- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 41 โอเฒ่าผู้โหดเหี้ยมอำมหิต
บทที่ 41 โอเฒ่าผู้โหดเหี้ยมอำมหิต
บทที่ 41 โอเฒ่าผู้โหดเหี้ยมอำมหิต
บทที่ 41 โอเฒ่าผู้โหดเหี้ยมอำมหิต
กลุ่มวอลลี
คณะศิลปะวอลลี
ทางการของประเทศทางเหนือ
ทางการของแอปโต่วอิน
ทางการของประเทศมังกร
และหน่วยรบพิเศษหมาป่าของประเทศมังกร
เสิ่นเฟยไม่รู้เลยว่า เพราะการไลฟ์สดในวันนี้ ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ถูกจับตามองจากทุกฝ่ายไปแล้ว
แต่ถึงจะรู้ เขาก็คงไม่สะทกสะท้านอะไรมากนักหรอก
ในฐานะทหารรับจ้าง พวกเขาคือกลุ่มคนที่อยู่นอกเหนือกฎหมายอยู่แล้ว ทำงานเพื่อเงินเท่านั้น ไม่เคยต้องเกรงกลัวอิทธิพลหรือประเทศไหนทั้งนั้น
.......
“หลี่ซ่ายเกา....?”
เฮยหู่ที่เสียนิ้วไปแล้วสามนิ้ว เมื่อเห็นหน้าจอโทรศัพท์ ก็รู้สึกเหมือนตกลงไปในขุมนรกทันที
เน็ตไอดอลจากประเทศทางเหนือของพวกเขาหลายคน ดันมาอยู่ในห้องไลฟ์นี้ด้วยกันทั้งหมดเลย
เฮยหู่ถึงได้เข้าใจว่า เป้าหมายที่แท้จริงของเสิ่นเฟย ไม่ใช่ทีมของพวกเขาเลยสักนิด
แต่เสิ่นเฟยต้องการยืมปากของเขา เพื่อแฉเรื่องโสมมทั้งหมดของประเทศทางเหนือให้โลกได้รับรู้ต่างหาก
แล้วแบบนี้เขาจะกล้าพูดได้ยังไง?
ขืนพูดออกไป เขาต้องโดนกลุ่มวอลลีตามล่าไปชั่วชีวิตแน่ ๆ
แถมครอบครัวของเขาก็ต้องเจอกับการทรมานแสนสาหัสในทันที
เฮยหู่แทบไม่ลังเล เขาตอบกลับอย่างเด็ดขาด “ฉันไม่รู้ว่าแกพูดเรื่องอะไร หลี่ซ่ายกงซ่ายเกาอะไรนั่น ฉันไม่รู้จักหรอกนะ”
ในขณะที่ตอบคำถามนั้น ในใจเขาก็กำลังคิดหาทางตอบโต้ เพื่อดึงดูดความสนใจจากสมาคมทหารรับจ้างอยู่ด้วย
ไม่อย่างนั้น สถานการณ์ของพวกเขาก็คงอันตรายจริง ๆ
แต่ถ้าขืนต่อต้านสุ่มสี่สุ่มห้า ก็ไม่รู้ว่าไอ้คนบ้าคลั่งตรงหน้า จะทำเรื่องสยดสยองอะไรขึ้นมาอีก
ไม่รู้จักงั้นเหรอ?
เสิ่นเฟยไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของเฮยหู่เลย
เขาทำตัวตามสบายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินไปที่กำแพง แล้วค่อย ๆ ดึงมีดพกทหารเล่มคมกริบออกมา
“ฉันไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับแกหรอกนะ ถามอีกครั้ง รู้จักหลี่ซ่ายเกาไหม”
เสิ่นเฟยก้มมองเฮยหู่ ราวกับกำลังมองสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง
รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขา สร้างความกดดันทางจิตใจให้กับเฮยหู่อย่างมหาศาล
“เอื๊อก....”
เฮยหู่กลืนน้ำลายลงคอ ตอบอย่างหนักแน่น “ต่อให้แกฆ่าฉัน ฉันก็ไม่รู้จักหลี่ซ่ายเกาอะไรนั่นหรอก!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น พวกหลี่ซ่ายเกาและเน็ตไอดอลจากประเทศทางเหนือคนอื่น ๆ ก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก
เฮยหู่จะตายหรือไม่ตายก็ช่างมันเถอะ
ขอแค่ไม่ลากพวกเขาไปซวยด้วยก็พอ!
“ปากแข็งดีนี่ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะแข็งสักแค่ไหน”
เสิ่นเฟยยิ้มเยาะ ก้มลงหยิบนิ้วที่ขาดกระจุยขึ้นมาจากพื้น พร้อมกับซื้อทักษะแกะสลักจากร้านค้าระบบไปด้วย
ด้วยความที่มีค่าความนิยมอยู่มหาศาล เวลาซื้อทักษะทั่วไปแบบนี้ เขาก็เลยกล้าเปย์เต็มที่
แน่นอนว่า ก็ซื้อได้แค่ทักษะทั่วไปเท่านั้นแหละ ถ้าเป็นทักษะขั้นสูงหรืออาวุธยุทโธปกรณ์เจ๋ง ๆ คงไม่ได้หามาง่าย ๆ แบบนี้หรอก
การเรียนรู้ทักษะเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก
เพียงไม่กี่วินาที เสิ่นเฟยก็เปลี่ยนจากมือใหม่หัดแกะสลัก กลายเป็นปรมาจารย์ด้านการแกะสลักไปแล้ว
มือข้างหนึ่งถือชิ้นส่วนนิ้ว อีกข้างถือมีดพกเล่มคมกริบ
ชิ้ง... ชิ้งชิ้ง...
มีดพกทหารสะบัดไปมาบนมือของเสิ่นเฟยอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก เลือดและเนื้อบนนิ้วก็ถูกเฉือนออกจนหมด เหลือเพียงกระดูกสีขาวโพลนท่อนเล็ก ๆ
ความเชี่ยวชาญระดับนี้ ราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ก็ไม่ปาน!
เมื่อเห็นภาพนั้น ทีมทหารรับจ้างมังกรพิษในห้องต่างก็พากันสะดุ้งเฮือก
แม้แต่เฮยหู่ หัวหน้าทีม ลำคอก็ยังแห้งผาก ลมหายใจเริ่มติดขัด
นั่นมันนิ้วของเขานะเว้ย....
เสิ่นเฟยเดาะกระดูกนิ้วสีขาวโพลนเล่น พลางพูดกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงยียวน “พวกแกจะบอกความจริงฉันไหม ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายหรอกนะ”
“เพราะถึงพวกแกจะไม่บอก ฉันก็มีเวลาและโอกาสอีกเยอะแยะ ที่จะแฉความจริงของประเทศทางเหนือ และเรื่องเลวทรามที่พวกแกทำเอาไว้”
“ความอดทนของฉันหมดลงแล้วล่ะ”
“โอเฒ่า จัดการพวกมันซะ”
เสิ่นเฟยโยนกระดูกนิ้วทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ เดินไปอีกมุมหนึ่ง เปิดขวดไวน์แดง แล้วรินให้ตัวเองอย่างสบายอารมณ์
“รับทราบครับ!”
โอเฒ่าผู้มีหน้าตาเหี้ยมเกรียมเดินดุ่ม ๆ เข้ามา เขาพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา หยิบปืนพกเก็บเสียงออกมา เล็งไปที่เฮยหู่ หัวหน้าทีมมังกรพิษ แล้วถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “ฉันจะนับถึงสาม ถ้าไม่ตอบคำถามของหัวหน้าทีมเรา ก็ตายซะ”
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงหรือสีหน้า โอเฒ่าก็ดูผ่อนคลายเอามาก ๆ
ทั้ง ๆ ที่กำลังพูดถึงเรื่องคอขาดบาดตายอย่างการฆ่าคน แต่เขากลับทำตัวเหมือนกำลังกินข้าวกินน้ำยังไงยังงั้น
แถม....
บนตัวเขายังมีกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยมาด้วย
คนตาแหลมดูก็รู้ว่า คนที่ตายด้วยน้ำมือของโอเฒ่า ต้องมีไม่น้อยแน่ ๆ
เสิ่นเฟยนั่งจิบไวน์แดงอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แนะนำให้พวกแกรู้จักกันสักหน่อยนะ”
“คนที่จะลงมือฆ่าพวกแก รหัสเรียกขานว่าโอเฒ่า เป็นคนรัสเซีย เคยผ่านสงครามเชเชนมาแล้วถึงสองครั้ง”
“เอาจริง ๆ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเขาจะใช้วิธีไหนจัดการกับพวกขยะที่เลวซะยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายเชเชนอย่างพวกแก”
อะไรนะ?
ทีมทหารรับจ้างมังกรพิษต่างก็มองโอเฒ่าด้วยความตกตะลึง
ทหารที่เคยผ่านสงครามเชเชนมางั้นเหรอ?
พวกเขารู้เรื่องสงครามสองครั้งนั้นดี
ความจริงแล้ว วิธีการทรมานลูกน้องบางวิธี พวกเขาก็จำมาจากสงครามเชเชนนั่นแหละ
ตอนนี้ พอได้มาเจอกับอสูรร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้คนแบบนี้ พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองจะต้องเจอกับการทรมานรูปแบบไหน
“3”
โอเฒ่าไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด เริ่มนับถอยหลังทันที
ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
“2”
โอเฒ่านับต่อ พร้อมกับจ่อปืนเก็บเสียงไปที่เฮยหู่ หัวหน้าทีมมังกรพิษ
.......
ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างก็ลุ้นระทึกไปตาม ๆ กัน
“เชี่ย พี่แกโหดของจริง เฉือนเนื้อเลาะกระดูกแบบไม่กะพริบตาเลย!”
“โชคดีที่มีเซ็นเซอร์ ไม่งั้นฉันคงไม่กล้าดูต่อแน่ ๆ!”
“ชัดเจนเลย หลี่ซ่ายเกาต้องมีปัญหาแน่ ๆ!”
“นี่ก็แปลว่า... ลูกพี่เล็งหลี่ซ่ายเกามาตั้งแต่แรกแล้ว แล้วที่มาทดสอบที่สวีเดน ก็เพื่อมาจัดการทีมมังกรพิษโดยเฉพาะงั้นเหรอ?”
“วางแผนมาล่วงหน้าขนาดนี้... น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
“พูดจาเหลวไหล หลี่ซ่ายเกาของพวกเราไม่มีทางเป็นคนเลวหรอก ซ่ายเกา นายรีบอธิบายสิ!”
“ใช่ ประเทศทางเหนือเป็นประเทศท่องเที่ยวชัด ๆ ทำไมถึงพูดซะน่ากลัวขนาดนี้?”
“ฮ่า ๆ ขำว่ะ ดูอวี่เจียงจุนสิ กลัวจนจะฉี่ราดอยู่แล้ว”
“ไม่ปกตินะ ฉันจับตาดูลีลาของเจียรุ่นมาตลอด หล่อนต้องมีความลับอะไรปิดบังอยู่แน่ ๆ!”
..........
ณ สวีเดน ภายในห้องพัก
“1”
โอเฒ่านับตัวเลขสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่
ในที่สุดเฮยหู่ก็ทนไม่ไหว ร้องขอชีวิต “ฉันยอมบอกแล้ว ยอมบอกแล้ว! อยากรู้อะไรฉันจะบอกให้หมด!”
ถ้าตัวตาย เพื่อนก็รอด
ถึงแม้การบอกความจริงอาจจะทำให้โดนกลุ่มวอลลีตามล่าก็ตาม
แต่ถ้าไม่บอกตอนนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ตายดี
หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว เฮยหู่ก็ตัดสินใจเลือกทางรอด
โอเฒ่าแค่นยิ้มเย็นชา พูดเสียงเรียบ “เสียใจด้วย หมดเวลาแล้ว”
ปัง!
กระสุนพุ่งออกจากปืนเก็บเสียง เจาะเข้าที่น่องของเฮยหู่อย่างจัง
“อ๊ากกก”
เฮยหู่แผดเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าอาบไปด้วยเหงื่อจากการทนพิษบาดแผล
ทหารรับจ้างทีมมังกรพิษคนอื่น ๆ ต่างก็ตัวสั่นเทาไปตาม ๆ กัน
ส่วนพวกนางระบำ ก็หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกไปหมดแล้ว
ทว่า
โอเฒ่าก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านอะไร เขาเริ่มนับถอยหลังรอบที่สอง
“3”
น้ำเสียงอันเย็นชาจับใจ ทำเอาทหารรับจ้างในห้อง รวมถึงผู้ชมบนโลกอินเทอร์เน็ต รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
นี่มันคนจริง
คนจริงที่ห้ามไปมีเรื่องด้วยเด็ดขาด!