- หน้าแรก
- ยอดตระกูลไร้พ่าย เบื้องหลังคือชายผู้แอบซ่อนความเทพ
- บทที่ 28: ภายในเมืองเทียนเฟิง, ซูชิงเหยียน
บทที่ 28: ภายในเมืองเทียนเฟิง, ซูชิงเหยียน
บทที่ 28: ภายในเมืองเทียนเฟิง, ซูชิงเหยียน
หลินฝานควบคุมระดับพลังยุทธ์ของตนเองให้ลดลงเหลือเพียงขอบเขตเบิกกำเนิดขั้นสมบูรณ์ ก่อนจะก้าวเดินไปยังประตูเมือง
"เร่เข้ามาๆ! ของล้ำค่าจากถ้ำเซียนยอดฝีมือ พลาดแล้วจะเสียใจนะขอรับ!"
"ลูกหมูกระบี่ สัตว์อสูรระดับสอง ตัวละสิบหินหยวนเท่านั้น! คุ้มค่าคุ้มราคา รีบมาจับจองกันเร็วเข้า!"
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมือง เสียงร้องตระโกนขายของของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ดังระงมไปทั่ว
ความเจริญรุ่งเรืองของที่นี่ เทียบได้กับเมืองหลวงของแคว้นฉู่ที่หลินฝานเคยอาศัยอยู่เลยทีเดียว
ทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์จากเทือกเขาแสนไพศาล มากพอที่จะค้ำจุนความมั่งคั่งของเมืองแห่งนี้ได้อย่างสบายๆ
หลินฝานตั้งใจจะหาที่พักเสียก่อน แล้วค่อยออกไปเดินสำรวจรอบๆ เมืองเทียนเฟิง
ไม่นานนัก หลินฝานก็พบโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
"เชิญขอรับนายท่าน ไม่ทราบว่าท่านจะมารับประทานอาหารหรือเข้าพักขอรับ?"
"จัดเตรียมห้องพักชั้นเลิศให้ข้าห้องหนึ่ง!"
"ได้ขอรับนายท่าน ราคาคืนละหนึ่งตำลึงทองขอรับ"
เมื่อได้ยินราคา หลินฝานก็แอบประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่ามันจะแพงถึงเพียงนี้
เพราะถึงอย่างไร ที่นี่ก็เป็นเพียงโรงเตี๊ยมธรรมดาๆ เท่านั้น
แต่พอลองคิดดูอีกที ผู้คนที่เดินทางมาที่นี่ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ หรืออาจจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตเบิกกำเนิดขึ้นไปเสียด้วยซ้ำ
เงินจำนวนแค่นี้จึงไม่ได้ระคายเคืองกระเป๋าพวกเขาเลย
หลินฝานไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เขายื่นทองคำสิบตำลึงให้พนักงานไปโดยตรง
เขาไม่ได้ทำตัวอวดรวยด้วยการจ่ายเป็นหินหยวน เพราะมันไม่มีความจำเป็นอันใดเลย
"นายท่าน เชิญตามข้าน้อยมาทางนี้เลยขอรับ!"
จากนั้น พนักงานก็เดินนำหลินฝานไปยังห้องพักชั้นเลิศ
"นายท่าน หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม สามารถเรียกหาข้าน้อยได้ตลอดเวลาเลยนะขอรับ!"
"เข้าใจแล้ว เจ้าไปทำธุระของเจ้าเถอะ"
เมื่อพนักงานเดินคล้อยหลังไป หลินฝานก็จัดการกางม่านพลังป้องกัน แล้วจึงกลับเข้าสู่มิติโลกใบเล็ก
"ท่านพี่ ท่านเดินทางถึงเทือกเขาแสนไพศาลแล้วหรือเจ้าคะ?"
"ข้ามาถึงเมืองเทียนเฟิง ซึ่งอยู่บริเวณรอบนอกของเทือกเขาแสนไพศาลแล้ว ข้าตั้งใจจะหาที่พักให้เรียบร้อยก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยออกไปเดินเล่นน่ะ!"
"เช่นนั้นท่านพี่ก็ระมัดระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!"
"ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะระวังตัวให้ดี!"
หลังจากรับประทานอาหารร่วมกับทุกคนในมิติโลกใบเล็กเสร็จ หลินฝานก็เดินทางออกจากมิติ
ในเมื่อมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย การรั้งอยู่ในมิติโลกใบเล็กนานเกินไปอาจจะไม่ใช่เรื่องดี หากมีใครจับพิรุธได้ก็คงแย่
เมื่อเดินออกมาจากโรงเตี๊ยม แม้จะใกล้ค่ำแล้ว แต่ผู้คนตามท้องถนนยังคงพลุกพล่าน
บางครั้ง เขาก็เห็นคนแบกผู้บาดเจ็บสาหัสวิ่งหน้าตั้งไปที่โรงหมอเพื่อรับการรักษา
ผู้คนในเมืองนี้คงชินชากับภาพเหล่านี้เสียแล้ว
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าสักวันหนึ่ง คนที่นอนจมกองเลือดเช่นนั้นจะไม่ใช่ตัวเอง
ที่นี่ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาแสนไพศาล ซึ่งมีผู้คนหลั่งไหลกันไปล่าสัตว์อสูรและเสาะหาสมุนไพรวิญญาณกันอย่างล้นหลาม
หากโชคร้ายไปเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเข้า การบาดเจ็บหรือล้มตายย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากสัตว์อสูรแล้ว พวกเขายังต้องระวังการลอบโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ อีกด้วย ที่นี่มีผู้ฝึกตนสายโจรอยู่ไม่น้อยเลย
หากใครเดินทางมาคนเดียวแล้วถูกโจรพวกนี้เพ่งเล็งเข้า ชะตากรรมย่อมจบไม่สวยแน่
โลกใบนี้ก็เป็นเช่นนี้แหละ ผู้ที่ต้องการไขว่คว้าทรัพยากรการบ่มเพาะ ล้วนต้องเอาชีวิตเข้าแลกทั้งสิ้น
ก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ก็อาจหมายถึงความตายที่ไม่อาจหวนคืน
"ข้าลองไปเดินสำรวจดูรอบๆ ดีกว่า เผื่อจะเจอของดีๆ บ้าง!"
หลินฝานเดินทอดน่องไปตามทาง แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งใดที่น่าสนใจเลย
จังหวะนั้นเอง เขาก็เห็นกลุ่มคนกำลังมุงดูและพูดคุยกันอย่างออกรสอยู่เบื้องหน้า เขาจึงตัดสินใจเข้าไปดูให้รู้เรื่อง
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เขาก็พบกับหญิงสาวรูปงามนางหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น
เบื้องหน้านางมีป้ายประกาศตั้งไว้ ข้อความระบุว่า: "ต้องการโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดหนึ่งเม็ด ยินดีรับใช้ผู้ที่นำมามอบให้เพื่อเป็นการตอบแทน!"
หลินฝานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับข้อความนี้
พลังยุทธ์ของหญิงสาวผู้นี้บรรลุถึงขอบเขตเบิกกำเนิดขั้นสมบูรณ์แล้ว หากอยู่ในนครว่านเซี่ยง นางก็คงไร้เทียมทานเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุด
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ศึกษาเรื่องราคาตลาดของโอสถมามากนัก แต่ราคาของโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดก็ไม่น่าจะเกินห้าพันหินหยวนระดับเหลืองหรอก
หลินฝานยืนดูอยู่เงียบๆ ไม่ได้ทำตัวโดดเด่นอะไร จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบข้อมูลของนาง
【ชื่อ: ซูชิงเหยียน!】
【อายุ: 35 ปี!】
【ระดับพลัง: ขอบเขตเบิกกำเนิดขั้นสมบูรณ์!】
【พรสวรรค์: ระดับเสวียนขั้นสูง!】
【สถานะ: ผู้ฝึกตนอิสระ!】
【ความสัมพันธ์: 0, คนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง!】
สำหรับการเป็นผู้ฝึกตนอิสระแล้ว การสามารถบรรลุถึงขอบเขตเบิกกำเนิดขั้นสมบูรณ์ในวัยเพียง 35 ปี นับว่านางมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย
ขณะนั้นเอง ก็มีชายคนหนึ่งเอ่ยแนะนำนาง
"แม่นาง โอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดนั้นหายากมาก หอร้อยสมบัติมีขายแค่เดือนละสามเม็ดเท่านั้น แถมห้าขุมอำนาจใหญ่ยังสั่งจองไว้ล่วงหน้าหมดแล้วด้วย"
"หากแม่นางต้องการโอสถไปช่วยชีวิตคนจริงๆ ทำไมไม่ลองไปติดต่อสอบถามกับห้าขุมอำนาจใหญ่เหล่านั้นดูล่ะ!"
ชายผู้นี้คงจะแนะนำนางด้วยความหวังดี
พูดจบ เขาก็เดินจากไป
ซูชิงเหยียนย่อมรู้ดีว่าห้าขุมอำนาจใหญ่มีโอสถชนิดนี้ครอบครอง ไม่ใช่ว่านางไม่เคยบากหน้าไปขอร้อง แต่โชคร้ายที่พวกเขาปฏิเสธที่จะมอบมันให้กับนาง
โอสถระดับเหลืองขั้นสูงสุดนั้นมีไว้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตทะเลปราณ แม้ว่าห้าขุมอำนาจใหญ่จะมียอดฝีมือขอบเขตตำหนักม่วงคอยกุมบังเหียนอยู่ แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตทะเลปราณก็ยังถือเป็นกำลังหลักของขุมอำนาจเหล่านี้
ยอดฝีมือขอบเขตตำหนักม่วงของห้าขุมอำนาจใหญ่ล้วนเก็บตัวบ่มเพาะกันทั้งสิ้น ผู้ที่คอยบริหารจัดการเรื่องราวต่างๆ จึงตกเป็นของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตทะเลปราณ
พรสวรรค์ของนางโดดเด่นก็จริง แต่มันก็ยังไม่เป็นที่เตะตาต้องใจของห้าขุมอำนาจใหญ่มากนัก
ในแต่ละปี มีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาสวามิภักดิ์ต่อห้าขุมอำนาจใหญ่ และพวกเขาก็มักจะรับผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับขั้นสูงสุดเข้ามาได้ปีละคนสองคนอยู่เสมอ
พวกเขาจึงไม่ยอมเสียโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดไปให้นางอย่างสูญเปล่า
ยิ่งไปกว่านั้น โอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดสามารถใช้ต่อชีวิตได้ในยามคับขัน และเสบียงที่แต่ละตระกูลสำรองไว้ก็มีอยู่อย่างจำกัด
ต้องรู้ก่อนว่าในเทือกเขาแสนไพศาลนั้น มีสัตว์อสูรพิษร้ายอยู่ไม่น้อย และในแต่ละปีก็มีผู้คนถูกพิษตายเป็นจำนวนมาก
หอร้อยสมบัติมีโอสถจำหน่ายเพียงเดือนละสามเม็ด ซึ่งย่อมไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน
อันที่จริง หอร้อยสมบัติเองก็มีข้อจำกัดเช่นกัน พวกเขามีสาขาอยู่แทบทุกเมือง
แต่นักเล่นแร่แปรธาตุระดับเหลืองขั้นสูงสุดขึ้นไปนั้น กลับมีจำนวนน้อยจนแทบนับคนได้
ต่อให้พวกเขาหลอมโอสถหามรุ่งหามค่ำทุกวัน มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายไปยังเมืองต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงอยู่ดี
เมืองเทียนเฟิงยังถือว่าโชคดีที่เป็นเมืองใหญ่ จึงได้รับโควตาถึงเดือนละสามเม็ด
หากเป็นนครว่านเซี่ยงล่ะก็ อย่าว่าแต่โอสถระดับขั้นสูงสุดเลย แม้แต่โอสถระดับขั้นสูงก็ยังปรากฏให้เห็นแค่งานประมูลประจำปีเท่านั้น
โอสถที่หอร้อยสมบัติวางจำหน่ายในนครว่านเซี่ยง ส่วนใหญ่ก็มีแต่โอสถระดับขั้นกลางและขั้นต่ำทั้งนั้น
เมื่อได้ยินคำพูดของชายผู้นั้น หลินฝานก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
เขาไม่คาดคิดเลยว่าโอสถระดับเหลืองขั้นสูงสุดจะขาดแคลนถึงเพียงนี้
แต่พอลองคิดดูให้ดี มันก็สมเหตุสมผลอยู่ ในตระกูลหลินแห่งแคว้นฉู่ที่เขาเคยอยู่ ก็มีนักเล่นแร่แปรธาตุระดับเหลืองขั้นสูงสุดเพียงคนเดียวเท่านั้น แถมอัตราความสำเร็จในการหลอมโอสถก็ไม่ได้สูงนัก
หากหลอมโอสถห้าเตาแล้วสำเร็จสักหนึ่งเตาก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
ต่อให้หลอมสำเร็จ ในเตาหนึ่งก็มักจะได้โอสถเพียงสองสามเม็ดเท่านั้น
แม้จะไม่ถึงขั้นขาดทุน แต่ก็ทำได้แค่เพียงคุ้มทุนเท่านั้น
โอสถจำนวนน้อยนิดเพียงเท่านี้ ยังไม่พอใช้สำหรับตระกูลหลินแม้แต่วันเดียวด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการใช้ทั้งเดือน
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสามารถนำโอสถถอนพิษออกมาได้ แววตาของซูชิงเหยียนก็ฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าการมาตั้งป้ายประกาศที่นี่ ก็เป็นเพียงการดิ้นรนครั้งสุดท้าย นางไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนักหรอก
ทุกคนต่างรู้ดีว่าโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดนั้นหายากเพียงใด
ไม่ใช่แค่โอสถถอนพิษเท่านั้น แต่โอสถระดับเหลืองขั้นสูงสุดชนิดอื่นๆ ก็ขาดแคลนไม่ต่างกัน
แต่หากนางหาโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดมาไม่ได้ ชีวิตของน้องสาวนางก็คงถึงคราวสิ้นสุด
ในครั้งนี้ พวกนางเดินทางมาที่เทือกเขาแสนไพศาลเพื่อเสาะหาทรัพยากรการบ่มเพาะ แต่กลับโชคร้ายไปเผชิญหน้ากับงูเกล็ดดำอันทรงพลังเข้า
เพื่อช่วยชีวิตนาง น้องสาวจึงถูกงูเกล็ดดำทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ หากไม่สามารถหาโอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดมาถอนพิษให้นางได้ภายในสามวัน จุดจบของนางก็คือความตายเท่านั้น
โชคดีที่งูเกล็ดดำตัวนี้ยังไม่โตเต็มวัย พลังของมันจึงเทียบเท่ากับสัตว์อสูรระดับสองเท่านั้น
หากเป็นงูเกล็ดดำที่โตเต็มวัย มันจะเป็นสัตว์อสูรระดับสาม ซึ่งพวกนางคงไม่มีทางต่อกรด้วยได้อย่างแน่นอน
และด้วยความที่งูเกล็ดดำจัดอยู่ในประเภทของสัตว์อสูรระดับสามนี่แหละ จึงจำเป็นต้องใช้โอสถถอนพิษระดับเหลืองขั้นสูงสุดในการรักษา
หากมันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับสองธรรมดาๆ แค่โอสถถอนพิษระดับขั้นสูงก็เพียงพอที่จะถอนพิษได้แล้ว