เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ซาง จื่อซี บรรยากาศแปลกๆ นี่มันอะไรกัน!

ตอนที่ 23 ซาง จื่อซี บรรยากาศแปลกๆ นี่มันอะไรกัน!

ตอนที่ 23 ซาง จื่อซี บรรยากาศแปลกๆ นี่มันอะไรกัน!


ตอนที่ 23 ซาง จื่อซี บรรยากาศแปลกๆ นี่มันอะไรกัน!

[โฮสต์: ฮั่ว ฉีอัน]

[อายุ: 30 (25)]

[ส่วนสูง: 186]

[น้ำหนัก: 94 กก.]

[หน้าตา: 73 (ช่วงพีก 80)]

[รูปร่าง: 78 (ช่วงพีก 88)]

[ประสบการณ์: 1 (สุขภาพแข็งแรง)]

[ทรัพย์สิน: 21,410,000]

ฮั่ว ฉีอัน มองดูสถานะส่วนตัว พลางเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนหน้า

นอกจากยอดเงินที่เพิ่มมาสิบล้านและใช้ไปแล้วหมื่นหยวน

น้ำหนักยังลดลงไปหนึ่งกิโลกรัมด้วย

คงเป็นเพราะเมื่อคืนกินสเต๊ก และมื้อเช้ากินเพียงไข่ต้มสองฟอง แถมตอนเที่ยง ถัง ซืออวี่ ยังคุมเข้มไม่ให้กินแป้งเลย ให้กินแต่ผักล้วนๆ

ประกอบกับเมื่อกี้ก็เพิ่งโดน สวี เสี่ยวลี่ ลากเดินลองชุดไปมาอีก

เลยน้ำหนักลดลงไปหนึ่งกิโล แต่ก็ถือเป็นการสวิงตามปกติ พอกลับมากินปกติเดี๋ยวก็กลับมาเท่าเดิม

ดูท่าทางคงต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลเรื่องน้ำหนักซะแล้ว

แม้การที่ ถัง ซืออวี่ ช่วยคุมน้ำหนักจะได้ผลแต่มันหักโหมจนอาจเสียสุขภาพ

ส่วนคะแนนหน้าตาที่เพิ่มจาก 72 เป็น 73 อาจเป็นเพราะน้ำหนักที่ลดลง หรือความมั่นใจจากยอดเงินในบัญชีที่ทำให้ดูมีออร่าขึ้นมา

ยังไงก็นับว่าเป็นเรื่องดี

“คุณ... ฮั่ว”

ซาง จื่อซี มาถึงแล้ว เมื่อเดินเข้าประตูสามมา เธอจำ สวี เสี่ยวลี่ ได้เป็นคนแรก จากนั้นจึงกวาดสายตามองชายหนุ่มใส่แว่นที่ยืนอยู่ข้างกัน

เธอไม่นึกเลยว่าจะเป็น ฮั่ว ฉีอัน การแปลงโฉมครั้งนี้ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนเธอต้องตะลึงราวกับเห็นผู้บริหารหนุ่มหลุดออกมาจากนิยาย

“อืม! เลขาสวีช่วยจับแต่งตัวให้น่ะ”

ฮั่ว ฉีอัน ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เลขาสวี?”

ซาง จื่อซี หันไปมอง สวี เสี่ยวลี่ ที่ทำท่าทางบิดไปบิดมาอย่างมีจริต

“ก็มันเข้ากับสไตล์ของท่านประธานฮั่วของเรานี่คะ”

สวี เสี่ยวลี่ ไม่ได้รับเครดิตไว้คนเดียว

ซาง จื่อซี ทำหน้าเหวอ “พวกเธอกำลังเล่นอะไรกันอยู่เนี่ย”

สวี เสี่ยวลี่ เกือบหลุดขำ “โธ่เอ๊ย! พี่จื่อซี ตอนนี้หนูเป็นเลขาของท่านประธานฮั่วแล้วนะคะ”

ฮั่ว ฉีอัน เสริม “อืม นี่เป็นข้อตกลงระหว่างผมกับเลขาสวีน่ะ จื่อซี เราก็คุยกันตามปกตินี่แหละ”

ซาง จื่อซี อ้าปากค้างด้วยความตกใจพลางยื่นแฟ้มเอกสารให้อย่างงงๆ

“พี่จื่อซี ส่งมาให้หนูเลยค่ะ”

สวี เสี่ยวลี่ รับมาแล้วหันไปพูดต่อ “ท่านประธานฮั่วคะ เอกสารฉบับนี้ต้องให้ท่านเซ็นค่ะ”

“เอ่อ! ไปคุยกันตรงโน้นดีกว่า มีร้านป้าหวังฉาจี(1)อยู่”

ฮั่ว ฉีอัน เห็นคนเดินผ่านไปมาเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป จึงรีบพาสองสาวเดินเลี่ยงออกไป

เมื่อถึงร้าน และสั่งเครื่องดื่มเสร็จ ทั้งสามคนจึงไปหาที่นั่งมุมเงียบๆ

ซาง จื่อซี ถึงค่อยพูดขึ้น “ลี่ลี่ ทั้งหมดนี่ฝีมือเธอเมื่อบ่ายสินะ”

เธอชี้ไปที่ ฮั่ว ฉีอัน พลางนึกทึ่งที่เขายอมให้ สวี เสี่ยวลี่ จัดการตามใจชอบ

“พี่จื่อซี ตาถึงใช่ไหมล่ะคะ!

พี่ไม่คิดเหรอว่าทั้งส่วนสูง หน้าตา แล้วก็ชาติตระกูลของท่านประธานฮั่วเหมาะกับลุคนี้ที่สุด”

สวี เสี่ยวลี่ พูดอย่างภูมิใจพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเขารัวๆ

ซาง จื่อซี อดกระซิบถามไม่ได้ “ไฉ่หลิงรู้ไหมว่าเพื่อนในเน็ตโดนเธอจับมาปู้ยี่ปู้ยำแบบนี้น่ะ”

สวี เสี่ยวลี่ แลบลิ้นตอบ “ไฉ่หลิงไม่รู้หรอกค่ะ หนูแอบหนีออกมาน่ะ”

“ซูชิงว่าร้ายลึกแล้ว ลี่ลี่เธอก็ไม่เบาเหมือนกันนะ”

ซาง จื่อซี เริ่มตระหนักว่าในบรรดาสามสาว ไฉ่หลิงดูจะปกติที่สุด ส่วนอีกสองคนนั้นไม่ใช่เลย

“พี่จื่อซี พูดอะไรอย่างนั้นคะ

หนูแค่ช่วยให้ท่านประธานฮั่วปรับตัวล่วงหน้าต่างหาก ยังไงเขาก็ต้องแต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว”

สวี เสี่ยวลี่ ไม่สนใจที่โดนแซว

“เอ่อ ตรงไหนต้องเซ็นบ้างนะ”

ฮั่ว ฉีอัน แทรกขึ้นเมื่อเห็นสองสาวคุยกันจนลืมเขาไปเลย

“เร็วค่ะพี่จื่อซี ชี้ให้ท่านประธานฮั่วดูหน่อยว่าต้องเซ็นตรงไหน”

สวี เสี่ยวลี่ เร่งรัด

ซาง จื่อซี กรอกตาเล็กน้อยแต่ก็ชี้จุดให้เซ็นอย่างจริงจัง

เมื่อ ฮั่ว ฉีอัน จรดปากกาลงไป สองสาวต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง

“ท่านประธานฮั่วคะ ลายเซ็นสวยมากเลยค่ะ” น้ำเสียงของ สวี เสี่ยวลี่ ฟังดูออดอ้อน ภาพลักษณ์เด็กสาวเรียบร้อยก่อนหน้านี้หายวับไปกับตา

“แค่กๆ… ก็พอใช้ได้นั่นแหละ”

ฮั่ว ฉีอัน ตอบนิ่งๆ

ลายมือของ ฮั่ว ฉีอัน สวยงามจริง เส้นสายหนักแน่นทรงพลังและดูมีศิลปะ

สมัยสอบเอนทรานซ์ (เกาเข่า) คะแนนวิชาภาษาจีนของเขาสูงที่สุดในบรรดาทุกวิชา แม้จะเรียนสายวิทย์ก็ตาม

“ท่านประธานฮั่ว คุณเคยเรียนเซ็นชื่อมาเหรอคะ”

ซาง จื่อซี รู้ตัวอีกทีก็เผลอเรียกตามอีกแล้ว คราวก่อนก็เผลอเรียกคุณลุง คราวนี้ก็เรียกท่านประธานฮั่วอีก

“ลายมือผมเป็นแบบนี้มาตลอด ตอนสอบเอนทรานซ์วิชาภาษาจีนผมได้ถึง 137 คะแนน”

ฮั่ว ฉีอัน ขยับกรอบแว่น เพียงท่าทางเดียวก็ทำเอา สวี เสี่ยวลี่ ตาลุกวาว

“ขอประทานอภัยค่ะ”

ซาง จื่อซี ไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่เลือกเรียนวิทยาลัยการบินที่เป็นแค่อนุปริญญา คะแนนสอบของเธออยู่แค่ระดับสามร้อยกว่าคะแนน อาศัยรูปร่างหน้าตาเป็นหลักถึงผ่านการสัมภาษณ์มาได้

“ว้าว เรียนเก่งด้วย สเปกครบเครื่องเลย!” สวี เสี่ยวลี่ ยิ่งมองก็ยิ่งหลง ท่านประธานฮั่วของเธอสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่างจริงๆ

“ก็ธรรมดาครับ”

ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้บอกความจริงว่าวิชาภาษาจีนคือวิชาที่เขาได้คะแนนสูงสุด

เมื่อเซ็นเอกสารเรียบร้อย เขาเก็บไว้ชุดหนึ่ง ส่วน ซาง จื่อซี ต้องนำเอกสารที่เหลือกลับไป

“ท่านประธานฮั่ว เงินค่ารถที่โอนมายังเหลืออยู่นิดหน่อย จะให้ฉันกันไว้เป็นค่าป้ายทะเบียนหมวดตัว A ล่วงหน้าเลยไหมคะ”

เงินค่ารถที่เธอถืออยู่เหลืออีกสองพันกว่าหยวน ซึ่งน่าจะพอดีกับค่าป้ายทะเบียนและทำให้เธอได้ค่าคอมมิชชันเพิ่มอีกเล็กน้อย

“จัดการได้เลย”

ฮั่ว ฉีอัน ตอบตัดบทเพราะไม่สันทัดเรื่องนี้และขี้เกียจจะซักไซ้

“ได้ค่ะ ขอบคุณท่านประธานฮั่วที่ไว้ใจนะคะ”

ซาง จื่อซี ลอบสำรวจเขาอย่างจริงจัง เธอเดาได้ว่าหาก ฮั่ว ฉีอัน ลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างให้ดีกว่านี้

เมื่อแต่งตัวภูมิฐานแบบนี้ เขาก็คงกลายเป็นผู้ชายคุณภาพแน่นอน อายุสามสิบไม่ใช่ปัญหาแต่กลับดูเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ซะอีก

[ค่าความชอบของ ซาง จื่อซี +6 (55)]

ฮั่ว ฉีอัน ให้ความสนใจทันทีเมื่อเห็นค่าความชอบขยับ ขอแค่คะแนนขยับ เขาก็พอใจแล้ว กลัวอย่างเดียวคือมันไม่ขยับเลยนี่แหละ

“เรื่องเล็กน้อยครับ คุณกับเลขาสวีก็สนิทกันอยู่แล้ว คนกันเองทั้งนั้น”

เขาแกล้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูพลางขมวดคิ้ว บ่นพึมพำ “ทางตระกูลโอนเงินมาให้อีกสิบล้านแล้ว เร่งให้ผมรีบไปปักกิ่ง บอกว่าคุณปู่ใกล้จะสิ้นใจ อยากให้คนในครอบครัวไปรวมตัวกันให้ครบ”

เรื่องนี้เขาแต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ เลยล่ะ หากเขามีคุณปู่ที่ไม่ได้ตามหากันมาสามสิบปีจริง ป่านนี้คงอายุมากจนการจะเสียชีวิตตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

“หา! โอนมาให้อีกสิบล้านเหรอคะ”

สวี เสี่ยวลี่ ชะโงกหน้าเข้ามาดู ความจริงเธอไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินหรอก ค่าใช้จ่ายก่อนหน้านี้เธอก็ยังเก็บไว้ไม่ได้ใช้ถึงสี่พัน และเมื่อเช้าที่บ้านก็เพิ่งโอนมาให้อีกสองพัน

แต่ถึงจะไม่ได้ขัดสน เธอก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อเห็นตัวเลขจำนวนมหาศาลปรากฏอยู่ตรงหน้า

“ดูสิ!”

ฮั่ว ฉีอัน เปิดข้อความแจ้งเตือนให้ดู

ซาง จื่อซี ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วย เห็นยอดเงินที่เพิ่งโอนเข้ามาไม่นานนี้เอง

โอ้โห เมื่อวานโอนมาให้สิบเอ็ดล้าน วันนี้อีกสิบล้าน บ้านฮั่ว ฉีอันเปิดธนาคารหรือไงเนี่ย?

ซาง จื่อซี อดนึกถึงหนี้สินหนึ่งแสนสองหมื่นหยวนของตัวเองไม่ได้ เธอพยายามหมุนเงินมานานแต่ก็ยังเป็นหนี้อยู่ดี

โชคดีที่หาเงินจาก ฮั่ว ฉีอัน ได้หลายพันหยวนรวมกับเงินสำรองฉุกเฉินที่มี ทำให้เงินในบัญชีตอนนี้มีเกินหมื่นหยวนแล้ว แต่ภาระหนี้สินก็ยังบานตะไทอยู่ดี

“อ๊ะ! ท่านประธานฮั่ว เมื่อกี้บอกว่าจะซื้อของขวัญนี่คะ หนูเกือบจะลืมไปแล้ว”

ตอนนี้ สวี เสี่ยวลี่ สามารถไปเลือกซื้อของขวัญได้อย่างสบายใจแล้ว

“เลขาสวี รีบไปเถอะ อย่าลืมเลือกให้ลูกค้าของผมด้วยนะ เอาบัตรผมไป รหัสเดี๋ยวส่งเข้าแชตให้ วันหลังเธอก็ต้องช่วยผมจัดการเรื่องพวกนี้อยู่ดี

ผมไม่ไปแล้วนะขอพักหน่อย โดนเธอลากแต่งตัวอยู่สองชั่วโมงแทบหมดแรง”

ฮั่ว ฉีอัน หยิบบัตรธนาคารเจาหมี่ยื่นให้ เขามีบัตรหลายใบแต่ใช้ใบนี้บ่อยที่สุดเพราะมีสาขาใกล้โรงงานและบริการก็ดี

เขาไม่กลัวเรื่องแอบรูดเพราะมีระบบแจ้งเตือนผ่านข้อความที่เช็กประวัติได้ตลอดเวลา

“รับทราบค่ะท่านประธานฮั่ว หนูจะรูดบัตรท่านให้คุ้มเลย”

สวี เสี่ยวลี่ กะพริบตาพลางรับบัตรมาด้วยสองมือแล้วลาก ซาง จื่อซี ตามไป

“พี่จื่อซี ไปเป็นเพื่อนหนูหน่อยสิ”

“ให้ฉันไปด้วยเหรอ”

ซาง จื่อซี มองบัตรในมือด้วยความอึ้ง บัตรใบนี้มีเงินกว่ายี่สิบล้านหยวน ฮั่ว ฉีอัน กลับไว้ใจส่งให้ สวี เสี่ยวลี่ ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย

“พี่จื่อซี ไปช่วยหนูเลือกหน่อยน้า”

สวี เสี่ยวลี่ ลากตัวเธอออกไปแล้ว

ฮั่ว ฉีอัน มองตามจนทั้งสองเดินลับสายตาไป เขายอมรับว่าไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ซาง จื่อซี ก็ดูดีกว่ามาก

เขาอยากจะจีบใจจะขาด แต่ต้องเก็บอาการไว้

ใกล้แล้ว รอให้ได้เงินรางวัลร้อยล้านมาก่อนค่อยเดินหน้าจีบก็ยังไม่สาย

แน่นอนว่า ถ้ามีวิธีไหนใช้ได้ ระหว่างนี้เขาก็จะลองไปก่อน

เขาส่ายหน้าพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปรีวิวอาหารดูเล่น

ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าแสงไฟรอบๆ เหมือนจะมืดลงเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า

ผู้หญิงคนนั้นถือโทรศัพท์ด้วยท่าทางประหม่าพลางพูดเสียงเบาว่า “สวัสดีค่ะ ขอแอดวีแชทหน่อยได้ไหมคะ”

……………………………………

(1)[ป้าหวังฉาจี (霸王茶姬 / CHAGEE) – แบรนด์เครื่องดื่มชาพรีเมียมจากจีนที่เน้นชาแท้ผสมผสานกับนมและท็อปปิงต่างๆ โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์หรูหราและกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนโบราณ]

จบบทที่ ตอนที่ 23 ซาง จื่อซี บรรยากาศแปลกๆ นี่มันอะไรกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว