึงแล้ว ห้องคุณคือ 1202 นะ ห้องนี้กว้างตั้งหกสิบตารางเมตร ใหญ่กว่าห้องเสี่ยวเจี่ยนเยอะเลย”
จริงๆ เขากะจะเอาห้องนี้เอง แต่เดี๋ยวค่อยให้นายหน้าหาใหม่ก็ได้
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว”
เซวีย ซู่เฟิน นึกไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจตามมาครั้งนี้จะคิดถูกขนาดนี้
“ตอนนี้แม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ ผมคุยกับนายหน้าไว้แล้ว คุณทิ้งเบอร์ไว้ให้แม่บ้านนะ ทำเสร็จเขาจะได้โทรให้ไปรับกุญแจ”
ฮั่ว ฉีอัน พาเธอมาส่งถึงหน้าห้อง แล้วเคาะประตู
คุณป้าแม่บ้านมาเปิดประตูให้ทันที
เซวีย ซู่เฟิน เดินดูรอบๆ ห้องอย่างพอใจสุดๆ
“ท่านประธานฮั่ว คุณไปทำธุระเถอะค่ะ ไม่กวนเวลาแล้วเดี๋ยวฉันส่งรูปบัตรประชาชนให้ทางแชตนะคะ”
“โอเค ผมต้องไปแล้วจริงๆ มีอะไรก็ทักมานะ”
ฮั่ว ฉีอัน ดูเวลาแล้วก็ขอตัวกลับ
เซวีย ซู่เฟิน เดินมาส่งเขาที่หน้าลิฟต์ ไม่ลืมโบกมือลา
พอเขาเดินไปได้ไม่นาน เธอก็ได้รับข้อความจากหัวหน้างาน
“ซู่เฟิน เรื่องตำแหน่งงานที่เธอฝากถาม เลิกงานคืนนี้เราค่อยมาคุยรายละเอียดกันนะ”
พอเห็นข้อความนี้ เซวีย ซู่เฟิน ก็พิมพ์ตอบกลับไปทันทีว่า “ไม่ต้องแล้ว ฉันไม่ไปทำแล้ว”
ทำไมเธอจะดูไม่ออกล่ะว่าอีตาหัวหน้างานนี่แอบคิดอะไรกับเธออยู่ ชวนไปคุยตอนกลางคืน ฝันไปเถอะ!
…………………………………………
“ขอโทษนะครับ ชาผลไม้คิว 72 ได้หรือยังครับ”
ฮั่ว ฉีอัน มาถึงร้านเครื่องดื่ม ปกติถ้าอยู่คนเดียวเขาไม่ค่อยกินพวกนี้หรอก แต่วันนี้ซื้อตั้งสองแก้วใหญ่
“เสร็จแล้วค่ะ จะรับแบบใส่แก้วเลยหรือให้แพ็กใส่ถุงคะ”
ความจริงพนักงานก็ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก แต่ทำช้ามาก ร้านฉาไป่เต้านี่ทำเครื่องดื่มช้าจริงๆ อาจจะเป็นเพราะราคาสูง ขั้นตอนก็เลยเยอะตามไปด้วย
ถ้าเป็นร้านมี่เสวี่ย (Mixue) ป่านนี้คงเสร็จไปนานแล้ว แค่คนๆ สองสามทีก็เสร็จ
“ใส่ถุงครับ!”
ฮั่ว ฉีอัน รออยู่ครู่หนึ่ง พอได้ชาผลไม้ก็รีบตรงไปร้านหม้อไฟทันที
พอไปถึง ปรากฏว่าที่จอดรถหน้าร้านเต็มหมดแล้ว ขนาดป้ายแดงยังหาที่เสียบไม่ได้ เลยต้องไปจอดไกลหน่อย
เวลาสิบเอ็ดโมงสี่สิบห้านาที เขาเดินมาถึงหน้าร้านหม้อไฟ
ในมือหิ้วถุงเก็บความเย็นใบใหญ่
เขาจองโต๊ะไว้แล้ว แค่ไปแจ้งชื่อที่เคาน์เตอร์ โชคดีได้โต๊ะมุมดีซะด้วย
พักหลังร้านหม้อไฟในหรงเฉิงชอบแต่งแนวโทรมๆ ปูนเปลือยบ้าง เรโทรบ้าง บางร้านก็แต่งร้านเหมือนไนต์คลับยุค 90 มีป้ายไฟนีออนเก่าๆ
บางร้านก็มาแนวร้านข้าวแกงข้างทาง ราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ เซตแปดคนแค่ 108 หยวน ถูกกว่ากินก๋วยเตี๋ยวอีก
ร้านที่เขามาวันนี้เป็นสไตล์เรโทรผสมอารมณ์สตรีตฟู้ดริมทาง
ตอนเปิดไฟก็พอดูได้อยู่หรอก แต่พอดับไฟปุ๊บ ก็เหมือนตึกร้างปูนเปลือยไปเลย
เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่าน เลือกที่นั่งเรียบร้อย กำลังจะเดินไปหน้าร้าน จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนสะกิดหลัง
“ไงคะ! ไม่ทราบว่าคุณใช่คนที่เอาชาผลไม้มาส่งหรือเปล่าคะ”
เสียงของ หาน ไฉ่หลิง ดังมาจากด้านข้าง
ฮั่ว ฉีอัน หันไปมอง สายตาไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
วันนี้ไฉ่หลิงโดดเด่นสะดุดตามาก ผมยาวสยาย แต่งหน้าจัดเต็มสไตล์สาวสวยคมเข้ม แถมชุดที่ใส่ก็เซ็กซี่ใช่ย่อย
เสื้อเชิ้ตสีขาวคอปกแขนสามส่วน กระดุมเสื้อแทบจะปริออก สวมสร้อยคอสีทองเข้ากับผิวขาวๆ
ชายเสื้อถูกจับผูกปมหลวมๆ แมตช์กับกางเกงยีนส์เอวสูงสีอ่อน เน้นสัดส่วนเอวคอดและสะโพกผายชัดเจน
สวมรองเท้าบูตส้นสูงสีน้ำตาล ทำให้ส่วนสูงที่ทะลุ 170 ซม. ยิ่งดูเพรียวยาวขึ้นไปอีก
บนไหล่สะพายกระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็ก ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือนิดเดียว
การแต่งตัวกับลุคแต่งหน้าของเธอวันนี้ ฮั่ว ฉีอันให้คะแนน 90 อัปทั้งสองอย่างเลย โดยเฉพาะรูปร่าง ถ้าให้เขาประเมินเอง เขาให้ถึง 95 เลยด้วยซ้ำ
บางทีระบบก็อาจจะมีช่วงสายตาฝ้าฟางบ้างแหละ ก็มันไม่ได้อิงตามรสนิยมความชอบของเขานี่นา
[ชื่อ: หาน ไฉ่หลิง]
[อายุ: 19]
[หน้าตา: 85]
[รูปร่าง: 89]
[ทรัพย์สิน: 2,000 หนี้สิน 3,000]
[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: 59]
ดูเหมือนว่าหนี้สินของไฉ่หลิงจะลดจากหกพันเหลือสามพันแล้ว น่าจะเป็นการหมุนเงินก้อนเล็กๆ มากกว่า ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นหนี้สินจริงๆ จังๆ
“คุณลุงคะ มองจนตาค้างเลยเหรอคะ!”
หาน ไฉ่หลิง กลั้นยิ้ม วันนี้เธออุตส่าห์จัดเต็ม ลองเปลี่ยนชุดตั้งหลายชุดกว่าจะลงตัว ก็เพื่อจะมาเปิดตัวแบบอลังการนี่แหละ
พอเห็นท่าทีอึ้งๆ ของคุณลุง เธอก็พอใจสุดๆ ก็กะจะให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว
“แค่กๆ... สวัสดีครับ นี่ชาไป่เต้าของคุณ”
ฮั่ว ฉีอัน ดึงสติกลับมา มองดูไฉ่หลิง นี่ต้องคัพ C+ แน่ๆ เลย
“NO NO NO” ไฉ่หลิงส่ายนิ้วไปมา “ชาไป่เต้าของลุงต่างหากล่ะคะ”
“หึ! หวานครึ่งหนึ่งใช่ไหม ป่ะ! จองโต๊ะไว้แล้ว เข้าไปรอสั่งอาหารกัน”
ฮั่ว ฉีอัน แกว่งถุงเก็บความเย็นในมือ
“อืมๆ!”
หาน ไฉ่หลิง อดไม่ได้ที่จะแอบเหล่มองคุณลุงอีกครั้ง โหยๆๆ คุณลุงก็แอบเจ้าเล่ห์เหมือนกันนะ แต่งตัวมาซะวัยรุ่นเลย
แต่คุณลุงในลุคนี้ ก็ดูหล่อขึ้นกว่าคราวก่อนนิดหนึ่งนะเนี่ย
พอนั่งลง ฮั่ว ฉีอัน ก็พยักหน้าให้ไฉ่หลิงสแกนคิวอาร์โค้ดสั่งอาหาร ส่วนเขาก็หยิบชาผลไม้ออกมา แจกกันคนละแก้ว
“คุณลุง ลองดูสิคะว่าอยากกินอะไรเพิ่มไหม”
ไฉ่หลิงยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู
ฮั่ว ฉีอัน ดูเมนูแล้วกดสั่งเผือกจากต้าเหลียงซานไปหนึ่งที่ ราคา 15 หยวน นี่แค่ผักนะ ส่วนพวกเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่อยู่ที่จานละประมาณ 30 หยวน ดูเหมือนจะไม่แพง แต่ปริมาณนี่สิให้น้อยมาก
ผู้หญิงคนเดียวกินห้าหกจาน หรือเจ็ดแปดจานยังได้เลย
เขาสั่งกับข้าวเพิ่มอีกสามสี่อย่าง แล้วก็ของกินเล่นอีกอย่าง แล้วกดยืนยัน
“ชนแก้วหน่อยค่ะลุง”
ไฉ่หลิงยกแก้วชาขึ้นมาชน แล้วดูดไปอึกใหญ่ด้วยสีหน้าฟินสุดๆ
“ชนแก้ว!”
ฮั่ว ฉีอัน ก็ดูดไปอึกหนึ่งเหมือนกัน รสชาติก็โอเคเลย ปกติชาผลไม้แบบนี้จะใช้ชาชามะลิเป็นเบส ไม่ก็พวกชาซานฮวาสุ่ยเซียง หรือเหมิงติ่งซาน รสชาติชาจะอ่อนๆ มีกลิ่นหอมของดอกมะลิ
แล้วก็เอาไปปั่นรวมกับเสาวรส สับปะรด อะโวคาโด หรือผลไม้อื่นๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม
สุดท้ายก็ท็อปด้วยแตงโมชิ้นใหญ่ๆ
กินแตงโมไปดูดน้ำไป วัยรุ่นหรงเฉิงชอบกินกันมาก
“ลุงคะ ตอนนี้เราอยู่ในสถานะอะไรกันเหรอคะ”
จู่ๆ หาน ไฉ่หลิง ก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกๆ
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้หลงระเริงไปกับคำถามนี้ ค่าความชอบก็มีให้เห็นอยู่ทนโท่ว่ายังไม่ข้ามเส้น 60 เลย
บวกกับสถานการณ์ตอนนี้ ถึงเขาจะไม่ได้มีความคิดแบบรักบริสุทธิ์แล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะเหลือความทรงจำดีๆ ไว้บ้าง
ในตอนที่เขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว เขาไม่อยากจะทำดีกับไฉ่หลิงแค่เพื่อปั่นค่าความชอบอย่างเดียว
เพราะไฉ่หลิงคือเพื่อนในเน็ตที่คุยกันมาเป็นปี และยอมออกมาเจอเขาตอนดึกๆ
ถ้าใช้ตรรกะแบบผู้ใหญ่ที่เยือกเย็นและคิดคำนวณผลประโยชน์ จังหวะนี้เขาต้องถามกลับเพื่อโยนการตัดสินใจไปให้อีกฝ่ายต่างหากล่ะ
เพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายคุมเกม
แต่เขากลับยอมตามใจไฉ่หลิง ตอบกลับไปว่า “ก็เป็นเพื่อนในเน็ตที่เพิ่งเจอกันอีกรอบ ความสัมพันธ์แบบอยากจะจีบแต่ก็ไม่กล้าจีบไง”
“คิกๆ! ลุงล้อเล่นเก่งจังเลยนะคะ”
หาน ไฉ่หลิง ไม่ได้โกรธ กลับยิ้มร่า แต่ก็ไม่ยอมให้คำตอบอะไรกลับมาเหมือนกัน
“โดนจับได้ซะแล้ว”
ถึง ฮั่ว ฉีอัน จะยอมสลัดคราบความเหนือกว่าทิ้งไปตอนอยู่กับไฉ่หลิง แต่เขาก็รู้ดีว่า จะกลับไปเล่นบทรักบริสุทธิ์หรือทำตัวเป็นพวกตามตื๊อให้เสียเรื่องไม่ได้เด็ดขาด
เพราะฉะนั้น กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก หรือแกล้งทำเป็นไม่สนใจก็ยังต้องงัดมาใช้บ้าง
ผู้หญิงสวยๆ มักมีตัวเลือกเยอะอยู่แล้ว จะกั๊กคนคุยไว้บ้างก็ไม่แปลก
ในเมื่อเลือกได้ แล้วใครจะรีบตัดสินใจล่ะ
ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่...ก็พลาดตรงนี้แหละ
เอาแต่คิดเรื่องอย่างว่า พอโดนเขาหยั่งเชิงนิดเดียวก็หลงทาง กลายเป็นตัวสำรองไปโดยไม่รู้ตัว
ต่อให้รู้ ก็ยังหลอกตัวเองว่าชนะคนอื่นได้
แต่ก็มีผู้ชายบางประเภท ที่ผ่านโลกมาเยอะจนมองเกมออก และสามารถใช้ชั้นเชิงเอาชนะสัญชาตญาณของผู้หญิงได้
ส่วนพวกจิ๊กโก๋อะไรนั่น ก็แค่เด็กหนุ่มที่ถูกหล่อหลอมมาจากสภาพแวดล้อมแย่ๆ เท่านั้นแหละ
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกว่าช่วงนี้สกิลจีบสาวเขาพุ่งแรงจนน่าตกใจ จนต้องคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าหลงระเริงจนกู่ไม่กลับ
“คิกๆ!”
หาน ไฉ่หลิง เอาแต่หัวเราะ ไม่ยอมพูดอะไรต่อ
ฮั่ว ฉีอัน คิดในใจ ใจผู้หญิงนี่เดายากจริงๆ อย่าไปเสียเวลาเดาเลย บางทีที่พวกเธอแกล้งล้ำเส้นมาลองใจ ก็อาจจะแค่อยากประเมินดูเฉยๆ ก็ได้
เหมือนเวลาครูถามคำถามนักเรียนนั่นแหละ ต่อให้ตอบถูก ครูก็ไม่ได้แปลว่าจะชอบนักเรียนคนนั้นสักหน่อย
ครูอาจจะแค่อยากเช็กผลการสอนเฉยๆ ก็ได้
เพราะงั้นตอนนี้เขาเลยไม่เดาให้ปวดหัว เปลี่ยนเรื่องคุยแทน “ไฉ่หลิง เรามาลองคบกันเป็นแฟนในเน็ตดูไหมล่ะ แค่เล่นๆ น่ะ พอเจอกันก็เป็นเพื่อนกินข้าว แต่พออยู่ในเน็ตก็คบกันเป็นแฟนไง”
หาน ไฉ่หลิง จ้องหน้าชายหนุ่มอยู่พักใหญ่ ถึงค่อยพูดว่า “ลุง เอาจริงดิ!”