- หน้าแรก
- ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา หาใช่ปรมาจารย์ไม่
- บทที่ 20 เกิดมาเพื่อกินหญ้า
บทที่ 20 เกิดมาเพื่อกินหญ้า
บทที่ 20 เกิดมาเพื่อกินหญ้า
บทที่ 20 เกิดมาเพื่อกินหญ้า
ม้าผอมตัวนั้นไม่รอให้เฉินฝานมาจูง มันลากคันไถและออกวิ่งไปข้างหน้าด้วยตัวเอง รอยไถบนพื้นดินนั้นเรียบเนียนสม่ำเสมอกันดีเยี่ยม
เฉินฝานอดไม่ได้ที่จะยืนมองด้วยความตะลึงงัน
"หรือว่าอดีตชาติสัตว์ร้ายตัวนี้มันจะเคยเกิดเป็นวัวมาก่อน? ดูท่าทางเหมือนได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพเลยแฮะ!"
นายท่าน ข้าไม่รู้หรอกว่าอดีตชาติข้าเคยเป็นวัวหรือเปล่า แต่ที่รู้ๆ ก็คือ ชาตินี้ข้าเกิดมาเพื่อไถนาโดยเฉพาะ
ศิลปะแห่งการไถนามันซึมลึกเข้าไปในสายเลือดของข้าแล้ว!
วัวคืออะไรกัน? จะมาเทียบฝีมือการไถนากับข้าได้อย่างไร?
เรื่องไถนา ขอให้ไว้ใจมืออาชีพอย่างข้า!
ม้าผอมวิ่งลากไถไปมาอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางดูสบายๆ แถมยังตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่อยู่
มันมีประโยชน์กว่ารถไถนาตั้งเยอะ
"ดูท่าฉันจะตัดสินใจถูกจริงๆ ที่พาม้าผอมตัวนี้กลับมาด้วย ด้วยความเร็วระดับนี้ ฉันว่าที่ดินร้อยกว่าไร่นี่คงไถเสร็จภายในสองสามวันแหงๆ!" เฉินฝานพูดกลั้วหัวเราะ
ม้าผอมตกใจสุดขีด
นายท่านคิดว่าข้าไถช้าไปงั้นหรือ?
ต้องเร็วขึ้น ต้องเร็วขึ้นอีก ต้องเร็วกว่านี้
ข้าต้องแสดงให้นายท่านเห็นว่า ในโลกหล้าใบนี้ ไม่มีมังกร... ไม่สิ ไม่มีสัตว์ร้ายตัวไหนที่ไถนาเก่งไปกว่าข้าอีกแล้ว
ตอนนี้ข้าคือสัตว์นักไถนาโว้ย!
ใครหน้าไหนก็อย่ามาแย่งงานข้านะ!
ม้าผอมใส่เกียร์หมาวิ่งสุดกำลัง ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในพริบตา
"พระเจ้าช่วย มันฟินกับการไถนาเหรอเนี่ย สัตว์ตัวนี้ต้องเคยเป็นวัวมาก่อนแน่ๆ!"
"เร็วขนาดนี้ วันเดียวก็เสร็จแล้วล่ะมั้ง ต้องหาโอกาสไปขอบคุณต้าจ้วงซะหน่อย หมอนั่นส่งยอดผู้ช่วยมาให้ฉันจริงๆ!"
"เสียดายก็แต่ว่ามันผอมไปหน่อย ขี่แล้วเจ็บก้นชะมัด สงสัยยังไงก็คงต้องเข้าเมืองไปซื้อม้าที่ตัวใหญ่และแข็งแรงกว่านี้มาใช้เป็นพาหนะซะแล้ว!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ม้าผอมก็ลนลานขึ้นมาทันที
ข้าไม่ได้เก่งแค่เรื่องไถนานะ แต่เรื่องเป็นพาหนะให้ขี่ ข้าก็ระดับท็อปเทียร์เหมือนกัน
นายท่าน รอก่อน!
ในขณะที่มันกำลังวิ่งลากไถอย่างเอาเป็นเอาตาย ม้าผอมก็ก้มลงกินหญ้าวัชพืชในทุ่งนาไปด้วยอย่างตะกละตะกลาม
ข้าอยากอ้วน ข้าอยากอ้วน!
ใครบอกว่าข้ากินแต่เนื้อ? หญ้าข้าก็กินได้
หืม... หญ้านี่ มันช่างอร่อยอะไรเช่นนี้!
เกิดมาข้าไม่เคยได้ลิ้มรสหญ้าที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย
เมื่อเทียบกับหญ้านี่แล้ว พวกน้ำทิพย์และอาหารเลิศรสของเผ่ามังกรแห่งทะเลตงไห่ มันก็แค่ขยะดีๆ นี่เอง!
ข้าเกิดมาเพื่อกินหญ้าโว้ย!
ท่านพ่อ ท่านหลอกข้า!
กิน กินเข้าไป... ไถนา ไถเข้าไป...
ข้าคือสัตว์ร้ายตัวน้อยที่แสนจะมีความสุข! ลัล ลัล ลา ลา...
"ไอ้เดรัจฉานตัวนี้! ที่แท้การไถนาก็คือของโปรดของมันนี่เอง!" เฉินฝานส่ายหัวพลางยิ้ม
ก่อนหน้านี้ ถ้าไม่โดนเฆี่ยนสักสองสามทีก็ไม่ยอมขยับ แถมให้กินหญ้าก็ไม่ยอมกิน
ตอนนี้พอได้ไถนา กลับกลายเป็นคนละคนเลยแฮะ
มันรักการไถนาจริงๆ คอนเฟิร์ม!
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง... เสี่ยวไป๋วิ่งเข้ามาเห่าใส่เฉินฝาน
"มีแขกมาเหรอ?" เฉินฝานยิ้มบางๆ เขาใช้ชีวิตอยู่กับเสี่ยวไป๋มาหลายปี จนเข้าใจภาษาท่าทางของมันไปแล้ว
เสี่ยวไป๋พยักหน้ารัวๆ ราวกับสากกะเบือตำน้ำพริก
"เจ้าม้าผอม ไถนาให้ดีๆ ล่ะ คืนนี้ฉันจะตบรางวัลเป็นหญ้าสดๆ ให้กระสอบนึงเต็มๆ เลย!" เฉินฝานหันไปสั่งม้าผอม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ม้าผอมมองตามแผ่นหลังของเฉินฝานจนลับตา น้ำลายสอเต็มปาก
หญ้าสด ของโปรดข้า!
มันใส่แรงไถนาต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต กิน กิน กิน... ไถ ไถ ไถ...
"เจ้ามังกรน้อย ตอนนี้เจ้ารู้หรือยังว่าการได้ติดตามนายท่านมันมีข้อดียังไง?" เสี่ยวไป๋เอ่ยแซวม้าผอม
"ฮี่ฮี่... ลูกพี่หมา จากนี้ไปเราก็รับใช้นายท่านเหมือนกันแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะลูกพี่!" ม้าผอมกล่าว สายตาเต็มไปด้วยความประจบสอพลอ
"ไสหัวไปซะ!" เสี่ยวไป๋กระดิกหางอย่างหยิ่งยโสก่อนจะเดินสะบัดก้นจากไป
บริเวณหน้าลานเรือนพัก เมื่อเห็นเฉินฝานเดินอ้อมมาจากด้านข้างของเรือนพัก เย่จิงหง เย่ชิงอู่ ฉินพั่วเทียน และฉินอิน ก็รีบกรูกันเข้าไปทักทายเขาทันที
วันนี้ทั้งสี่คนดูหน้าตาเบิกบานและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะฉินอิน ที่ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเมื่อเทียบกับช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
"คุณชายเฉิน พวกเรามาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญอีกแล้ว คงไม่ได้เป็นการรบกวนเวลาของคุณชายใช่หรือไม่?" เย่จิงหงกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ
ท่าทางของเขาดูเหมือนชาวนาที่ซื่อสัตย์สุจริตไม่มีผิด
"วันนี้ผมก็ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกครับ แค่มาไถนาน่ะ ไม่รบกวนอะไรเลย!" เฉินฝานยิ้มตอบ
ทั้งสี่คนสะดุ้งโหยงและลอบสบตากันอย่างเงียบๆ
เมื่อท่านปรมาจารย์ไถนา นั่นเรียกว่าแค่ไถนาอย่างนั้นหรือ?
นั่นคือการไถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ไถชำระล้างสรรพสัตว์ต่างหากเล่า
เป็นไปตามที่เย่จิงหงคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยน
"ทั้งสี่คนมาหาผม มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?" เฉินฝานเอ่ยถาม
"เมื่อสองสามวันก่อน คุณชายเฉินมอบจอบให้ข้าด้ามหนึ่ง ซึ่งมันมีประโยชน์มาก ข้าจึงตั้งใจมาที่นี่ในวันนี้เพื่อกล่าวขอบคุณคุณชายเฉินโดยเฉพาะขอรับ!" เย่จิงหงกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
จอบเพียงด้ามเดียว ทำให้เขาสามารถรวมเกาะอวี่หัวให้เป็นปึกแผ่นได้อย่างง่ายดาย และก้าวขึ้นเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแห่งเกาะอวี่หัวได้สำเร็จ
จะไม่ให้เรียกว่ามีประโยชน์ได้อย่างไร?
"ฮ่าฮ่า ก็แค่จอบธรรมดาๆ ด้ามเดียว ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกครับ!" เฉินฝานยิ้มรับ
สองพ่อลูกตระกูลเย่นี่ช่างสุภาพและรู้ธรรมเนียมมารยาทเสียจริงๆ
ถ้าเพียงแต่เขากับเย่ชิงอู่ไม่ได้มาจากโลกที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็คงจะดี
เฉินฝานอยากจะแต่งงานกับเย่ชิงอู่จริงๆ
เธอจะต้องเป็นภรรยาที่แสนดีและเป็นแม่ที่ประเสริฐอย่างแน่นอน
ชีวิตที่มีสามีออกไปทำนา ภรรยาอยู่บ้านทอผ้า คงจะมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว
น่าเสียดาย... ที่เขาเป็นแค่ไอ้ขยะที่ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้
"คุณชายเฉิน พวกเราเห็นว่าคุณชายชอบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ วันนี้เลยตั้งใจคัดเลือกกระต่ายน้อยตัวหนึ่งมามอบให้คุณชายโดยเฉพาะขอรับ!" เย่จิงหงยื่นกรงในมือส่งให้เฉินฝานด้วยมือทั้งสองข้าง
สายตาของเฉินฝานถูกดึงดูดด้วยกระต่ายน้อยในกรงทันที
ขนของมันขาวสะอาดราวกับหิมะ ดวงตาทั้งสองข้างดั่งทับทิมเม็ดงาม ดูทั้งสวยและน่ารักน่าชัง
"ลุงเย่ คุณนี่ช่างรู้ใจผมจริงๆ ผมกำลังกะว่าจะหาสัตว์ตัวเล็กๆ มาเลี้ยงอยู่พอดีเลย แล้วคุณก็เอากระต่ายขาวตัวน้อยน่ารักแบบนี้มาให้ ขอบคุณมากนะครับ!" เฉินฝานอุ้มกระต่ายน้อยสีขาวออกมาจากกรง ทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน
หัวใจของเย่จิงหงพองโตด้วยความปีติยินดี
มองเผินๆ เหมือนว่านี่จะเป็นเพียงคำพูดตามมารยาทของเฉินฝานเท่านั้น
แต่มันแฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้อย่างแน่นอน!
กระต่ายขาวตัวน้อยนี้คือของวิเศษสืบทอดประจำสำนักร้อยขุนเขา—กระต่ายหยกสื่อวิญญาณ ซึ่งมีสายเลือดของสัตว์เทวะบรรพกาลไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
ท่านปรมาจารย์จะไม่รู้เชียวหรือ?
ท่านต้องรู้อย่างแน่นอน
และท่านปรมาจารย์ก็ต้องรู้ด้วยว่ากระต่ายหยกสื่อวิญญาณตัวนี้เป็นสมบัติสืบทอดประจำสำนักร้อยขุนเขา
ความหมายแฝงที่ลึกซึ้งของท่านปรมาจารย์ก็คือการเอ่ยชมเขา!
เป็นการเอ่ยชมที่เขาเข้าใจเจตนาของท่านปรมาจารย์ และยินดีที่จะทำหน้าที่เป็นหมากตัวหนึ่งในแผนการไถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินของท่านปรมาจารย์อย่างเต็มใจ
และท่านปรมาจารย์อยากจะได้กระต่ายหยกเจ็ดสีตัวนี้จริงๆ หรือ?
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เลย
ท่านปรมาจารย์เลี้ยงดูทั้งอีกาทองคำสุริยัน มดมารบรรพกาล สุนัขสวรรค์คำราม มังกร เถาวัลย์มังกร ต้นไม้ครามวัดฟ้า และของวิเศษระดับเทพอื่นๆ อีกมากมาย ท่านจะลดตัวลงมาสนใจกระต่ายหยกสื่อวิญญาณตัวเล็กๆ ที่มีสายเลือดไม่บริสุทธิ์ตัวนี้ได้อย่างไร?
ท่านปรมาจารย์แสร้งทำเป็นชอบกระต่ายหยกสื่อวิญญาณเพียงเปลือกนอก แต่แท้จริงแล้ว ท่านกำลังแสดงความพอใจในตัวเขาต่างหาก
เมื่อเข้าใจถึงความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่หลายชั้นของท่านปรมาจารย์ เย่จิงหงก็ตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย
เขากลายเป็นหมากที่มีคุณสมบัติคู่ควรแล้ว
ทว่า เย่จิงหงก็ไม่กล้าชะล่าใจ
คงมีหมากของท่านปรมาจารย์อีกมากมายก่ายกอง
หากเขาพลั้งเผลอแม้เพียงนิดเดียว ก็อาจจะถูกแทนที่ได้ตลอดเวลา
ดูสิว่าด้านข้างนั้น ยังมีอีกสามคนที่จ้องจะแย่งชิงตำแหน่งอย่างตาเป็นมัน
เพื่อที่จะได้เป็นหมากของท่านปรมาจารย์ อย่าว่าแต่ความเป็นพี่เป็นน้องเลย แม้แต่พ่อกับลูกก็อาจจะหันหลังให้กันได้
เย่จิงหงขนลุกซู่ เรียกสติให้กลับมาแจ่มใสและเยือกเย็นอีกครั้ง
ในเมื่อท่านปรมาจารย์เห็นคุณค่าในตัวเขาขนาดนี้ เขาก็ควรจะแสดงความจงรักภักดีเป็นการตอบแทน
"คุณชายเฉิน ให้ข้าช่วยท่านไถนาเถิด ข้าไถนาเก่งมากเลยนะ!"
"คุณชายเฉิน ให้พวกเราช่วยท่านด้วยเถิด!" ฉินพั่วเทียน เย่ชิงอู่ และฉินอิน จะยอมพลาดโอกาสทองที่สวรรค์ประทานมาให้นี้ได้อย่างไร?
"พวกคุณอุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล จะให้ผมใช้งานพวกคุณไปไถนาได้ยังไงกันล่ะครับ? เข้าไปพักผ่อนในบ้านกันก่อนเถอะ ทานมื้อเที่ยงด้วยกันแล้วค่อยกลับนะครับ!" เฉินฝานยิ้มรับ
เขาไม่คาดคิดเลยว่าไม่เพียงแต่เย่จิงหงจะได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี แต่ฉินพั่วเทียนก็มีมารยาทดีไม่แพ้กัน
ดูฉินอินสิ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้าในเมืองชิงซี เธอทำตัวหยิ่งยโสจองหองราวกับเป็นจักรพรรดินี
แต่พอตอนนี้เมื่ออยู่กันเอง เธอกลับกลายเป็นเด็กสาวที่ติดดินและเป็นกันเองเสียนี่