เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 ระบบร่างทองคำคงกระพัน

บทที่ 157 ระบบร่างทองคำคงกระพัน

บทที่ 157 ระบบร่างทองคำคงกระพัน


บทที่ 157 ระบบร่างทองคำคงกระพัน

หัวใจของเขาหล่นวูบ ปลายนิ้วกุมห่อยาไว้แน่น ค่อยๆ ขยับเท้าไปยังประตู สายตามองลอดช่องประตูสำรวจด้านนอกอย่างระแวดระวัง ก่อนจะยกมือขึ้นกระชากเปิดประตูอย่างแรง

ทันทีที่ประตูเปิดออก ความระแวดระวังในดวงตาพลันแข็งค้าง

เบื้องหน้าประตูมีลาลายพร้อยตัวหนึ่งยืนอยู่ มันหายใจฟืดฟาด กีบเท้ายังคงลอยอยู่กลางอากาศ ดูเหมือนจะเป็นตัวการที่ทุบประตูเมื่อครู่

ฮุ่ยเจวี๋ยพิจารณาอย่างละเอียด ก็แน่ใจได้ทันทีว่านี่คือลาประหลาดตัวเดียวกับที่เขาเจอตอนหลบหนีออกมาจากตระกูลเซี่ย ท้ายที่สุดแล้ว ลาที่มีรูปโฉมลายพร้อยถึงเพียงนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ยากที่จะไม่จดจำจนขึ้นใจ

แต่ลาตัวนี้ค้นหาตำแหน่งของเขาเจออย่างแม่นยำได้อย่างไร หรือจะเป็นเพราะดอกไม้นั่น... ดูท่าว่าดอกไม้นี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ

ระบบเห็นว่าในที่สุดประตูก็เปิดออก ไม่รอให้หลวงจีนตรงหน้าขับไล่ มันก็ยกกีบเท้าขึ้นกระทุ้งแขนของฮุ่ยเจวี๋ย กีบเท้าทั้งสี่ก้าวเข้าไปในห้องอย่างสง่างาม เชิดหน้าขึ้น ดวงตาสีดำขลับจ้องเขม็งไปที่กระถางดอกไม้บนโต๊ะ

[เป็นหัวขโมยดอกไม้จริงๆ! โชคดีที่ข้าจับได้คาหนังคาเขา!]

ฮุ่ยเจวี๋ยขมวดคิ้วมองลาที่ชนเขาก่อนจะบุกรุกเข้ามาในห้อง มันจ้องเขม็งไปที่กระถางดอกไม้บนโต๊ะ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความมืดมนที่ไม่อาจสลาย

เขามองอย่างเย็นชา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น "ในเมื่อเจ้ามาหาที่ตายเอง ก็อย่าหาว่าอาตมาใจร้ายก็แล้วกัน"

เขากำลังกลัดกลุ้มอยู่พอดีว่าไม่มีเหยื่อให้ทดลองว่าดอกไม้นี้มีสรรพคุณร้ายกาจเพียงใด

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮุ่ยเจวี๋ยก็หันกลับไปปิดประตู ควักขวดยาพอร์ซเลนออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว เปิดจุกขวดออก แล้วเขย่ายาสลบสีฟ้าอ่อนลงไปในถ้วยพอร์ซเลนบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ จากนั้นจึงรินน้ำอุ่นลงไป คนให้ยาผงละลายจนหมดสิ้น แล้วจึงถือถ้วยเดินเข้าไปหาลาอย่างช้าๆ แสร้งทำเป็นยื่นไปที่ปากของมัน

ระบบมองน้ำที่ยื่นมาถึงปาก ก็ก้มหน้าลงไปดื่มจนหมดเกลี้ยง ทว่ารสชาติของน้ำในปากกลับย่ำแย่ยิ่งนัก ระบบโกรธจนพ่นน้ำในปากใส่หน้าหลวงจีนทันที

[ให้น้องระบบดื่มน้ำรสชาติห่วยแตกขนาดนี้ ดูถูกน้องระบบรึอย่างไร!]

พูดจบ ไม่เปิดโอกาสให้หลวงจีนได้ทันตั้งตัว มันก็ยกกีบเท้าขึ้นถีบใส่เขาทันที

ระบบได้สร้างเกราะพลังงานห่อหุ้มรอบกายของมันไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยมแล้ว แม้แต่คมดาบที่ฟันลงมาตรงๆ ก็มิอาจทำร้ายมันได้แม้แต่น้อย

ติดตามโฮสต์มานาน อย่างอื่นอาจไม่ได้เรียนรู้ แต่เรื่องรักตัวกลัวตายนี้ มันเรียนรู้มาเต็มร้อย

ฮุ่ยเจวี๋ยถูกยาสลบที่ผสมน้ำลายพ่นใส่เต็มหน้า บัดนี้เขารู้สึกมึนงงเล็กน้อย ยังไม่ทันได้หยิบยาถอนพิษออกมาจากแขนเสื้อ ลาตัวนั้นก็พุ่งเข้าใส่เขาราวกับสัตย์คลั่ง

คราแรกฮุ่ยเจวี๋ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้าเพราะความเปียกชื้นร้อนผ่าวบนใบหน้า ตอนนี้ยังถูกลานี้ถีบซ้ำไปอีกหลายที เขาก็ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวพลางยกฝ่ามือขึ้นตบไปที่กีบลา

ฝ่ามือเพิ่งสัมผัสกายลา ก็รู้สึกราวกับฟาดเข้ากับศิลาแท่งทึบจนฝ่ามือชาด้าน จากนั้นจึงมองไปยังลาตัวนั้นด้วยสายตาตกตะลึง ร่างกายของลาตัวหนึ่งจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

ไม่รอให้เขาได้ทันตั้งตัว ระบบก็ก้มหัวลงใช้หัวแข็งๆ ของมันพุ่งชนหลวงจีนอย่างบ้าคลั่ง ชนเขาจนถอยหลังโซซัดโซเซ หน้าอกเจ็บแปลบ

ฮุ่ยเจวี๋ยทั้งตกใจทั้งโกรธ เขาเปลี่ยนวิธีโจมตีไปหลายรูปแบบ ตอนแรกใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างรวบรวมลมปราณภายในตบไปที่ตัวลาอย่างต่อเนื่อง พลังฝ่ามือที่รุนแรงปะทะเข้ากับเกราะรอบกายลา จากนั้นก็ควักผงพิษออกมาจากแขนเสื้อแล้วซัดใส่ลาอย่างแรง

ผลปรากฏว่าลานั้นไม่เพียงไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ยังมองเขาด้วยสายตาท้าทาย ราวกับจะเย้ยหยันว่า ‘กระบวนท่าของเจ้าหมดสิ้นแล้ว ถึงตาข้าออกโรงเสียที’

ระบบเห็นว่าหลวงจีนสิ้นกระบวนท่าแล้ว ก็เชิดหน้าขึ้นแล้วพุ่งเข้าชนเขาต่อไป หัวแข็งๆ ของมันพุ่งกระแทกใส่ร่างของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

ในห้องที่คับแคบนี้ ฮุ่ยเจวี๋ยไม่สามารถแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งความเร็วของลานี้ยังน่าตกใจจนเขาไม่มีที่ให้หลบหนี เพียงชั่วครู่ เขาก็รู้สึกหวานล้ำในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

ฮุ่ยเจวี๋ยกุมหน้าอกที่ปวดหนึบ สายตาจับจ้องไปยังลาบ้าที่กำลังอาละวาดไปทั่วห้องอย่างอำมหิต ไม่เพียงหมัดเท้าจะไร้ผล แม้แต่ยาพิษก็ยังทำอะไรมันไม่ได้

สถานที่นี้มิควรอยู่นานเกินไป ลาตัวนี้เป็นปีศาจอย่างแน่นอน!

เมื่อมองไปยังลาที่ขวางประตูอยู่ เขาก็รีบอุ้มกระถางดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมา ในจังหวะที่ลานั้นกำลังรวบรวมพลังจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เขาก็หันหลังพุ่งทะลวงหน้าต่างในห้องทันที

‘โครม!’ เสียงดังสนั่น ขอบหน้าต่างแตกกระจาย เศษไม้กระเด็นว่อน เขาอุ้มดอกไม้กระโดดออกมาจากหน้าต่างโรงเตี๊ยม

ระบบเห็นเขาบินหนีไป ก็ร้อนใจจนเดินวนไปวนมา มันที่บินไม่ได้จึงทำได้เพียงหันหลังวิ่งลงไปชั้นล่าง

เย่ฉยงซึ่งย่อตัวสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกโรงเตี๊ยม เห็นคนพังหน้าต่างออกมาก็รีบง้างธนูยิงออกไปทันที ลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงไปยังฮุ่ยเจวี๋ย

ฮุ่ยเจวี๋ยที่เพิ่งพังหน้าต่างออกมาและเตรียมจะหลบหนี รู้สึกถึงลมแรงพัดปะทะใบหน้าก็รีบหมุนตัวหลบไปด้านข้าง หลบลูกธนูนั้นได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นจึงตวัดสายตาคมกริบไปยังทิศทางที่ลูกธนูยิงมา

เมื่อเห็นว่าเป็นจาวหยางจวิ้นจู่ แววตาอาฆาตของเขาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ พุ่งทะยานไปยังทิศทางของเย่ฉยง

เย่ฉยงเห็นดังนั้น ก็ชูนิ้วกลางให้เขา แล้วรีบบินไปยังที่ที่ผู้คนเบาบางนอกโรงเตี๊ยม

เพิ่งมาถึงนอกลานบ้านก็เห็นหลวงจีนรูปนั้นไล่ตามโฮสต์ของตนเองมา ระบบก็ร้อง 'อ๋องๆๆ' พลางวิ่งไล่ตามไป

[โฮสต์อย่ากลัว น้องระบบมาช่วยแล้ว!]

ระบบที่ดูดซับพลังงานของศิลามาแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ต่อสู้กับผู้อื่นอย่างจริงจัง ถึงได้รู้ว่าตนเองเก่งกาจถึงเพียงนี้ บัดนี้มันถึงกับผยองจนแทบจะคิดการใหญ่ไปกอบกู้โลกแล้ว

ส่วนตวนอ๋องที่ถูกคนผู้หนึ่งกับลาตัวหนึ่งทิ้งไว้เบื้องหลัง ตอนนี้ได้นอนหลับใหลอยู่ในพงหญ้าไปแล้วเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

อีกด้านหนึ่ง ฮุ่ยเจวี๋ยที่ไล่ตามจาวหยางจวิ้นจู่มาเป็นสิบกว่าลี้ เพิ่งจะตกตะลึงกับลาบ้าตัวหนึ่งไปหยกๆ บัดนี้เมื่อได้เห็นวิชาตัวเบาอันน่าเหลือเชื่อของจาวหยางจวิ้นจู่ หัวใจของเขาก็ถูกกระแทกอย่างแรงอีกระลอก

ชั่วขณะหนึ่ง เขาสับสนในใจว่าควรจะตกตะลึงกับร่างกายอันแข็งแกร่งดุจศิลาของลาตัวนั้น หรือควรจะพรั่นพรึงกับวิชาตัวเบาอันน่าเหลือเชื่อของเด็กสาวผู้นั้นกันแน่

ฮุ่ยเจวี๋ยที่ท่องยุทธภพมาหลายสิบปี ตอนนี้โลกทัศน์ของเขาพลันสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความรู้สึกเหนือจริงและความพ่ายแพ้เข้าจู่โจมจิตใจ

บนพื้นดิน เขาต่อสู้ไม่ได้แม้กระทั่งลาหนังเหนียวตัวหนึ่ง ส่วนในอากาศก็ยังรวดเร็วไม่เท่าเด็กสาวที่ร่างเบาราวกับปักษา

ความทะนงตนที่เคยมีมากล้นของฮุ่ยเจวี๋ย บัดนี้ได้แหลกสลายไปจนสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกต่ำต้อยอย่างสุดซึ้ง

เย่ฉยงเห็นว่าหลวงจีนรูปนั้นหยุดไล่ตามแล้วเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ นางจึงแสร้งทำเป็นฉุนเฉียวพลางตะโกนเย้ยหยันกลับไป

"เฮ้ หมดแรงแล้วรึ? แค่ความสามารถเท่าหางอึ่งยังกล้ามาขโมยของอีก"

ฮุ่ยเจวี๋ยได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น มองไปอย่างเย็นชา

เขารู้ว่าหากยังไล่ตามจวิ้นจู่ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ตนเองย่อมไม่ได้เปรียบอันใด โดยเฉพาะเมื่อครู่ในโรงเตี๊ยมที่ถูกลานั่นพุ่งชนอย่างรุนแรงหลายครั้ง บาดแผลภายในก็เริ่มกำเริบปวดร้าว

หากยังคงฝืนรวบรวมลมปราณไล่ตามต่อไปเช่นนี้ เกรงว่ายังไม่ทันได้แตะชายเสื้อของจาวหยางจวิ้นจู่ ตนเองก็คงจะกระอักเลือดตายไปเสียก่อน

อีกทั้งดูท่าทางแล้ว ที่ลาตัวนั้นเก่งกาจถึงเพียงนี้ได้ คงเป็นเพราะดอกไม้นี้อย่างแน่นอน แม้จะไม่รู้ว่าจาวหยางจวิ้นจู่ปลูกดอกไม้วิเศษเช่นนี้ได้อย่างไร แต่หากได้นางมาเป็นพวก ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมิอาจมีชีวิตอมตะได้

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็กดหน้าอกที่เจ็บแปลบ แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ

"จวิ้นจู่ อาตมาทราบว่าท่านมีความสามารถไม่ธรรมดา สามารถเพาะปลูกบุปผาวิเศษเช่นนี้ได้ ทั่วทั้งยุทธภพนี้คงหาคนที่มีความสามารถเช่นท่านเป็นคนที่สองไม่ได้อีกแล้ว"

เขาชี้ไปที่ดอกไม้ในมือของตน ดวงตาเป็นประกาย แต่ละคำพูดล้วนมุ่งหวังจะแทรกซึมเข้าไปในใจของเย่ฉยง

"บัดนี้ท่านเป็นเพียงจวิ้นจู่ผู้หนึ่ง ความสามารถเช่นนี้กลับต้องมาซุกซ่อนอยู่ในจวนอ๋อง ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก"

"มิสู้ท่านมอบวิชาปลูกดอกไม้นี้ให้อาตมา มีอาตมาคอยหนุนหลัง ถึงเวลานั้น ฐานะของท่านจะหยุดอยู่แค่เพียงจวิ้นจู่ได้อย่างไร"

"ในราชสำนัก ท่านจะสามารถกุมอำนาจล้นฟ้าไว้ในมือ"

"ในยุทธภพ ท่านก็จะสามารถบัญชาลมฝน ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน!"

จบบทที่ บทที่ 157 ระบบร่างทองคำคงกระพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว