- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 2 ลุง เอาจริงดิ?
ตอนที่ 2 ลุง เอาจริงดิ?
ตอนที่ 2 ลุง เอาจริงดิ?
ตอนที่ 2 ลุง เอาจริงดิ?
[60 คะแนนขึ้นไป ค่าความชอบถึง 80 รับรางวัล 1 ล้าน
70 คะแนนขึ้นไป ค่าความชอบถึง 80 รับรางวัล 10 ล้าน
80 คะแนนขึ้นไป ค่าความชอบถึง 80 รับรางวัล 100 ล้าน
90 คะแนนขึ้นไป ค่าความชอบถึง 80 รับรางวัล 1,000 ล้าน
95 คะแนนขึ้นไป ค่าความชอบถึง 80 รับรางวัล 10,000 ล้าน
98 คะแนนขึ้นไป ค่าความชอบถึง 80 รับรางวัล 100,000 ล้าน]
[หากค่าความชอบลดลง จะไม่ริบรางวัลคืน หากค่าความชอบกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง จะไม่ได้รับรางวัลซ้ำ
เมื่อค่าความชอบถึง 90 จะถือเป็นความรักที่บริสุทธิ์ใจ หากเลือกตั้งค่าล็อกเป้าหมายไว้ จะไม่มีวันหักหลัง และไม่มีวันทอดทิ้ง!
หากค่าความชอบถึงระดับ 100 จะถือเป็น ‘สุดยอดความรักอันบริสุทธิ์’ และจะได้รับรางวัลพิเศษครั้งที่สอง
แหล่งที่มาของรางวัลจากระบบล้วนเป็นทรัพย์สินจากต่างประเทศที่เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย]
ฮั่ว ฉีอัน จ้องมองคำอธิบายกฎของระบบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ถ้ามองตามหลักแล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการหาผู้หญิงระดับ 98 มาจีบให้ติด เมื่อค่าความชอบถึงเกณฑ์ เขาก็จะได้เงินแสนล้านแรกมาครอบครอง
จากนั้นก็รอให้ความสัมพันธ์สุกงอมจนถึงระดับ 90 เพื่อล็อกเป้าหมาย และท้ายที่สุดคือการทำแต้มให้ถึง 100 เพื่อรับอีกแสนล้านมาปิดจ็อบ
แบบนี้เขาก็จะได้ครองคู่สุขสบายไปชั่วชีวิตแล้วไม่ใช่เหรอ
ความคิดน่ะดูดี... แต่ความเป็นจริงมันช่างห่างไกล ผู้หญิงที่เพียบพร้อมระดับ 98 คะแนน จะมาสนใจอะไรกับเด็กกำพร้าวัยสามสิบที่ไร้เส้นสาย ไม่มีทั้งบ้านทั้งรถอย่างเขา
ต่อให้ลดมาตรฐานลงมาเหลือระดับ 90 ฮั่ว ฉีอัน ก็ยังรู้สึกว่ามันยากอยู่ดี
ถ้าลดระดับลงมาเหลือ 80 คะแนน เขายังพอจะมองเห็นลู่ทาง เงินทุนหนึ่งล้านเจ็ดแสนกว่าหยวนในมือ บวกกับการรีดน้ำหนักออกสักสิบห้ากิโลกรัมเพื่อเปลี่ยนพุงกะทิให้กลายเป็นซิกซ์แพ็ก แต่งเนื้อแต่งตัวใหม่ และจัดการกับความมันบนใบหน้า ก็น่าจะพอดึงคะแนนหน้าตากลับมาได้บ้าง
เขานึกถึงแฟนเก่าที่คบกันมานานถึงแปดปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาหมดเงินไปเป็นแสนหยวน แต่เมื่อประเมินดูแล้วระดับของเธอน่าจะไม่ถึง 80 คะแนนด้วยซ้ำ ที่สำคัญ เขายังทำค่าความชอบไปไม่ถึงเกณฑ์ 80 เลยสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจะทำให้เธอรักจนถึงขั้นล็อกเป้าหมาย
ชั่วขณะนั้น ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกหดหู่จนถึงขั้นท้อแท้ แม้แต่ระดับ 70 คะแนนเขาก็ยังขาดความมั่นใจที่จะคว้ามา
แต่ถ้าเป็นระดับต่ำสุดอย่าง 60 คะแนนล่ะก็... นี่แหละคือ ‘สนามเด็กเล่น’ ของเขาอย่างแท้จริง
ขนาดแค่นั่งอยู่บ้านเฉยๆ โดยไม่รู้ตัวว่ามีอีกฝ่ายอยู่ เขายังได้ค่าความชอบมาถึง 82 และกวาดรางวัลล้านแรกมาได้สำเร็จ
หรืออย่าง เสี่ยวชุน ที่ได้คะแนนเพียง 52 แม้เขาจะไม่เคยคุยดีๆ กับเธอเลยสักประโยค
ช่องทางการติดต่อยังไม่มีด้วยซ้ำ แต่ค่าความชอบปาเข้าไป 39 แล้ว
การทำค่าความชอบจริงๆ ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นนี่นา...
ถ้าหากเขารวบรวมผู้หญิงระดับ 60 คะแนนมาสัก 10 คนล่ะ?
หรือถ้าเป็น 100 คน 1,000 คนล่ะ… จะเกิดอะไรขึ้น?
ถ้ามองในแง่บิ๊กดาต้าและความเป็นไปได้
เขาควรเน้นปริมาณเพื่อสะสมทุนตั้งต้นให้มากพอเสียก่อน แล้วค่อยหันไปเน้นคุณภาพเพื่อหาใครสักคนมาล้างมือในอ่างทองคำและครองคู่กันไปชั่วชีวิต
วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง
ด้วยสภาพร่างกายในตอนนี้ เขานอนเพียง 6 ชั่วโมงก็พอแล้ว
เวลาที่เหลืออีก 18 ชั่วโมง หากแบ่งซอยออกมานัดเจอสาววันละ 5 ถึง 10 คน ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการสับรางโดยไม่ชนกัน
แค่ต้องยอมเหนื่อยเปิดเกมรุกเพื่อปั่นค่าความชอบสักครึ่งค่อนปี รางวัลร้อยล้านก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม... แค่กๆ!
ฮั่ว ฉีอัน รีบส่ายหน้าเรียกสติ... ก่อนจะมีระบบ เขาก็เคยมีแฟน
แล้วตอนนี้เมื่อมีระบบอยู่ในมือ เขาจะปล่อยให้ชีวิตตกต่ำลงกว่าเดิมได้อย่างไร
เขาไม่ลืมความตั้งใจแรกเริ่ม สิ่งที่เขาต้องการคือครอบครัวที่ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ไม่ใช่การเที่ยวแจกจ่ายความรักให้สาวๆ นับพันทั่วเมืองหรงเฉิง (เฉิงตู)
แชะ
เขากดไฟแช็กจุดบุหรี่ แต่กลับไม่ได้สูบเท่าไรนัก ปล่อยให้ควันสีขาวลอยกรุ่นขณะตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ฮั่ว ฉีอัน พยายามทบทวนรายชื่อผู้หญิงในวัยไล่เลี่ยกันที่เคยรู้จักตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าคนที่น่าจะถึงเกณฑ์ 80 คะแนน เป็นโสด และพอจะเข้าไปทำความรู้จักได้นั้นมีน้อยจนนับนิ้วได้
ตลอดแปดปีที่ผ่านมา ฮั่ว ฉีอัน กล้าเอามือทาบอกสาบานได้เลยว่าเขาตัดขาดการเข้าสังคมที่ไร้สาระทั้งหมด นอกจากไปทำงาน เขาก็เอาแต่เล่นโทรศัพท์ นานๆ ทีถึงจะแวะมาร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อคลายความเหงา
การที่เขาไม่ได้อยู่กินกับแฟนเก่า ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ยังไม่ลึกซึ้งพอ แต่เป็นเพราะอุปสรรคเรื่องงาน
ฮั่ว ฉีอัน เป็นวิศวกรโรงงานที่ต้องพักอยู่แถบชานเมือง
ส่วนอดีตแฟนสาวทำงานและพักอาศัยอยู่ใจกลางเมือง
แม้ระยะทางจะห่างกันเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดและรถไฟใต้ดินที่เข้าไม่ถึงโดยตรง ทำให้ช่วงสองสามปีหลังมานี้ พวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่ห่างเหินกันมากกว่าคนรัก
เขาสูบบุหรี่อึกหนึ่งเพื่อปลดเปลื้องความเศร้าชั่วคราว
เปิดโทรศัพท์ตรวจสอบรายชื่อเพื่อนในวีแชตและสมุดโทรศัพท์อย่างละเอียด
ในที่สุดเขาก็ล็อกเป้าหมายไว้สองคนที่มีศักยภาพพอจะทำเงินรางวัลให้เขาได้คนละหนึ่งร้อยล้านหยวน
กลยุทธ์คือรักษาสถานะกับคนแรก และเริ่มแย่งชิงโอกาสกับคนที่สอง
ส่วนที่เหลือค่อยอาศัยจังหวะไปบังเอิญทำความรู้จักเอาข้างนอก
หาเงินไปด้วย พร้อมกับเลือกเฟ้นคนที่จะมาสร้างครอบครัวไปด้วยในเวลาเดียวกัน
เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนสี่สิบนาที…
ดึกมากแล้ว แต่สำหรับเขานี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ฮั่ว ฉีอัน จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ เขาเลือกเริ่มที่เป้าหมายหมายเลขสองก่อน เพราะเป้าหมายหมายเลขหนึ่งคือพนักงานธุรการที่โรงงาน
ซึ่งพรุ่งนี้ต้องทำงาน ป่านนี้ก็คงหลับไปนานแล้ว ไว้รอไปเจอตัวจริงที่โรงงานพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะลาออก โรงงานแห่งนี้ให้เขาทำโอทีหนักเกินไปจนไม่มีเวลาจัดการเรื่องสำคัญในชีวิต และอายุสามสิบก็ไม่ใช่ช่วงวัยที่จะรอใครได้อีก
แต่การลาออกต้องมีการส่งมอบงานตามระเบียบ เพราะเขาทุ่มเททำงานที่นี่มาเกือบเก้าปี
เขาเป็นคนประเภทรักใครรักจริงแบบนี้แหละ... งานแรกก็ทำมาเก้าปีไม่เคยเปลี่ยน
แฟนเก่าก็เป็นรักแรกที่ถึงแม้ความตื่นเต้นจะจืดจางไปตามกาลเวลา แต่เขาก็ยังอยากแต่งงานด้วย ทว่าคบกันมาแปดปี เพิ่งจะบอกเลิกกันไป
ตอนนี้เขากดเข้าไปดูโปรไฟล์ของเป้าหมายหมายเลขสอง เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่แอดเพื่อนเขามาเมื่อประมาณปีก่อน
ตอนนั้นเขาเข้าใจว่าเป็นเพื่อนร่วมงานในโรงงานเลยรับแอดไว้ จนภายหลังถึงได้รู้ว่าเธอแค่สุ่มหาเพื่อนจากฟังก์ชัน ‘คนที่อยู่ใกล้เคียง’ เพราะต้องมาเรียนในเมืองที่ไม่คุ้นเคยเพียงลำพัง จึงอยากมีเพื่อนคุยไปเรื่อย
ฮั่ว ฉีอัน ไม่เคยนัดเจอเธอ และอีกฝ่ายก็ไม่เคยนัดเขา ทั้งคู่เป็นเพียงเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตที่ทักทายกันบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น
แต่เขาเคยเห็นรูปภาพและวิดีโอในหน้าไทม์ไลน์ของเธออยู่บ่อยๆ หากไม่ได้ผ่านแอปแต่งรูปจนเกินจริง เธอก็น่าจะมีคะแนนแตะระดับ 80 ได้ไม่ยาก
หรือต่อให้ไม่ถึงเกณฑ์ อย่างน้อยเธอก็ยังมีกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งนั่นถือเป็นช่องทางชั้นดีในการเฟ้นหาเป้าหมายคะแนนสูงคนอื่นต่อไป
ฮั่ว ฉีอัน: “ไฉ่หลิง อยู่ไหม หลับหรือยัง?”
เขาเรียกเธอว่า ไฉ่หลิง ส่วนจะเป็นชื่อจริงหรือไม่นั้น เขาไม่เคยซักไซ้
ฮั่ว ฉีอัน เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าการที่พวกเขายังติดต่อกันแบบมาๆ หายๆ ได้เป็นปีขนาดนี้ นอกจากอีกฝ่ายจะว่างจัดแล้ว ก็น่าจะเป็นเพราะเขาชอบส่งอั่งเปาเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอเป็นบางครั้ง
ไฉ่หลิงก็ไม่ได้ดูโลภมาก นานๆ ทีถึงจะเอ่ยขอค่าชานมสักแก้วหรือค่าข้าวยามฉุกเฉินเท่านั้น
เมื่อลองคำนวณดู ตลอดหนึ่งปีเขาให้เงินเธอไปไม่เกินหนึ่งพันหยวน แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน เขาเปย์เงินให้แฟนเก่าไปถึงหนึ่งแสนสามหมื่นหยวน
ปัจจุบันเขามีเงินเดือนสองหมื่นห้าพันหยวน หากจะแต่งงานในหรงเฉิงโดยใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกู้เงินซื้อบ้าน รายได้ระดับนี้ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายหลังแต่งงาน…
น่าเสียดายที่เขาไม่อาจรอแฟนเก่าได้อีกต่อไปแล้ว
ไฉ่หลิง: “?? ลุง เข้ากะดึกอยู่เหรอ?”
เนื่องจากทำงานในโรงงาน บางครั้งเขาจึงต้องเข้าเวรกะดึกและสลับมากะเช้า โดยมีวันหยุดชดเชยให้หนึ่งวัน
วัยสามสิบที่หน้าตาดูทรุดโทรมลงและน้ำหนักพุ่งปรี๊ดขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากวงจรชีวิตที่กลับตาลปัตรเพราะการเข้ากะดึกนี่เอง
เมื่อเห็นเด็กสาวตอบกลับมาก็ชัดเจนว่าเธอยังไม่นอนจริงๆ
ฮั่ว ฉีอัน: “เปล่าหรอก อยู่ร้านอินเทอร์เน็ตน่ะ พอดีเพิ่งอกหักมา ไฉ่หลิง... เธออยากออกมาหาอะไรกินตอนดึกไหม? ชวนเพื่อนมาด้วยก็ได้นะ เลือกร้านมาเลย เดี๋ยวลุงเลี้ยงเอง แถมออกค่ารถให้ด้วย”
ทันทีที่ส่งข้อความเสร็จ เขาก็จัดการโอนเงิน 1,000 หยวนตามไปติดๆ โดยไม่ลังเล
ปกติแล้ว ฮั่ว ฉีอัน เป็นคนมัธยัสถ์มาก ในหนึ่งเดือนเขามักจะฝากท้องกินฟรีที่โรงงานไปแล้วกว่า 26 วัน
แต่เขากลับใจป้ำกับแฟนเก่าเสมอมา
ถ้าหากไม่ใช่เพราะต้องการเก็บเงินไว้แต่งงาน ในบัญชีของเขาคงมีเงินติดไว้แค่หนึ่งหมื่นหยวนเพื่อใช้ยามฉุกเฉินก็พอแล้ว
โชคดีที่เขามีวินัยในการเก็บเงิน ต่อให้ไม่มีเป้าหมาย 63 คะแนนที่เพิ่งมอบโชคให้คนนั้น เขาก็ยังมีความกล้าพอที่จะนัดผู้หญิงออกมาเจอในคืนนี้
[รับเงินโอนแล้ว]
ไฉ่หลิง: “ลุง... เอาจริงดิ?”