- หน้าแรก
- สุ่มกาชาเอาชีวิตรอด การันตีการ์ดระดับตำนานทุกวัน
- บทที่ 306 - หึ! ฉันก็มีเหมือนกัน!
บทที่ 306 - หึ! ฉันก็มีเหมือนกัน!
บทที่ 306 - หึ! ฉันก็มีเหมือนกัน!
บทที่ 306 - หึ! ฉันก็มีเหมือนกัน!
ตอนที่ผู้ใช้หลายร้อยคนกลุ่มนี้เพิ่งจะเข้ามาล้อมกรอบติงเหอซาน ติงเหอซานเคยหลุดพูดข้อมูลเกี่ยวกับ "ผู้ใช้สวมมงกุฎ" ออกมา
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ติงเหอซานรีบร้อนให้ซูเหยี่ยนหนีไปก่อน และตอนนี้ถึงแม้ติงเหอซานจะได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็สามารถตอบโต้และฆ่าคนนับร้อยพวกนั้นกลับไปได้จริงๆ
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็พอจะพิสูจน์ได้ว่าในบรรดาผู้ใช้ที่ตายไปกลุ่มนี้ ไม่มีผู้ใช้สวมมงกุฎรวมอยู่ด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้ติงเหอซานจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ยังเป็นคนที่เคยผ่านแค่รอบคัดออก ย่อมมีช่องว่างความแข็งแกร่งที่แท้จริงเมื่อเทียบกับผู้ใช้สวมมงกุฎ
แต่การที่พวกผู้ไล่ล่าจงใจปล่อยข่าวเรื่องผู้ใช้สวมมงกุฎลงในช่องแชท บางทีอาจจะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ซูเหยี่ยน แต่ทำไปเพื่อปั่นกระแสภายในพันธมิตรปิดล้อมล่าต่างหาก
อย่างแรกคือ อีกฝ่ายมั่นใจว่าตัวเองกุมความได้เปรียบไว้ในมือ จึงต้องการที่จะควบคุมคนหลายแสนคนให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จก่อนที่จะลงมือฆ่าซูเหยี่ยน ดังนั้นจึงงัดเอาชื่อของผู้ใช้สวมมงกุฎออกมาอ้างเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ
หรือไม่ก็ อีกฝ่ายต้องการใช้ข้ออ้างในการฆ่าซูเหยี่ยน โดยอาศัยสถานะของผู้สั่งการจงใจส่งคนบางส่วนมาตาย เพื่อลดทอนเสียงต่อต้านภายในกลุ่ม และใช้ความตายมาเพิ่มความสามัคคีให้แน่นแฟ้นขึ้น พร้อมกันนั้นก็เพื่อผลาญกำลังและหยั่งเชิงดูไพ่ตายในมือของซูเหยี่ยนไปเรื่อยๆ
ซึ่งความเป็นไปได้ทั้งสองทางนี้ ล้วนชี้ไปที่ผลการคาดเดาก่อนหน้านี้ของซูเหยี่ยนทั้งสิ้น
"นี่มัน 2 พันล้านเลยนะโว้ย!!"
ติงเหอซานมองซูเหยี่ยนอย่างอึ้งๆ ผ่านไปตั้งนานก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ "นาย... นายจะให้เงินฉันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่ดิ! ทำไมนายไม่เก็บไว้ใช้เองวะ?!"
ติงเหอซานไม่เข้าใจการกระทำของซูเหยี่ยนเลยสักนิด ส่วนซูเหยี่ยนเองก็อธิบายรายละเอียดมากไม่ได้
เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็นในการสุ่มการ์ดของตู้กาชาไดนามิก ยิ่งมีเหรียญโลหิตเยอะ โอกาสที่จะสุ่มได้การ์ดดีๆ ก็จะยิ่งต่ำลง เมื่อความแข็งแกร่งส่วนบุคคลไปถึงจุดหนึ่งแล้ว การจะใช้การสุมเหรียญโลหิตเยอะๆ เพื่อยกระดับความเก่งแบบก้าวกระโดดก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการพึ่งพาระบบทีมในการแข่งเดินถึงจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้องในอนาคต นี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พันธมิตรปิดล้อมล่าไม่รีบร้อนที่จะฆ่าเหยื่อทั้งหมดในช่องแชทให้ตายเรียบหลังจากที่รวมตัวกันติดแล้ว
เริ่มมีคนฉลาดจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตระหนักได้ว่าการไขว่คว้าหาพลังสูงสุดแบบฉายเดี่ยวนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ แต่พลังของกลุ่มก้อนนั้นมีความมั่นคงมากกว่า
นี่คือข้อมูลที่ซูเหยี่ยนกับจิงช่วยกันวิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้ข้อสรุปมา ถ้าจะให้อธิบายทั้งหมดก็คงยุ่งยากน่าดู
"นายก็คิดซะว่า ฉันรวยจัดจนเงินเหลือละกัน"
ซูเหยี่ยนให้เหตุผลง่ายๆ ที่สุด แต่มันกลับทำให้ติงเหอซานถึงกับตัวสั่นสะท้าน
"2 พันล้าน... 2 พันล้านเลยนะโว้ย!"
ติงเหอซานเหม่อลอย สมองประมวลผลไม่ทัน ได้แต่มองซูเหยี่ยนตาค้าง
ไอ้หมอนี่มันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนกันวะเนี่ย เงินเยอะขนาดที่โยน 2 พันล้านออกมาได้หน้าตาเฉย? แบบไม่กะพริบตาเลยสักนิด!
ติงเหอซานช็อกจนดึงสติกลับมาไม่ได้พักใหญ่ ต่อให้ซูเหยี่ยนจะโบกมือไปมาตรงหน้า เขาก็ยังทำหน้าเอ๋อเหมือนไม่ได้ยินอะไร
"ดูเหมือนว่า เงิน 2 พันล้านจะทำให้น่าตกใจได้จริงๆ แฮะ"
ซูเหยี่ยนถอนหายใจอย่างจนปัญญา จริงๆ เขาก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน
ถ้าเก็บเงิน 2 พันล้านนี้ไว้ใช้กับเตาหลอมสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดฐานทัพ, สนับสนุนแผนการตัวแทน หรือแม้แต่ใช้ร่วมกับการ์ดคลังสมบัติ ก็สามารถเร่งความคืบหน้าของแผนเพาะปลูกใหม่ๆ ได้
แต่การใช้เงินน่ะ จะมามัวคิดว่าคุ้มหรือไม่คุ้มไม่ได้ ต้องดูว่าจังหวะมันได้หรือเปล่าต่างหาก
ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ต่อให้ซูเหยี่ยนเก็บเงินไว้เยอะแค่ไหนก็ไร้ความหมาย เขาจำเป็นต้องเพิ่มพลังการต่อสู้ส่วนตัวให้แข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด
และเมื่อเทียบกับการเอา 2 พันล้านนี้ไปผลาญเอง การให้ติงเหอซานเอาไปใช้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้เสถียรกว่าและเห็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก
อีกอย่าง ติงเหอซานก็พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของตัวเองแล้ว อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็เป็นผู้ช่วยที่พึ่งพาได้
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ทุ่มให้สุดตัวไปเลยสิ!
ถึงเวลาที่ต้องใจป้ำ ก็ห้ามงกเด็ดขาด
จู่ๆ!
ติงเหอซานก็ตัวสั่นเฮือก ท่าทีผ่อนคลายลง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด "2 พันล้าน..."
"ได้สติแล้วเหรอ?"
ซูเหยี่ยนหัวเราะ เขาเข้าใจความรู้สึกนี้ดี มีเงินก้อนโตหล่นทับขนาดนี้ ใครเจอก็ต้องช็อกกันทั้งนั้นแหละ
"มา กดแลกเปลี่ยนกัน"
ซูเหยี่ยนยกมือขึ้น ส่งคำขอแลกเปลี่ยนไปให้ติงเหอซานที่อยู่ตรงหน้า ติงเหอซานกดยืนยันด้วยความรู้สึกชาๆ จนกระทั่งเห็นตัวเลขศูนย์ยุ่บยั่บบนหน้าต่างแลกเปลี่ยน เขาก็เริ่มเบิกตากว้างขึ้นเรื่อยๆ อีกครั้ง
ผ่านไปพักหนึ่ง ติงเหอซานก็มองซูเหยี่ยนอย่างลังเล "นาย... ไม่เสียใจทีหลังแน่นะ?"
"นายยังเป็นลูกผู้ชายอยู่ป่าวเนี่ย?"
ซูเหยี่ยนขมวดคิ้วสงสัย "ทำไมถึงได้ทำตัวอิดออดเป็นผู้หญิงไปได้?"
"เวรเอ๊ย!"
ติงเหอซานของขึ้น กดยืนยันการแลกเปลี่ยนทันที "นี่นายให้ฉันเองนะโว้ย อย่ามาทวงคืนทีหลังล่ะ!"
"ฉันขอแค่นายรีบๆ ใช้ให้หมดก็พอ เผื่อศัตรูโผล่มาอีก แล้วนายจะสู้พวกมันไม่ไหว"
ซูเหยี่ยนยิ้ม ส่งสัญญาณให้ติงเหอซานเปย์เงินได้อย่างเต็มที่ เขาไม่คิดจะเข้าไปก้าวก่ายหรือให้คำแนะนำอะไร
ท้ายที่สุดแล้ว ติงเหอซานมีแนวทางการพัฒนาตัวเองที่ชัดเจนอยู่แล้ว คำแนะนำจากคนนอกมีแต่จะทำให้เขาเขวเปล่าๆ สหายเสี่ยวติงอาจจะแย่ในเรื่องอื่น แต่เรื่องต่อสู้เขามีพรสวรรค์จริงๆ
ติงเหอซานมองดูยอดเงินฝากอันน่าขนลุกที่ตัวเองถือครองอยู่ตอนนี้ พลางซึมซับความรู้สึกอบอุ่นจางๆ ในใจอย่างเงียบๆ
"เราไม่เปลี่ยนที่หน่อยเหรอ?"
"อยู่ตรงนี้แหละ เชื่อฉันสิ พวกมันคงไม่มาในเร็วๆ นี้หรอก"
"โอเค งั้นรอก่อนแป๊บนะ"
ติงเหอซานไม่สนเรื่องรักษาแผลแล้ว เขารีบร้อนเปิดหน้าจอแท่นบูชาขึ้นมาทันที
ซูเหยี่ยนมองไปรอบๆ ปล่อยสกิลตรวจสอบและระวังภัยหลายใบ ก่อนจะถือโอกาสเช็กข้อมูลในกระดานจัดอันดับต่างๆ ไปด้วย
ตอนแรกเขาตั้งใจจะดูความคืบหน้าการเปิดภารกิจสนับสนุนของจิง แต่ดันไปสะดุดตาเข้ากับความเปลี่ยนแปลงในกระดานจัดอันดับของเหยื่อแทน
"หายไปอีก 7 คนแล้วเหรอ?"
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้ว เขาจำได้แม่นว่าช่วงครึ่งค่อนวันนี้ เขาเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดความสนใจในช่องแชทผู้ไล่ล่ามากที่สุด เหยื่อคนอื่นๆ น่าจะอยู่ในช่วงที่ปลอดภัยที่สุดสิ
ประกอบกับกลุ่มเหยื่อเคยเผชิญหน้ากับการถูกผู้ใช้หลายคนสุ่มไล่ล่ามาตั้งแต่ตอนเริ่มแข่งเดินแล้ว พวกเหยื่อที่รอดจากการคุกคามช่วงต้นเกมมาได้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาต้องไม่ธรรมดาแน่
แต่จู่ๆ ก็มีคนตายไป 7 คนพร้อมกันแบบนี้ ทำให้ซูเหยี่ยนได้กลิ่นทะแม่งๆ ขึ้นมาแล้ว
"นี่ เสี่ยวติง"
ซูเหยี่ยนแกล้งถามลอยๆ "พวกผู้ไล่ล่าอย่างพวกนาย มีระบบแมคคานิกอะไรพิเศษหรือเปล่า?"
"แมคคานิกอะไรวะ?"
ติงเหอซานตอบโดยไม่หันมามอง มือยังคงกดสุ่มการ์ดที่แท่นบูชาอย่างเมามัน
ด้วยสถานะสปอนเซอร์ พอติงเหอซานจ่ายเงิน 2 พันล้านออกไป ซูเหยี่ยนก็จะได้เงินคืนมา 1 พันล้าน
แต่เอฟเฟกต์ [สรุปผลรายวัน] จากการ์ด UR ของติงเหอซาน ก็ยังคงคำนวณสเตตัสที่ได้จากเงิน 2 พันล้านนี้ให้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เอาจริงๆ ซูเหยี่ยนสามารถลงทุนกับติงเหอซานซ้ำๆ อาศัยบั๊กเล็กๆ น้อยๆ นี้สร้างบอดี้การ์ดชั่วคราวที่ไร้เทียมทานขึ้นมาได้เลย
"ก็พวก... ระบบที่สามารถตรวจสอบความคืบหน้าการผ่านด่านของเหยื่อได้ อะไรทำนองนั้นน่ะ?"
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้วถาม และก็ได้รับคำตอบยืนยันจากติงเหอซาน "มีสิ หมายถึงบอร์ดจัดอันดับเครื่องหมายบอกทางใช่ไหมล่ะ? บนบอร์ดนั่นจะแสดงอันดับจำนวนเครื่องหมายบอกทางของเหยื่อแต่ละคน นายมองไม่เห็นเหรอ?"
บอร์ดจัดอันดับที่สี่งั้นเหรอ?
ให้เฉพาะผู้ไล่ล่าเห็นได้เท่านั้น?
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้ว เริ่มจะเข้าใจแล้วว่า 7 คนนั้นตายได้ยังไง
การที่ซูเหยี่ยนตกเป็นเป้าหมายหลัก ทำให้พันธมิตรปิดล้อมล่าสามารถรวมตัวกันได้สำเร็จ และนั่นก็ทำให้เหยื่อส่วนใหญ่มีเวลาเหลือเฟือที่จะออกไปตามล่าหาเครื่องหมายบอกทางอย่างบ้าคลั่ง
และเมื่อนำไปเชื่อมโยงกับกฎแฝงของการแข่งเดินแบบไดนามิก ความยากของภารกิจสนับสนุนและการรวบรวมเครื่องหมายบอกทางของเหยื่อคนอื่นๆ น่าจะต่ำกว่าของซูเหยี่ยนมาก ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงสามารถรวบรวมมันได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ชื่อตัวเองพุ่งขึ้นไปอยู่บนท็อปของกระดานจัดอันดับ
และสำหรับพันธมิตรปิดล้อมล่าแล้ว การที่พวกเขามีคนหลักแสนอยู่ในมือ ความโลภของพวกเขาต้องไม่ได้หยุดอยู่แค่ซูเหยี่ยนคนเดียวแน่นอน
ถึงแม้เป้าหมายหลักของการปิดล้อมล่าคือการควบคุมคนหลายแสนคนนี้ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่พวกเขาก็คงไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อรอดพ้นสายตาไปได้ง่ายๆ ยิ่งถ้ามีเหยื่อคนไหนใกล้จะรวบรวมเครื่องหมายบอกทางได้ครบ ก็จะต้องตกเป็นเป้าหมายหลักในการกวาดล้างและถูกโจมตีถึงตายจากพันธมิตรปิดล้อมล่าอย่างแน่นอน
"อ๋อ... สรุปก็คือ การวาร์ปและการล็อกพิกัดของพวกมันมีข้อจำกัดน้อยมาก ความถี่ในการวาร์ปขึ้นอยู่กับว่าพวกมันอยากจะลงมือจริงๆ หรือเปล่าเท่านั้นเอง"
"ทันทีที่เหยื่อรวบรวมเครื่องหมายบอกทางได้เกือบครบ ก็จะกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกสังหารทันที... จึ๊ มิน่าล่ะพวกมันถึงได้มั่นใจนัก จนป่านนี้ยังไม่ส่งคนมาตามล่าฉันเลย"
ซูเหยี่ยนพึมพำกับตัวเอง "พวกมันคงกลัวว่าถ้าบีบคั้นฉันมากเกินไปจนฉันตายจริงๆ จุดขายที่เรียกแขกได้มากที่สุดก็จะหายไป พลังของเป้าหมายร่วมก็จะลดลง แล้วกลุ่มก้อนนี้จะสามัคคีกันต่อไปได้ยังไง? ระดับผู้นำจะรวบอำนาจได้ลึกซึ้งขึ้นได้ยังไงล่ะ?"
ความได้เปรียบของพันธมิตรปิดล้อมล่านั้นมหาศาลเกินไป ทั้งมีผู้ไล่ล่าหลายแสนคนคอยประสานงานกัน มีผู้ใช้สวมมงกุฎหลายคนคอยเป็นแกนนำ แถมยังกุมข้อมูลความคืบหน้าการหลบหนีของเหยื่อไว้ในมือโดยตรง
ที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขายังสามารถล็อกพิกัดและวาร์ปมาลอบสังหารได้อย่างสมบูรณ์แบบในช่วงเวลาสำคัญได้ทุกเมื่อ!
นอกจากนี้ พลังของฝั่งเหยื่อเองก็ถูกกฎการแข่งเดินกดทับไว้อย่างหนัก แม้แต่พลังสนับสนุนก็ยังไม่สามารถสร้างภัยคุกคามให้กับพวกผู้ไล่ล่าได้เลย
นี่มันกะจะชนะใสๆ เลยนี่หว่า! นี่มันแทบจะเหมือนตอนกด Pentakill ไปดักหน้าบ่อน้ำพุแล้วพิมพ์เยาะเย้ยในช่องแชทรวมชัดๆ!
ในสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้ซูเหยี่ยนตกอยู่ในที่นั่งของผู้ไล่ล่า เขาก็คงเลือกที่จะกอบโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และแน่นอนว่าคงไม่ได้หวังแค่จะฆ่าเหยื่ออย่างเดียวหรอก
มูลค่าที่ได้จากตัวเหยื่อมันจะไปสักกี่บาทกันเชียว ไม่พอให้คนเป็นแสนแบ่งกันหรอก
"เริ่มมีผู้ใช้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เข้าใจแล้วว่า ของรางวัลนอกเหนือจากการแข่งเดินในแต่ละด่านต่างหากล่ะ ที่มีค่าและคู่ควรแก่การขุดค้นลงไปให้ลึกที่สุด"
ซูเหยี่ยนถอนหายใจ เมื่อเขากลับมาดูบอร์ดจัดอันดับพลังสนับสนุนอีกครั้ง และเห็นอันดับของข้ารับใช้ฐานทัพที่แทบจะไม่มีการขยับเขยื้อนเลย
ซูเหยี่ยนก็เข้าใจได้ในทันที "จิงน่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว เธอรู้ว่ายิ่งเธอทำได้เร็วเท่าไหร่ ฉันก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น"
"ดังนั้น หนทางพลิกวิกฤตที่เธอเลือกเดิน ก็คือการหาจังหวะที่เหมาะสม เพื่อรวบยอดทำภารกิจสนับสนุนทีเดียว 10 ภารกิจรวด! จากนั้นก็มารวมตัวกับฉันในตอนที่ทำภารกิจสำเร็จ!"
"หึ! รูปเกมมันชัดเจนแล้ว!"
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของจิงขึ้นมา
ในวินาทีนี้ ซูเหยี่ยนสามารถรับรู้ได้ถึงมุมมองที่จิงมีต่อผู้ใช้แข่งเดินคนอื่นๆ ในตอนนั้น เธอสามารถคาดเดาเรื่องราวและรายละเอียดส่วนใหญ่ได้แม่นยำ ขอแค่ปรับแต่งและร่วมมือกันนิดหน่อย ทุกอย่างก็จะดำเนินไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
สิ่งที่เรียกว่าการคว้าชัยชนะนั้น ในช่วงเวลานี้มันสามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าแล้ว
แน่นอนว่าตอนนี้ซูเหยี่ยนแค่รู้สึกเหมือนตัวเองสัมผัสได้ชั่ววูบเท่านั้น เขายังไม่สามารถทำแบบนั้นได้อย่างสมบูรณ์หรอก
กุญแจสำคัญในการชนะของเขาตอนนี้ขึ้นอยู่กับการรวบรวมเครื่องหมายบอกทางทั้งหมดของจิงในคราวเดียว ซึ่งนี่ต้องอาศัยให้จิงตระหนักถึงจุดนี้ให้ได้ด้วย
แล้วจิงจะคิดออกไหมนะ?
"นี่มันเรื่องไร้สาระชัดๆ ขนาดฉันยังคิดออกเลย!"
ซูเหยี่ยนส่ายหน้า รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรมีความคิดแบบนี้ มันเหมือนเป็นการดูถูกสติปัญญาของผู้หญิงคนนั้นเกินไปหน่อย
"ถ้างั้น สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คงมีไม่มากแล้ว เล่นละครตบตาตามน้ำไปกับพันธมิตรปิดล้อมล่าก็แล้วกัน"
ซูเหยี่ยนกดเปิดหน้าสุ่มการ์ดขึ้นมาด้วย เขาได้สิทธิ์สุ่มการ์ด UR ฟรีครั้งแรกของวันนี้แล้ว
"ตู้การ์ดสกิลงั้นเหรอ?"
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้ว สุ่มไปทีนึง การ์ดสีรุ้งก็ลอยมาตกในมือ
"จึ๊ เครื่องหมายแห่งจุดสูงสุดแฮะ"
ซูเหยี่ยนส่ายหน้า เป็นไปตามคาดจริงๆ การให้เงินเหรียญโลหิต 2 พันล้านไปไม่ส่งผลกระทบต่อผลการสุ่มการ์ดเลย ดูเหมือนระบบตรวจสอบของตู้ไดนามิกนี่จะล้ำหน้ามาก
จู่ๆ...
"หึ!"
เสียงของติงเหอซานดังขึ้น ฟังดูมีความหยิ่งผยองแฝงอยู่
ซูเหยี่ยนเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าติงเหอซานกำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่การ์ดสีรุ้งในมือของซูเหยี่ยน พร้อมกับค่อยๆ กางมือออกอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นการ์ดสีรุ้งสองใบ
ความหมายมันชัดเจนมาก: ฉันก็มีเหมือนกันโว้ย! แถมมีตั้งสองใบด้วย!
"หึ หมอนี่แค้นฝังหุ่นใช้ได้เลยแฮะ!"
ซูเหยี่ยนขำก๊าก เข้าใจทันทีว่า ติงเหอซานยังคงจำฝังใจเรื่องที่เขาเอาการ์ดที่สุ่มได้ไปอวดตอนแข่งความเร็วกับเพื่อนร่วมทางได้อยู่นั่นเอง
ตอนนี้พอได้จังหวะ หมอนี่ก็คงนึกขึ้นได้ เลยตั้งใจเอาการ์ดดีๆ ที่เพิ่งสุ่มได้มาโชว์ข่มบ้าง
"ไง ใช้ 2 พันล้านหมดแล้วเหรอ?"
ซูเหยี่ยนพูดติดตลก "ให้ฉันเติมให้อีกหน่อยไหมล่ะ?"