- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 24 คุณจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า!
ตอนที่ 24 คุณจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า!
ตอนที่ 24 คุณจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า!
ตอนที่ 24 คุณจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า!
ฮั่ว ฉีอัน ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติได้
“ได้สิ”
เขากดเปิดแอปพลิเคชันแล้วยื่นคิวอาร์โค้ดให้
หญิงสาวรีบสแกนทันที
ฮั่ว ฉีอัน ถือโอกาสนี้สำรวจเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่มีสาวสวยแปลกหน้าเดินเข้ามาขอช่องทางติดต่อตรงๆ แบบนี้
แค่แรกเห็น เขาก็ประเมินว่าคะแนนของเธอต้องสูงกว่า 70 อย่างแน่นอน
ใบหน้าของเธอมีเบบี้แฟตดูอ่อนเยาว์ ผิวขาวเนียน ดวงตากลมโตเหมือนเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่ด้วยซ้ำ
เธอสวมชุดเอี๊ยมกางเกงยีนส์ทับเสื้อยืดสีขาว แต่ก็ยังปิดสัดส่วนที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ส่วนสูงประมาณ 165 ซม. รูปร่างสมส่วนกำลังดี
เขาไม่รอช้า รีบเปิดระบบตรวจสอบทันที
ตอนนี้เขาตั้งค่าให้เปิดดูเฉพาะเวลาที่ต้องการ และปิดการแจ้งเตือนคนที่คะแนนต่ำกว่า 70 ยกเว้นจะเจาะจงดูใครเป็นพิเศษ
[ชื่อ: เจี่ยน ซีรั่ว]
[อายุ: 18]
[หน้าตา: 79]
[รูปร่าง: 82]
[ทรัพย์สิน: 0 หนี้สิน 23,000] (ต่ำกว่า 1,000 ปัดเป็น 0!)
[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: 39]
ติ๊ง!
ฮั่ว ฉีอัน ได้รับข้อความยืนยันเพื่อนที่ส่งมาเพียงสามคำ เจี่ยน ซีรั่ว นี่คงเป็นชื่อจริงของเธอ
คะแนนหน้าตาของเด็กสาวคนนี้สูงถึง 79 ส่วนรูปร่างปาไป 82 ซึ่งทะลุเกณฑ์ 80 คะแนนไปแล้ว
ถึงจะยากจนและมีหนี้ติดตัวบ้าง แต่สำหรับเขากลับถือว่าเป็นข้อดี ทั้งประสบการณ์ยังบริสุทธิ์และค่าความชอบเริ่มต้นก็ถือว่าสูงใช้ได้
“ขอบคุณค่ะ!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับเป็นเพื่อน เจี่ยน ซีรั่ว ก็ดูตื่นเต้นดีใจ
“สวัสดีครับ นั่งลงคุยกันก่อนไหม”
ฮั่ว ฉีอัน ผายมือเชิญให้นั่งเก้าอี้ข้างๆ คนเรามักมีความประทับใจแรกที่ดีต่อกันเสมอ ยิ่งคนตรงหน้าคือรางวัลร้อยล้านที่เดินได้เขายิ่งไม่ควรละเลย
แม้เขาจะมั่นใจว่าจัดการ ถัง ซืออวี่ ได้และฝั่งไฉ่หลิงก็มีหวัง
แต่การมีเส้นทางเพิ่มย่อมดีกว่า นานครั้งจะมีคนมาแจกรางวัลให้ถึงที่แถมยังดูถูกชะตากันด้วย ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยให้หลุดมือไป
เขามีเงินแค่ยี่สิบกว่าล้าน จะมองข้ามเงินรางวัลร้อยล้านได้ยังไงล่ะ
“ขอบคุณค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว นั่งลงข้างๆ อย่างระมัดระวัง
เจี่ยน ซีรั่ว นั่งอยู่ในร้านตั้งแต่แรก เธอเห็นผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาพร้อมสาวสวยสองคน
ทั้งยังแอบได้ยินบทสนทนาว่าเขาเป็นท่านประธานฮั่วที่มีเงินเป็นสิบล้าน และเพิ่งยื่นบัตรให้สองสาวไปซื้อของ
เมื่อเห็นท่านประธานฮั่วดูเหมือนจะเหนื่อยและนั่งพักเพียงลำพัง เธอจึงรู้ว่านี่แหละคือโอกาสของเธอ
“ฮั่ว ฉีอัน”
เขาพิมพ์ชื่อตัวเองส่งให้ทางแชต
“ทะ… ท่านประธานฮั่ว สวัสดีค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว ตื่นเต้นจนควบคุมไม่อยู่ ตัวสั่นเล็กน้อย
“อืม ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกนะ”
ฮั่ว ฉีอัน พูดปลอบ “เจี่ยน ซีรั่วใช่ไหม เล่าให้ฟังหน่อยสิ ทำไมถึงมาขอแอดวีแชทผม”
พอมองใกล้ๆ เขาจึงสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของเธอคุณภาพไม่ดีนัก เนื้อผ้าดูราคาถูกซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับคนขาดเงิน
เจี่ยน ซีรั่ว ยิ่งตื่นเต้นหนัก มือที่กำโทรศัพท์จอแตกสั่นเทาขณะพูดเสียงสั่น “หนะ… หนูอยากหางานดีๆ ทำสักที่น่ะค่ะ”
“หางานเหรอ”
ฮั่ว ฉีอัน นึกทบทวนก่อนถาม “เธอมีที่พักประจำแถวนี้ไหม”
“มีค่ะ แต่ใกล้จะไม่มีแล้ว” เจี่ยน ซีรั่ว พูดด้วยความอับอาย “ค่าเช่าห้องใกล้ครบกำหนดแล้ว หนูออกมาทำงานแต่โดนคนบ้านเดียวกันหลอกเอาเงินไปจนหมด
ยัยนั่นหนีไปแล้วติดต่อไม่ได้ หนูเลยมาเดินหางานแถวว่านต๋าเผื่อจะได้งานที่มีที่พักกับอาหารให้ด้วย
พอดีได้ยินที่พวกคุณคุยกันเมื่อกี้เลยอยากลองเสี่ยงดวงดูค่ะ”
“อืม!” ฮั่ว ฉีอัน พยักหน้า “พกบัตรประชาชนมาไหม ขอดูหน่อย”
“พกมาค่ะๆ”
เจี่ยน ซีรั่ว รีบล้วงบัตรประชาชนจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้เขา
ฮั่ว ฉีอัน ดูรายละเอียดในบัตร ที่อยู่ของเธอเป็นหมู่บ้านห่างไกลที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย
“ค่าเช่าห้องขาดอีกเท่าไหร่”
เจี่ยน ซีรั่ว ตอบอย่างเขินอาย “หกร้อยหยวนค่ะ ต้องจ่ายล่วงหน้าสามเดือน”
“ก็ตกเดือนละหนึ่งพันแปดร้อยงั้นสิ”
ฮั่ว ฉีอัน เก่งคณิตมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“ท่านประธานฮั่วคะ หมายถึงสามเดือนหกร้อยหยวนค่ะ” เจี่ยน ซีรั่ว หน้าแดงแจ๋
“เธอหมายความว่าเดือนละสองร้อยเหรอ แถวนี้มีห้องเช่าถูกขนาดนี้ด้วยเหรอ”
ฮั่ว ฉีอัน ตกใจ เท่าที่เขาจำได้ต่อให้อพาร์ตเมนต์เก่าที่สุดก็ไม่น่าราคาถูกขนาดนี้นะ
“มีค่ะ อยู่ชั้นบนสุดแถวถนนการค้าเก่า เจ้าของตึกเขากั้นห้องให้เช่าเอง สภาพก็ดีนะคะ”
เจี่ยน ซีรั่ว คิดว่าห้องพักนั้นก็ใช้ได้ การเดินขึ้นบันไดหกชั้นไม่ได้เหนื่อยอะไร
แต่ท่านประธานฮั่วคงไม่เคยได้ยินว่ามีห้องเช่าราคาถูกขนาดนี้มาก่อนแน่ๆ
“แค่กๆ...”
ฮั่ว ฉีอัน มองซ้ายมองขวา โชคดีที่ไม่มีคนรู้จักอยู่แถวนี้ เขาเพิ่งโดนคณิตศาสตร์ตัวเองเล่นงานเข้าให้แล้ว
“นอกจากค่าเช่าห้องแล้ว ยังมีเงินกินข้าวไหม”
เจี่ยน ซีรั่ว ยิ่งรู้สึกอาย “ใกล้จะหมดแล้วค่ะ เหลืออีกร้อยกว่าหยวน หนูถึงอยากได้งานที่มีที่พักกับอาหารให้ ลำบากแค่ไหนหนูก็ไม่เกี่ยงค่ะ”
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน ถ่ายรูปบัตรประชาชนเก็บไว้ก่อนถามต่อ “ค่าเช่าห้องเหลือเวลาอีกกี่วัน”
“สามวันค่ะ ถ้าวันจันทร์หน้าไม่จ่ายค่าเช่าก็ต้องย้ายออกแล้ว”
เจี่ยน ซีรั่ว ร้อนใจมาก วันนี้เธอเดินหางานมาตั้งแต่เช้าจนเหนื่อยและต้องมานั่งพักในร้านโดยไม่ได้สั่งอะไรกินเลย
ฮั่ว ฉีอัน คิดครู่หนึ่ง “เอาอย่างนี้ ห้องนั้นไม่ต้องอยู่แล้ว สภาพคงแย่มากแน่ๆ เดี๋ยววันอาทิตย์นี้ผมจะจัดการหาที่อยู่ใหม่ให้เธอ
เดี๋ยวผมจะโอนเงินให้สองพันหยวน ถือเป็นเงินเดือนล่วงหน้าแล้วกัน
อย่าเอาไปจ่ายค่าเช่าห้องล่ะ เก็บไว้เป็นค่ากินอยู่ก่อน
ส่วนเรื่องอื่นค่อยคุยกันวันอาทิตย์ วันนี้กับพรุ่งนี้ผมยุ่งมาก ยังไม่มีเวลาจัดการเรื่องงานให้เธอหรอกนะ”
เจี่ยน ซีรั่ว ดีใจอย่างมาก “ท่านประธานฮั่วคะ หมายความว่าจะรับหนูเข้าทำงาน แล้วยังให้เบิกเงินล่วงหน้าอีกเหรอคะ”
“อืม! เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอลำบากแล้วน่าสงสารน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน จัดการโอนเงินสองพันหยวนให้ทันที
[รับเงินโอนแล้ว!]
เมื่อเห็นการยืนยันรับเงินโอน เขาก็รู้สึกว่าทุกคนกดรับเงินกันไวดีจริงๆ
“ขอบคุณค่ะท่านประธานฮั่ว หนูจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ไม่นึกเลยว่าการรวบรวมความกล้าเสี่ยงดวงครั้งนี้จะทำให้เจอคนดีเช่นนี้
[ค่าความชอบของ เจี่ยน ซีรั่ว +20 (59)]
ฮั่ว ฉีอัน แอบปวดหัวเมื่อเห็นตัวเลข 59 อีกแล้ว
ทั้งไฉ่หลิง และถัง ซืออวี่ ต่างเคยติดแหง็กอยู่ที่ตัวเลขนี้
ดูเหมือน 59 จะเป็นกำแพงความปลอดภัยทางใจสินะ หากขยับขึ้นอีกแต้มก็คงเริ่มหวั่นไหวแล้วงั้นสิ
เขาไม่แน่ใจนัก แต่การที่ค่าความชอบของ เจี่ยน ซีรั่ว เพิ่มขึ้นเช่นนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอไม่น่าใช่มิจฉาชีพ
หรือต่อให้เป็นเขาก็ไม่สนใจ สิ่งที่เขาต้องการคือค่าความชอบต่างหาก
“ท่านประธานฮั่วคะ ขอถามหน่อยได้ไหมคะว่าเป็นงานเกี่ยวกับอะไร”
เมื่อมีเงินสองพันหยวนในมือ เจี่ยน ซีรั่ว ก็สบายใจขึ้นมาก อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องนอนข้างถนนและมีข้าวกินแล้ว
“งานเอกสารทั่วไป ทำไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ค่อยเรียนรู้เอา ไว้รอคุยรายละเอียดกันวันอาทิตย์นะ
ว่าแต่ เธอจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า”
ฮั่ว ฉีอัน อยากลองหยั่งเสียงดูว่า คนแปลกหน้ามองเขาในแง่ดีแค่ไหน แม้จะมีตัวเลขค่าความชอบบอกอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกที่ได้ยินจากปากย่อมต่างกัน
“ไม่หรอกค่ะๆ ท่านประธานฮั่วเป็นคนดีค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน ส่งยิ้มให้ “ไปเถอะ! ผมส่งเบอร์โทรศัพท์ให้ในแชตแล้ว มีอะไรก็ส่งข้อความหรือโทรมาได้เลย
เงินน่ะไม่ต้องประหยัดนักหรอก ถ้าไม่พอค่อยมาเบิกเพิ่ม มีปัญหาอะไรก็บอกได้เลยนะ”
“ท่านประธานฮั่ว คุณใจดีจังเลยค่ะ”
เจี่ยน ซีรั่ว น้ำตาคลอเบ้า เธอได้เจอคนดีจริงๆ แถมยังเป็นเจ้านายใจป้ำอีกต่างหาก
“ผมน่ะเป็นคนดีจริง แต่คนเลวข้างนอกก็เยอะ อย่าไปเชื่อใจใครง่ายๆ ล่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยพลางรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสม
“อืม! ท่านประธานฮั่ว พักผ่อนเถอะค่ะ หนูไม่กวนแล้วนะคะ”
เจี่ยน ซีรั่ว ปาดน้ำตาที่หางตา แล้วลุกเดินจากไป
ฮั่ว ฉีอัน ถอดแว่นตาวางบนโต๊ะ แว่นนี้ไม่มีค่าสายตาเป็นเพียงพร็อพกรองแสงสีฟ้าเท่านั้น ใส่มาพักใหญ่ ชักจะเจ็บดั้งนิดๆ แล้ว
เขาบีบดั้งจมูกเบาๆ พลางคิดว่าจะต้องสร้างตำแหน่งงานอะไรขึ้นมาดี
ถัง ซืออวี่ อยากให้เขาซื้อหุ้นโรงงาน
ส่วน เจี่ยน ซีรั่ว อยากได้งานประจำที่มั่นคง
เรื่องงานน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องซื้อหุ้นนี่สิยุ่งยากชะมัด
เขาเก็บเอกสารเข้าแฟ้มแล้วหยิบแว่นมาสวมอีกครั้ง
ฮั่ว ฉีอัน ลุกเดินออกไปข้างนอกเพื่อจุดบุหรี่สูบ มวนที่แล้วผ่านมาตั้งสองชั่วโมงแล้ว
ตอนนี้เวลาสี่โมงสี่สิบนาที กว่าจะถึงห้าโมงครึ่งที่เขาต้องขับรถกลับยังมีเวลาเหลือเฟือ
[ค่าความชอบของ จ้าว ชิงม่าน +6 (79)]
มือที่คีบบุหรี่ของ ฮั่ว ฉีอัน ถึงกับสั่นเล็กน้อย
ภาพลักษณ์หลังลาออกของเขาคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว แบบนี้จะให้เขาบริสุทธิ์ใจยังไงไหว
ยังไม่ทันตั้งสติ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เมื่อมองดูชื่อคนโทรเข้า คุณพี่จ้าว!