- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว
บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว
บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว
บทที่ 40 ผู้บริหารระดับสูง จับตามองเสิ่นเฟยแล้ว
ในห้องไลฟ์
“หมายความว่าไง? ทำไมลูกพี่ถึงถามแบบนั้นล่ะ?”
“ใช่ หลี่ซ่ายเกาก็เป็นคนประเทศทางเหนือก็จริง แต่เขาก็เป็นแค่นักเรียนไม่ใช่เหรอ? จะไปรู้จักทหารรับจ้างได้ยังไง?”
“ชักจะแปลก ๆ แล้วสิเนี่ย แปลกมาก ๆ!”
“ฉันรู้สึกเหมือนลูกพี่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ฉันแค่นึกไม่ออกว่าแผนการนั้นคืออะไร!”
“หรือว่า..... หลี่ซ่ายเกาจะเกี่ยวข้องกับทหารรับจ้างจริง ๆ!”
“เพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ฉันเคยไถเจอคลิปนึง มีคนบอกว่าเพลงของหลี่ซ่ายเกา มีเสียงเครื่องช็อตไฟฟ้ากับเสียงคนกรีดร้องแทรกอยู่ด้วย!”
“ในที่สุดก็มีคนแฉความจริงสักที หลี่ซ่ายเกา แกมันตายไม่ดีแน่!”
“ไม่จริงมั้ง... ฉันกำลังจะไปประเทศทางเหนือพอดีเลยนะ อย่าทำให้กลัวสิ!”
“คงแค่สร้างกระแสนั่นแหละ รอดูต่อไปเถอะว่าหมอนี่จะทำอะไรต่อ!”
คนดูหลายล้านคนต่างพากันพูดคุยถกเถียง คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ว่าเสิ่นเฟยกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่
.......
เหล่าสตรีมเมอร์จากประเทศทางเหนือที่รู้อยู่แก่ใจ ต่างก็พากันลนลานไปหมด
ทีมทหารรับจ้างมังกรพิษ ก็คือกลุ่มคนที่คอยควบคุมดูแลพวกเขานั่นแหละ พูดง่าย ๆ ก็คือหัวหน้าของพวกเขานั่นเอง
ถ้าเกิดเฮยหู่ทนไม่ไหว แล้วหลุดปากบอกตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาออกไป ว่าเป็นแค่สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากประเทศทางเหนือล่ะก็
ภาพลักษณ์ของพวกเขาที่สร้างมากับมือ ก็จะพังทลายลงในพริบตา!
แล้วพอถึงตอนนั้น เมื่อพวกเขาหมดผลประโยชน์ ไม่มีคนติดตาม พวกเขาก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าจะต้องเจอกับชะตากรรมแบบไหน
กลุ่มวอลลีอาจจะโกรธจัด แล้วจับพวกเขาไปผ่าเอาไตไปขายให้หมดเลยก็ได้
นอกจากจะโดนทารุณกรรมแล้ว พวกเขายังต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ อีก
ต้องโทรศัพท์หลอกลวงคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต้องคอยรับแขกไม่เลือกหน้า...
ไม่เอา
ไม่เอาเด็ดขาด!
“ฟู่....”
หัวใจของหลี่ซ่ายเกาเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากคอหอย เขารีบปฏิเสธเสียงสั่น “ชูร่า แกพูดบ้าอะไรของแก ฉันไม่รู้จักทหารรับจ้างบ้าบออะไรนั่นเลยนะ!”
ตอนนี้เขาอยากจะปิดไลฟ์หนีไปให้พ้น ๆ มากกว่าครั้งไหน ๆ
แต่ทว่า....
ขืนปิดไลฟ์หนีตอนนี้ เรื่องมันจะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่
เขาทำได้เพียงพยายามตั้งสติให้มั่น แล้วยุยงให้แฟนคลับของตัวเองกระหน่ำกดรีพอร์ตต่อไป
ฝั่งเจียรุ่นแห่งประเทศทางเหนือ
ฝั่งเสี่ยวลิ่วแห่งประเทศทางเหนือ
ฝั่งโจวเซอร์แห่งประเทศทางเหนือ
เน็ตไอดอลจากประเทศทางเหนือพวกนี้ ต่างก็ทำแบบเดียวกันหมด คือยุยงแฟนคลับของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
เพราะกลัวความลับจะแตก!
และพวกเขาก็รับผลที่ตามมาไม่ไหวด้วย!
.........
ประเทศมังกร เมืองหลวง
กรมความมั่นคงไซเบอร์
ภายในห้องประชุมที่สว่างไสว สะอาดสะอ้าน และตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเจ้าหน้าที่นั่งหน้าเครียดอยู่สิบกว่าคน
พวกเขาสังเกตเห็นการไลฟ์คู่ระหว่างอวี่เจียงจุนกับเสิ่นเฟยมาสักพักแล้ว
ตอนแรก พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
เพราะพวกเกาะกระแสมีเยอะแยะไปหมด พวกที่แอบอ้างว่าเป็นคนมีสีก็มีให้เห็นเกลื่อน
ต่อให้ทำผิดกฎระเบียบการไลฟ์สตรีม แพลตฟอร์มก็คงจัดการตักเตือน ลดการมองเห็น หรือไม่ก็แบนบัญชีไปเอง
ไม่จำเป็นต้องถึงมือตำรวจไซเบอร์เลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่า สถานการณ์ในวันนี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เพราะเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พวกเขาได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากแอปโต่วอิน
อีกฝ่ายระบุชัดเจนว่า ห้องไลฟ์ของชูร่ามีปัญหาใหญ่มาก ถึงขนาดที่ว่าเจ้าหน้าที่ของโต่วอินเอง ก็ยังไม่สามารถจัดการอะไรกับห้องไลฟ์นั้นได้เลย!
ล้อเล่นกันหรือเปล่า?
นี่เท่ากับว่า ห้องไลฟ์ของชูร่า กลายเป็นเขตปลอดกฎหมายไปแล้วงั้นเหรอ?
กรมความมั่นคงไซเบอร์ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเด็ดขาด
ดังนั้น เมื่อครู่พวกเขาจึงระดมเจ้าหน้าที่เทคนิคฝีมือดีมากลุ่มใหญ่ เพื่อเปิดปฏิบัติการโจมตีสวนกลับไปยังห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟย หมายจะแบนห้องไลฟ์นั้นให้จงได้
แต่เป็นที่น่าเสียดาย...
ยอดฝีมือด้านไอทีกว่าสิบชีวิต ง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กว่าครึ่งชั่วโมง แต่ผลที่ได้กลับสูญเปล่า
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พวกเขาคว้าน้ำเหลวโดยสิ้นเชิง
ปัง!
เจ้าหน้าที่เทคนิคคนหนึ่ง ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะประชุมอย่างแรงด้วยความเจ็บใจ พลางรายงานว่า “ท่านอธิบดี การโจมตีครั้งที่ 532 ล้มเหลวครับ”
ล้มเหลวอีกแล้วเหรอ?
เมื่อได้ยินรายงานจากลูกน้อง สีหน้าของอธิบดีเฉินก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
บ้าไปแล้ว!
เจ้าหน้าที่เทคนิคของพวกเขา ล้วนแต่เป็นหัวกะทิระดับแนวหน้าของประเทศทั้งนั้น แล้วทำไมถึงจัดการกับห้องไลฟ์เล็ก ๆ แค่นี้ไม่ได้ล่ะ?
ไอ้ทหารรับจ้างที่ชื่อชูร่านั่น มันมีฝีมือแฮกเกอร์ระดับไหนกันแน่เนี่ย?
“อย่าหยุด โจมตีต่อไปเรื่อย ๆ!”
“ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน ก็ต้องเจาะกำแพงไฟของมันให้ได้!”
อธิบดีเฉินหน้าดำคร่ำเครียด ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด ก่อนจะหันไปถามทหารหญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเป็นห่วง “ผู้กองโจว คุณมีความเห็นว่ายังไงบ้าง?”
“ถ้าสุดท้ายแล้วเราควบคุมห้องไลฟ์นี้ไม่ได้จริง ๆ จะทำยังไงดีล่ะ?”
คนที่เขาเรียกว่าผู้กองโจว ก็คือหัวหน้าหน่วยรบพิเศษหมาป่าของประเทศมังกรนั่นเอง
เนื่องจากไลฟ์สดนี้มีประเด็นอ่อนไหวอย่างเรื่องทหารรับจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง อธิบดีเฉินจึงเชิญเธอมาช่วยให้คำปรึกษา
ผู้กองโจวในชุดหนังสีดำรัดรูป ใบหน้าเรียบตึง เย็นชาราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
เธอจ้องมองห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยอย่างไม่วางตา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ถ้าแบนไม่ได้ ก็เบลอภาพตอนที่มันอัปโหลดวิดีโอก็ได้นี่”
เบลอภาพงั้นเหรอ?
อธิบดีเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พอลองคิดดูดี ๆ วิธีนี้ก็ไม่เลวเลยแฮะ
ถึงจะแบนห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยไม่ได้ แต่ยังไงซะตอนไลฟ์สด ภาพก็ต้องถูกส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ของโต่วอินก่อนอยู่ดี
แค่ทำให้เกิดการดีเลย์สักสิบกว่าวินาที พวกเขาก็จะมีเวลาเบลอภาพแล้ว
อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยป้องกันไม่ให้มีภาพความรุนแรงหลุดรอดออกไปได้
ส่วนการจะเบลอภาพทั้งห้องไลฟ์น่ะเหรอ?
พวกลองทำแล้ว มันทำไม่ได้เลยน่ะสิ
อธิบดีเฉินหันไปถามเจ้าหน้าที่เทคนิค “ถ้าจะเบลอภาพแค่บางส่วน แล้วทำให้ดีเลย์สักสิบกว่าวินาที พอจะทำได้ไหม?”
คราวนี้เจ้าหน้าที่เทคนิคตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว และพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ทำได้แน่นอนครับ เมื่อกี้เราลองดูแล้ว มันทำได้จริง ๆ!”
“น่าจะเป็นช่องโหว่ที่ไอ้ทหารรับจ้างชูร่านั่นจงใจทิ้งไว้ให้เราล่ะมั้งครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อธิบดีเฉินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ผู้กองโจว ขอบคุณมากเลยนะครับ ไม่งั้นพวกเราคงมืดแปดด้าน ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไงจริง ๆ”
“เอ้อ ผู้กองโจวครับ ในมุมมองของทหารอาชีพ คุณคิดว่าชูร่าเปิดไลฟ์สดไปเพื่ออะไรกันแน่?”
“แล้วก็ ไอ้คนที่ชื่อหลี่ซ่ายเกาเนี่ย มันมีความเกี่ยวข้องกันทหารรับจ้างจากประเทศทางเหนือจริง ๆ เหรอครับ?”
คำถามถูกยิงออกมารัว ๆ
ทว่า สีหน้าของผู้กองโจวในชุดหนังรัดรูป กลับยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จุดประสงค์น่ะเหรอ? ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้หรอก”
“แต่หลี่ซ่ายเกาคือสตรีมเมอร์ที่ทางคณะศิลปะวอลลีเป็นคนปั้นขึ้นมา และความจริงแล้ว ช่วงนี้พวกเราก็กำลังเตรียมตัวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มวอลลีของประเทศทางเหนืออยู่พอดี”
หลี่ซ่ายเกาเป็นคนของกลุ่มวอลลีจากประเทศทางเหนือหรอกเหรอ?
อธิบดีเฉินอึ้งไปเลย
ชื่อเสียงความเลวทรามของกลุ่มวอลลีนั้น เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
ทั้งปล้นทรัพย์ ข่มขืน ฆ่าคน ต้มตุ๋น ค้าอวัยวะเถื่อน ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี การพนัน ยาเสพติด....
เรียกได้ว่าธุรกิจมืดอะไรที่ทำเงินได้ กลุ่มวอลลีเหมาหมด
แต่ด้วยความที่พวกมันไม่ได้กบดานอยู่ในประเทศมังกร การจะจัดการปราบปรามจึงทำได้ยากลำบากมาก
แม้ว่าทางการจะพยายามประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
ถ้าครั้งนี้ ชูร่าสามารถเปิดโปงความจริงของประเทศทางเหนือได้สำเร็จล่ะก็ เรื่องร้าย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องดีได้เลยนะ
ที่จริง ผู้กองโจวเองก็กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ในฐานะทหาร พวกเขาไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศทางเหนืออย่างเปิดเผยได้
แต่ถ้าครั้งนี้ เสิ่นเฟยทำผลงานในไลฟ์สดได้ดีล่ะก็ ผู้กองโจวก็ไม่ติดเลยนะ ที่จะว่าจ้างพวกเขา ให้ไปทำภารกิจลับ ๆ บางอย่างที่ประเทศทางเหนือแทน!