- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 34 ท่านประธานฮั่วไม่ใช่พวกต้มตุ๋นจริงๆ นะคะ!
ตอนที่ 34 ท่านประธานฮั่วไม่ใช่พวกต้มตุ๋นจริงๆ นะคะ!
ตอนที่ 34 ท่านประธานฮั่วไม่ใช่พวกต้มตุ๋นจริงๆ นะคะ!
ตอนที่ 34 ท่านประธานฮั่วไม่ใช่พวกต้มตุ๋นจริงๆ นะคะ!
“ท่านประธานฮั่วเหรอคะ”
เมื่อ เจี่ยน ซีรั่ว เห็นชายร่างสูงก้าวลงมาจากรถ เธอแทบไม่กล้าเอ่ยทัก
“อืม! วันนี้ไม่ได้ทำงาน เลยไม่ได้ใส่สูทน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกว่าตนเองมีชั้นเชิงในการแต่งตัว เมื่อวานเขาเพิ่งสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กไปหมาดๆ
แต่วันนี้เขาเลือกเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มสีดำ ส่วนรองเท้าเป็น Nike ดีไซน์โฉบเฉี่ยวราคาสูง
ส่วนเสื้อผ้าเป็นของแบรนด์ Adidas ที่เพิ่งซื้อมาจากช็อปเมื่อเช้า รวมแล้วราคากว่าหนึ่งพันเจ็ดร้อยหยวน
ชุดสีดำช่วยพรางหุ่นให้ดูเพรียวขึ้น ส่วนรองเท้าก็ดูสะดุดตา
ทรงผมไม่ได้เซต ปล่อยให้ผมหนาปรกหน้าผากดูเป็นธรรมชาติ
ลุควันนี้ทำให้เขาดูเหมือนนักศึกษามากกว่านักธุรกิจเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
“ท่านประธานฮั่ว แต่งแบบนี้ก็ดูดีนะคะ”
เจี่ยน ซีรั่ว เอ่ยจากใจจริง
“ตาถึงเหมือนกันนี่ ไปเถอะ พาผมไปดูที่พักของคุณหน่อย เก็บของย้ายออกตอนนี้เลย ผมหาที่พักใหม่ให้แล้ว”
ฮั่ว ฉีอัน อธิบายอย่างรวบรัด
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว! เดินเข้าซอยนี้ได้เลยค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว นำเขาเดินเข้าซอยเล็กๆ ทางขึ้นบันไดอยู่ด้านหลัง
ฮั่ว ฉีอัน เดินตามขึ้นไป ระหว่างนั้นก็ใช้ระบบตรวจสอบสถานะของเด็กสาวอีกครั้ง
[ชื่อ: เจี่ยน ซีรั่ว]
[อายุ: 18]
[หน้าตา: 79]
[รูปร่าง: 82]
[ทรัพย์สิน: 2,000 หนี้สิน 23,000]
[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: 59]
ถือว่าไม่เลว อย่างน้อยก็ไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แต่ไม่รู้ว่าหนี้ก้อนนี้ไปก่อไว้ตอนไหน
เดินขึ้นบันไดรวดเดียวหกชั้น เขาก็ยังหายใจเป็นปกติ ร่างกายนี้ฟิตปั๋งไม่มีปัญหา แม้จะดูตัวใหญ่ แต่สภาพจริงยังเป็นหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีเต็มร้อย
“ท่านประธานฮั่ว หนูเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าตั้งแต่กลับมาเมื่อวาน ตอนนี้เหลือเพียงเครื่องนอนที่แค่ม้วนเก็บก็เรียบร้อย ไม่ได้ยุ่งยากอะไร
“อืม!”
เมื่อถึงที่หมาย ฮั่ว ฉีอัน มองสำรวจที่พัก ดูเหมือนจะเป็นดาดฟ้าที่ถูกนำมากั้นห้องเป็นลานเล็กๆ เพื่อแบ่งเช่า อ่างซักล้างและก๊อกน้ำส่วนกลางดูเก่าคร่ำคร่า
“เสี่ยวเจี่ยน!”
เสียงเรียกหนึ่งดังขึ้น
บริเวณหน้าประตูห้องฝั่งซ้าย มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมอยู่
เธอสวมชุดนอนแขนยาวขายาวทรงหลวม เส้นผมยาวปรกใบหน้าจนยากจะจำแนกหน้าตาและรูปร่าง แต่คิ้วและดวงตาที่โผล่พ้นมานั้นดูงดงาม คะแนนของเธอน่าจะใช้ได้อยู่
ฮั่ว ฉีอัน ลองตรวจสอบดูเบื้องต้น แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับเหนือความคาดหมาย
[ชื่อ: เซวีย ซู่เฟิน]
[อายุ: 25]
[หน้าตา: 90]
[รูปร่าง: 81]
[ทรัพย์สิน: 63,000]
[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: -10]
ชื่อของเธอโคตรเชยเลย ยุคสมัยนี้ยังมีความนิยมในชื่อ ซู่เฟิน อยู่อีกเหรอ
หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปีที่มีประสบการณ์เป็นศูนย์
คะแนนหน้าตาสูงถึงเก้าสิบ แต่กลับพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อเช่นนี้เนี่ยนะ
และที่น่าแปลกคือฐานะของเธอก็ไม่ได้ยากจนนักด้วยมีเงินเก็บกว่าหกหมื่นหยวน
แล้วทำไมค่าความชอบเริ่มต้นถึงได้ติดลบซะงั้น
“พี่ซู่เฟิน นี่ท่านประธานฮั่วค่ะ หนูจะย้ายออกแล้วนะคะ จะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”
เจี่ยน ซีรั่ว เอ่ยต่อ “ท่านประธานฮั่วคะ นี่พี่ซู่เฟินค่ะ พี่เขาดูแลหนูดีมากเลย”
นับว่าดูแลกันดีจริงอย่างที่ว่า เพราะช่วงที่ผ่านมาเธอมักถูกชวนไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ
“สวัสดีครับ”
ในเวลานี้ ฮั่ว ฉีอัน อยากจะเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ให้ชัดเจน เขาพยายามนึกว่าเคยรู้จักหรือเดินสวนกันที่ไหนมาก่อนหรือไม่ ทำไมค่าความชอบถึงเริ่มต้นด้วยตัวเลขติดลบ
“สวัสดีค่ะ”
เซวีย ซู่เฟิน ลดผ้าขนหนูลงพลางปัดเส้นผมที่ปรกหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน
อาจเป็นเพราะเพิ่งสระผมเสร็จ ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางนั้นยังคงความงดงามจนบาดใจ
หากเทียบกับ ซาง จื่อซี แล้วถือเป็นคนละสไตล์
ซาง จื่อซี สวยเย้ายวนราวกับนางจิ้งจอก
ส่วน เซวีย ซู่เฟิน ตรงหน้านี้มีความงดงามที่คมกริบ ดุดัน สวยประหาร
องค์ประกอบแต่ละส่วนดูเรียบง่าย แต่พอรวมกันกลับให้ความรู้สึกเย็นชาและเข้าถึงยาก อีกทั้งสายตาของเธอยังดูเหมือนกำลังจ้องจับผิดเขาอยู่ด้วย
ช่วงที่ผ่านมา ฮั่ว ฉีอัน เดินสำรวจในห้างว่านต๋าหลายรอบ แต่ยังไม่เคยพบใครที่มีคะแนนสูงขนาดนี้ ซาง จื่อซี ก็นับเป็นความบังเอิญที่ได้พบกัน
นึกไม่ถึงว่าบนดาดฟ้าให้เช่าธรรมดาแห่งนี้ นอกจากจะมี เจี่ยน ซีรั่ว ที่มีคะแนนระดับแปดสิบอัปแล้ว ยังมี เซวีย ซู่เฟิน ที่มีหน้าตาระดับเก้าสิบซ่อนอยู่อีก
สมกับคำกล่าวที่ว่าในประชากรจำนวนมากย่อมมีคนหน้าตาดีแฝงตัวอยู่เสมอ เพียงแค่ยังไม่ถูกค้นพบเท่านั้น
เจี่ยน ซีรั่ว พูดขึ้น “ท่านประธานฮั่ว หนูอยู่ห้องนี้ค่ะ รอสักครู่นะคะ หนูจะรีบม้วนที่นอนเดี๋ยวนี้ค่ะ”
“อืม! เดี๋ยวผมช่วยยกกระเป๋าไปส่ง”
ฮั่ว ฉีอัน คำนวณเวลาแล้ว เขาน่าจะไปสมทบกับไฉ่หลิง เพื่อกินหม้อไฟตอนเที่ยงได้ทันเวลา
“เสี่ยวเจี่ยน เดี๋ยวพี่ช่วยเก็บนะ”
เซวีย ซู่เฟิน รีบเดินตาม เจี่ยน ซีรั่ว เข้าห้องไป
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้เดินตามเข้าไป เขายืนสังเกตการณ์อยู่บริเวณลานดาดฟ้า เจ้าของบ้านรายนี้บริหารจัดการได้ดี
การกั้นแบ่งพื้นที่เป็นหกห้องเพื่อปล่อยเช่าเดือนละหนึ่งพันสองร้อยหยวน สร้างรายได้รวมพอๆ กับปล่อยเช่าคอนโดสองห้องนอน
“เสี่ยวเจี่ยน ผู้ชายคนนั้นไว้ใจได้เหรอ ระวังจะโดนหลอกนะ”
ในอดีต เซวีย ซู่เฟิน เคยมีประสบการณ์เลวร้ายจากการถูกมิจฉาชีพหลอกชิงทรัพย์ พวกมักเล็งเป้าหมายที่เป็นแรงงานต่างถิ่นที่เข้ามาแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่เช่นพวกเธอ
“พี่ซู่เฟิน อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ท่านประธานฮั่วเป็นคนดี ท่านมอบงานให้หนูทำ ให้เบิกเงินล่วงหน้า ทั้งยังช่วยจัดหาที่พักใหม่และย้ายบ้านให้ด้วย”
เมื่อคืน เจี่ยน ซีรั่ว ฝันถึงเหตุการณ์ที่เกือบจะได้รับจุมพิตจากท่านประธานฮั่ว แต่สุดท้ายกลับไม่กล้าพอ เธอจึงตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกค้างคา
“แบบนี้ยิ่งน่าสงสัย”
เซวีย ซู่เฟิน แสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน เธอทราบว่า เจี่ยน ซีรั่ว เพิ่งถูกคนบ้านเดียวกันหลอกลวงมา อีกทั้งยังมีความเครียดเรื่องภาระค่าใช้จ่าย
เดิมทีเธอตั้งใจจะติดต่อหัวหน้างานเพื่อช่วยหางานให้ และกะจะปรึกษาเรื่องค่าเช่าห้องกับเด็กสาวในวันนี้
นึกไม่ถึงว่าจะมีชายหนุ่มที่อ้างตัวเป็นประธานบริษัทปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน
แม้หน้าตาจะดูดี แต่การแต่งตัวด้วยชุดสีดำทั้งตัวและรองเท้าสีฉูดฉาดในวัยที่ดูไม่ใช่น้อยๆ เช่นนี้
ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่ประธานบริษัท
เธอกลัวว่า เจี่ยน ซีรั่ว ที่หน้าตาดีแบบนี้ จะถูกหลอกไปทำงานไม่ดี
“พี่ซู่เฟิน ท่านประธานฮั่วไม่ใช่พวกต้มตุ๋นจริงๆ นะคะ!”
เจี่ยน ซีรั่ว พยายามอธิบายแต่กลับไม่รู้จะใช้คำพูดใดดี
เซวีย ซู่เฟิน เห็นว่าคำเตือนไม่เป็นผลจึงตัดสินใจ “เสี่ยวเจี่ยน เธอจะย้ายไปที่ไหน พี่จะตามไปช่วยจัดห้องด้วย”
เธอไม่อาจทนเห็นเด็กสาวถูกรังแกต่อหน้าต่อตาได้หรอก
“พี่ซู่เฟิน รอสักครู่นะคะ หนูขอไปถามท่านประธานฮั่วก่อน”
เจี่ยน ซีรั่ว วางผ้าห่มลงก่อนจะเดินออกมาหาชายหนุ่มที่รออยู่ด้านนอก
“ท่านประธานฮั่วคะ เราจะย้ายไปที่ไหนกันเหรอคะ พี่ซู่เฟินอยากจะตามไปช่วยจัดห้องด้วยค่ะ”
“อพาร์ตเมนต์ จินเม่าฟู่น่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มพลางกล่าว “เขาคงกลัวว่าเธอจะโดนหลอก ไม่เป็นไร ไปด้วยกันก็ได้ จะได้ช่วยดูแลกันด้วย ตอนเที่ยงผมมีนัดกินข้าว เมื่อส่งคุณเสร็จผมคงต้องขอตัว”
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว”
เจี่ยน ซีรั่ว แสดงความดีใจก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องและกระซิบเสียงเบา “พี่ซู่เฟิน ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ ท่านประธานฮั่วไม่ใช่คนหลอกลวง ท่านเป็นคนดีจริงๆ”
“จริงเหรอ”
เซวีย ซู่เฟิน เริ่มลังเล “แล้วเธอไปรู้จักเขาได้ยังไง”
เจี่ยน ซีรั่ว ลดเสียงลง “ที่ห้างว่านต๋าค่ะ ท่านประธานฮั่วมากับหญิงสาวสวยสองคน ขณะที่พวกเขานั่งอยู่ในร้านเครื่องดื่ม หนูจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปขอติดต่อผ่านวีแชท”
เธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
เซวีย ซู่เฟิน ประหลาดใจยิ่งขึ้น “มีคนใจดีขนาดนั้นอยู่จริงเหรอ เสี่ยวเจี่ยน ไปเปลี่ยนชุดก่อน พี่จะไปเป็นเพื่อนเอง”
เธอต้องการเห็นความจริงด้วยตาตัวเองจึงเดินออกจากห้อง พลางเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนสูบบุหรี่รออยู่ด้านนอกครู่หนึ่งก่อนจะกลับเข้าห้องของตัวเองไป
ผ่านไปไม่นานเธอก็เปลี่ยนชุดเสร็จ เธอเช็ดผมจนหมาดและปล่อยให้เส้นผมสยายลงตามธรรมชาติ
ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสามคนก็ช่วยกันหิ้วสัมภาระลงมาด้านล่าง
เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่อยู่ เซวีย ซู่เฟิน จึงได้รับฝากให้เป็นคนจัดการเรื่องการคืนห้องในภายหลัง
ภายในห้องไม่มีทรัพย์สินมีค่า ส่วนเงินมัดจำหนึ่งร้อยหยวนที่จ่ายไปนั้นถือเป็นค่าชดเชยค่าน้ำไฟหากมีการย้ายออกกะทันหัน
ปิ๊บๆ!
เมื่อเดินลงมาถึงริมถนน ฮั่ว ฉีอัน กดรีโมตปลดล็อกรถยนต์ทันที
“นี่รถคุณเหรอคะ”
เซวีย ซู่เฟิน ไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์นัก แต่เธอยังพอจำตราสัญลักษณ์สี่ห่วงที่ดูคล้ายเครื่องหมายโอลิมปิกได้อยู่