เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 307 - มุกเดิมที่คุ้นเคย

บทที่ 307 - มุกเดิมที่คุ้นเคย

บทที่ 307 - มุกเดิมที่คุ้นเคย


บทที่ 307 - มุกเดิมที่คุ้นเคย

"ไม่ต้องแล้ว"

ท่าทีของติงเหอซานชะงักไปนิด แต่ก็รีบเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส "ยังใช้ไม่หมดหรอก แต่น่าจะพอใช้แล้วล่ะ เพียงแต่เอฟเฟกต์สรุปผลต้องรอจนถึงเที่ยงคืนครั้งหน้า"

"ซูเหยี่ยน นายคิดว่าเราจะทนไปจนถึงฟ้ามืดรอบหน้าได้ไหม?"

"ได้แน่นอน"

ซูเหยี่ยนแบมือ "แต่เงื่อนไขคือ นายต้องไม่แสดงออกว่าเก่งกว่าวันนี้มากเกินไป ยกเว้นแต่นายจะเก่งพอที่จะฆ่าคนหลักแสนได้ในรวดเดียว"

"หมายความว่าไง?"

"ถ้าฉันเป็นคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง ทันทีที่เห็นว่าเหยื่อมีพลังการต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ฉันจะต้องระวังตัวแจ และอาจจะยอมสละผลประโยชน์ที่คาดหวังไว้เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม"

ซูเหยี่ยนมองติงเหอซานด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "แกล้งทำเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือ นายเข้าใจไหม?"

"ไม่ค่อยเข้าใจว่ะ"

ติงเหอซานส่ายหน้า ซูเหยี่ยนยกมือกุมขมับ "ไม่เป็นไร ตอนนี้นายแค่ฟังฉันก็พอ"

ติงเหอซานยิ้มเยาะ เถียงกลับตามความเคยชิน

"ทำไมฉันต้องฟังนายด้วย?"

"เพราะไอ้ 2 พันล้านนั่นไง"

"......"

ติงเหอซานหันหน้าหนี ไม่ยอมพูดอะไรอีกเลยแม้แต่คำเดียว

"แต่คืนสองคืนนี้ พวกเราคงไม่ได้พักผ่อนกันดีๆ หรอกนะ"

ซูเหยี่ยนเงยหน้ามองแสงจันทร์ ส่งสัญญาณให้ติงเหอซานตามมา "ไปกันเถอะ"

"อืม เดี๋ยวก่อน... ทิศนั้นมันไม่ใช่ตำแหน่งของเครื่องหมายบอกทางนี่นา?"

"ตอนนี้พวกเรายังไม่ตามหาเครื่องหมายบอกทางหรอก"

ซูเหยี่ยนส่ายหน้า เตือนอย่างมีความหมายแฝง "ไอ้พวกนั้นไม่ชอบให้ฉันทำแบบนั้นแน่ แต่ยังไงเราก็ต้องเคลื่อนไหวเอาไว้ก่อน จะได้ไม่ทำให้พวกมันสงสัย"

"โอเค"

ติงเหอซานพยักหน้า เดินตามไปติดๆ พลางสุ่มการ์ดไปด้วย แต่ผ่านไปสักพักเขาก็เลิกคิ้ว "ซูเหยี่ยน มีคนแท็กหาฉันในช่องแชท..."

"มีคนด่าเยาะเย้ยนายเหรอ?"

"ใช่"

"ด่ากลับไปดิ"

"เอ๊ะ? นายนี่เพิ่งบอกให้ฉันทำตัวเนียนๆ โลว์โปรไฟล์ไม่ใช่เหรอ?"

"ยิ่งนายโวยวายหัวฟัดหัวเหวี่ยง พวกมันก็ยิ่งคิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือ"

ซูเหยี่ยนเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามอง "ตอนนี้พันธมิตรปิดล้อมล่ารู้ชัดเจนแล้วว่านายคอยช่วยฉันอยู่ พวกมันคงคิดว่านายเป็นที่พึ่งเดียวของฉัน และเมื่อกี้พวกเราก็เพิ่งจะโดนพวกมันล้อมโจมตีเป็นครั้งแรกจริงๆ"

"ถึงแม้คนหลายร้อยพวกนั้นอาจจะเป็นแค่ตัวหมากที่ถูกส่งมาหยั่งเชิง แต่นายก็ต้องไม่ทำตัวชิลเกินไป"

"ยิ่งนายทำเป็นโมโหจัด ยิ่งดูเหมือนบาดเจ็บสาหัส ยิ่งดูคลุ้มคลั่ง ยิ่งดูลุกลี้ลุกลน... พวกมันก็จะยิ่งตายใจ"

คำพูดของซูเหยี่ยน ทำให้ติงเหอซานรู้สึกเหมือนเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนมาก่อน

เหมือนว่า... มุกแบบนี้ เคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ?

ช่างเถอะ ไม่สนใจแล้ว ทำตามไปก็แล้วกัน

ติงเหอซานพิมพ์ตอบโต้กลับไป พลางถามว่า "ซูเหยี่ยน ถ้าฉันด่ากลับแรงกว่าเดิม พวกมันจะส่งคนมาตามล่าเราอีกไหม?"

"ไอ้คนที่กำลังด่าเถียงกับนายอยู่น่ะ มันไม่มีอำนาจสั่งการหรอก อำนาจสั่งการตอนนี้อยู่ในมือของผู้ใช้สวมมงกุฎที่มีสกิลวาร์ปและระบุพิกัดต่างหาก"

สายตาของซูเหยี่ยนเย็นชา น้ำเสียงราบเรียบ "สิ่งที่นายต้องทำคือโชว์ให้พวกนี้เห็น... ถึงพวกมันจะเริ่มสงสัย แต่ตราบใดที่ยังไม่ไปแตะต้องผลประโยชน์หลักของพวกมัน อย่างน้อยๆ ภายในสามวันนี้ พวกมันก็จะไม่คิดจะฆ่าฉันจริงๆ หรอก ท้ายที่สุดแล้ว การควบคุมกองกำลังที่มีคนเป็นแสนมันไม่ได้ทำกันง่ายๆ หรอกนะ"

"ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถแจกจ่ายผลประโยชน์ให้คนหมู่มากได้โดยตรง สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขาสามัคคีกันได้ ก็คือการมีเป้าหมายร่วมกันเท่านั้น"

"ถ้าเกิดส่งยอดฝีมือมา แล้วฉันตายขึ้นมาจริงๆ พันธมิตรกลุ่มนี้ก็แทบจะหมดความหมายไปกว่าครึ่งเลยล่ะ"

ซูเหยี่ยนพูดได้ครึ่งเดียว ก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่ออีก

ตอนนี้ซูเหยี่ยนไม่ได้รู้สึกชิลเหมือนตอนที่เพิ่งเริ่มด่านอีกแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ทำให้ซูเหยี่ยนตื่นตัวเต็มที่ และไม่กล้าประมาทลูกไม้หรือความทะเยอทะยานของผู้ใช้สวมมงกุฎคนอื่นๆ อีกต่อไป

ถ้าพวกผู้ไล่ล่าหลายแสนคนต่างคนต่างสู้ ระดับความอันตรายที่ซูเหยี่ยนต้องเจอกลับจะต่ำที่สุด แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือการที่พวกมันรวมหัวกันแบบเหนียวแน่นอย่างตอนนี้นี่แหละ ถึงจะสร้างภัยคุกคามให้ซูเหยี่ยนได้อย่างแท้จริง

ตอนนี้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว ซูเหยี่ยนทำได้เพียงแค่รีดเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากขึ้นเงียบๆ เพื่อคิดวิเคราะห์และหาทางรอดที่ถูกต้องต่อไป

ภายใต้แสงจันทร์ ทั้งสองคนเดินหน้าไปอย่างเงียบเชียบ

ภายในใจของซูเหยี่ยนยังคงตึงเครียด เขาคำนวณก้าวต่อไปในหัวอย่างไม่หยุดหย่อน "...ถ้าคำนวณไม่ผิดล่ะก็ ทางฝั่งตัวแทนน่าจะมีการเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในวันพรุ่งนี้ พวกเขาไม่มีทางยืนดูฉันโดนพันธมิตรปิดล้อมล่าบดขยี้จนตายไปต่อหน้าต่อตาแน่ๆ"

"สองวันนี้คงต้องเจอการตามล่าและหยั่งเชิงอีกแน่ๆ ฉันยังต้องคอยจับตาดูความเปลี่ยนแปลงฝั่งจิงด้วย... อ้อ ส่วนอิงอู่ ก็น่าจะนับเป็นตัวแปรอีกอย่างหนึ่งได้เหมือนกันสินะ"

ซูเหยี่ยนเปิดกระดานจัดอันดับขึ้นมา มองดูยอดคิลของหลี่เช่อเทียน พลางรู้สึกปลงตกในใจลึกๆ

ซูเหยี่ยนพอจะเดาสาเหตุของการลอบโจมตีเมื่อคืนได้แล้ว สาเหตุหลักก็คือผลงานของหลี่เช่อเทียนที่มันโดดเด่นเตะตาเกินไป จนดูมีแววว่าจะเคลียร์ภารกิจสนับสนุนสำเร็จในเร็วๆ นี้

นี่เองที่เป็นตัวดึงดูดให้พันธมิตรปิดล้อมล่าบุกโจมตีสายฟ้าแลบ พวกมันต้องการทดสอบขีดจำกัดความแข็งแกร่งของซูเหยี่ยน และประเมินฝีมือที่แท้จริงของติงเหอซาน เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนปิดจ๊อบให้เร็วที่สุด

"โลกนี้มันไม่แน่นอนจริงๆ ทุกข์ลาภมักจะมาคู่กันเสมอ"

ซูเหยี่ยนส่ายหน้า ปิดหน้าต่างจัดอันดับ แล้วหันมาเช็กการ์ดและพลังรบโดยรวมที่ตัวเองมีในตอนที่ไม่ได้อยู่ในสถานะต้านทาน โดยเฉพาะการประเมินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

"ถึงแม้ตามทฤษฎี คัมภีร์พันธสัญญายมทูตจะยังส่งผลระยะไกลมาถึงฉันได้ แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่เคยเอาไปลองใช้จริง คงต้องพับเก็บไว้ก่อน"

"แต่ในตัวฉันยังมีการ์ดชุบชีวิตที่เป็นผลจากระบบการ์ด SSR สายเพาะปลูก ถึงความถี่และเอฟเฟกต์จะงั้นๆ แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นไพ่ตายอีกใบ ในกรณีที่ไม่เจอสกิลแก้ทาง มันก็ยังพอใช้ยื้อชีวิตได้บ้างล่ะวะ"

"นอกจากนี้ เครื่องหมายแห่งจุดสูงสุด, จิตสังหารหนึ่งเดียว + ซูเปอร์รีเซ็ตรายวัน ไพ่ตายพวกนี้มีพลังทำลายล้างสูงลิ่ว สามารถใช้พลิกเกมในจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้"

"อย่างน้อยก็พอรับมือกับผู้ใช้สวมมงกุฎสักหนึ่งหรือสองคนได้สบาย ต่อให้พวกมันจะกะเอาฉันให้ตายจริงๆ อย่างน้อยฉันก็ต้องหนีรอดไปได้สักครั้งสองครั้งแหละน่า"

ทั้งสองเดินเงียบๆ ไปตลอดทั้งคืนจนกระทั่งฟ้าใกล้สาง

ทั้งคู่เดินไปตามเส้นทางเปลี่ยวในป่าเขา ดูเหมือนไร้จุดหมาย จนกระทั่งติงเหอซานทนไม่ไหวและเกือบจะเอ่ยปากถามซูเหยี่ยน

จู่ๆ!

ในเสี้ยววินาทีที่แสงแรกของวันสาดส่องลงบนถนนลูกรังข้างหน้า แสงสีเลือดนับร้อยก็สว่างวาบขึ้น ผู้ไล่ล่านับร้อยคนปรากฏตัวขึ้นขวางทางพวกเขาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"ติงเหอซาน!"

หนึ่งในนั้นกวาดตามองทั้งคู่ ก่อนจะหัวเราะเยาะ "เมื่อคืนแกปากดีนักไม่ใช่เหรอ! ตอนนี้ฉันพาคนมาฆ่าแกจริงๆ แล้ว อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะมีสักกี่ชีวิต!"

สายตาของมันจับจ้องไปที่ติงเหอซาน พอเห็นคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง รอยยิ้มดูถูกและเหยียดหยามก็ผุดขึ้นบนใบหน้า

เป็นไปตามข้อมูลจากพวกผู้ใช้สวมมงกุฎเป๊ะ ไอ้ติงเหอซานนี่เก่งเต็มที่ก็แค่ระดับผู้คว้าแชมป์ โดนฆ่าทิ้งได้ทุกเมื่อจริงๆ

"แก...!"

ติงเหอซานโกรธจัด ทำท่าจะชักกระบี่พุ่งเข้าใส่ แต่ซูเหยี่ยนกลับคว้าตัวเขาไว้แน่น "คนเยอะขนาดนี้! หนีสิวะ!!"

ซูเหยี่ยนไม่เปิดโอกาสให้ติงเหอซานปฏิเสธ เขาฉุดลากติงเหอซานหันหลังกลับแล้วสับตีนแตกทันที

"ตามมันไป!"

ผู้ใช้คนนั้นชะงักไปนิด ก่อนจะดีใจเนื้อเต้น ตะโกนสั่งลูกน้องให้ออกวิ่งไล่ล่า

ว่าแล้วเชียว!

นี่มันโอกาสทองชัดๆ!

ถึงแม้พวกลูกพี่จะสั่งให้พาลูกน้องมาหยั่งเชิงดูเฉยๆ แต่ถ้า... ถ้าเกิดสบโอกาสฆ่าซูเหยี่ยนทิ้งได้ตรงนี้ การเอาของรางวัลจากการล่าซูเหยี่ยนมาหารแบ่งกันแค่ไม่กี่ร้อยคน มันจะคุ้มค่าขนาดไหนล่ะ?! ถึงตอนนั้นก็แค่ผ่านด่านไป ต่อให้พวกผู้ใช้สวมมงกุฎอยากจะมาคิดบัญชีทีหลัง ก็คงตามไม่ทันแล้ว! ชิงของดีมาไว้ในมือก่อนค่อยว่ากัน!

ผู้ใช้กว่าร้อยคนต่างก็คิดเหมือนกันเป๊ะ ควักการ์ดออกมาสาดใส่แบบไม่ยั้ง สับตีนแตกวิ่งไล่กวดตามไปอย่างกระตือรือร้น

"ฉัน... ฉันฆ่าพวกมันได้นะเว้ย!"

ติงเหอซานงงไปหมดแล้ว กระซิบเสียงเครียด "นายไม่เชื่อใจฉันเหรอ? เมื่อคืนฉันยังฆ่าได้เยอะกว่านี้อีก ยิ่งตอนนี้ฉันอัปเกรดตัวเองมาตั้งเยอะแล้วด้วย!"

"ขืนนายฆ่าพวกมัน เดี๋ยวก็มีพวกที่เก่งกว่านี้แห่มาอีกหรอก"

ซูเหยี่ยนกลอกตาบน "นายคิดว่าพันธมิตรปิดล้อมล่ามันโง่นักเหรอ ถึงส่งคนมาร้อยกว่าคน? ยิ่งนายฆ่าเยอะเท่าไหร่ นายก็ยิ่งช่วยให้พวกมันสร้างความมั่นคงภายในขั้วอำนาจใหม่ได้มากขึ้นเท่านั้น ไอ้พวกนั้นมันรู้อยู่แล้วว่าคนร้อยกว่าคนนี้ไม่คณามือนายหรอก พวกมันไม่ได้กลัวเลยว่ารางวัลค่าหัวของฉันจะโดนแย่งไป"

"แต่ว่า!"

ติงเหอซานหน้าดำคร่ำเครียด กัดฟันกรอด "หนีโดยไม่สู้ มันหยามกันชัดๆ! ฉันยอมตายอย่างสมศักดิ์ศรีดีกว่า จะให้มา..."

"ถ้างั้นนายก็เอา 2 พันล้านคืนมา แล้วฉันจะเชื่อฟังนายเอง"

"ซูเหยี่ยน!"

"ใครเป็นสปอนเซอร์?"

"นาย... เออๆๆ หนีก็หนีวะ!"

ติงเหอซานสูดหายใจลึก คว้าแขนซูเหยี่ยนเหวี่ยงขึ้นหลัง ก่อนจะสบัดการ์ดสีรุ้งออกมาหนึ่งใบ

"ก้าวเทพสัญจร!!"

ติงเหอซานตะโกนก้อง ปรากฏพายุหมุนขึ้นที่ใต้ฝ่าเท้า ความเร็วพุ่งพรวด!

เขาแบกซูเหยี่ยนหนีไปต่อหน้าต่อตาผู้ใช้นับร้อยคน ราวกับรถไฟความเร็วสูงที่พุ่งหายลับตาไปสุดปลายถนนในชั่วพริบตา

"เชี่ยเอ๊ย!!"

ผู้ไล่ล่านับร้อยที่เห็นภาพนี้ถึงกับขนลุกซู่ หัวหน้ากลุ่มยิ่งด่าลั่น "ทำไมแม่งวิ่งเร็วยังกะกระต่ายเลยวะ! สู้ไม่ได้แล้วยังจะปากดีอีก! ไอ้ส้นตีนติงเหอซานเอ๊ย!"

ท่ามกลางพายุที่พัดโหมกระหน่ำ ภาพสองข้างทางถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

"ซูเหยี่ยน นายบอกให้ฉันโลว์โปรไฟล์ไม่ใช่เหรอ แต่ไอ้วิ่งเร็วขนาดนี้มันก็ถือเป็นการโชว์พาวเวอร์เหมือนกันป่าววะ?"

ติงเหอซานเลิกคิ้วถาม แต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากซูเหยี่ยน เขาเลยอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง

ก็เห็นซูเหยี่ยนกำลังแหงนหน้ามองฟ้าอย่างเหม่อลอย สีหน้าดูตกตะลึง พึมพำกับตัวเองเบาๆ "อิงอู่... โหดเวอร์ขนาดนี้เลยเหรอ?!"

จบบทที่ บทที่ 307 - มุกเดิมที่คุ้นเคย

คัดลอกลิงก์แล้ว