- หน้าแรก
- ท่านพ่อ เปิดประตู องค์หญิงผู้นี้ไปก่อเรื่องกลับมาแล้ว
- บทที่ 31 พัฒนาการของเนื้อเรื่องไม่อาจควบคุมได้
บทที่ 31 พัฒนาการของเนื้อเรื่องไม่อาจควบคุมได้
บทที่ 31 พัฒนาการของเนื้อเรื่องไม่อาจควบคุมได้
บทที่ 31 พัฒนาการของเนื้อเรื่องไม่อาจควบคุมได้
"เกิดอันใดขึ้น? เจ้าบรรลุสัจธรรมอันใดรึ? รีบพล่ามมาสิ!" องค์หญิงสี่เขย่าตัวเย่ฉยงอย่างร้อนรน เหตุใดคนผู้นี้จึงพูดจาอิดออด นางกำลังฟังอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่แท้ๆ
เหล่าบัณฑิต: ใช่แล้ว ท่านรู้แจ้งอันใด ก็พูดมาสิ!
เย่ฉยงมองไปทางองค์หญิงสี่ด้วยใบหน้าเปี่ยมความเห็นใจ
"เมื่อก่อนพวกเราสองคนเคยแย่งชิงกู้ซื่อจื่อผู้นี้มิใช่หรือ?"
องค์หญิงสี่พยักหน้า
เย่ฉยง: "แล้วเขาก็ไม่เคยสนใจพวกเราสองคนเลย"
องค์หญิงสี่พยักหน้าอีกครั้ง
เย่ฉยง: "แต่ตอนนี้เขากลับออกหน้าเพื่อบุรุษผู้หนึ่ง เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง?"
องค์หญิงสี่ทำหน้างงงวย: "เข้า...เข้าใจอันใดหรือ?"
เย่ฉยงมองนางที่ยังไม่เข้าใจอะไรอย่างขัดใจ
"พวกเราคนหนึ่งเป็นองค์หญิง อีกคนเป็นจวิ้นจู่ มีทั้งรูปโฉมและสถานะ สตรีที่เลิศเลอที่สุดในเมืองหลวงถึงสองคนเขายังไม่แล สิ่งนี้บอกอะไรได้บ้าง?"
องค์หญิงสี่เกาหัว "บอกว่า... บอกว่าเขามันตาถั่ว?"
เย่ฉยงอดไม่ได้ที่จะเคาะศีรษะของนาง
"โง่! ก็ต้องบอกว่าเขาไม่ชอบสตรี แต่ชอบบุรุษน่ะสิ"
องค์หญิงสี่: "!!!"
ทุกคน: "!!!"
องค์หญิงสี่เบิกตากว้างกลม ผ่านไปครู่ใหญ่จึงหาเสียงของตนเองพบ "มะ...มิน่าเล่าเมื่อครู่เขาถึงได้ปกป้องลู่เหวินเซวียนผู้นั้นปานนั้น"
เย่ฉยงตบไหล่นาง
"แล้วคนอย่างพวกเราที่เลิศเลอถึงเพียงนี้ จะมีใครไม่ชอบลงได้อย่างไร"
องค์หญิงสี่เห็นด้วยกับคำพูดนี้อย่างยิ่ง และไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่มองเย่ฉยงแล้วรู้สึกถูกตาต้องใจเท่านี้มาก่อน
นางเป็นถึงองค์หญิง รูปโฉมงดงาม มีทั้งเงินทองและสถานะ
ทั่วทั้งเมืองหลวงก็หาสตรีที่ยอดเยี่ยมกว่านางไม่ได้อีกแล้ว
กู้เฉิงเซียวสัมผัสได้ถึงสายตาพิกลของทุกคนที่จับจ้องมายังเขา ความโกรธพลันพุ่งขึ้นสู่สมอง
"จาวหยางจวิ้นจู่! อย่าได้พูดจาเหลวไหล กู้ผู้นี้ไปล่วงเกินท่านตั้งแต่เมื่อใด? ท่านจึงต้องมาหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้"
ลู่เหวินเซวียนไม่คาดคิดว่าเรื่องรักใคร่ชิงชังของคนทั้งคู่จะลากเขาลงน้ำไปด้วย ทั้งยังเป็นเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้
เขาโกรธจนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวทันที "เหตุใดจวิ้นจู่ต้องกลับดำเป็นขาว ใส่ร้ายป้ายสีชื่อเสียงของข้าผู้เป็นสามัญชนและกู้ซื่อจื่อด้วย?"
เมื่อเห็นกู้ซื่อจื่อที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงและลู่เหวินเซวียนที่เดือดดาลจนแทบคลั่ง ตอนนี้ทุกคนยิ่งเชื่อว่าทั้งสองคนมีสัมพันธ์กันเป็นแน่
"มิน่าเล่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงต่างคลั่งไคล้กู้ซื่อจื่อผู้นี้ แต่เขากลับไม่เคยหวั่นไหว ที่แท้แล้วรสนิยมของเขาหาใช่สตรี"
"ข้าว่าแล้ว กู้ซื่อจื่อผู้สูงส่งเช่นนี้ วันธรรมดาก็แทบไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับบัณฑิตยากจนอย่างพวกเรา มาบัดนี้กลับลุกขึ้นมาปกป้องลู่เหวินเซวียนผู้นั้น ที่แท้คือคนในดวงใจ... ทั้งหมดนี้ก็สมเหตุสมผลแล้ว"
"....."
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ลอยเข้าหูของกู้เฉิงเซียว เขารู้สึกเพียงว่าศีรษะมึนงงไปหมด
"เจ้า... เจ้า..."
เขาโกรธจนต้องกุมหน้าอก ใบหน้าแดงก่ำ ในหัวเต็มไปด้วยตำราประวัติศาสตร์และคัมภีร์มากมาย แต่กลับหาถ้อยคำด่าทอที่สาสมไม่ได้แม้แต่ครึ่งประโยค สุดท้ายจึงทำได้เพียงโกรธจนสิ้นสติไป
เย่ฉยงเห็นเขาล้มตรงมาทางนาง เกรงว่าเขาจะแกล้งล้มทับเพื่อหาเรื่องจึงยกเท้าเตรียมถีบส่ง ทว่ามือกลับไวกว่าความคิด ฉุดกระชากลู่เหวินเซวียนที่อยู่ด้านข้างมาเป็นโล่มนุษย์!
ร่างที่ไร้สมดุลของกู้เฉิงเซียวจึงโถมทับลงบนร่างของลู่เหวินเซวียนอย่างหนัก
เสียง 'ตุ้บ' ทึบๆ ดังขึ้น ริมฝีปากของทั้งสองประกบเข้าหากันพอดิบพอดีขณะล้มลงสู่พื้น
ลู่เหวินเซวียนผู้บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว บัดนี้ถูกกระแทกซ้ำจนสิ้นสติไปโดยสมบูรณ์
เสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยรอบเงียบกริบในตอนแรก จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
เมื่อเห็นริมฝีปากที่ยังคงประกบกันไม่ยอมผละออกจากกัน ตอนนี้ทุกคนต่างก็อยู่ไม่สุขแล้ว
"พวกเขาจูบกันแล้วรึ?"
"ช่างเปิดเผยปานนี้?"
"ข้าว่าแล้วว่าสองคนนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล"
"เมื่อครู่ท่านเห็นหรือไม่ ตอนที่ลู่เหวินเซวียนเห็นกู้ซื่อจื่อจะล้มลง เขาก็ไม่สนใจบาดแผลของตนเอง พุ่งเข้าไปใช้ร่างตนเองเป็นเบาะรองรับเพื่อปกป้องกู้ซื่อจื่อให้ปลอดภัย! ความรักนี้ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก!"
"ช่างน่าซาบซึ้งใจจริงๆ"
"หวังว่าพวกเขาจะมีความสุข"
สำหรับความสัมพันธ์ของกู้เฉิงเซียวและลู่เหวินเซวียน จากที่ตกตะลึงและดูแคลนในตอนแรก บัดนี้กลับกลายเป็นการร่วมอวยพรให้ทั้งสองจากใจจริง
ผู้ริเริ่มอย่างเย่ฉยงถึงกับตะลึง นางเพียงแค่จุดประเด็นเล่นๆ เท่านั้น แต่พัฒนาการของเนื้อเรื่องกลับหลุดออกจากการควบคุมของนางไปเสียแล้ว
คนพวกนี้ยังให้เกียรติข้าผู้เป็นคนเขียนบทอยู่หรือไม่!
เย่ฉยงพยายามกอบกู้เนื้อเรื่องกลับมา อยากให้ทุกคนเห็นว่าที่นี่ยังมีนางเอกผู้น่าสงสารที่ถูกหักหลังอยู่อีกคน
แต่ทว่าทุกคนกลับรู้สึกว่าเนื้อเรื่องของนางเอกนั้นเรียบง่ายเกินไป ความสัมพันธ์ของกู้ซื่อจื่อและลู่เหวินเซวียนนั้นทั้งน่าตื่นเต้นและชวนติดตามจนหยุดไม่ได้ต่างหาก
เย่ฉยงผู้เป็นคนเขียนบทแต่กลับถูกผู้ชมเมิน ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น
ขณะเดียวกัน บ่าวรับใช้ของกู้ซื่อจื่อก็ดิ้นหลุดจากทหารองครักษ์ของจวนอ๋องได้แล้ว รีบเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปประคองซื่อจื่อของตนขึ้นมาราวกับจะหนีออกจากศาลาโม่หย่า
เย่ฉยงเห็นดังนั้นจึงรีบสั่งให้เฉิงชีเข้าไปช่วย
เฉิงชีที่เพิ่งได้สติจากดงเผือก ก็เข้าไปช่วยพยุงลู่เหวินเซวียนที่นอนอยู่บนพื้นไม่มีใครสนใจขึ้นรถม้าของกู้ซื่อจื่ออย่างกระตือรือร้น ทั้งยังจัดท่าให้ทั้งสองนอนเคียงข้างกันอย่างเอาใจใส่
บ่าวรับใช้: ???
อาจเพราะสายตาของผู้คนรอบข้างที่ร้อนแรงเกินจะทานทน บ่าวรับใช้จึงไม่กล้าที่จะหยุดอยู่ที่หน้าศาลาโม่หย่านานนัก ไม่ทันได้คิดก็สั่งให้คนขับรถม้ารีบกลับจวน
เมื่อเห็นกู้ซื่อจื่อและลู่เหวินเซวียนนอนเคียงข้างกันอย่างกลมเกลียวกลับจวนไป ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก และร่วมอวยพรอีกครั้งด้วยความจริงใจ
ขอให้ผู้มีใจรักกันในใต้หล้าได้ครองคู่กันในที่สุด
ตวนอ๋องที่เดิมทีมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกสาวของตน บัดนี้เมื่อเห็นกู้ซื่อจื่อผู้เย็นชาและห่างเหินมาตลอดกลับทุ่มเทได้ถึงเพียงนี้เพื่อบัณฑิตคนหนึ่ง
สีหน้าของตวนอ๋องสั่นสะท้าน อดไม่ได้ที่จะยืนตัวตรงขึ้นมา
กลับกลายเป็นเขาเองที่ใจแคบเกินไป
ก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่ากู้ซื่อจื่อผู้นี้ดูถูกลูกสาวของเขา แต่ตอนนี้ดูแล้ว เห็นได้ชัดว่าธิดาของตนต่างหากที่เข้าไปเป็นก้างขวางคอ ขัดขวางความสุขของคนทั้งคู่
ช่างเป็นบาป เป็นบาปโดยแท้
ตวนอ๋องที่ถูกภาพหวานชื่นของผู้อื่นป้อนจนจุกอก อดที่จะอิจฉาความรักอันบริสุทธิ์ของคนหนุ่มสาวไม่ได้
"พ่อบ้านหวังเอ๋ย เปิ่นหวางคิดถึงหวางเฟยแล้ว"
พ่อบ้านหวังมองท่านอ๋องที่จู่ๆ ก็อ่อนไหวขึ้นมาอย่างพูดไม่ออก
"ท่านอ๋อง ได้ยินว่าสุราของศาลาโม่หย่าแห่งนี้รสชาติไม่เลว หรือท่านอ๋องจะลองสักสองจอกดีหรือไม่ขอรับ?"
ตวนอ๋องพอได้ยินเรื่องสุราชั้นเลิศก็คืนสติในทันที หันฝีเท้าก้าวขึ้นไปบนชั้นสอง
องค์หญิงสี่ตาเป็นประกาย ราวกับได้เปิดโลกใบใหม่ ที่แท้ความรักระหว่างบุรุษด้วยกันก็สามารถงดงามได้ถึงเพียงนี้
"เย่ฉยง เช่นนั้นที่ผ่านมาพวกเราเอาแต่ไล่ตามกู้ซื่อจื่อ ก็เท่ากับว่ากำลังรบกวนความสุขของพวกเขาอยู่ใช่หรือไม่?"
เย่ฉยงพยักหน้า: "คงจะใช่"
เมื่อเห็นเย่ฉยงพยักหน้า องค์หญิงสี่ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
"แล้วเจ้าว่าบิดาของกู้ซื่อจื่อจะยอมให้พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันหรือไม่?"
"เดี๋ยวนะ หลินซวงผู้นั้นมิใช่ว่ากำลังเจรจาเรื่องแต่งงานกับกู้ซื่อจื่ออยู่หรือ?"
"หรือว่าบิดาของกู้ซื่อจื่อต้องการพรากพวกเขาสองคนออกจากกัน จึงบังคับให้กู้ซื่อจื่อแต่งภรรยา?"
องค์หญิงสี่ที่รู้สึกว่าตนเองได้รบกวนความสุขของกู้ซื่อจื่อไปแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพวกเขา
"ถึงแม้กู้ซื่อจื่อจะไม่ชอบข้า แต่เปิ่นกงจู่ผู้นี้ก็ยังหวังให้เขาสมหวังในความรัก"
"เปิ่นกงจู่จะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเขาจากกันเด็ดขาด!"
"ชุนเถา กลับวัง!"
เย่ฉยงได้ยินดังนั้น รีบยื่นมือออกไปหมายจะรั้งไว้ แต่กลับเห็นเพียงแผ่นหลังขององค์หญิงสี่ที่พาสาวใช้ของนางวิ่งออกจากประตูไป
จี๋เสียงเห็นจวิ้นจู่ของตนนิ่งอึ้งจ้องมองแผ่นหลังขององค์หญิงสี่ที่ลับหายไป จึงเอ่ยถาม: "จวิ้นจู่ ท่านก็อยากเข้าวังด้วยหรือเพคะ?"
เย่ฉยงทิ้งแขนลงสองข้าง ทำท่าทางห่อเหี่ยว
"ไม่ไปดีกว่า ข้ากลัวว่าหากเข้าวังไป จะถูกเสด็จอาฮ่องเต้โบยจนตายคาไม้ต่างหาก"
จี๋เสียง: ???