- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 35 ยัยสองสาวหัวทึบ!
ตอนที่ 35 ยัยสองสาวหัวทึบ!
ตอนที่ 35 ยัยสองสาวหัวทึบ!
ตอนที่ 35 ยัยสองสาวหัวทึบ!
“อืม! เอาของใส่ท้ายรถได้เลย เดี๋ยวผมขับไปส่ง”
ฮั่ว ฉีอัน เปิดกระโปรงหลังรถโดยไม่พูดอะไรต่อ
จากนั้น ทั้งสามคนจึงขึ้นรถและเริ่มออกเดินทาง
สิบนาทีต่อมา พวกเขาก็ถึงจุดหมาย
ที่นี่เป็นอพาร์ตเมนต์ที่อยู่นอกเขตชุมชน พื้นที่ด้านล่างเคยเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันปิดตัวลงไปกว่าครึ่ง
ส่งผลให้มูลค่าของที่พักร่วงลงและมีห้องว่างจำนวนมาก ค่าเช่าจึงถูกลงตามกลไกตลาด
ฮั่ว ฉีอัน จอดรถเทียบฟุตบาทหน้าทางเข้าอาคาร
รถป้ายแดงนี่ จอดง่ายกว่าที่คิดแฮะ
“ท่านประธานฮั่ว ค่าเช่าที่นี่คงแพงมากใช่ไหมคะ”
เจี่ยน ซีรั่ว แหงนมองอาคารสูงตระหง่าน
“ห้องที่คุณพักเป็นขนาดเล็ก ราคาไม่สูงนัก
ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อน ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ไม่ต้องกังวล”
ฮั่ว ฉีอัน นึกได้ว่าแม้อาคารนี้จะเป็นอพาร์ตเมนต์ แต่มีการวางระบบแก๊สธรรมชาติไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแตกต่างจากอพาร์ตเมนต์ส่วนใหญ่ในหรงเฉิงที่มักไม่มีแก๊สให้ใช้ และไม่สามารถย้ายทะเบียนบ้านเข้าพักอาศัยได้เหมือนคอนโดมิเนียมทั่วไป
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว”
เจี่ยน ซีรั่ว ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
เซวีย ซู่เฟิน ยังคงรักษาความเงียบ เธอแบกความสงสัยพลางช่วยถือสัมภาระเดินเข้าลิฟต์ไปจนถึงชั้นสิบ
เมื่อออกจากลิฟต์มาก็พบทางเดินที่ทอดยาว
ฮั่ว ฉีอัน เดินนำไปยังห้อง 1008 ซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุด
เมื่อไขกุญแจเข้าไป ด้านในเป็นห้องพักขนาดสามสิบห้าตารางเมตรที่จัดสัดส่วนได้อย่างลงตัว ทั้งห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน และมุมรับประทานอาหารขนาดเล็ก แสงสว่างส่องถึงอย่างเหมาะสม
แม้ในแถบชานเมืองจะหาห้องพักแบบดูเพล็กซ์ได้ยาก แต่สภาพห้องระดับนี้นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว
“เจี่ยน ซีรั่ว คุณพักที่นี่คนเดียว รับกุญแจไปและห้ามทำหายเด็ดขาด ไม่มีสำรองนะ หากหายคุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแม่กุญแจใหม่ทั้งชุด”
ฮั่ว ฉีอัน ยื่นกุญแจให้ ความจริงสภาพห้องสะอาดสะอ้านอยู่แล้ว
แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเจ้าระเบียบ เขาจึงจ้างแม่บ้านให้ทำความสะอาดอีกสองห้องบนชั้นสิบสองและสิบห้าไว้ล่วงหน้า
“ขอบคุณค่ะ ที่นี่ดีมากเลย”
เจี่ยน ซีรั่ว ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายนอกจากคำว่าขอบคุณ
ห้องพักดีขนาดนี้ เธอถูกใจสุดๆ ไปเลย
ฮั่ว ฉีอัน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
“อืม สิบเอ็ดโมงแล้ว เที่ยงนี้ผมมีนัดกินข้าว ขอพูดสั้นๆ แล้วกัน
เจี่ยน ซีรั่ว ตำแหน่งของคุณผมกำหนดให้เป็นผู้ช่วยไปก่อน ดูจากทักษะแล้วคุณน่าจะยังต้องเรียนรู้อีกมาก ผมให้เงินเดือนเริ่มต้นที่หกพันหยวน เรื่องที่พักไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนสวัสดิการอื่นจะมีคนมาแจ้งรายละเอียดภายหลัง
ถือซะว่าเริ่มงานตั้งแต่วันนี้ เงินเดือนก็นับตั้งแต่วันนี้เลย”
“อีกเรื่อง วันพุธหน้าผมต้องเดินทางไปทำงานที่ปักกิ่งประมาณห้าถึงเจ็ดวัน
คุณจะลองไปทำงานที่นั่นดูก่อนไหม จะได้เรียนรู้งานผู้ช่วยไปในตัว ค่าเดินทางและที่พักบริษัทจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
แต่หากไม่สะดวก ผมจะหาคนมาสอนงานให้คุณที่นี่แทน”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้บังคับ
ตั๋วเครื่องบินยังไม่ได้จองและไม่ใช่ช่วงเทศกาล การหาตั๋วในวันธรรมดาจึงไม่ใช่เรื่องยาก
อีกทั้งราคาตั๋วจากหรงเฉิงไปปักกิ่งในช่วงนี้ค่อนข้างต่ำ สามารถจองแล้วออกเดินทางได้ทันที
“ท่านประธานฮั่ว หมายความว่าจะพาหนูไปทำงานที่ปักกิ่งด้วยหรือคะ”
เจี่ยน ซีรั่ว เริ่มสับสน เธอรู้ดีว่าตัวเองยังขาดทักษะและเคยถูกตำหนิว่าหัวทึบมาก่อน
“อืม! ตกลงตามนี้ ผมจะได้จัดการเรื่องตั๋วและที่พักให้เรียบร้อย ครั้งนี้ไม่ได้ไปกันแค่สองคน แต่จะมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นไปด้วย”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้สนใจ เซวีย ซู่เฟิน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ค่าความชอบที่ติดลบระดับนั้นคงต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกพักใหญ่
“ไปค่ะท่านประธานฮั่ว หนูไปด้วยค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว ตอบรับทันที เธอไม่เคยมีโอกาสขึ้นเครื่องบินมาก่อนในชีวิต
“ตกลง วันพุธหน้าออกเดินทาง ส่วนรายละเอียดเวลาผมจะส่งให้ตอนบ่าย
งั้นตามนี้ พวกคุณตามสบาย ผมขอตัวก่อน”
ฮั่ว ฉีอัน ยังไม่ลืมคำสัญญาเรื่องชาผลไม้ฉาไป่เต้าแก้วยักษ์กับไฉ่หลิง แม้จะสั่งผ่านแอปได้ แต่ในช่วงวันหยุดที่อาจมีความล่าช้า เขาจึงตัดสินใจไปซื้อด้วยตนเอง
“ท่านประธานฮั่วคะ”
จู่ๆ เซวีย ซู่เฟิน ก็เรียกเขาไว้ “ขอถามหน่อยได้ไหมคะว่าคุณทำงานอะไร”
“ผมเปิดโรงงานอยู่แถวหนานหยวน และกำลังเตรียมการตั้งบริษัทของตัวเอง
การที่เสี่ยวเจี่ยนได้วีแชทผมไปเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ วันนั้นผู้หญิงสองคนที่มากับผม คนหนึ่งเป็นเลขา ส่วนอีกคนเป็นผู้จัดการบริษัท”
ฮั่ว ฉีอัน หยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “บริษัทยังไม่ได้เลือกที่ตั้งสำนักงาน พนักงานกำลังทยอยรับเข้ามา ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยในเร็วๆ นี้”
เซวีย ซู่เฟิน ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจนัก เธอเรียนจบแค่มัธยมต้น เลยไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่สัมผัสได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าน่าจะมีศักยภาพสูง
ฮั่ว ฉีอัน เห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ และค่าความชอบไม่ขยับเลย
ช่วยไม่ได้ งั้นก็ต้องใช้วิธีเดิม
“คุณขยับมานี่สิ”
เขายืนนิ่ง ใช้จังหวะกดดันอีกครั้ง
“อะไรคะ”
เซวีย ซู่เฟิน ยอมขยับเข้าใกล้ขึ้นนิดหนึ่ง แต่ยังคงเว้นระยะห่างไว้ครึ่งเมตร
“คุณกลัวว่าเสี่ยวเจี่ยนจะโดนหลอกไม่ใช่เหรอ ดูนี่สิ”
เขาเปิดแอปธนาคารและแสดงยอดเงินให้เธอเห็นต่อหน้า
เซวีย ซู่เฟิน มองด้วยความมึนงงก่อนจะถามขึ้น “นี่คือแอปอะไรเหรอคะ ทำไมฉันถึงไม่มี”
“แค่กๆ… แอปธนาคารไง คุณไม่เคยใช้เหรอ”
ฮั่ว ฉีอัน ทำงานแต่ในโรงงานมาตลอด บางทีเขาก็ยังแอบคิดว่าตัวเองล้าหลัง อย่างเรื่องปรับวงเงินโอน เขาก็เพิ่งรู้จาก ซาง จื่อซี นี่แหละ นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอคนที่หนักกว่าตัวเองอีก
“ไม่เคยใช้ค่ะท่านประธานฮั่ว ตัวเลขพวกนี้คือของจริงเหรอคะ”
เซวีย ซู่เฟิน ชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ตัวเลขมันเยอะจนเธอนับไม่ถูกเลย
“ช่างเถอะ ดูยอดเงินในวีแชทของผมแทนแล้วกัน”
ฮั่ว ฉีอัน เปิดหน้ายอดเงินในวีแชทเพย์ซึ่งมีเงินคงเหลืออยู่กว่าสี่แสนเจ็ดหมื่นหยวน
“ทำไมคุณถึงรวยขนาดนี้คะ”
ในวีแชทเพย์ของ เซวีย ซู่เฟิน มีเงินเพียงหกหมื่นสามพันหยวน ซึ่งเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตของเธอ แต่มันกลับไม่เท่ากับเศษเงินของชายหนุ่มตรงหน้า
“แอดวีแชทของผมไว้สิ ไว้วันหลังผมจะมาตอบคำถามนี้ให้ฟัง
ทีนี้เชื่อหรือยังว่าผมไม่ใช่พวกต้มตุ๋น
ต่อให้รวมเงินของคุณกับเสี่ยวเจี่ยนเข้าด้วยกัน ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องหลอกลวงพวกคุณ
อีกอย่าง มีคนพยายามเข้าหาผมอยู่ไม่น้อย”
ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มพลางส่ายหน้า หลอกคนอื่นก็ต้องหลอกตัวเองให้เนียนก่อนสินะ?
[ค่าความชอบของ เซวีย ซู่เฟิน +49 (39)]
“ท่านประธานฮั่วคะ ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะที่เข้าใจผิด คิดว่าคุณเป็นมิจฉาชีพ”
เซวีย ซู่เฟิน เชื่อสนิทใจแล้วว่าเขาเป็นคนดี เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพิ่มเพื่อนในวีแชททันที
“อืม! ระวังตัวไว้บ้างก็ดี เดี๋ยวนี้พวกมิจฉาชีพมันเยอะจริงๆ”
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “ผมว่านี่แหละคือข้อดีของคุณนะ ไม่โดนหลอกง่ายๆ ว่าแต่คุณทำงานอะไรเหรอ”
“ท่านประธานฮั่ว ฉันทำงานในโรงงานแถวเขตอุตสาหกรรมเป่ยเจียงค่ะ รับจ้างเป็นรายชั่วโมง เดือนหนึ่งได้ประมาณหกพันหยวน”
เงินเก็บของ เซวีย ซู่เฟิน ได้มาจากการประหยัดอดออมและส่งกลับบ้านเป็นประจำทุกเดือน
“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้เป็นพนักงานประจำ”
ฮั่ว ฉีอัน รู้จักเขตอุตสาหกรรมแถวนั้นเป็นอย่างดี มีเพียงโรงงานห้องแถวและโรงงานรับจ้างผลิตขนาดเล็กเท่านั้น
“ท่านประธานฮั่ว คุณทราบด้วยเหรอคะ ฉันทำงานรายชั่วโมงมาตลอด ตอนแรกได้ชั่วโมงละ 14 หยวน ตอนนี้ขึ้นเป็น 20 หยวนแล้วนะคะ ฉันทำงานคล่องแคล่วว่องไวมากเลยนะ”
เซวีย ซู่เฟิน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงพยายามพรีเซนต์ความสามารถให้เขาฟังขนาดนี้
ฮั่ว ฉีอัน ถึงกับอึ้ง ยัยนี่หัวทึบของจริงเลยนี่หว่า ไม่ยอมเป็นพนักงานประจำ แถมยังทิ้งสวัสดิการประกันสังคมกับกองทุนไปอีก
ไหนจะเรื่องถ้าเป็นพนักงานประจำ เวลาทำโอทีก็ต้องได้เงินตามกฎหมายกำหนด วันธรรมดาคูณ 1.5 เสาร์อาทิตย์คูณ 2 วันหยุดนักขัตฤกษ์คูณ 3
เซวีย ซู่เฟิน ได้เงินเดือนละหกพันกว่าหยวน ค่าแรงชั่วโมงละ 20 หยวน แปลว่าเดือนหนึ่งเธอต้องทำงานเกินสามร้อยชั่วโมง
เวลาทำงานเยอะขนาดนี้ ถ้ามาทำที่โรงงานเขา ก็คงตีเป็นค่าทำโอทีได้ประมาณ 228 ชั่วโมง ถ้ารวมกับฐานเงินเดือน หักประกันสังคมกับกองทุนแล้ว เผลอๆ ได้ถึงแปดพันหยวนด้วยซ้ำ แถมยังมีบัตรกินข้าวฟรีอีก
“แปดพัน มาทำงานกับผมไหมล่ะ”
เขาเอ่ยปากชวนทันที เปลี่ยนใจปุบปับเลย ตอนแรกคิดว่ายัยนี่จะรับมือยากซะอีก ก็แค่โดนความประทับใจแรกหลอกตาเท่านั้น
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าจริงๆ แล้วยัยนี่หัวอ่อนจะตายไป ตรงข้ามกับหน้าตาที่ดูหยิ่งยโสลิบลับ
งั้นจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ รีบดึงเข้าบริษัทก่อนดีกว่า
บริษัทเขาจะตั้งขึ้นมาได้ ก็ต้องเริ่มจากดึงคนเข้ามาก่อนนี่แหละ แล้วก็ค่อยปั่นค่าความชอบของพนักงานพวกนี้ไง
แค่จีบพนักงานสำเร็จไม่กี่คน ก็ได้เงินสูสีกับกำไรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แล้ว
“ท่านประธานฮั่วคะ คุณบอกว่าจะให้ฉันไปทำงานบริษัทคุณ ให้เงินเดือนเดือนละแปดพันเหรอคะ”
เซวีย ซู่เฟิน ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ เสี่ยวเจี่ยน พูดถูกจริงๆ ด้วย ท่านประธานฮั่วเป็นคนดี ไม่มีทางเป็นมิจฉาชีพไปได้หรอก
“อืม คุณมีประสบการณ์การทำงานมากกว่าเสี่ยวเจี่ยน เธอก็ได้หกพัน คุณก็ได้แปดพันไง นี่แค่เงินเดือนเริ่มต้นนะ เดี๋ยวอนาคตก็ปรับขึ้นอีก”
จู่ๆ ฮั่ว ฉีอัน ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เขาก็เป็นถึงเศรษฐีร้อยล้านหน้าใหม่ป้ายแดง การมาต่อรองเงินเดือนหลักพันแบบนี้ มันดูโลว์ไปหรือเปล่านะ
แต่พอลองคิดดูอีกที เจี่ยน ซีรั่ว ก็คือโปรเจกต์ระดับร้อยล้าน ส่วนยัยหัวทึบ เซวีย ซู่เฟิน นี่ ยิ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับโปรเจกต์ระดับพันล้านเลย
พอคิดได้แบบนี้ ก็รู้สึกดูเป็นระดับไฮเอนด์ขึ้นมาทันที
“ท่านประธานฮั่วคะ ฉันตกลงค่ะ”
เซวีย ซู่เฟิน ตอบตกลงแบบไม่ต้องคิด ค่าแรงรายชั่วโมงของเธอในโรงงานมันตันแล้ว ไม่มีทางได้ถึงแปดพันแน่นอน
“โอเค งั้นคุณก็เริ่มงานวันนี้เลยเหมือนกัน
วันนี้ผมยุ่งมากจริงๆ เดี๋ยวว่างๆ เราค่อยคุยรายละเอียดกัน”
ฮั่ว ฉีอัน กดสั่งชาผลไม้ของฉาไป่เต้าผ่านมินิแอปในวีแชท ไม่ลืมสั่งความหวานระดับ 50% ด้วย
ส่วนเรื่องร้านหม้อไฟ เพราะเป็นร้านดัง เขาเลยโทรไปจองคิวไว้ตั้งแต่เก้าโมงเช้าแล้ว
“ท่านประธานฮั่วคะ”
เซวีย ซู่เฟิน รั้งเขาไว้ ถามอย่างเขินๆ ว่า “แล้วฉันจะได้ที่พักสวัสดิการพนักงาน แล้วก็จะได้ไปทำงานที่ปักกิ่งด้วยไหมคะ”
“แค่กๆ...”
ฮั่ว ฉีอัน เห็นกับตาว่าคำว่า ‘หัวทึบ’ มันเป็นยังไง นี่มันพุ่งเข้ามาหาเขาถึงที่ชัดๆ
“ไม่มีปัญหา!”
เขาพูดต่อ “บริษัทเรามีอพาร์ตเมนต์สวัสดิการที่ตึกนี้ด้วย เดี๋ยวผมจัดการให้ คุณส่งรูปถ่ายบัตรประชาชนมาให้ผมด้วย จะได้ทำเรื่องลงทะเบียนพนักงานและจองตั๋วเครื่องบิน ทริปปักกิ่งรอบนี้ผมจะพาคุณไปด้วย”
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว งั้นฉันจะไม่กลับไปทำงานที่โรงงานเก่าแล้วนะคะ ที่นั่นฉันรับเงินรายชั่วโมงและจ่ายเป็นรายวัน ถ้าไม่ไปทำก็ไม่ได้เงิน”
เซวีย ซู่เฟิน ทนทำงานที่นั่นมานานเพราะระบบรับเงินสดรายวันแบบนี้เอง
“เดี๋ยวผมเรียกคุณว่าซู่เฟินแล้วกัน ตามผมไปดูห้องก่อน อยู่ชั้นสิบสองนี่เอง”
ฮั่ว ฉีอัน หยุดครู่หนึ่งแล้วหันไปพูดกับ เจี่ยน ซีรั่ว “เจี่ยน ซีรั่ว คุณจัดห้องไปพลางก่อนนะ เดี๋ยวซู่เฟินค่อยลงมาหา”
“ได้ค่ะท่านประธานฮั่ว”
เจี่ยน ซีรั่ว ยังมึนงงตามสถานการณ์ไม่ทัน ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ พี่ซู่เฟินถึงกลายมาเป็นพนักงานบริษัทเดียวกันได้ล่ะเนี่ย
“ซู่เฟิน ไปกันเถอะ”
ฮั่ว ฉีอัน พาเธอเดินออกไปกดลิฟต์ ระหว่างรอเขาโทรศัพท์หาบริษัทนายหน้าเพื่อแจ้งรายละเอียดคร่าวๆ
ไม่นานทั้งสองคนก็เข้าไปในลิฟต์
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว คุณเป็นคนดีมาก ก่อนหน้านี้ฉันยังเข้าใจผิดคิดว่าคุณเป็นมิจฉาชีพอยู่เลย”
เซวีย ซู่เฟิน รู้สึกผิดอย่างมาก
ฮั่ว ฉีอัน แอบคิดในใจว่า บางทีเธออาจไม่ได้เข้าใจผิดเท่าไหร่หรอก
“ไม่เป็นไร นั่นคือข้อดีของคุณ ผมถูกใจความรอบคอบของคุณ เสี่ยวเจี่ยนยังเด็กเกินไป คุณเข้ามาเป็นผู้ช่วยผมอีกคน ต่อไปก็ฝากดูแลเธอด้วย
เด็กผู้หญิงตัวคนเดียว มาอยู่เมืองใหญ่แบบนี้…มันไม่ง่ายหรอก”
“ท่านประธานฮั่ว ฉันจะเชื่อฟังคุณค่ะ”
เซวีย ซู่เฟิน เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมเสี่ยวเจี่ยนถึงบอกว่าเขาเป็นคนดี เพราะสิ่งที่เขาแสดงออกมามันพิสูจน์ทุกอย่างแล้ว
[ค่าความชอบของ เซวีย ซู่เฟิน +11 (50)]