- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 9 ลาออกแล้วจะกลายเป็นผู้ถือหุ้น?
ตอนที่ 9 ลาออกแล้วจะกลายเป็นผู้ถือหุ้น?
ตอนที่ 9 ลาออกแล้วจะกลายเป็นผู้ถือหุ้น?
ตอนที่ 9 ลาออกแล้วจะกลายเป็นผู้ถือหุ้น?
“อวี่อวี่... ถามจริงเถอะ ผู้หญิงสมัยนี้เขาไม่อยากแต่งงานกันแล้วเหรอ?”
ฮั่ว ฉีอัน เริ่มเปิดประเด็นหยั่งเชิง
เมื่อคืนตอนอยู่กับไฉ่หลิง เขาจงใจวางตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อให้พวกเธอรู้สึกอุ่นใจและพึ่งพาได้ นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่สนิทกันจริงๆ
แต่กับดาวเด่นโรงงานคนนี้มันต่างออกไป พวกเขามีพื้นฐานการเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาตั้งห้าหกปี
เคยกินข้าวและทำโอทีด้วยกันมาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง
แถมตอนนี้ค่าความชอบของเธอก็พุ่งมาถึง 59 เท่ากับไฉ่หลิงแล้ว
ดูเหมือนว่า 60 คะแนนจะเป็นกำแพงด่านแรก... แล้วทำไมป้าโรงอาหารข้ามกำแพงนี้มาได้ล่ะ?
คิดไปคิดมา ก็คงเป็นเรื่องของมาตรฐานส่วนบุคคลนั่นแหละ
ไฉ่หลิง กับถัง ซืออวี่ ทั้งอายุน้อยแถมหน้าตาก็สวย สเปกเลยต้องสูงเป็นธรรมดา
แบบนี้เขาคงต้องเป็นฝ่ายรุกเองแล้ว จะมานั่งรอให้คะแนนขึ้นเองจากโปรไฟล์ตอนนี้ คงไม่ไหว
“เปล่านะ! เพื่อนฉันหลายคนก็แต่งงานกันไปแล้ว”
ถัง ซืออวี่ แย้ง ความจริงเธอก็เคยมีความรักและวาดฝันถึงชีวิตแต่งงาน เพียงแต่ตอนนี้เธอแค่อยากหาคนที่มีโปรไฟล์ดีๆ
ยิ่งพอได้ไปคลุกคลีฟังเรื่องเมาท์ในห้องชงกาแฟของฝ่ายบริหารบ่อยเข้า สเปกของเธอก็ยิ่งสูงลิ่วตามไปด้วย
“อืม... ว่าแต่ จู่ๆ ผมก็นึกไอเดียทำธุรกิจขึ้นมาได้แฮะ” ฮั่ว ฉีอัน เปรยขึ้น ซึ่งเขาเพิ่งปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
“นึกอะไรออกเหรอคะ”
ถัง ซืออวี่ อยากรู้ อันที่จริงตอนได้ยินคำว่าสิบล้านเธอก็ตื่นเต้นมากแล้ว แต่เพราะได้ยินพวกสามีเศรษฐีของคนนู้นคนนี้ที่รวยเป็นสิบล้านๆ ในห้องชงกาแฟบ่อยจนชิน มันเลยทำให้เธอรู้สึกเฉยลงไปบ้าง
“ก็ซื้อหุ้นโรงงานเราไง โรงงานเราผลประกอบการดีมาตลอด ถ้าซื้อหุ้นไว้สักหน่อยแล้วกินเงินปันผล ดีกว่าออกไปลุยทำธุรกิจเองข้างนอกตั้งเยอะ”
เขาคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นหรอก
เขามีระบบหาเงินสบายๆ อยู่แล้ว
แต่ถ้ามีเงินเหลือ การลงทุนในโรงงานก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี การได้สถานะ ‘ผู้ถือหุ้น’ มาครอง จะช่วยยกระดับโปรไฟล์ของเขาให้ดูไม่ธรรมดาขึ้นไปอีก
“โห! คุณฮั่ว หุ้นโรงงานเราไม่ถูกเลยนะคะ ฉันได้ยินมาว่ามีพวกนักลงทุนจะมาขอซื้อตั้งเป็นร้อยล้านเลยนะ”
ถัง ซืออวี่ ไม่ได้พูดมั่วๆ โรงงานที่พวกเธอทำอยู่นี้ดูเล็ก พนักงานก็ไม่เยอะ แต่ทำกำไรเก่งชะมัด
สินค้าตัวท็อปราคาชิ้นละหมื่นกว่า ไลน์ผลิตหนึ่งชั่วโมงทำได้เป็นร้อยชิ้น วันหนึ่งก็ผลิตได้เป็นพันชิ้น
ถึงจะบอกว่าต้นทุนสูงและออร์เดอร์น้อย แต่ผลประกอบการก็ยอดเยี่ยมจริงๆ จนได้ยินมาว่าโรงงานถูกประเมินมูลค่าไว้ตั้งสามร้อยล้านเชียวนะ
“ผมก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน... น่าจะจริงแหละ”
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “สิบล้านของผมอาจจะน้อยไปหน่อย คงต้องหาวิธีขอให้ทางบ้านสมทบทุนเพิ่มมาให้อีกนิด เดี๋ยวผมว่าจะลองไปคุยกับพี่จ้าวดู กลัวก็แต่ว่ามีเงินแล้วเขาจะไม่ขายนี่แหละ
ถ้าได้มาสักหน่อยก็คงดี กะว่าจะเอาสักสิบเปอร์เซ็นต์ หรืออย่างน้อยห้าเปอร์เซ็นต์ก็ยังดี”
พอ ถัง ซืออวี่ ได้ยินแบบนั้นก็ลอบคำนวณในใจ หุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นี่ต้องใช้เงินตั้งสามสิบล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนทางบ้านของคุณฮั่วจะจ่ายได้สบายๆ... แบบนี้มันไม่ธรรมดาแล้วนะ!
“คุณฮั่วคะ ถ้าคุณจะซื้อหุ้น แล้วยังจะลาออกอยู่อีกเหรอ?”
“ลาออกสิ ไม่ว่าจะซื้อได้หรือไม่ได้ ผมก็ไม่อยากทำงานในโรงงานแล้วล่ะ
ถ้าได้หุ้นมาก็แค่รอรับเงินปันผล แล้วผมค่อยไปหาช่องทางทำธุรกิจอย่างอื่นข้างนอกเอา”
สิ่งที่ ฮั่ว ฉีอัน เล็งไว้ที่สุดคือเงินรางวัลหนึ่งร้อยล้านหลังจากพิชิตใจ ถัง ซืออวี่ ได้สำเร็จต่างหาก ถ้าได้ก้อนนั้นมา เขาก็รวยข้ามคืนแล้ว
“คุณฮั่ว แล้วถ้าลาออก... คุณจะย้ายที่อยู่ไหมคะ?”
ถัง ซืออวี่ รู้ดีว่าเขาพักอยู่อพาร์ตเมนต์คนโสดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเธอ
แถวนี้เป็นย่านชานเมือง แหล่งที่พักอาศัยกับย่านการค้าจึงมักจะกระจุกตัวอยู่ในละแวกเดียวกัน
“กะว่าจะซื้อบ้านอยู่แถวๆ นี้แหละครับ ผมอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปีจนชินแล้วน่ะ
อีกอย่างตอนนี้ผมก็โสด อยู่ไหนก็เหมือนกัน ขอทำธุรกิจให้เป็นชิ้นเป็นอันก่อน พอหน้าที่การงานมั่นคง เดี๋ยวก็คงมีผู้หญิงยอมแต่งงานด้วยเองแหละ”
ฮั่ว ฉีอัน พูดทีเล่นทีจริง เขาจงใจประกาศให้รู้ทั่วกันว่าตัวเองโสดสนิทหลังจากเลิกกับแฟนแล้ว
พอ ถัง ซืออวี่ ได้ยินแบบนี้ แววตาของเธอก็เป็นประกายวูบหนึ่ง รู้สึกเหมือนเพิ่งจะได้พิจารณาคุณฮั่วอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก... รูปร่างเขาก็สูงใหญ่ แถมอายุสามสิบก็ไม่ได้ถือว่าแก่เลยสักนิด
ตอนที่เมาท์กันในห้องชงกาแฟ สามีของพี่เฉินฝ่ายขายอายุห่างกันตั้งสิบห้าปีแต่มีเงินเก็บตั้งหลายสิบล้าน พอเป็นแบบนั้นใครจะกล้าว่าพี่เฉินไม่ดีล่ะ
คุณฮั่วอายุมากกว่าเธอแปดปี รู้จักกันมาตั้งนานจนรู้นิสัยใจคอกันดีว่าเป็นคนดี
ส่วนเรื่องพี่จ้าวก่อนหน้านี้ก็เคลียร์แล้วว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด
ตอนนี้คุณฮั่วกำลังจะรวย ไม่แน่อีกหน่อยอาจจะได้เป็นถึงผู้ถือหุ้นของโรงงาน โปรไฟล์ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ต่อไปจะหาภรรยาคงไม่ใช่เรื่องยากแน่ๆ
ติดอยู่แค่อย่างเดียว... สิ่งที่คุณฮั่วพูดมามันจริงหรือเปล่า? ทางบ้านรวยขนาดนั้นจริงเหรอ? แล้วจะยอมให้เงินคุณฮั่วเป็นสิบๆ ล้านจริงหรือเปล่า?
“จริงสิ อวี่อวี่... รบกวนเตรียมใบลาหยุดเผื่อไว้ให้ผมด้วยนะ”
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “ทางบ้านจะให้ผมไปปักกิ่งเพื่อรับกลับเข้าตระกูลน่ะ ผมเลยบอกให้ทางนั้นโอนเงินสิบล้านมาให้ก่อน น่าจะเข้าภายในสองสามวันนี้
ถึงตอนนั้นผมคงยังส่งมอบงานไม่เสร็จ น่าจะต้องขอลาหยุดสักสองสามวัน”
“คุณฮั่ว ทางบ้านคุณทำธุรกิจอะไรเหรอคะ?”
พอ ถัง ซืออวี่ ได้ยินว่าจะต้องไปปักกิ่งเพื่อรับเข้าตระกูล เธอก็ยิ่งตื่นเต้น ระยะทางไกลขนาดนั้น แถมพอบอกว่าเป็นปักกิ่ง... ต้องเป็นคนรวยแน่ๆ
“ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ได้ยินมาว่ามีธุรกิจเยอะแยะ มีเครือบริษัทอะไรพวกนั้นแหละ แต่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมหรอกนะ”
ฮั่วฉีอันเว้นจังหวะนิดหนึ่ง “คือว่า... ความจริงผมเป็นลูกนอกสมรสน่ะ ไม่งั้นตอนเด็กๆ คงไม่ได้ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรอก
ทางบ้านแค่อยากให้ผมตั้งรกรากอยู่ที่หรงเฉิงนี่แหละ ให้ทำธุรกิจของตัวเองโดยที่พวกเขาจะสนับสนุนเงินทุนให้…
เอาเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้วล่ะ ไว้เงินเข้าเมื่อไหร่เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงฉลองก็แล้วกัน”
ฮั่ว ฉีอัน กำลังเปิดเกมรุก แต่เขาก็รู้ดีว่าคงไม่สามารถเอาชนะใจ ถัง ซืออวี่ ได้ในเร็วๆ นี้แน่ เรื่องแบบนี้มันต้องอาศัยโปรไฟล์ที่แข็งแกร่งพอ เขาจะใช้แค่คำพูดปั่นค่าความชอบให้ถึง 80 ไม่ได้หรอก
คิดไปคิดมา สุดท้ายเขาก็ต้องกลับไปหา ซูชิง อยู่ดี เพราะขาดอีกแค่ 5 แต้มเท่านั้น... เรื่องนี้ต้องรีบจัดการแล้ว
“คุณฮั่ว เรื่องญาติที่คุณเล่ามาเนี่ยเชื่อถือได้แน่เหรอคะ? ขอโทษนะที่ต้องพูดตรงๆ แต่เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพมันเยอะจริงๆ”
ถัง ซืออวี่ เตือนด้วยความหวังดี
“อวี่อวี่ สบายใจได้เลย ผมอายุสามสิบแล้วนะไม่ใช่สามขวบ”
ฮั่ว ฉีอัน ตอบกลั้วหัวเราะ “ทางนั้นเขาโอนค่าเดินทางมาให้ก่อนแล้วล้านนึง บอกว่าถ้าผมยอมไปปักกิ่งเพื่อรับเข้าตระกูล เขาจะให้เงินทุนทำธุรกิจอีกสิบล้าน
ผมยังเคืองอยู่นะ อายุป่านนี้เพิ่งมาตามหา เลยให้โอนเงินมาก่อนแล้วค่อยคุย ตอนนี้ก็ยังยื้อกันอยู่
ถ้าเงินสิบล้านไม่เข้า ผมก็ไม่ไปหรอก”
พูดจบ ฮั่ว ฉีอัน ก็แสร้งกดเปิดข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าให้เธอดูผ่านๆ เขาไม่จำเป็นต้องเปิดแอปธนาคารให้ดูด้วยซ้ำ เพราะดาวเด่นประจำโรงงานคนนี้รู้ยอดเงินเดือนของเขาดีอยู่แล้ว
พอ ถัง ซืออวี่ เห็นข้อความยืนยันว่ามีเงินเข้าหนึ่งล้านหยวนจริงๆ เธอก็เชื่อสนิทใจทันที เรื่องแบบนี้มันปลอมกันไม่ได้หรอก
และคุณฮั่วก็เป็นเด็กกำพร้า ใครจะบ้าโอนเงินให้เขาตั้งล้านนึงถ้าไม่ใช่ญาติกันจริงๆ
“คุณฮั่ว... มีเงินตั้งล้านนึงอยู่ในบัญชีแล้ว ยังจะรอให้คราวหน้าค่อยเลี้ยงอีกเหรอคะ?”
ฮั่ว ฉีอัน หัวเราะ “ไม่กี่วันหรอกน่า เดี๋ยวรอเงินก้อนใหญ่เข้าแล้วจะพาไปเลี้ยงฉลองชุดใหญ่เลย”
“วันนี้ไม่ได้เหรอคะคุณฮั่ว?”
ถัง ซืออวี่ เริ่มรู้สึกว่าต้องรีบตีสนิทเข้าไว้
“วันนี้เหรอ คงไม่สะดวกเท่าไหร่ พอดีเลิกงานแล้วผมมีนัดไปเจอเพื่อนในเน็ตน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน ตั้งใจจะนัด ซูชิง ไปซื้อมือถือคืนนี้พอดี
“เจอเพื่อนในเน็ตเหรอคะ? คุณฮั่ว ยุคไหนสมัยไหนแล้วเนี่ย”
ถัง ซืออวี่ ตกใจ เธอไม่ยักรู้เลยว่าคุณฮั่วจะใสซื่อขนาดนี้ ต่อให้อกหักมาก็ไม่น่าจะไปเชื่อเพื่อนในเน็ตง่ายๆ แบบนี้ มันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด
“ก็แค่เด็กนักศึกษาคนนึงน่ะครับ เขาจะไปซื้อมือถือแต่กลัวโดนหลอกเลยชวนผมไปด้วย พอดีผมเองก็อยากเปลี่ยนเครื่องใหม่เหมือนกัน ก็เลยตกลงไปน่ะ”
ตอนนี้ ฮั่ว ฉีอัน มั่นใจเต็มร้อย ต่อให้ตอนนี้ยังจัดการ ถัง ซืออวี่ ไม่ได้ แต่อนาคตสดใสแน่นอน
เขาไม่กลัวเธอจะเข้าใจผิดหรอก
ที่น่ากลัวคือเธอไม่รู้สึกอะไรเลยต่างหาก แต่ถ้าเริ่มระแวงหรือสงสัย นั่นก็แปลว่าเธอเริ่มมีใจและรับมือได้ง่ายขึ้น
“อย่างนี้นี่เอง!”
ถัง ซืออวี่ เริ่มระแวงแทน เธอรู้สึกว่ายัยเด็กนักศึกษาคนนั้นต้องมีแผนอะไรแน่ๆ มีอย่างที่ไหนนัดเพื่อนในเน็ตไปซื้อมือถือด้วย ไม่ใช่พวกหน้าม้าหลอกขายของหรอกนะ
แต่เธอก็เชื่อว่าคุณฮั่วไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ขนาดเศรษฐินีอย่างพี่จ้าวเขายังไม่เล่นด้วยเลย แล้วจะไปชอบเด็กเมื่อวานซืนได้ยังไง
“คุณฮั่วคะ ไว้เจอเพื่อนในเน็ตเสร็จแล้ว อย่าลืมเล่าให้ฉันฟังด้วยนะว่าเป็นยังไงบ้าง”
“ได้สิ! ดึกๆ เดี๋ยวทักไปบอก”
ฮั่วฉีอันตัดบท “ไม่คุยแล้วล่ะ เดี๋ยวผมต้องลงไปยื่นใบลาออกข้างล่างก่อน ต้องทำตามขั้นตอนน่ะ”
ถึงจะรวยแค่ไหน แต่เขาก็ยังเป็นคนมีความรับผิดชอบและอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎระเบียบเพื่อไม่ให้กระทบงานของโรงงาน นี่มันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ
“ค่า! งั้นตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ? คุยเรื่องที่คุณอยากซื้อบ้านด้วย เผื่อฉันจะแนะนำอะไรได้บ้าง”
ถัง ซืออวี่ รีบเสนอตัว เพราะเพื่อนของเธอมีเยอะแยะ หนึ่งในนั้นก็เป็นเอเย่นต์ขายบ้านด้วย
“เอาสิ! งั้นตอนเที่ยงเจอกันที่โรงอาหารนะ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”
ฮั่ว ฉีอัน ถือแบบฟอร์มลาออกเดินจากไป ส่วนใบลาหยุด เขาเก็บเอาไว้ก่อน