- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 39 เสิ่นเฟยแฉความจริงของประเทศทางเหนือ
บทที่ 39 เสิ่นเฟยแฉความจริงของประเทศทางเหนือ
บทที่ 39 เสิ่นเฟยแฉความจริงของประเทศทางเหนือ
บทที่ 39 เสิ่นเฟยแฉความจริงของประเทศทางเหนือ
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่ซ่ายเกาเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมาได้
เขาคิดอะไรบางอย่างออก จึงแกล้งทำสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด “ทุกคนเห็นไหมครับ ชูร่ามันเป็นฆาตกรโรคจิต!”
“เราจะยอมปล่อยให้คนแบบนี้ลอยนวลต่อไปงั้นเหรอ?”
“ช่วยกันรีพอร์ตมันเลยครับ ลากคอฆาตกรโรคจิตคนนี้มาลงโทษให้ได้!”
คำพูดของเขาดูมีน้ำหนักและโน้มน้าวใจได้ดีมาก
ประกอบกับผู้ชมหลายคนที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ พอเข้ามาในห้องไลฟ์ปุ๊บก็เห็นเสิ่นเฟยปามีดใส่มือคนอื่นจนนิ้วขาดพอดี
ดังนั้น ความประทับใจแรกที่มีต่อเสิ่นเฟย จึงไม่ค่อยดีนัก
“เกินไปแล้ว ทำแบบนี้มันศาลเตี้ยชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ ขืนให้เด็ก ๆ มาเห็นภาพแบบนี้เข้า จะส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจขนาดไหนกัน?”
“รีพอร์ตมันเลย!”
“ทำเอาเจียรุ่นของพวกเราตกใจจนร้องไห้เลย ไอ้ทหารรับจ้างชูร่านี่มันคือเพชฌฆาตชัด ๆ!”
“@เหมยโหลวเฟิง ปกติเห็นปากเก่งนัก ทำไมถึงเวลาสำคัญ ๆ ถึงมุดหัวหายไปไหนวะ?”
“@เหมยโหลวเฟิง ทำไมยังไม่จัดการอีก?”
“หึหึ พวกโลกสวยเอ๊ย ไอ้พวกที่ไปร้องเรียนการ์ตูนเรื่องซีหยางหยาง ก็คงเป็นพวกผู้ปกครองแบบพวกนายล่ะสิ?”
“เมื่อกี้ฉันลองแล้วนะ ห้องไลฟ์นี้มีการจำกัดอายุ คนที่อายุไม่ถึง 18 ปี หรือยังไม่ได้ยืนยันตัวตน เข้ามาดูไม่ได้หรอกโว้ย!”
“ฉันสนับสนุนลูกพี่นะ แต่ก็แอบคิดว่า... มันรุนแรงไปนิดนึงหรือเปล่า!”
สตรีมเมอร์จากประเทศทางเหนือคนอื่น ๆ ก็พากันยุยงแฟนคลับของตัวเองบ้าง
เจียรุ่นแกล้งทำเป็นหวาดกลัวสุดขีด น้ำตาคลอเบ้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูน่าสงสารจับใจ
“น่ากลัวจังเลย ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย!”
“แถม... ฉันอยากจะกดออกจากการไลฟ์คู่ แต่ก็กดออกไม่ได้...”
“ทุกคนคะ จะยอมให้คนเลว ๆ แบบนี้ มารังแกสาวน้อยน่ารักอย่างฉันจริง ๆ เหรอคะ?”
เจียรุ่นหน้าตาจัดว่าน่ารักใช้ได้ แถมยังชอบออดอ้อนออเซาะ เลยมีแฟนคลับติดตามอยู่ไม่น้อย
พอเห็นเธอร้องไห้กระซิก ๆ แฟนคลับหลายคนก็รู้สึกอยากจะปกป้องขึ้นมาทันที
“เจียรุ่นอย่าร้องไห้นะ พวกเราจะปกป้องเธอเอง!”
“ทหารรับจ้างบ้าบออะไร ไม่สนโว้ย ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะกล้าบุกมาถึงประเทศมังกร แล้วมาทำร้ายพวกเราได้!”
“รีพอร์ตเรียบร้อยแล้ว!”
“+1!”
“+10086!”
“เจียรุ่นเช็ดน้ำตานะ เห็นเธอร้องไห้แล้วใจฉันเจ็บไปหมดแล้ว!”
จำนวนคนที่แห่ไปร้องเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้มีแค่ในโต่วอินเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย
เรื่องราวที่เคยเป็นกระแสแค่ในโต่วอิน ลุกลามไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นจือฮู ป้าเที่ย เวยป๋อ วีแชต ติงติง คูกั่ว.......
แทบทุกที่ที่มีชาวเน็ตสิงสถิตอยู่ ล้วนมีการพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเสิ่นเฟยทั้งสิ้น
ผลที่ตามมาก็คือ จำนวนคนดูในห้องไลฟ์พุ่งทะยานขึ้นไปอีกครั้ง!
.......
ในเวลาเดียวกัน ณ สำนักงานใหญ่ของโต่วอิน
ภายในห้องประชุม
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด
สายตาของผู้บริหารระดับสูงทุกคน ต่างจับจ้องไปที่ห้องไลฟ์ที่กำลังมีกระแสร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
มันเป็นกระแสที่แรงเกินไปแล้ว!
ทุกคนรู้ดีว่า หากไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเด็ดขาด โต่วอินอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างหนัก
ถึงขั้นโดนสั่งปิดถาวรก็เป็นไปได้!
เหมยโหลวเฟิงขมวดคิ้วแน่น นิ้วทั้งสิบพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ป้อนคำสั่งลงไปไม่ยั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เขาก็เงยหน้าขึ้น รายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ท่านรองประธานหวังครับ ผมตรวจสอบแล้ว ระบบของเราถูกแฮ็กจริง ๆ ครับ”
ระบบถูกแฮ็กงั้นเหรอ?
ผู้บริหารทุกคนในห้องประชุมต่างตกตะลึง
ใครกันนะที่มีความสามารถแฮ็กเข้ามาในระบบภายในของโต่วอินได้?
รองประธานหวัง ซึ่งเป็นผู้ชายวัยกลางคนสวมแว่นตา นั่งอยู่ตำแหน่งประธานการประชุม
พวกเขาต้องปิดห้องไลฟ์ให้ได้
จะปล่อยให้เสิ่นเฟยไลฟ์สดต่อไปไม่ได้เด็ดขาด
นี่คือทางออกเดียวในตอนนี้
รองประธานหวังถามเสียงเครียด “ใช้เวลาซ่อมแซมนานแค่ไหน?”
เหมยโหลวเฟิงส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ปิดไม่ได้ครับ เขามีสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงมาก”
“หรือแม้กระทั่ง... ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถแบนแอปโต่วอินของพวกเราได้เลยด้วยซ้ำ”
“ท่านรองประธานครับ ผมทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์มาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่เจอแฮกเกอร์ระดับนี้”
ปิดไม่ได้งั้นเหรอ?
แถมยังอาจโดนแบนกลับอีก?
ข้อสรุปนี้ ทำให้ทั่วทั้งห้องประชุมเงียบกริบ
โต่วอินมีระบบบิ๊กดาต้าที่ทรงพลัง และมีพนักงานที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์โดยเฉพาะกว่าพันคน
ด้วยขนาดองค์กรระดับนี้ กลับสู้ทหารรับจ้างคนเดียวไม่ได้เนี่ยนะ?
มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ถ้าไม่ใช่เพราะเหมยโหลวเฟิงเป็นคนพูด ก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก
เพราะเหมยโหลวเฟิงคือแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิของประเทศมังกรจริง ๆ
ถ้าปัญหาไหนที่เขาบอกว่าแก้ไม่ได้ คนอื่นจะรีบร้อนไปก็เปล่าประโยชน์
ความกดดันที่มองไม่เห็น กดทับลงบนบ่าของทุกคน
รองประธานหวังถามด้วยความสิ้นหวัง “นี่แปลว่า... ไม่มีทางแก้แล้วจริง ๆ เหรอ?”
“ก็ไม่เชิงครับ” เหมยโหลวเฟิงส่ายหน้า “ผมได้รายงานเรื่องนี้ไปยังตำรวจไซเบอร์แล้ว พวกเขามีทรัพยากรมากกว่า อาจจะมีวิธีรับมือก็ได้ครับ”
ฝากความหวังไว้ที่ตำรวจไซเบอร์งั้นเหรอ?
ต่อให้สุดท้ายตำรวจไซเบอร์จะปิดห้องไลฟ์ได้สำเร็จ โต่วอินก็คงโดนลงโทษอย่างหนักอยู่ดี
ถึงขั้นถูกสั่งพักการให้บริการชั่วคราวก็เป็นไปได้!
ลองนึกดูสิ แอปพีพีเซี่ยในตอนนั้น ก็โดนปิดไปเพราะไปแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะต้องเหมือนกัน
และเรื่องบังเอิญก็คือ
แพลตฟอร์มนั้น ก็เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ในเครือของพวกเขาด้วย!
รองประธานหวังครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะออกคำสั่งอีกครั้ง “เหมยโหลวเฟิง นายลองติดต่อไปหาชูร่าดูสิ”
“บอกเขาว่า ขอแค่เขายอมล้มเลิกความคิดที่จะไลฟ์สดฆ่าคน โต่วอินยินดีทำตามคำขอของเขาทุกอย่าง”
การยอมอ่อนข้อแบบนี้ ถือว่ายอมสุด ๆ แล้วสำหรับโต่วอิน
ขอแค่ยุติเรื่องบ้า ๆ นี่ได้ จะต้องเสียเงินเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย!
“รับทราบครับ!”
“ผมจะลองติดต่อเขาเดี๋ยวนี้เลย!”
เหมยโหลวเฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น แล้วหันกลับไปจดจ่อกับหน้าจอแล็ปท็อป เพื่อพยายามติดต่อกับเสิ่นเฟย
.......
ณ สมาคมทหารรับจ้าง สวีเดน
ห้องพักในโรงแรม
เสิ่นเฟยสังเกตเห็นคอมเมนต์ในห้องไลฟ์ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ขั้นแรก ต้องทำให้คนดูเชื่อว่าเขาคือทหารรับจ้างจริง ๆ ซะก่อน
ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จแล้ว!
และภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงที่ไลฟ์สด เขาก็กอบโกยค่าความนิยมมาได้เกือบ 500,000 แต้ม
ค่าความนิยมเหล่านี้แหละ คือรากฐานของความแข็งแกร่ง และเป็นความมั่นใจที่ทำให้เขากล้าเผชิญหน้ากับทุกกองกำลัง
และเมื่อทำข้อแรกสำเร็จแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำข้อสอง
นั่นก็คือการเปิดโปงความจริงของประเทศทางเหนือ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เสิ่นเฟยก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกแกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉัน”
“ต่อจากนี้ ฉันจะเป็นคนถาม ส่วนพวกแกมีหน้าที่ตอบ”
“คนที่ให้คำตอบที่น่าพอใจเท่านั้น ถึงจะมีชีวิตรอดต่อไปได้”
น้ำเสียงของเสิ่นเฟยเยือกเย็น แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูก
สมาชิกทีมมังกรพิษมีสีหน้าประหลาดใจ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ก็คือสิ่งที่ไม่รู้
จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าจู่ ๆ เสิ่นเฟยบุกเข้ามาในห้องของพวกเขาเพื่ออะไร
มาตั้งคำถามเนี่ยนะ?
นี่มัน....
เฮยหู่หน้าซีดเผือด กัดฟันตอบ “ถามมาสิ!”
เขาคิดอะไรตื้น ๆ กะจะถ่วงเวลาเพื่อรอความช่วยเหลือ
บางทีเดี๋ยวสมาคมทหารรับจ้างอาจจะสังเกตเห็นความผิดปกติที่นี่ก็ได้
เมื่อถึงเวลานั้น เขาอาจจะไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ เสิ่นเฟยก็คงตายสถานเดียว
เมื่อได้รับคำตอบรับ เสิ่นเฟยก็ยิ้มเยาะ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ชี้ไปที่สตรีมเมอร์คนหนึ่งบนหน้าจอ แล้วถามว่า “หลี่ซ่ายเกา พวกแกรู้จักไหม”
หืม?
เมื่อได้ยินคำถามของเสิ่นเฟย ทีมมังกรพิษก็พากันอึ้ง
อวี่เจียงจุนก็อึ้ง
เน็ตไอดอลประเทศทางเหนือทุกคนก็อึ้ง
แม้แต่ชาวเน็ตหลายล้านคน ก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก
พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า หลี่ซ่ายเกาก็แค่สตรีมเมอร์นักเรียนธรรมดา ๆ คนนึงไม่ใช่เหรอ?
แล้วจะไปเกี่ยวข้องกับทหารรับจ้างที่ฆ่าคนเป็นผักปลาแบบนี้ได้ยังไง?