- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 8 ยังพอมีหวัง!
ตอนที่ 8 ยังพอมีหวัง!
ตอนที่ 8 ยังพอมีหวัง!
ตอนที่ 8 ยังพอมีหวัง!
“ใช่! ลาออก!”
ฮั่ว ฉีอัน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก นึกถึงตอนที่เคยกินข้าวโรงอาหารด้วยกัน คุยเล่นกันตอนเข้าเวรวันหยุด หรือแม้แต่บังเอิญเลิกงานพร้อมกันแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับทางเดียวกัน
แค่กๆ... หมายถึงแค่บังเอิญเจอกันกลางทางน่ะ
เขากับเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์คลุมเครือใดๆ ทั้งสิ้น
แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างสนิทกันเลยล่ะ
น่าเสียดายที่รู้หน้าไม่รู้ใจ
ผู้หญิงแบบนี้คงไม่มีหัวใจเหมือนแฟนเก่าเขานั่นแหละ ขืนเสียเวลาปั่นคะแนนไปก็คงได้ไม่คุ้มเสีย
“คุณฮั่ว... มานี่หน่อยค่ะ”
ถัง ซืออวี่ คว้าหมับเข้าที่แขนของ ฮั่ว ฉีอัน แล้วลากเขาไปที่โต๊ะทำงานของเธอ
โต๊ะทำงานของเธออยู่มุมห้อง มีเคสคอมพิวเตอร์วางบังอยู่ ทำให้มองไม่เห็นเธอจากทางเดิน
เธอโน้มตัวมากระซิบถามเสียงเครียด “คุณฮั่ว... บอกความจริงมาเถอะ พี่จ้าวหรือผู้จัดการหวังบีบให้คุณลาออกใช่ไหมคะ?”
“เปล่า ผมลาออกของผมเอง เกี่ยวอะไรกับพวกเขาล่ะ ทำไมเขาต้องมาบีบผมด้วย?”
ฮั่ว ฉีอัน งงเป็นไก่ตาแตก ตอนที่เขาได้เลื่อนขั้น ถึงจะโดนคนค่อนแคะว่าประจบสอพลอก็เถอะ แต่การลาออกครั้งนี้เขาตั้งใจลาออกอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมานะ
“คุณฮั่ว ยังจะมาแกล้งทำเป็นไม่รู้อีกนะ ตรงนี้มีแค่เราสองคน มีอะไรก็ระบายมาเถอะค่ะ”
ถัง ซืออวี่ ทำงานที่นี่มาเกือบหกปี ตั้งแต่เรียนจบ ปวช. เธอเริ่มจากฝ่ายผลิตจนย้ายมาอยู่ธุรการ
จะว่าไป เธอก็รู้จักกับคุณฮั่วมานานพอๆ กับอายุงานนั่นแหละ
ถึงเธอจะรังเกียจที่เขาไปเป็นมือที่สาม ทำลายครอบครัวของเจ้านาย
แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคในการเสพข่าวเมาท์ของเธอหรอกนะ
“จะให้ผมพูดอะไรล่ะ?”
ฮั่ว ฉีอัน เริ่มเอะใจ “อวี่อวี่... เธอไปฟังใครพูดจาเลอะเทอะมาใช่ไหม?”
เขาไม่ได้เรียกเธอซะสนิทสนมขนาดนั้นหรอก แต่ที่โรงงานนี้ใครๆ ก็เรียกเธอว่า อวี่อวี่ ทั้งนั้น
เขากำลังสงสัยว่าความเข้าใจผิดนี่แหละที่ทำให้ค่าความชอบติดลบ ไม่อย่างนั้นมันไม่น่าจะดิ่งลงเหวขนาดนี้น่ะสิ
“คุณฮั่ว งั้นฉันพูดตรงๆ เลยนะคะ”
ถัง ซืออวี่ กวาดสายตามองรอบตัว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เลยพูดขึ้นว่า “ฉันได้ยินมาว่าคุณสนิทสนมกับพี่จ้าวเป็นพิเศษ แล้วตอนนี้พี่จ้าวกับผู้จัดการหวังก็หย่ากันแล้ว... คุณก็น่าจะรู้ตัวนะว่าคนเขาคิดยังไง”
“รู้ตัวบ้าอะไรล่ะ!”
ฮั่ว ฉีอัน หัวเสีย นึกไม่ถึงเลยว่าตอนจะลาออกจะต้องมาโดนใส่ร้ายแบบนี้ คนเราจะไปไหนก็ต้องห่วงชื่อเสียงไว้ก่อนสิ
“อวี่อวี่ เรื่องนี้มันเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ผมกับพี่จ้าวเราบริสุทธิ์ใจต่อกันร้อยเปอร์เซ็นต์!”
“จริงเหรอคะ?”
ถัง ซืออวี่ หรี่ตามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ก็เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอเห็นกับตาว่าพี่จ้าวมาที่โรงงาน แถมยังจงใจเรียกคุณฮั่วออกไปคุยกันเสียตั้งนานสองนานที่หน้าประตูโรงงาน
ตอนที่เธอเดินผ่านแวบหนึ่ง ยังแอบคิดเลยว่าสองคนนั้นยืนใกล้กันจนแทบจะสิงกันอยู่แล้ว
“เรื่องจริงแท้แน่นอน!” ฮั่ว ฉีอัน ยืนยันหนักแน่น
ฮั่ว ฉีอัน ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “ต้องมีคนเอาไปพูดกันมั่วซั่วแน่ๆ... ก่อนหน้านี้มีอยู่วันหนึ่งผู้จัดการหวังไปเมาเละเทะอยู่ข้างนอกแล้วโทรหาผม
ผมก็เลยรีบไปรับแล้วพาไปส่งบ้าน
พอไปถึงก็ดันเจอพี่จ้าวไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันพอดี ปวดจนแทบจะสลบอยู่แล้ว
ตอนนั้นผู้จัดการหวังก็เมาหลับไปบนโซฟา”
เขาส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น “ผมเห็นพี่จ้าวอาการหนัก ขืนรอรถพยาบาลคงไม่ทันแน่ๆ เลยต้องตัดสินใจพาเธอไปโรงพยาบาลเอง
ตอนนั้นมันฉุกเฉิน ผมเลยต้องอุ้มเธอไป ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนมาเห็นเข้าแล้วเอาไปตีความผิดๆ ก็ได้
ส่วนเรื่องที่พวกเขาหย่ากัน มันเป็นเพราะความสัมพันธ์ของพวกเขาแตกร้าวมานานแล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมสักนิด!”
“หา!”
ถัง ซืออวี่ อ้าปากค้างทำหน้าอึ้ง “เป็นแบบนี้เองเหรอคะ... คุณฮั่ว นี่ทุกคนเข้าใจคุณผิดไปหมดเลย!”
[ค่าความชอบของ ถัง ซืออวี่ +65 (55)]
ฮั่ว ฉีอัน เห็นตัวเลขพุ่งพรวดขึ้นมาก็พอเดาได้ว่านี่คงเป็นฐานคะแนนเดิมที่เธอเคยมีต่อเขา ดูท่าดาวเด่นโรงงานคนนี้ยังพอมีลุ้นแฮะ...
แต่ยัยนี่ไม่ค่อยมีสมองเท่าไหร่ ใครเป่าหูอะไรก็เชื่อจนคะแนนสวิงขึ้นลงง่ายไปหน่อย
แต่ก็ช่างเถอะ เป้าหมายของเขาคือการทำแต้มเพื่อรับรางวัล ใครจะไปสนเรื่องอื่นกันล่ะ
“ก็ใช่น่ะสิ... อุตส่าห์ทำดีแต่ดันซวยซะงั้น”
ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มขื่น ผู้จัดการหวังที่เป็นเจ้านายเขาก็เหมือนกัน จะไม่รู้เรื่องข่าวลือเลอะเทอะพวกนี้เลยหรือไง
“คุณฮั่ว... ฉันขอโทษจริงๆ นะคะที่ไปฟังความข้างเดียว”
ถัง ซืออวี่ ขอโทษแล้วก็นึกขึ้นได้ “แล้วเรื่องลาออกล่ะคะ ในเมื่อไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ แล้วคุณจะลาออกไปทำไม?”
“อืม... ผมเป็นเด็กกำพร้าเธอคงรู้อยู่แล้วใช่ไหม? พอดีมีญาติมาตามหาผมน่ะ แล้วก็ตรวจดีเอ็นเอกันเรียบร้อยแล้ว ที่บ้านทางโน้นก็อยากให้ลาออกไปทำธุรกิจของตัวเองน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน เล่าคร่าวๆ
ครั้งนี้เขาไม่จำเป็นต้องโชว์สลิปเงินฝาก หรือแต่งเรื่องลูกนอกสมรสอะไรให้ซับซ้อน
ด้วยนิสัยแบบ ถัง ซืออวี่... แค่นี้เธอก็เชื่อสนิทใจแล้ว!
“โห! เจอครอบครัวแล้ว แถมยังสนับสนุนให้ทำธุรกิจอีก ทางบ้านน่าจะรวยมากเลยใช่ไหมคะ?”
ถัง ซืออวี่ เริ่มถามซอกแซกตามนิสัยคนชอบเมาท์
เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้พลางเงยหน้ามอง ฮั่ว ฉีอัน ที่ยืนพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนคุยกันตามปกติ
“ก็รวยระดับหนึ่งแหละ พวกเขาไม่อยากให้ผมทำงานโรงงานไปตลอดชีวิตน่ะ บอกว่าต่อให้เป็นผู้จัดการก็ยังเป็นได้แค่ลูกจ้างเขาอยู่ดี
ผมเองก็ขัดไม่ได้ แถมเขายังให้เงินทุนสนับสนุนมาด้วย เลยกะจะลองดูสักตั้ง”
ฮั่ว ฉีอัน พูดด้วยความมั่นใจ ไม่ใช่เพราะเงินล้านในบัญชีหรอกนะ
แต่เขารู้สึกว่าใกล้จะจัดการ ซูชิง ได้แล้ว นั่นมันเงินรางวัลตั้งสิบล้านเลยนะ การสร้างโปรไฟล์ให้ตัวเองมันจะไปยากอะไร
“โอ้โห... ถ้างั้นต่อไปนี้เวลาเจอกัน ก็ต้องเรียกว่าเถ้าแก่ฮั่ว ไม่สิ... ต้องเรียกว่า ‘ท่านประธานฮั่ว’ แล้วสิคะเนี่ย!”
ถัง ซืออวี่ พูดหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี ในเมื่อความเข้าใจผิดคลี่คลายลงเธอกับเขาก็กลับมาคุยเล่นกันได้สนิทใจเหมือนเมื่อหกปีก่อน
ฮั่ว ฉีอัน เลิกคิ้วเล็กน้อย “รู้ใจจริงๆ นะ... งั้นเอาใบลาออกมาให้ผมสักใบเถอะ ผมจะเขียนมันตรงนี้เลย ลาออกซะวันนี้โรงงานจะได้รีบหาคนมาแทน”
ตำแหน่งของเขาไม่ได้สำคัญอะไรมาก ทางโรงงานจะเลื่อนผู้ช่วยวิศวกรขึ้นมาแทน หรือจะให้ช่างเทคนิคมารักษาการแทน หรือจะรับคนใหม่ก็ทำได้ไม่ยาก
ปกติต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งเดือนถึงจะออกได้
แต่ถ้าส่งมอบงานเสร็จสิ้นและเป็นการลาออกด้วยดีโดยไม่เรียกร้องค่าชดเชย ก็ถือว่าวิน-วินกันทั้งสองฝ่าย
“ได้ค่า!”
ถัง ซืออวี่ กุลีกุจอหยิบแบบฟอร์มออกมาจากแฟ้ม
ฮั่ว ฉีอัน นั่งลงข้างๆ ยืมปากกามาเขียน
เหตุผลที่ลาออกก็เหมือนที่เพิ่งเล่าไปนั่นแหละ เป็นเด็กกำพร้าที่เจอญาติ เตรียมตัวกลับไปรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว จะไม่ทำงานสายนี้อีก จะได้ไม่ติดสัญญาห้ามทำงานคู่แข่ง
เอาเข้าจริงสัญญานี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก บริษัทในหรงเฉิงไม่ค่อยตามไปก้าวก่ายเท่าไหร่ ยกเว้นจะเอาความลับของบริษัทเก่าไปขายให้บริษัทใหม่จริงๆ
ถัง ซืออวี่ ที่ชะโงกหน้าดูอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถาม “คุณฮั่ว... แล้วคุณจะไปทำธุรกิจอะไรเหรอคะ?”
“ที่บ้านจะลงเงินก้อนแรกให้สิบล้านน่ะ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน ขอลาออกให้จบก่อนแล้วระหว่างรอส่งมอบงานค่อยๆ คิดไปแล้วกัน”
ฮั่ว ฉีอัน ตอบเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยซ้ำ มัวแต่เช็กว่ามีเขียนผิดตรงไหนบ้างหรือเปล่า ขืนเขียนผิดไป เดี๋ยวลาออกแล้วยังโดนเอาไปล้ออีกคงไม่ดี
“สิบล้านเลยเหรอคะ!”
ถัง ซืออวี่ ตื่นเต้นจนหายใจแรงขึ้น ก่อนจะพยายามข่มความรู้สึก “คุณฮั่ว... จะลาออกเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ได้ปรึกษาแฟนหรือยังคะ?”
เธอรู้ว่าเขามีแฟนที่คบกันมาหลายปี ถึงได้รังเกียจข่าวลือที่เขาแอบเป็นชู้กับพี่จ้าวเมื่อก่อนหน้านี้
“เลิกกันแล้วน่ะ... เลิกกันก่อนจะรู้เรื่องญาติอีก”
ฮั่ว ฉีอัน นึกถึงแฟนเก่าขึ้นมาอีกครั้ง ยัยนั่นน่ะไม่มีหัวใจสักนิด ผิดกับอวี่อวี่ พอรู้ว่าเข้าใจผิด คะแนนก็เด้งกลับมาเป็น 55 เลย
“อ้าว! เลิกกันแล้วเหรอคะ?”
ถัง ซืออวี่ ถามด้วยความอยากรู้ “เห็นคบกันมาตั้งนาน ทำไมถึงเลิกกันล่ะคะ?”
ฮั่ว ฉีอัน ส่ายหน้าช้าๆ “ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก เธอไม่อยากแต่งงาน แถมยังขอให้ผมรอไปอีกสองสามปี แต่ผมอายุสามสิบแล้ว... ผมรอไม่ไหว ก็เลยเลิกกันไป เลิกกันด้วยดี ไม่ได้ติดค้างอะไรกัน”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
ถัง ซืออวี่ เพิ่งรู้ว่าเธอเข้าใจผิดซ้ำซ้อน ก่อนหน้านี้เธอคิดมาตลอดว่า ฮั่ว ฉีอัน เป็นฝ่ายประวิงเวลาไม่ยอมแต่งงาน ที่ไหนได้... ความจริงกลับตาลปัตรไปหมด
[ค่าความชอบของ ถัง ซืออวี่ +4 (59)]