- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0987 รหัสลับ
TXV - 0987 รหัสลับ
TXV - 0987 รหัสลับ
TXV - 0987 รหัสลับ
หน่วยรบพิเศษที่ประจำการอยู่ในเรย์มาร์กรุ๊ปได้ทำการค้นหาทั่วบริเวณทุ่งหญ้าและป่าหลังเรือนผิงอัน แต่กลับไม่พบร่องรอยของศัตรูแม้แต่คนเดียว
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงผลการค้นหาของทหารหาญ ทว่าทางฝั่งทีมรบนักษัตรกลับมีความเห็นที่ต่างออกไป
ภายในห้องทำงาน เคียวโกะในชุดสีดำสนิทเอ่ยขึ้นว่า "บอสคะ ข้อสงสัยของคุณถูกต้องแล้วล่ะค่ะ เรามีแขกมาเยือนจริงๆ"
"เธอมองออกไหมว่าพวกมันมาจากไหน?" เซี่ยเหล่ยถาม
เคียวโกะตอบ "ฉันพบร่องรอยบางอย่างในป่า เป็นรอยเท้าที่ถูกพรางไว้อย่างดี แต่ดูจากขนาดแล้ว น่าจะเป็นชาวตะวันตกค่ะ"
"คนขององค์กร FA" เซี่ยเหล่ยสรุปตามการคาดการณ์ของตนเอง
"แล้วก็มีเจ้านี่ด้วยค่ะ" เคียวโกะวางลูกดอกหน้าไม้ลงบนโต๊ะทำงาน
เซี่ยเหล่ยหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ลูกดอกนี้มีความพิเศษมาก หัวลูกดอกมีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมเหมือนที่กองทัพใช้ และมีการเจาะร่องเลือดเอาไว้ หัวลูกดอกทำจากวัสดุโลหะผสม เดิมทีควรจะเป็นสีเงิน แต่เพราะถูกชุบด้วยยาพิษ สีของมันจึงกลายเป็นสีม่วงเข้มเหมือนลูกหม่อนที่สุกจัด สีที่เข้มขนาดนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่าพิษนี้ร้ายกาจเพียงใด
บนตัวลูกดอกไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ที่จะระบุตัวตนเจ้าของได้เลย
"ลูกดอกนี้ไม่ใช่ของธรรมดา หัวลูกดอกถูกตีขึ้นด้วยมือและชุบยาพิษ สมัยนี้ยังมีใครใช้อาวุธแบบนี้อยู่อีกงั้นเหรอ?" เซี่ยเหล่ยพึมพำ
"ฉันจำลูกดอกนี้ได้ค่ะ มันคือของจากตระกูลฮัตโตริ" เคียวโกะยืนยัน
"บอสครับ" เอ๋อเต๋อมูถูที่อยู่ในห้องนั้นด้วยเสนอขึ้น "เราแจ้งกองทัพให้พวกเขาส่งกำลังทางอากาศมาค้นหาเถอะครับ รวมถึงกำลังทางบกด้วย ถ้ากองทัพออกโรงเอง โอกาสที่จะหาพวกมันเจอก็มีสูง"
แต่เซี่ยเหล่ยกลับส่ายหน้า "มันเป็นแค่โอกาส ไม่ใช่ความแน่นอน ข้างหลังนี่คือเทือกเขาขนาดใหญ่ทอดยาวหลายร้อยกิโลเมตร ถ้าหาไม่เจอพวกมันก็จะหนีไป แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย พวกมันจะเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเราไม่ได้เอะใจกับการมาของพวกมัน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่ทำให้เราตื่นตัวชั่วคราวเท่านั้น"
ในห้องทำงานนอกจากเคียวโกะและเอ๋อเต๋อมูถูแล้ว ยังมีเหลียงซือเหยา หลงปิง และสองแฝดตระกูลเกรย์กับรุสโซ ส่วนเยเลน่า อเลสซิโอ ซายิม และมิฮาน ต่างกำลังปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันอยู่ด้านนอก
หากไม่นับ ‘มะเส็ง’ ที่ลึกลับที่สุดแล้ว สมาชิกทีมรบนักษัตรก็ถือว่าอยู่กันเกือบครบ โดยมีหลงปิงมาทำหน้าที่แทนในตำแหน่งนั้น ส่วนแฝดสาวทั้งสี่คนก็เข้ามาแทนที่อแมนด้า บากู มาร์คัส และปาร์คแทยองที่เสียชีวิตไป แม้พวกเธอจะไม่มีความสามารถเฉพาะตัวเหมือนรุ่นก่อนๆ แต่พวกเธอก็มีจุดแข็งคือมีกองกำลังติดอาวุธที่ประกอบด้วยเหล่าสาวกผู้คลั่งไคล้ ซึ่งหากมองในมุมนี้ ทีมรบนักษัตรยุคใหม่กลับดูแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
"สามีคะ คุณหมายความว่าพวกมันจะกลับมาอีกเหรอ?" เหลียงซือเหยาถาม
เซี่ยเหล่ยตอบอย่างมั่นใจ "พวกมันมาอีกแน่นอน"
หลงปิงเสริมว่า "สามี ฉันเห็นด้วยกับเอ๋อเต๋อมูถูนะ เราควรรายงานเรื่องนี้เบื้องบน แล้วขอกำลังสนับสนุนทั้งทางบกและทางอากาศมาลากคอพวกมันออกมา กองทัพจัดการเรื่องนี้ง่ายกว่าเราลงมือเองเยอะ แถมถ้าเกิดการปะทะขึ้นมา ก็ไม่มีใครรับประกันความปลอดภัยของคนของเราได้ 100%"
สิ่งที่เธอพูดนั้นถูกต้อง บนแผ่นดินนี้กองทัพคืออำนาจเด็ดขาดที่ไม่มีใครต้านทานได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร FA หรือคนของตระกูลฮัตโตริ ต่อหน้ากองทัพพวกเขาก็เป็นได้แค่ไข่ใต้ตีนตะขาบของรถถังที่ถูกบดขยี้ได้ในพริบตา
ทุกคนต่างจ้องมองมาที่เซี่ยเหล่ย เพื่อรอการตัดสินใจของเขา
เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยว่า "ไม่... อย่าให้กองทัพออกหน้า"
"ทำไมล่ะ?" หลงปิงถามด้วยความกังวล
เซี่ยเหล่ยอธิบาย "ถ้ากองทัพออกโรง โอกาสจับกุมได้จริงก็มีสูง แต่มันไม่ใช่ความแน่นอน คนพวกนี้ไม่ใช่อาชญากรธรรมดาหรือผู้ก่อการร้ายทั่วไป ถ้าพวกมันหลุดรอดไปได้ การจะจับพวกมันอีกครั้งจะยากยิ่งกว่าเดิม แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ผมตัดสินใจแบบนี้ เหตุผลที่แท้จริงคือ..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "...แผนการ ‘เมย์ฟลาวเวอร์’ ของผม"
‘สัญญาเมย์ฟลาวเวอร์’ ได้ถูกทำขึ้นบนเรือชื่อเดียวกัน และสัญญานี้เองที่กลายเป็นรากฐานการสร้างชาติในระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกา
เป้าหมายของแผนการของเซี่ยเหล่ยก็คือสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในตลาดหุ้น หรือสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ ทั้งหมดล้วนพุ่งเป้าไปที่สหรัฐอเมริกา เข้าจึงตั้งชื่อแผนการโจมตีสหรัฐของเขาว่า ‘เมย์ฟลาวเวอร์’ ซึ่งในห้องนี้นั้น มีเพียงหลงปิงและเหลียงซือเหยาเพียงเท่านั้นที่รู้เรื่องแผนการนี้มากที่สุด ส่วนคนอื่นรู้เพียงน้อยนิด แต่ถึงจะเป็นซือเหยาและหลงปิง พวกเธอก็ยังไม่รู้เนื้อหาทั้งหมดของแผนการนี้
ไม่ใช่ว่าเซี่ยเหล่ยไม่อยากบอก แต่บางเรื่องเขาก็ไม่สามารถพูดออกมาได้
"บอสคะ แผนการนี้จริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่?" เคียวโกะถาม
เซี่ยเหล่ยตอบ "การจับคนพวกนี้ที่บุกรุกคืนนี้ อย่างมากก็แค่ฆ่าพวกมันทิ้ง พวกเขาไม่ใช่คนสำคัญ เป็นแค่เบี้ยใช้แล้วทิ้ง เป้าหมายของผมคือ 'สถานีจารกรรมของ CIA' ที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ผมต้องหาสถานที่นั้นให้พบ เพื่อส่ง 'บางอย่าง' ที่ผมต้องการส่งไปให้สหรัฐฯ และเพื่อชิง 'บางอย่าง' ที่ผมต้องการกลับมา นั่นต่างหากคือสิ่งที่ผมต้องการ"
ถึงจะอธิบายแบบนี้ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดของแผนการ ‘เมย์ฟลาวเวอร์’ แต่มันคือทั้งหมดที่เขาสามารถบอกได้ในตอนนี้
เอ๋อเต๋อมูถูยิ้ม "ผมเข้าใจแล้ว บอสกำลังปล่อยสายยาวตกปลาใหญ่ คืนนี้เราปล่อยปลาเล็กไป เพื่อที่คราวหน้าเราจะได้ปลาตัวใหญ่กว่าเดิม"
เซี่ยเหล่ยเสริม "ถ้าผมเดาไม่ผิด ครั้งต่อไปที่พวกมันจะลงมือคงอีกไม่นาน น่าจะเป็นอีก 3 วันหลังจากนี้"
"สามีคะ วันนั้นมันวันชิวสี่ไม่ใช่เหรอ? วันแต่งงานของคุณกับฟ่านฟาน" หลงปิงพูดขึ้น
เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "ถ้าเป็นผม ผมก็จะเลือกวันนั้น อาปิง หลังจากภารกิจของคุณในญี่ปุ่นล้มเหลว องค์กร FA ก็เงียบไป ตระกูลฮัตโตริและคนของ FA ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนเพื่อลอบเข้ามาในจีน มาถึงปักกิ่ง และเลือกจะลงมือในคืนส่งท้ายปีเก่า พวกเขาลงทุนลงแรงขนาดนี้ ไม่มีทางล้มเลิกง่ายๆ แน่ พวกเขาต้องลงมือในวันนั้นแน่ และเรามีเวลาเหลือเฟือที่จะเตรียมตัว"
"วันนั้นก็ยังจะไม่ให้กองทัพแทรกแซงเหรอ?" หลงปิงถาม
เซี่ยเหล่ยยิ้ม "เรื่องนั้นให้ฟ่านฟานเป็นคนจัดการเถอะ เธอจัดการได้ดีแน่"
ฟ่านฟานสามารถเข้าถึงกลุ่มคนระดับสูงได้ ถ้าเธอต้องการการสนับสนุนทางทหารแบบไหน มีหรือที่จะไม่ได้? เรื่องความสูญเสียอะไรนั่นไม่จำเป็นต้องกังวลเลย
หลงปิงพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นฉันก็วางใจ"
"งั้นเอาตามนี้เถอะ ทุกคนไปพักผ่อนได้แล้ว" เซี่ยเหล่ยกล่าว
ทุกคนแยกย้ายออกจากห้องทำงาน
หลงปิงที่เดินมาพร้อมกับเซี่ยเหล่ยและเหลียงซือเหยาเอ่ยขึ้น "พวกคุณไปเข้าห้องหอเถอะ เรื่องข้างนอกไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะอยู่เฝ้าให้เอง"
"หรือว่า คุณจะ..." เหลียงซือเหยาลองหยั่งเชิง
หลงปิงค้อนขวับใส่ "ไปไกลๆ เลย วันนี้คืนเข้าหอของคุณ ฉันจะไปยุ่งอะไรด้วย อีกอย่าง พ่อคุณก็อยู่ที่นี่ ถ้าท่านรู้เข้า ฉันสู้ท่านไม่ไหวหรอกนะ"
เหลียงซือเหยาหลุดหัวเราะออกมา
เซี่ยเหล่ยพลันนึกบางอย่างได้ "ผมจะไปดูคุณพ่อเหลียงหน่อย"
"ฉันไปด้วยค่ะ" ซือเหยาบอก
"งั้นพวกคุณไปเถอะ ฉันจะไปเดินรอบๆ สถาบันวิจัยหน่อย" หลงปิงไม่อยากไปขัดจังหวะ
เซี่ยเหล่ยและเหลียงซือเหยามาถึงห้องของเหลียงเจิ้นชุน ชายแก่หลับสนิทและส่งเสียงกรนสนั่น แม้ทั้งสองจะเข้ามาในห้องเขาก็ไม่รู้สึกตัว
ตอนที่ฉินเซียงพยุงมาส่ง เขาได้ถอดรองเท้าให้เหลียงเจิ้นชุนแล้ว เซี่ยเหล่ยหยิบรองเท้าขึ้นมาดู เห็นรอยถากที่ลูกดอกพุ่งเฉียดพื้นรองเท้าไปอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับลูกดอกที่เคียวโกะหามาได้ เซี่ยเหล่ยก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ หากตอนนั้นฉินเซียงไม่ตะโกนขัดจังหวะ หรือเหลียงเจิ้นชุนปฏิกิริยาช้ากว่านั้นเพียงนิดเดียว เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว
เหลียงซือเหยาก็เห็นรอยนั้นเช่นกัน เธอรู้สึกกลัวและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน
เซี่ยเหล่ยคว้ามือนุ่มของเธอไว้ "ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก"
ซือเหยาซบศีรษะลงบนไหล่ของเขาและอิงแอบอยู่ในอ้อมกอด
เซี่ยเหล่ยพูดเสียงเบา "คุณกลับไปพักที่ห้องก่อนนะ ผมต้องออกไปข้างนอกแป๊บนึง"
ซือเหยาเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ "คุณจะไปไหนคะ?"
เซี่ยเหล่ยตอบ "คนของ FA และตระกูลฮัตโตริมาแล้วก็ไป สิ่งที่พวกมันอยากรู้ที่สุดตอนนี้คือปฏิกิริยาของพวกเรา และพวกมันมีช่องทางติดต่อเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น"
เหลียงซือเหยาพลันเข้าใจสิ่งที่เขาคิด "คุณหมายถึง... หลีโยวตุ้น?"
เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "หนึ่งเดือนผ่านไปแล้ว ผมยังไม่เปิดเผยสูตรและกระบวนการผลิตโลหะลับ X แถมโปรเจกต์โดรนของเรย์มาร์กรุ๊ปก็ยังไม่เริ่ม บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ คนที่มารับช่วงต่อน่าจะปรากฏตัวออกมาด้วยเป้าหมายสองสามอย่างนี้แน่"
"งั้นฉันจะไปกับ..."
เซี่ยเหล่ยขัดขึ้น "คุณท้องอยู่นะ ผมไม่ยอมให้คุณทำแบบนั้นหรอก อยู่บ้านนิ่งๆ เถอะ คุณไปบอกหลงปิงกับฟ่านฟานได้ แต่ห้ามให้พวกเธอตามมา เรื่องนี้สำคัญมาก จะให้คนคนนั้นเห็นร่องรอยพิรุธแม้แต่นิดเดียวไม่ได้เด็ดขาด"
เหลียงซือเหยาเม้มริมฝีปากเบาๆ "งั้นคุณระวังตัวด้วยนะ"
เซี่ยเหล่ยจูบแก้มเธอหนึ่งครั้ง ก่อนจะออกจากห้องของเหลียงเจิ้นชุน ประมาณ 10 นาทีต่อมา เขามาถึงอาคารสำนักงานใหญ่ของเรย์มาร์กรุ๊ป เขาไม่ได้เข้าทางประตู แต่ใช้วิธีปีนกำแพงเข้าไป
เมื่อมาถึงห้องทำงาน เขาเปิดเซฟหยิบอุปกรณ์แต่งหน้าออกมา แล้วจัดการปลอมแปลงใบหน้าตัวเองให้กลายเป็นหลีโยวตุ้น เซี่ยเหล่ยเช็กความเรียบร้อยผ่านกระจก เมื่อมั่นใจว่าไม่มีช่องโหว่จึงออกจากห้องทำงานและแอบเข้าไปในห้องแล็บวัสดุ
ในห้องแล็บไม่มีใครอยู่ล่วงเวลา ทุกอย่างว่างเปล่าและเงียบสงัด
เซี่ยเหล่ยเข้าไปในห้องทำงานของหลี่โยวตุ้น เขาหยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหลี่โยวตุ้นมาวางบนโต๊ะ รวมถึงเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานไว้ด้วย คนที่จะติดต่อสื่อสารกับหลี่โยวตุ้นจะต้องส่งสัญญาณมาล่วงหน้า หรือบางทีอาจจะเป็นโทรศัพท์ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขารอสัญญานนี้ทุกวัน แต่มันกลับไม่เคยปรากฏ มือถือของหลี่โยวตุ้นไม่มีใครโทรเข้าเลย แม้แต่อีเมลหรือข้อความก็ไม่มี
คืนส่งท้ายปีเก่าผ่านไป วันขึ้นปีใหม่ หรือวันชิวอิกได้เริ่มต้นขึ้น
"เกิดเรื่องขึ้นขนาดนี้ เจ้านั่นยังนิ่งอยู่อีกเหรอ? หรือว่าองค์กร FA กับตระกูลฮัตโตริไม่ได้ขอการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร?" เซี่ยเหล่ยเริ่มจะหมดความอดทน
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง
เซี่ยเหล่ยเริ่มเสียดายที่ทิ้งคืนเข้าหอกับเหลียงซือเหยามานั่งเซ่ออยู่ที่นี่
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง...
เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นเตรียมจะกลับ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง นกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งบินมาที่หน้าต่าง มันเกาะอยู่บนกิ่งต้นต้นหอมหมื่นลี้นอกหน้าต่าง และส่งเสียงร้อง "กูๆ" สองสามครั้ง
ใจของเซี่ยเหล่ยกระตุกวูบ เขารีบเปิดหน้าต่างออกทันที
พอนกพิราบเห็นหน้าต่างเปิด มันก็บินเข้าสู่ห้องทำงานของหลี่โยวตุ้น แล้วไปเกาะบนราวแขวนผ้าข้างโต๊ะทำงาน ที่ขาของมันมีกระดาษแผ่นเล็กพันอยู่ เซี่ยเหล่ยคว้าตัวมันไว้ด้วยความระมัดระวังแล้วแกะกระดาษออกมา พอเขาปล่อยมือ นกตัวนั้นก็บินหนีหายลับไปในความมืดทันที
เซี่ยเหล่ยเปิดกระดาษออกดู แต่มันไม่มีตัวอักษรใดๆ เลย มีเพียงชุดตัวเลข:
11, 45, 89, 69...
นี่มันคืออะไรกันแน่?