- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 21 แหม... แม่สาวเรียบร้อย!
ตอนที่ 21 แหม... แม่สาวเรียบร้อย!
ตอนที่ 21 แหม... แม่สาวเรียบร้อย!
ตอนที่ 21 แหม... แม่สาวเรียบร้อย!
“พี่จื่อซี มีอะไรหรือเปล่าคะ”
สวี เสี่ยวลี่ กำลังนั่งรถไปห้างพอดี แปลกใจที่จู่ๆ ซาง จื่อซี โทรมาหา ทำไมไม่ทักแชตมาล่ะ
“ลี่ลี่ พี่ขอถามหน่อยสิ ฮั่ว ฉีอัน ให้ของขวัญคนอื่นในวันเกิดตัวเองจริงๆ เหรอ”
ตอนนี้ ซาง จื่อซี อยู่ที่ศูนย์รถยนต์ ว่างไม่มีอะไรทำ ค่าบัตรเครดิตเธอก็นำเงินของ ฮั่ว ฉีอัน ไปหมุนจ่ายเรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้เลยไม่มีภาระหนี้แล้ว
“จริงสิคะ!”
สวี เสี่ยวลี่ ไม่มีความสงสัยแม้แต่น้อย ทั้งสร้อยคอของไฉ่หลิงกับโทรศัพท์ของซูชิง เป็นของจริงทั้งนั้น
“ลี่ลี่ คืออย่างนี้นะ เมื่อคืนพี่ซื้อเค้กชิ้นเล็กให้ฮั่ว ฉีอัน เธอก็รู้นี่ว่าต้องเอาใจลูกค้า
แต่เขาไม่ได้แค่ตกลงซื้อรถ ยังบอกว่าจะให้ของขวัญพี่ด้วย พอพี่ไม่กล้ารับ เขาก็โอนเงินมาให้ตั้งห้าพันหยวน เงินก้อนนี้พี่รับไว้ได้จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย”
ซาง จื่อซี นึกย้อนกลับไปแล้วก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
“รับได้สิคะ ลุงไม่ใช่คนขี้งกหรอกค่ะ”
สวี เสี่ยวลี่ พูดต่อ “พี่จื่อซีสบายใจได้เลยค่ะ นี่หนูกำลังจะไปหาลุง อยู่บนรถแล้ว”
“เธอจะไปหาฮั่ว ฉีอัน ตอนนี้เลยเหรอ”
ซาง จื่อซี ตกใจ ไหนบอกว่าไม่ว่าง ต้องรอเซ็นรับรถตอนดึกไง
“ก็ตอนนี้นี่แหละค่ะ ลุงเขายังติดของขวัญหนูอยู่นี่นา”
สวี เสี่ยวลี่ มองออกไปนอกหน้าต่างรถ อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงจุดหมาย
“เขาไม่ได้ทำงานเหรอ แล้วเธอไม่ได้เรียนอยู่หรือไง ใครเป็นคนนัด”
ซาง จื่อซี ยิงคำถามรัวเป็นชุด
“หนูนัดเองค่ะ หนูโดดเรียน ลุงเขาก็เลยแอบโดดงานมาเป็นเพื่อนหนู”
ความจริง สวี เสี่ยวลี่ ไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้น เธอไม่เคยนัดผู้ชายออกมาสองต่อสองด้วยซ้ำ
สีหน้า ซาง จื่อซี เริ่มไม่ค่อยดี “ลี่ลี่ แล้วเธอจะไปซื้อของขวัญอะไรล่ะ”
“หนูไม่ซื้อหรอกค่ะ หนูจะให้ลุงยอมให้หนูช่วยแต่งตัวให้ต่างหาก แค่นี้ก่อนนะคะหนูใกล้ถึงแล้ว บ๊ายบายค่ะพี่จื่อซี”
สวี เสี่ยวลี่ รีบวางสาย รถใกล้ถึงห้างแล้ว เธออยากส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยสักหน่อย
ซาง จื่อซี จ้องมองโทรศัพท์ ลองเอากระจกขึ้นมาส่องหน้าตัวเอง เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มไม่มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง
หากเทียบกับ สวี เสี่ยวลี่ เธอไม่น่าจะแพ้สิ
ประตูสอง ห้างว่านต๋า!
ฮั่ว ฉีอัน ยืนคีบบุหรี่ที่เหลือครึ่งมวนอยู่ใต้ป้ายโฆษณายูนิโคล่ (UNIQLO) ขอสูบอีกสักอึกก่อนเข้าห้าง น่าจะช่วยให้ทนเดินไปได้อีกสักสองชั่วโมง
ติ๊ง!
มีข้อความเข้า
ซาง จื่อซี: “คุณฮั่วคะ บ่ายนี้ว่างไหมคะ อยากแวะมาดูรถจริงไหม เซ็นเอกสารปุ๊บก็ขับกลับได้เลยนะคะ”
เมื่อเช้าเธอไม่ได้เร่งให้มารับรถ เพราะยังหมุนเงินจ่ายหนี้ไม่เสร็จ แต่ตอนนี้พร้อมจ่ายได้ตลอดเวลา
เธออยากลองดูว่าจะเรียกเขามาได้ไหม
“?? เร็วขนาดนั้นเลย คุยโทรศัพท์ดีกว่า”
ฮั่ว ฉีอัน ตอบแชตเสร็จก็กดโทรหาทันที
ซาง จื่อซี รับสายทวนคำ “คุณฮั่ว!”
“อืม! จื่อซี พอดีบ่ายนี้ผมมีธุระ…”
ยังพูดไม่ทันจบเขาก็ถูกแทรก
“คุณฮั่วมัวแต่ยุ่งอยู่กับการไปเป็นเพื่อนลี่ลี่ล่ะสิ!”
ซาง จื่อซี รู้สึกว่าคำพูดนี้ดูงี่เง่าไร้เหตุผลไปบ้าง แต่พูดออกไปแล้วก็เรียกคืนไม่ได้
“เอ่อ! คุณคงฟังมาจากลี่ลี่สินะ ก็ผมเคยรับปากว่าจะให้ของขวัญเธอ เลยตัดสินใจกะทันหันว่าจะแอบโดดงานออกมาช่วงบ่าย แล้วหลังห้าโมงก็ต้องรีบกลับโรงงานอีก”
ฮั่ว ฉีอัน อธิบายสั้นๆ ก่อนจะตระหนักถึงปัญหาบางอย่าง เขารู้สึกเหมือนบรรยากาศเริ่มข้ามเส้นไปนิดๆ แฮะ
“อย่างนี้นี่เอง! แล้วคุณตั้งใจจะมารับรถตอนไหนล่ะ ไม่ถือโอกาสตอนที่ยังไม่ได้ป้ายทะเบียนมาฝึกขับไปก่อนเหรอ
ขับรถป้ายแดงชั่วคราว ต่อให้ทำผิดกฎจราจร ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”
ซาง จื่อซี เตือนด้วยความหวังดี เพราะมีลูกค้าบางคนไม่รีบจดทะเบียน เพื่ออาศัยช่องโหว่นี้ขับรถรับอภิสิทธิ์ไปพลางๆ
“จื่อซี เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้าคุณว่าง ช่วยขับมาให้ผมหน่อย ผมอยู่ที่ห้างว่านต๋า”
วันนี้ ฮั่ว ฉีอัน ไม่มีเวลาปลีกตัวไปจริงๆ และพรุ่งนี้ก็ยังไม่แน่
“ให้ฉันขับไปส่งเหรอคะ”
ซาง จื่อซี รู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวจำเป็นไปแล้ว
“ใช่แล้ว แวะเติมน้ำมันให้เต็มถังด้วยนะ แล้วเอาเอกสารที่จะให้เซ็นติดมาด้วย
เดี๋ยวผมออกค่าบริการขับมาส่งให้”
ฮั่ว ฉีอัน นึกขึ้นได้กะทันหันว่าคืนนี้เขาอาจไม่ว่าง
“ได้ค่ะ งั้นคุณรอฉันสักชั่วโมง ไม่สิ สักชั่วโมงครึ่งนะคะ”
ซาง จื่อซี คิดว่าวิ่งไปสักเที่ยวก็ดีเหมือนกัน ได้เงินพิเศษแถมยังได้สอดแนม สวี เสี่ยวลี่ ไปในตัว
“ไม่ต้องรีบหรอก มาถึงว่านต๋าก่อนห้าโมงเย็นก็พอ ผมต้องรีบกลับโรงงานก่อนหกโมงด้วย มาถึงแล้วผมยังต้องลองรถอีก
แค่นี้นะ ลี่ลี่มาโน่นแล้ว”
ฮั่ว ฉีอัน เห็นคนเดินมาแล้ว ตาก็ลุกวาวทันที
“ดูแลลี่ลี่ให้ดีๆ นะคะ”
ซาง จื่อซี ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเองยังมีเรื่องให้ยุ่ง ทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่ต้องจัดการจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกร้อยห้าสิบหยวน
แต่หากเทียบกับการหมุนเงินจ่ายหนี้ ก็นับว่าคุ้มค่า
ติ๊ง!
จู่ๆ เธอก็เห็นยอดเงินโอนเข้าสองพันหยวน ซาง จื่อซี เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ให้มาเยอะเกินไปแล้ว
ค่าเติมน้ำมันอย่างมากก็สี่ร้อยกว่าหยวน แถมเธอยังมีบัตรส่วนลดด้วย
ค่าดำเนินการอย่างมากก็ห้าร้อยหยวน
นั่นหมายความว่า ค่าเหนื่อยวิ่งไปส่งรถครั้งนี้สูงถึงหนึ่งพันหยวนเชียวนะ ค่าดำเนินการเธอก็ได้เข้ากระเป๋าตัวเองอีก ใจป้ำจริงๆ แฮะ
[รับเงินโอนแล้ว!]
………………………………………
“ลุงคะ!”
สวี เสี่ยวลี่ สะพายกระเป๋าใบเล็กเดินเข้ามาใกล้
เธอสวมชุดเดรสสไตล์นักเรียนคอลเลจลุค
เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนกไทเล็กทับด้วยแจ็กเกตทรงครอปแขนกว้าง กระโปรงพลีตลายสก็อตสีน้ำตาลอ่อน ถุงเท้าเสมอเข่า และรองเท้าหนังสีดำ
บนใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางจนดูมีเลือดฝาด
เพียงเดินมาแต่ไกลก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความน่ารักปนเซ็กซี่เบาๆ
[ชื่อ: สวี เสี่ยวลี่]
[อายุ: 19]
[หน้าตา: 72]
[รูปร่าง: 74]
[ทรัพย์สิน: 6,000]
[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: 58]
“ลุงคะ จำไม่ได้แล้วเหรอ”
สวี เสี่ยวลี่ ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้า
“แค่กๆ...”
ฮั่ว ฉีอัน ดึงสติกลับมา “ไม่กล้าทักเลย ลุงนึกว่าเธอจะมาแนวหน้าสด พอเห็นลุคนี้แล้วดูผิดหูผิดตาไปมาก”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ!” สวี เสี่ยวลี่ พูดอย่างขัดเขิน “ปกติหนูไม่ชอบแต่งหน้า แต่ที่มหาลัยเขามีกฎว่าคลาสปฏิบัติวิชาชีพต้องแต่งหน้าและมียูนิฟอร์มเฉพาะด้วย”
“ดูดีนะ ดูเหมือนเด็กอายุสิบแปดเลย”
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกสบายใจเพราะไม่ได้คิดอะไรกับ สวี เสี่ยวลี่ อยู่แล้ว เขาตัดเธอออกจากตัวเลือกตั้งแต่แรก
“ลุงคะ เดือนที่แล้วหนูเพิ่งสิบเก้าเองนะ ไม่ต่างกับสิบแปดหรอก”
สวี เสี่ยวลี่ จับสายกระเป๋าสะพายพลางพูดต่อ “ลุงคะ ต่อจากนี้ปล่อยให้หนูจัดการได้เลย”
“เธอจะทรมานลุงยังไงล่ะเนี่ย”
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกว่ายัยเด็กนี่มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์จริงๆ ตอนไปกินข้าวด้วยกันครั้งก่อน เธอพูดน้อยมาก แต่พออยู่ในแชตกลับคุยเก่ง เมื่อมาเจอหน้ากันตอนนี้ก็เป็นกันเองเหมือนในแชตซะงั้น
อาจเป็นเพราะเริ่มสนิทกันแล้ว และเธอก็คงมั่นใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาด้วย
“ลุง อย่ามาตลกสิ ทรมานอะไรกัน หนูจะมาเป็นสไตลิสต์ชั่วคราวให้ลุงต่างหาก เราไปกันเลยดีกว่า!”
สวี เสี่ยวลี่ แทบรอไม่ไหวแล้ว
“ตกลง ตามใจเธอเลย”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้คิดอะไรมาก ค่าครองชีพแถวห้างว่านต๋าสาขานี้ไม่สูงนัก กลุ่มลูกค้าเป็นคนชานเมือง เสื้อผ้าฤดูนี้ ไม่น่าจะมีร้านไหนขายเกินตัวละพันหยวน
และที่นี่ไม่มีแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ด้วย เขาจึงปล่อยให้เธอเลือกซื้อได้ตามสบาย
ไม่นานเขาก็พบว่า สวี เสี่ยวลี่ น่าจะมาดูลาดเลาไว้ก่อนหรือหาข้อมูลมาแล้ว
เพราะเธอพาเขาเดินตรงไปที่ร้านเสื้อผ้าผู้ชายอย่างแม่นยำ เลือกดูโน่นดูนี่ หยิบเสื้อเชิ้ตกับเสื้อคลุมเข้ารูปมาหนึ่งชุด
จากนั้นก็เปลี่ยนไปอีกหลายร้าน แล้วก็อีกร้าน
ไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้า แต่ยังมีเข็มขัดและรองเท้าหนังด้วย
แถมตอนสุดท้ายยังไปแวะร้านนาฬิกาทั่วไป และปิดท้ายด้วยร้านแว่นตา
เงินน่ะไม่ค่อยได้จ่ายเท่าไหร่หรอก แต่ลากเขาเดินซะจนเหนื่อยหอบ
“ลุงคะ มาดูผลงานกัน”
สวี เสี่ยวลี่ เพิ่งลงมือจัดแต่งทรงผมให้เขาด้วยอุปกรณ์จากกระเป๋าเครื่องสำอาง ทั้งยังช่วยกันคิ้วให้เป็นทรง เมื่อสวมแว่นตาเข้าไปเธอก็รู้สึกพอใจอย่างมาก
คุณลุงคนนี้นี่หล่อจริงๆ!
[ค่าความชอบของ สวี เสี่ยวลี่ +20 (78)]