เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: อยากหาเงิน

บทที่ 6: อยากหาเงิน

บทที่ 6: อยากหาเงิน


บทที่ 6: อยากหาเงิน

ซูเหออุ้มกะละมังใส่เสื้อผ้าที่ซักแล้ว ส่วนกู้เฉินก็ถือกระมังเสื้อผ้าพร้อมกับหิ้วปลาสองตัวเดินผ่านบ้านพักยุวชน

ขณะถือกะละมัง ซูเหอเห็นเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงทางเข้า เธอจึงก้มหน้าเดินเข้าไปหาด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอ่ยถามเสียงเบาว่า "สวัสดีจ้ะ ชุยเสี่ยวโหรวอยู่ไหม? เสื้อผ้าของเธอซักเสร็จแล้วนะ"

ซูหว่านเพิ่งกลับมาเห็นเซวียเหิงจือกับชุยเสี่ยวโหรวกอดกันกลม เธอจึงกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด

"เธอเป็นใคร? ใครใช้ให้มาที่นี่?"

ซูเหอเงยหน้ามองหญิงสาวท่าทางเกรี้ยวกราดตรงหน้า อีกฝ่ายมีรูปร่างอวบเล็กน้อย ดวงตาสองข้างไม่เท่ากัน และมีกระฝ้ามากมายบนสันจมูก หรือว่านี่คือซูหว่าน ตัวประกอบอีกคนงั้นหรือ? ใช่แล้ว นามสกุลซูเหมือนกันด้วย ไม่รู้ว่าชุยเสี่ยวโหรวที่เป็นคนแต่งตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือเปล่า

จุดจบของซูหว่านคนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก เธอแต่งงานกับอันธพาลที่ย่ำยีซูเจี้ยนเฉ่า สรุปสั้นๆ ก็คือ ชุยเสี่ยวโหรวผลักภาระบาปกรรมทั้งหมดไปให้กู้เส้าเฉียง อันธพาลคนนั้นรับไปเต็มๆ

"ฉันมาหาชุยเสี่ยวโหรว นี่เสื้อผ้าของเธอจ้ะ" ซูเหอเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น ทันใดนั้น ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาก้าวออกมา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับเสื้อกล้ามลายทางสีฟ้าขาว กางเกงสีเขียวใบไม้ และรองเท้าปลดแอกสีเขียว

เขามีคิ้วเข้ม ตาโต และสันจมูกโด่ง ซูเหอรู้สึกคุ้นหน้าเขาเล็กน้อย เขาดูคล้ายกับหนุ่มฮอตประจำมหาวิทยาลัยในสมัยเรียนของเธอ แต่ได้ยินมาว่าเขาเรียนจบแล้วก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือว่าชุยเสี่ยวโหรวจะเอาเขามาเป็นต้นแบบพระรอง? ซูเหอถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เธอชักจะตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นหน้ากู้เย่ขึ้นมานิดๆ แล้วสิ ในเมื่อกู้เย่คือพระเอกตัวจริงนี่นา

"เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันเถอะ" เซวียเหิงจือกล่าวพลางรับกะละมังไปจากมือของซูเหอ

ซูเหอสังเกตเห็นรอยลิปสติกสีแดงจางๆ ที่มุมปากของเขา ดูเหมือนว่าสองคนนั้นเพิ่งจะพลอดรักกันในห้องเมื่อครู่นี้เอง

เธอก้มหน้ากลั้นยิ้ม รีบหันไปหากู้เฉิน หยิบกะละมังมาจากมือเขา ส่งสายตาเป็นสัญญาณ แล้วทั้งสองก็รีบจ้ำอ้าวจากไป

ซูหว่านเองก็เห็นรอยลิปสติกบนปากของเซวียเหิงจือเช่นกัน เธอโมโหเลือดขึ้นหน้า เดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูดังปังสนั่นหวั่นไหว

ชุยเสี่ยวโหรวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วและกำลังนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เธอหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองเพิ่งจะใช้ข้ออ้างเรื่องความไม่สบายตัวจงใจจูบเซวียเหิงจือ ด้วยความเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน ไม่นานพวกเขาก็จูบตอบโต้กันอย่างดูดดื่มแยกกันไม่ออก

ชุยเสี่ยวโหรวแตะริมฝีปากตัวเองอย่างหวานชื่น ไม่ได้ใส่ใจเสียงกระแทกประตูของซูหว่านเลยแม้แต่น้อย

"เป็นอะไรไปจ๊ะ? เสี่ยวหว่าน อารมณ์ไม่ดีเหรอ?"

ซูหว่านมองชุยเสี่ยวโหรวที่มีผิวพรรณขาวผ่องและใบหน้าแดงระเรื่อดั่งดอกท้อด้วยความอิจษาริษยาแทบคลั่ง แต่เธอก็ยังต้องสะกดกลั้นความโกรธไว้ในใจ

"สงสัยวันนั้นของเดือนจะมาน่ะ ฉันเลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย"

"ถ้างั้นก็ชงน้ำตาลทรายแดงดื่มสิ ในตู้ของฉันมีอยู่ ไปหยิบเอาเลย" ชุยเสี่ยวโหรวเอ่ยอย่างใจกว้าง เธอเอื้อมมือไปจับจี้หยกที่คอด้วยความเคยชินแต่กลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า เธอก้มลงมองและพบว่าลำคอของตนโล่งโจ้ง

"จี้หยกของฉันหายไปไหน?"

ซูหว่านกำลังหยิบแก้วเคลือบเพื่อจะไปตักน้ำตาลทรายแดง พอได้ยินเสียงร้องตกใจก็หันกลับไปมอง และเห็นว่าจี้หยกที่ชุยเสี่ยวโหรวมักจะสวมติดตัวไว้เสมอหายไปแล้วจริงๆ

จังหวะนั้นเอง เซวียเหิงจือที่เพิ่งตากผ้าเสร็จก็เดินเข้ามาและได้ยินเสียงร้องของเธอพอดี "จี้หยกอะไรเหรอ?" เขาถาม

ชุยเสี่ยวโหรวตอบอย่างร้อนรน "จี้หยกประจำตระกูลของฉันหายไปน่ะสิ"

จี้หยกชิ้นนี้แม่ของเธอเป็นคนให้มาก่อนที่เธอจะเดินทางมาชนบท โดยบอกว่าเป็นของล้ำค่าประจำตระกูล

"สงสัยจะหล่นลงไปในแม่น้ำแน่เลย เดี๋ยวฉันไปหาให้นะ" เซวียเหิงจือพูดจบก็รีบวิ่งออกไป พวกเขาเพิ่งจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาหมาดๆ และตอนนี้เซวียเหิงจือกำลังหลงใหลในตัวเธออย่างหนัก เมื่อเห็นเธอร้อนใจ เขาก็กระวนกระวายยิ่งกว่าใคร

ซูหว่านมองท่าทีลุกลี้ลุกลนของเซวียเหิงจือ บีบแก้วในมือแน่น และจ้องมองชุยเสี่ยวโหรวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

ชุยเสี่ยวโหรวเอาแต่ลูบคลำลำคออย่างกระวนกระวายจนไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของซูหว่าน ในหัวของเธอมีแต่เรื่องจี้หยกชิ้นนั้น

ไม่นาน เซวียเหิงจือก็วิ่งเหงื่อโชกกลับมาพร้อมกับถือจี้หยกในมือ "เสี่ยวโหรว ฉันหาเจอแล้ว"

เซวียเหิงจือยื่นจี้หยกให้นาง ชุยเสี่ยวโหรวรับมาและรู้สึกว่ามันดูแปลกไปจากเดิมเล็กน้อย แม้จะแอบสงสัย แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก และไปค้นหาเชือกแดงเส้นใหม่มาจากในตู้

"ขอบใจนะเหิงจือ จี้หยกชิ้นนี้สำคัญกับฉันมากจริงๆ"

"มา เดี๋ยวฉันใส่ให้" เซวียเหิงจือก้าวเข้าไปหาแล้วรับจี้หยกมาจากมือเธอ เมื่อมองเห็นลำคอขาวเนียนของหญิงสาว ลูกกระเดือกของเขาก็ขยับขึ้นลง นัยน์ตาหม่นแสงลงเล็กน้อย

ชุยเสี่ยวโหรวสัมผัสได้ถึงมือของเซวียเหิงจือที่แตะลงบนลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเบาๆ ขณะที่บรรยากาศชวนหวามไหวแผ่ซ่านขึ้นมาระหว่างคนทั้งสอง

ซูหว่านตักน้ำตาลทรายแดงของชุยเสี่ยวโหรวไปสองช้อนพูนๆ อย่างกระแทกกระทั้น จากนั้นก็ถือแก้วกระเบื้องเดินปึงปังออกจากห้องไปเพื่อไม่ให้รำคาญลูกตา

ในขณะเดียวกัน ซูเหอกับกู้เฉินก็กลับมาถึงบ้าน กู้เฉินเอาปลาใส่กะละมังแล้วเทน้ำลงไป แต่กลับพบว่าปลาทั้งสองตัวหงายท้องลอยน้ำตายไปเสียแล้ว

เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูเหอก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกกับกู้เฉินว่า "เอากะละมังไปไว้ในห้องฉันเถอะ เดี๋ยวแมวจรจัดจะคาบไปกินซะก่อน เย็นนี้ฉันจะต้มซุปปลาให้เธอกินนะ"

กู้เฉินไม่มีข้อโต้แย้ง ซูเหอยกกระละมังเข้าไปในห้อง นึกสงสัยว่าเธอจะเอามันเข้าไปเก็บในมิติได้ไหม ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้น กะละมังในมือของเธอก็หายวับไปทันที

ซูเหอลองนึกอยากให้มันออกมา และไม่นานกะละมังพร้อมกับปลาข้างในก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ดูเหมือนว่ามิติเก็บของนี้จะสามารถควบคุมได้ด้วยความคิด จากนั้นเธอก็เก็บกะละมังกลับเข้าไปในมิติอีกครั้ง ซูเหอรู้สึกว่าตนเองเริ่มจะใช้งานมันได้อย่างเชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อยๆ

"พี่สะใภ้ กินข้าวกันเถอะ" กู้เฉินอุ่นหมั่นโถวไส้ผักป่าสองลูกและรินน้ำร้อนสองแก้ว โดยปกติมื้อเที่ยงพวกเขาจะกินอะไรง่ายๆ แบบนี้เพื่อประทังความหิว

เพราะมีมิติเก็บของ ซูเหอจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอกินหมั่นโถวไส้ผักป่าที่รสชาติฝืดคอได้อย่างเอร็ดอร่อย

"พี่สะใภ้ บ่ายนี้เราจะทำอะไรกันดี?" กู้เฉินถามขณะเคี้ยวหมั่นโถวไส้ผักป่าตุ้ยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นลูกน้องตัวน้อยของซูเหอไปเสียแล้ว

"อืม... ขึ้นเขาไปขุดผักป่ากับเก็บฟืนกันต่อเถอะ"

ซูเหออยากจะไปเดินเตร็ดเตร่บนเขาดูเผื่อว่าจะโชคดีเจอสมุนไพรล้ำค่าอย่างโสมหรือเหอโส่วอูเหมือนที่คนอื่นเขาเจอกันบ้าง จะได้เอาไปขายทำกำไรสักหน่อย การไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียวมันทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย

หลังกินข้าวเสร็จทั้งสองก็ไม่ได้นอนพักกลางวัน ต่างคนต่างสะพายตะกร้าแล้วเดินออกจากบ้าน ตอนนี้เป็นช่วงพักเที่ยง บนถนนจึงไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ซูเหอก็ยังไม่ค่อยได้เจอชาวบ้านสักเท่าไหร่ ซึ่งเธอกลับรู้สึกสบายใจกว่าเวลาที่ไม่มีคนรอบข้าง

เธอเหลือบไปเห็นบางบ้านเลี้ยงไก่ไว้ในลานบ้าน จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "กู้เฉิน ตอนนี้เราเลี้ยงไก่ได้แล้วเหรอ?"

กู้เฉินพยักหน้า "ได้สิ ทุกบ้านมีโควตาเลี้ยงไก่นะ"

"แล้วทำไมบ้านเราถึงไม่เลี้ยงล่ะ?"

"เมื่อก่อนก็เคยเลี้ยง แต่โดนพวกเพียงพอนขโมยไปกินหมด แม่บอกว่าจะไม่เลี้ยงอีกแล้วเพราะเปลืองธัญพืชเปล่าๆ ถ้าอยากกินไข่ก็ค่อยไปขอแลกเอาสักฟองสองฟอง"

กู้เฉินนึกถึงไก่ที่พวกเขากว่าจะเลี้ยงมาได้ด้วยความยากลำบาก แต่กลับหายวับไปก่อนที่จะทันได้ออกไข่เสียอีก

ซูเหอมองไก่ของบ้านอื่นด้วยความอิจฉา เธออยากจะเลี้ยงบ้าง ถ้าเหอซิงไม่ยอมให้เลี้ยง เธอก็จะเอาไปแอบเลี้ยงไว้ในมิติของเธอเองนี่แหละ

ซูเหอถอนหายใจเบาๆ ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือต้องหาเงินให้ได้ก่อน ไม่มีเงิน ทุกอย่างก็เป็นแค่ความเพ้อฝันเท่านั้น

ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงตีนเขา "เธอขุดผักป่าอยู่แถวนี้นะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเก็บฟืนข้างใน อย่าเดินเพ่นพ่านล่ะ" ซูเหอกำชับ

กู้เฉินพยักหน้ารับ เมื่อเห็นท่าทางเชื่อฟังของเขา ซูเหอก็อยากจะล้วงมือหยิบลูกอมในกระเป๋ามาให้เป็นรางวัล แต่เธอก็ไม่มี เธอจึงยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ ในวินาทีนี้ ความปรารถนาที่จะหาเงินของเธอพุ่งทะยานถึงขีดสุด

เธอสะพายตะกร้าเดินลึกเข้าไปในป่า ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้ ไม่มีอะไรเลย... ไม่มีอะไรนอกจากวัชพืชและเศษใบไม้เน่าเปื่อย ของหายากอย่างโสมยิ่งเป็นเรื่องเพ้อเจ้อเข้าไปใหญ่

ซูเหอเก็บกิ่งไม้ไปพลางเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ และเธอก็บังเอิญเจอเห็ดเข้าจริงๆ! ซูเหอดีใจเนื้อเต้น เธอนั่งยองๆ เพื่อสังเกตดูใกล้ๆ ไม่เพียงแต่จะมีเห็ดหัวหอมแดง เห็ดหัวเขียว เห็ดตับเต่าเหลือง และเห็ดโคนเท่านั้น แต่ยังมีกระทั่งเห็ดมอเรลและเห็ดมัตสึทาเกะอีกด้วย... ซูเหอแทบจะเก็บอาการร่าเริงไว้ไม่อยู่ ทำไมถึงไม่มีใครมาเก็บไปเลยนะ? หรือว่าทุกคนดูไม่ออกแล้วนึกว่าเป็นเห็ดพิษกันหมด? ฉันจะรวยแล้ว ฉันจะรวยแล้ว! มือของซูเหอเป็นระวิง เธอรีบเก็บเห็ดทั้งหมดส่งเข้าไปในมิติอย่างบ้าคลั่ง

ไม่ได้การล่ะ ต้องเรียกกู้เฉินมาช่วยเก็บด้วย มือของซูเหอแทบจะหยิบไม่ทันแล้ว เธอหันขวับกลับไปแล้วตะโกนเรียก "กู้เฉิน!"

จบบทที่ บทที่ 6: อยากหาเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว