- หน้าแรก
- สุ่มกาชาเอาชีวิตรอด การันตีการ์ดระดับตำนานทุกวัน
- บทที่ 308 - อิงอู่ของนายกำลังเปิดฉากฆ่าล้างบาง
บทที่ 308 - อิงอู่ของนายกำลังเปิดฉากฆ่าล้างบาง
บทที่ 308 - อิงอู่ของนายกำลังเปิดฉากฆ่าล้างบาง
บทที่ 308 - อิงอู่ของนายกำลังเปิดฉากฆ่าล้างบาง
[พลังสนับสนุนของคุณ "หลี่เช่อเทียน" ทำภารกิจสนับสนุน "สยบปราชญ์" สำเร็จแล้ว]
[เนื่องจากเอฟเฟกต์โอกาส ได้ทำการชักจูงให้สวามิภักดิ์ ปราชญ์ยุทธ์ 12 คน, ปรมาจารย์ใหญ่ 33 คน, ปรมาจารย์ 110 คน, ขั้นเซียนเทียน 645 คน สำเร็จแล้ว]
[เนื่องจากเอฟเฟกต์โอกาส หน่วยที่สวามิภักดิ์แล้วจะไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวผู้ใช้โดยตรง จึงไม่ถือว่าเป็นพลังสนับสนุน]
สวามิภักดิ์?
หมายความว่าไง!
พี่แกเล่นไม่หลับไม่นอนทั้งคืน ไปกวาดต้อนยอดฝีมือประจำถิ่นมาตั้งแปดร้อยกว่าคนเลยเรอะ? นี่กะจะสะสมคอลเลกชันให้ครบเลยหรือไง!
"ซูเหยี่ยน นายกำลังดูข้อความแจ้งเตือนอยู่เหรอ?"
ติงเหอซานรู้สึกสงสัย อยากรู้แต่ก็ไม่อยากถามตรงๆ กลัวซูเหยี่ยนจะมองว่าตัวเองเป็นพวกสอดรู้สอดเห็นความลับชาวบ้าน
"อืม... ขอถามอะไรหน่อยสิ"
ซูเหยี่ยนพึมพำ เสียงดูล่องลอย "นี่ เสี่ยวติง เมื่อวานตอนที่เราอยู่โรงเตี๊ยม เราได้สืบเรื่องระบบพลังของคนโลกนี้มาแล้วใช่ไหม?"
"ใช่"
"ปราชญ์ยุทธ์นี่... อยู่ในระดับไหนของโลกนี้เหรอ?"
"ก็ระดับท็อปสุดนั่นแหละ ตามที่นายกะไว้ สเตตัสร่างกายน่าจะแตะๆ หลักล้าน แถมยังมีวิทยายุทธ์ประจำถิ่นมาเสริมอีก เทียบได้กับการ์ดสกิลระดับโหดๆ เลย..."
ติงเหอซานอธิบายไปได้ครึ่งทาง ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ "ข้อมูลพวกนี้นายก็เป็นคนไปสืบมาเองไม่ใช่เหรอ? ความจำสั้นหรือไง?"
"แล้วนายจำได้ไหมว่า ปราชญ์ยุทธ์... มีกี่คน?"
เสียงของซูเหยี่ยนยิ่งล่องลอยกว่าเดิม พึมพำถามต่อ ติงเหอซานเอียงคอคิด "12 คนมั้ง นายเป็นคนบอกเองนี่ว่าคนท้องถิ่นมีคำกล่าวไว้ว่า สิบสองปราชญ์ยุทธ์พิทักษ์หล้า ส่วนรองลงมาก็คือปรมาจารย์ใหญ่ไม่กี่สิบคน แล้วก็ปรมาจารย์..."
"หยุด!"
ซูเหยี่ยนตบหลังติงเหอซานดังป้าบ ติงเหอซานตกใจ ค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง "มีอะไรเหรอ?"
"แผนเปลี่ยนแล้ว"
ซูเหยี่ยนกระโดดลงจากหลังติงเหอซาน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความดีใจสุดขีดไว้ในอก ก่อนจะหัวเราะหึๆ "ตอนนี้คนที่ต้องซวยไม่ใช่พวกเราแล้วล่ะ"
สมแล้วที่เป็นการ์ดโอกาส!
สมแล้วที่เป็นการ์ดเทพที่มีแค่ 100 ใบในระบบเกมทั้งหมด!
เอฟเฟกต์ของการสวามิภักดิ์มันชัดเจนมาก ต่อให้ซูเหยี่ยนจะตรวจสอบผลลัพธ์ของมันโดยตรงไม่ได้ แต่ดูแค่จากเนื้อหาประกาศก็ฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า: การสวามิภักดิ์สามารถยึดครองขุมกำลังใหม่มาได้จำนวนหนึ่ง
เวลาแค่ไม่ถึงคืน หลี่เช่อเทียนแม่งเล่นเหมาปราชญ์ยุทธ์ทั้ง 12 คนของโลกนี้มาครบเซ็ตเลย!
พระเจ้าเท่านั้นแหละที่รู้ว่าหมอนี่มันทำได้ยังไง!
บังคับขู่เข็ญ? เสน่ห์ดึงดูด? ร่างสถิตซัคคิวบัส?
แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมาก คือ: สิ่งที่ได้จากการสวามิภักดิ์คือสิ่งมีชีวิตใต้บังคับบัญชา และไม่ได้จัดอยู่ในหมวดพลังสนับสนุน
มองเผินๆ ยอดฝีมือประจำถิ่นที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อให้จะเก่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถมาช่วยหาเครื่องหมายบอกทางได้อยู่ดี... แต่ประเด็นคือ ตอนนี้ซูเหยี่ยนไม่ได้ขาดแคลนกำลังคนที่จะเอามาทำภารกิจเลย!
เหตุผลหลักที่ตอนนี้เขาต้องหลบเลี่ยงการปะทะกับพวกผู้ไล่ล่า ก็เพราะว่าพลังสนับสนุนของซูเหยี่ยนไม่สามารถทำร้ายผู้ไล่ล่าได้นั่นเอง
ถ้าตอนนี้ซูเหยี่ยนสามารถเรียกใช้หลัวต้าซานได้สักคน ต่อให้ผู้ไล่ล่าจะมีเป็นแสน ก็ต้องวิ่งหนีหางจุกตูดกันหมด ต่อให้มึงจะเป็นผู้ใช้สวมมงกุฎมาจากไหน มาเท่าไหร่ก็ต้องตายเรียบ
แต่ตอนนี้ดีล่ะ ไม่มีหลัวต้าซาน แต่ดันได้หลี่เช่อเทียนที่โคตรจะโกงยิ่งกว่ามาแทน
อิงอู่มัวแต่ยุ่งมาทั้งคืน สิบสองปราชญ์ยุทธ์เตรียมพิทักษ์หล้าของจริงแล้วเว้ย
ตอนนี้ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิด ก็ยังเดาได้เลยว่าสิ่งที่หลี่เช่อเทียนทำลงไป เอาจริงๆ แล้วก็มีเป้าหมายเดียวกับจิง นั่นก็คือการปกป้องซูเหยี่ยนเป็นหลัก
เพียงแต่จิงเน้นความชัวร์และค่อยๆ ทำภารกิจไปเงียบๆ เพื่อกะจังหวะตลบหลังพวกผู้ไล่ล่าให้ตั้งตัวไม่ติด
แต่อิงอู่ไม่เหมือนกัน หมอนี่แหกกฎการแข่งเดินแล้วชนตรงๆ กะจะไปหาเรื่องพวกผู้ไล่ล่าชัดๆ!
จะให้ซูเหยี่ยนมามัวหลบๆ ซ่อนๆ เนี่ยนะ?
ล้อเล่นหรือเปล่า!
ถ้าเขาต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ แล้วอิงอู่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
"ฉันบอกแล้วไง ว่าการ์ดโอกาสน่ะไม่มีกากหรอก ฉันไม่ได้หวังพึ่งแค่จิงเท่านั้นนะเว้ย แต่อิงอู่ก็ช่วยแบกฉันได้เหมือนกัน!"
ซูเหยี่ยนรู้สึกพอใจมาก โบกมือเป็นสัญญาณให้ติงเหอซาน "ไป พวกเราไปหาที่คนพลุกพล่านพักผ่อนกันหน่อยดีกว่า ถือโอกาสไปสืบข่าวคราวของพวกปราชญ์ยุทธ์ด้วย"
"โอเค"
ติงเหอซานพยักหน้า ไม่ได้สงสัยหรือถามอะไรเซ้าซี้
ทั้งสองคนสอดส่องไปรอบๆ จนเจอถนนสายหลัก ก็เลยยอมจ่ายเงินจ้าง NPC ท้องถิ่นเพื่อถามทางไปเมือง แล้วมุ่งหน้าไปตามนั้น
การเดินทางเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ในขณะที่ยังไม่ทันเห็นตัวเมือง ติงเหอซานก็เอ่ยปากขึ้นมาเสียก่อน
"ซูเหยี่ยน มีบางอย่างผิดปกติ"
"มีอะไรเหรอ?"
"ในช่องแชทของผู้ไล่ล่า เหมือนจะไม่ค่อยคุยเรื่องไล่ล่ากันแล้วนะ"
ติงเหอซานไล่อ่านประวัติแชทไปพลาง อัปเดตข้อมูลไปพลาง "พันธมิตรปิดล้อมล่าเหมือนจะมีคนหายสาบสูญไปเยอะเลย ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพิ่งเกิดเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่"
"เห็นบอกว่ามีคนโดนลูกหลงไปตั้งหลายหมื่นคนแล้ว มีผู้ใช้ที่รอดตายหวุดหวิดเอาข่าวมาบอก"
"ตอนแรกก็ไม่มีใครสนใจหรอก เป็นตอนที่พวกนั้นเตรียมจะส่งคนไปล้อมจับรอบใหม่ ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าติดต่อใครไม่ได้เลย... ฉันอ่านประวัติแชทดู ตอนแรกมีคนขู่ฉันว่าจะวาร์ปมาหาเรื่องเราเมื่อชั่วโมงก่อนด้วยซ้ำ"
"แต่ปรากฏว่า กลุ่มคนที่เตรียมจะวาร์ปมาดันขาดการติดต่อไปซะงั้น เหมือนพวกผู้ไล่ล่ากลุ่มนั้นจะโดนใครก็ไม่รู้กวาดล้างจนเหี้ยน ส่วนใหญ่น่าจะกลับไปเล่นรอบคัดออกกันหมดแล้วแหละ"
ติงเหอซานคิดวิเคราะห์ด้วยความสงสัย "ตกลงพวกนั้นไปทำอะไรมา เอ๊ะ! มีข่าวใหม่เข้ามาแล้ว!"
"มีกองทัพของราชสำนักส่งมาปิดล้อม? แล้วก็มีสำนักชาวยุทธ์เข้ามาเอี่ยวด้วย! ในโลกนี้มียอดยุทธ์ที่เก่งระดับผู้ใช้สวมมงกุฎโผล่มางั้นเหรอ?"
"เชี่ยเอ๊ย! มีผู้ใช้สวมมงกุฎกำลังโดนตามล่าด้วย?!"
ยิ่งติงเหอซานอ่านก็ยิ่งช็อก เบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
พันธมิตรปิดล้อมล่าที่เมื่อคืนยังทำตัวกร่างคับฟ้า บีบให้ซูเหยี่ยนกับเขาต้องหัวซุกหัวซุนหนีตายทั้งคืน จนกลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ของการแข่งเดินที่มีคนถึงหลายแสน... พอตกเช้ามา กลับตกอยู่ในภาวะวิกฤตขั้นสุดซะแล้ว!
เพิ่งจะตั้งกลุ่มได้ไม่ถึงวัน ตอนนี้ทำท่าจะล่มสลายซะงั้น?!
"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?!"
ติงเหอซานมองอย่างอึ้งๆ ข้อความใหม่ๆ หลั่งไหลเข้ามาในช่องแชทมากมายจนนับไม่ถ้วน
เขาไม่สามารถตามอ่านได้ทุกบรรทัด แต่พอกวาดสายตาดูคร่าวๆ ก็เห็นว่าเต็มไปด้วยข้อความขอความช่วยเหลือ แทบทุกประโยคแฝงไปด้วยความร้อนรนและหวาดกลัว
ติงเหอซานยังเห็นอีกว่า มีผู้ใช้บางคนที่เหมือนกำลังจะใกล้ตาย พอพิมพ์ด่าพันธมิตรปิดล้อมล่าว่าไม่เห็นหัวผู้ใช้ธรรมดาด้วยความสิ้นหวังจบ ก็เงียบหายไปเลย ต่อให้มีคนแท็กหาก็ไม่มีการตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น
ตอนนี้พันธมิตรปิดล้อมล่าไม่มีเวลาไปตามล่าเหยื่อคนอื่นอีกแล้ว คนกลุ่มเล็กๆ ที่เป็นแกนนำพวกนั้น ถ้าอยากจะรักษาผลประโยชน์และขั้วอำนาจที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเอาไว้ ก็ต้องรีบจัดการกับปัญหายักษ์ใหญ่ตรงหน้านี้ให้ได้เสียก่อน
"หึ! ว่าแล้วเชียว!"
ซูเหยี่ยนที่ฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับยิ้มออก อิงอู่นี่ทำงานไวดีแฮะ! หมอนี่ต้องไม่ใช่แค่การ์ดโอกาสสายบู๊ธรรมดาๆ แน่ๆ เรื่องวางแผนก็คงไม่ธรรมดาเหมือนกัน!
แถมสไตล์ยังต่างกับจิงที่เน้นความชัวร์และการคาดการณ์อย่างสิ้นเชิง เพราะมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายความดุดันและเผด็จการสุดๆ
ไม่มีการซ่อนเร้นหรือแอบซุ่มอะไรทั้งนั้น ลุยแหลกปั่นป่วนมันไปเลย! พุ่งชนเต็มกำลัง! บดขยี้ให้ราบคาบ!
ถึงแม้จะถูกจำกัดด้วยกฎ ทำให้ตัวอิงอู่เองลงมือโดยตรงไม่ได้ แต่ความสามารถแฝงที่ได้จากการ์ดโอกาสก็ยังคงทรงพลังอยู่ดี!
"ว่าแล้วอะไรของนาย?" ติงเหอซานสงสัยสุดๆ อดหันมาถามซูเหยี่ยนไม่ได้ "นี่ไงที่นายเพิ่งบอกว่ากำลังจะมีคนซวย... นายรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วเหรอว่าพวกผู้ไล่ล่าจะต้องซวย?"
"อืมฮึ"
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้ว ยิ้มอย่างผ่อนคลายขึ้นมาก
"นายอย่าบอกนะว่า นายเป็นคนทำให้พวกผู้ไล่ล่าต้องซวยแบบนี้น่ะ?" ติงเหอซานจ้องซูเหยี่ยนอย่างจับผิด แต่กลับเห็นแค่ซูเหยี่ยนที่เอาแต่ยิ้มไม่พูดอะไร
"ฝีมือนายจริงๆ เหรอเนี่ย?!"
เขาสะดุ้งโหยง หลุดปากออกมา "ฉันรู้แล้ว! ไอ้ว้อความแจ้งเตือนนั่นไง ตกลงมันเขียนไว้ว่าไง?!"
พอติงเหอซานหลุดปากถามออกไป ก็เริ่มนึกเสียใจ ไหนเลยจะไปเที่ยวสอดรู้สอดเห็นข้อความระบบของคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้ นั่นมันเท่ากับถามไพ่ตายของเขาตรงๆ ชัดๆ ทำแบบนั้นเดี๋ยวเขาก็หาว่าเราคิดมิดีมิร้ายหรอก
"ก็ไม่มีอะไรหรอก"
ซูเหยี่ยนไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอบกลับไปแบบชิลๆ "ข้อความนั้นมันก็ง่ายๆ สั้นๆ ประโยคเดียวแหละ"
"ว่าไงล่ะ?"
"อิงอู่ของนายกำลังเปิดฉากฆ่าล้างบาง"
ซูเหยี่ยนหัวเราะร่วน ติงเหอซานชะงักไป เขาจำชื่อนี้ได้ เหมือนจะเป็นอันดับหนึ่งในบอร์ดพลังสนับสนุน เป็นหน่วยข้ารับใช้ของซูเหยี่ยนใช่ไหมนะ?
"ซูเหยี่ยน เอาจริงๆ นายไม่ต้องบอกข้อความแจ้งเตือนฉันก็ได้นะ"
ติงเหอซานก้มหน้าก้มตา ยังไม่ทันจะรู้สึกซาบซึ้ง จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ "เดี๋ยวนะ พลังสนับสนุนมันลงมือกับผู้ไล่ล่าโดยตรงไม่ได้นี่ กฎหลักของการแข่งเดินรอบนี้คือแมวจับหนู ต่อให้อิงอู่จะเก่งแค่ไหนก็ลงมือเองไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?"
"ยิ่งไปกว่านั้น เท่าที่อ่านในแชท คนที่ลงมือมันคือกองกำลังของท้องถิ่น ฉันสงสัยว่าอาจจะมีปราชญ์ยุทธ์ของโลกนี้มาเอี่ยวด้วย..."
ยิ่งติงเหอซานพูด เสียงก็ยิ่งเบาลงเรื่อยๆ จนหุบปากฉับ แล้วเงยหน้าขึ้นมองซูเหยี่ยนอย่างอึ้งๆ
ต่อให้เขาจะโง่แค่ไหน ก็ยังรู้ตัวเลยว่า เมื่อตัดข้อสันนิษฐานที่ผิดออกไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
"มิน่าล่ะ เมื่อกี้ถึงได้ถามเรื่องปราชญ์ยุทธ์..."
"งั้นแสดงว่า..."
ปากของติงเหอซานขมปร่า พึมพำออกมาว่า "อิงอู่ของนาย... มันเก่งกาจขนาดที่กฎของการแข่งเดินยังเอาไม่อยู่เลยเหรอเนี่ย?"
"โธ่เอ๊ย มันจะไปเก่งอะไรขนาดนั้นล่ะ"
ซูเหยี่ยนถ่อมตัวสุดๆ โบกมือปฏิเสธรัวๆ "ในโลกนี้มีผู้ใช้คนไหนกล้าหือกับกฎแข่งเดินกันล่ะ มันก็แค่มีกฎมาเราก็หาช่องโหว่แก้ทางไปก็เท่านั้นเองแหละ"
"อิงอู่ของฉันน่ะ ก็แค่มีลูกเล่นแพรวพราวนิดหน่อยเท่านั้นเอง เสี่ยวติง นายอย่าทำเป็นตื่นตูมไปหน่อยเลยน่า"
"......"
ติงเหอซานมองหน้าซูเหยี่ยนที่เอาแต่ยิ้มแป้น ในใจเขาเริ่มรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาตงิดๆ
ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้เป็นศัตรูกันแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้ามีพลังลึกลับอะไรบางอย่างที่เกินจะหยั่งถึง และดูเหมือนกำลังจะทิ้งห่างเขาไปไกลแสนไกลขึ้นเรื่อยๆ