เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว

บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว

บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว


บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว

ในห้องไลฟ์

“หมายความว่าไง? ทำไมลูกพี่ถึงถามแบบนั้นล่ะ?”

“ใช่ หลี่ซ่ายเกาก็เป็นคนประเทศทางเหนือก็จริง แต่เขาก็เป็นแค่นักเรียนไม่ใช่เหรอ? จะไปรู้จักทหารรับจ้างได้ยังไง?”

“ชักจะแปลก ๆ แล้วสิเนี่ย แปลกมาก ๆ!”

“ฉันรู้สึกเหมือนลูกพี่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ฉันแค่นึกไม่ออกว่าแผนการนั้นคืออะไร!”

“หรือว่า..... หลี่ซ่ายเกาจะเกี่ยวข้องกับทหารรับจ้างจริง ๆ!”

“เพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ฉันเคยไถเจอคลิปนึง มีคนบอกว่าเพลงของหลี่ซ่ายเกา มีเสียงเครื่องช็อตไฟฟ้ากับเสียงคนกรีดร้องแทรกอยู่ด้วย!”

“ในที่สุดก็มีคนแฉความจริงสักที หลี่ซ่ายเกา แกมันตายไม่ดีแน่!”

“ไม่จริงมั้ง... ฉันกำลังจะไปประเทศทางเหนือพอดีเลยนะ อย่าทำให้กลัวสิ!”

“คงแค่สร้างกระแสนั่นแหละ รอดูต่อไปเถอะว่าหมอนี่จะทำอะไรต่อ!”

คนดูหลายล้านคนต่างพากันพูดคุยถกเถียง คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ว่าเสิ่นเฟยกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

.......

เหล่าสตรีมเมอร์จากประเทศทางเหนือที่รู้อยู่แก่ใจ ต่างก็พากันลนลานไปหมด

ทีมทหารรับจ้างมังกรพิษ ก็คือกลุ่มคนที่คอยควบคุมดูแลพวกเขานั่นแหละ พูดง่าย ๆ ก็คือหัวหน้าของพวกเขานั่นเอง

ถ้าเกิดเฮยหู่ทนไม่ไหว แล้วหลุดปากบอกตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาออกไป ว่าเป็นแค่สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากประเทศทางเหนือล่ะก็

ภาพลักษณ์ของพวกเขาที่สร้างมากับมือ ก็จะพังทลายลงในพริบตา!

แล้วพอถึงตอนนั้น เมื่อพวกเขาหมดผลประโยชน์ ไม่มีคนติดตาม พวกเขาก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าจะต้องเจอกับชะตากรรมแบบไหน

กลุ่มวอลลีอาจจะโกรธจัด แล้วจับพวกเขาไปผ่าเอาไตไปขายให้หมดเลยก็ได้

นอกจากจะโดนทารุณกรรมแล้ว พวกเขายังต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ อีก

ต้องโทรศัพท์หลอกลวงคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ต้องคอยรับแขกไม่เลือกหน้า...

ไม่เอา

ไม่เอาเด็ดขาด!

“ฟู่....”

หัวใจของหลี่ซ่ายเกาเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากคอหอย เขารีบปฏิเสธเสียงสั่น “ชูร่า แกพูดบ้าอะไรของแก ฉันไม่รู้จักทหารรับจ้างบ้าบออะไรนั่นเลยนะ!”

ตอนนี้เขาอยากจะปิดไลฟ์หนีไปให้พ้น ๆ มากกว่าครั้งไหน ๆ

แต่ทว่า....

ขืนปิดไลฟ์หนีตอนนี้ เรื่องมันจะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่

เขาทำได้เพียงพยายามตั้งสติให้มั่น แล้วยุยงให้แฟนคลับของตัวเองกระหน่ำกดรีพอร์ตต่อไป

ฝั่งเจียรุ่นแห่งประเทศทางเหนือ

ฝั่งเสี่ยวลิ่วแห่งประเทศทางเหนือ

ฝั่งโจวเซอร์แห่งประเทศทางเหนือ

เน็ตไอดอลจากประเทศทางเหนือพวกนี้ ต่างก็ทำแบบเดียวกันหมด คือยุยงแฟนคลับของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

เพราะกลัวความลับจะแตก!

และพวกเขาก็รับผลที่ตามมาไม่ไหวด้วย!

.........

ประเทศมังกร เมืองหลวง

กรมความมั่นคงไซเบอร์

ภายในห้องประชุมที่สว่างไสว สะอาดสะอ้าน และตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเจ้าหน้าที่นั่งหน้าเครียดอยู่สิบกว่าคน

พวกเขาสังเกตเห็นการไลฟ์คู่ระหว่างอวี่เจียงจุนกับเสิ่นเฟยมาสักพักแล้ว

ตอนแรก พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

เพราะพวกเกาะกระแสมีเยอะแยะไปหมด พวกที่แอบอ้างว่าเป็นคนมีสีก็มีให้เห็นเกลื่อน

ต่อให้ทำผิดกฎระเบียบการไลฟ์สตรีม แพลตฟอร์มก็คงจัดการตักเตือน ลดการมองเห็น หรือไม่ก็แบนบัญชีไปเอง

ไม่จำเป็นต้องถึงมือตำรวจไซเบอร์เลยด้วยซ้ำ

แต่ทว่า สถานการณ์ในวันนี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พวกเขาได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากแอปโต่วอิน

อีกฝ่ายระบุชัดเจนว่า ห้องไลฟ์ของชูร่ามีปัญหาใหญ่มาก ถึงขนาดที่ว่าเจ้าหน้าที่ของโต่วอินเอง ก็ยังไม่สามารถจัดการอะไรกับห้องไลฟ์นั้นได้เลย!

ล้อเล่นกันหรือเปล่า?

นี่เท่ากับว่า ห้องไลฟ์ของชูร่า กลายเป็นเขตปลอดกฎหมายไปแล้วงั้นเหรอ?

กรมความมั่นคงไซเบอร์ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเด็ดขาด

ดังนั้น เมื่อครู่พวกเขาจึงระดมเจ้าหน้าที่เทคนิคฝีมือดีมากลุ่มใหญ่ เพื่อเปิดปฏิบัติการโจมตีสวนกลับไปยังห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟย หมายจะแบนห้องไลฟ์นั้นให้จงได้

แต่เป็นที่น่าเสียดาย...

ยอดฝีมือด้านไอทีกว่าสิบชีวิต ง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กว่าครึ่งชั่วโมง แต่ผลที่ได้กลับสูญเปล่า

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พวกเขาคว้าน้ำเหลวโดยสิ้นเชิง

ปัง!

เจ้าหน้าที่เทคนิคคนหนึ่ง ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะประชุมอย่างแรงด้วยความเจ็บใจ พลางรายงานว่า “ท่านอธิบดี การโจมตีครั้งที่ 532 ล้มเหลวครับ”

ล้มเหลวอีกแล้วเหรอ?

เมื่อได้ยินรายงานจากลูกน้อง สีหน้าของอธิบดีเฉินก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

บ้าไปแล้ว!

เจ้าหน้าที่เทคนิคของพวกเขา ล้วนแต่เป็นหัวกะทิระดับแนวหน้าของประเทศทั้งนั้น แล้วทำไมถึงจัดการกับห้องไลฟ์เล็ก ๆ แค่นี้ไม่ได้ล่ะ?

ไอ้ทหารรับจ้างที่ชื่อชูร่านั่น มันมีฝีมือแฮกเกอร์ระดับไหนกันแน่เนี่ย?

“อย่าหยุด โจมตีต่อไปเรื่อย ๆ!”

“ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน ก็ต้องเจาะกำแพงไฟของมันให้ได้!”

อธิบดีเฉินหน้าดำคร่ำเครียด ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด ก่อนจะหันไปถามทหารหญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเป็นห่วง “ผู้กองโจว คุณมีความเห็นว่ายังไงบ้าง?”

“ถ้าสุดท้ายแล้วเราควบคุมห้องไลฟ์นี้ไม่ได้จริง ๆ จะทำยังไงดีล่ะ?”

คนที่เขาเรียกว่าผู้กองโจว ก็คือหัวหน้าหน่วยรบพิเศษหมาป่าของประเทศมังกรนั่นเอง

เนื่องจากไลฟ์สดนี้มีประเด็นอ่อนไหวอย่างเรื่องทหารรับจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง อธิบดีเฉินจึงเชิญเธอมาช่วยให้คำปรึกษา

ผู้กองโจวในชุดหนังสีดำรัดรูป ใบหน้าเรียบตึง เย็นชาราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย

เธอจ้องมองห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยอย่างไม่วางตา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ถ้าแบนไม่ได้ ก็เบลอภาพตอนที่มันอัปโหลดวิดีโอก็ได้นี่”

เบลอภาพงั้นเหรอ?

อธิบดีเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พอลองคิดดูดี ๆ วิธีนี้ก็ไม่เลวเลยแฮะ

ถึงจะแบนห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยไม่ได้ แต่ยังไงซะตอนไลฟ์สด ภาพก็ต้องถูกส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ของโต่วอินก่อนอยู่ดี

แค่ทำให้เกิดการดีเลย์สักสิบกว่าวินาที พวกเขาก็จะมีเวลาเบลอภาพแล้ว

อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยป้องกันไม่ให้มีภาพความรุนแรงหลุดรอดออกไปได้

ส่วนการจะเบลอภาพทั้งห้องไลฟ์น่ะเหรอ?

พวกลองทำแล้ว มันทำไม่ได้เลยน่ะสิ

อธิบดีเฉินหันไปถามเจ้าหน้าที่เทคนิค “ถ้าจะเบลอภาพแค่บางส่วน แล้วทำให้ดีเลย์สักสิบกว่าวินาที พอจะทำได้ไหม?”

คราวนี้เจ้าหน้าที่เทคนิคตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว และพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ทำได้แน่นอนครับ เมื่อกี้เราลองดูแล้ว มันทำได้จริง ๆ!”

“น่าจะเป็นช่องโหว่ที่ไอ้ทหารรับจ้างชูร่านั่นจงใจทิ้งไว้ให้เราล่ะมั้งครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น อธิบดีเฉินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ผู้กองโจว ขอบคุณมากเลยนะครับ ไม่งั้นพวกเราคงมืดแปดด้าน ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไงจริง ๆ”

“เอ้อ ผู้กองโจวครับ ในมุมมองของทหารอาชีพ คุณคิดว่าชูร่าเปิดไลฟ์สดไปเพื่ออะไรกันแน่?”

“แล้วก็ ไอ้คนที่ชื่อหลี่ซ่ายเกาเนี่ย มันมีความเกี่ยวข้องกันทหารรับจ้างจากประเทศทางเหนือจริง ๆ เหรอครับ?”

คำถามถูกยิงออกมารัว ๆ

ทว่า สีหน้าของผู้กองโจวในชุดหนังรัดรูป กลับยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จุดประสงค์น่ะเหรอ? ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้หรอก”

“แต่หลี่ซ่ายเกาคือสตรีมเมอร์ที่ทางคณะศิลปะวอลลีเป็นคนปั้นขึ้นมา และความจริงแล้ว ช่วงนี้พวกเราก็กำลังเตรียมตัวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มวอลลีของประเทศทางเหนืออยู่พอดี”

หลี่ซ่ายเกาเป็นคนของกลุ่มวอลลีจากประเทศทางเหนือหรอกเหรอ?

อธิบดีเฉินอึ้งไปเลย

ชื่อเสียงความเลวทรามของกลุ่มวอลลีนั้น เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว

ทั้งปล้นทรัพย์ ข่มขืน ฆ่าคน ต้มตุ๋น ค้าอวัยวะเถื่อน ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี การพนัน ยาเสพติด....

เรียกได้ว่าธุรกิจมืดอะไรที่ทำเงินได้ กลุ่มวอลลีเหมาหมด

แต่ด้วยความที่พวกมันไม่ได้กบดานอยู่ในประเทศมังกร การจะจัดการปราบปรามจึงทำได้ยากลำบากมาก

แม้ว่าทางการจะพยายามประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ถ้าครั้งนี้ ชูร่าสามารถเปิดโปงความจริงของประเทศทางเหนือได้สำเร็จล่ะก็ เรื่องร้าย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องดีได้เลยนะ

ที่จริง ผู้กองโจวเองก็กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

ในฐานะทหาร พวกเขาไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศทางเหนืออย่างเปิดเผยได้

แต่ถ้าครั้งนี้ เสิ่นเฟยทำผลงานในไลฟ์สดได้ดีล่ะก็ ผู้กองโจวก็ไม่ติดเลยนะ ที่จะว่าจ้างพวกเขา ให้ไปทำภารกิจลับ ๆ บางอย่างที่ประเทศทางเหนือแทน!

จบบทที่ บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว