- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0890 พบกันอีกแล้ว!
TXV - 0890 พบกันอีกแล้ว!
TXV - 0890 พบกันอีกแล้ว!
TXV - 0890 พบกันอีกแล้ว!
ครึ่งเดือนต่อมา
กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ณ สนามฝึกซ้อมอลาบิโน (Alabino Range)
ขบวนรถไฟขบวนหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ชานชาลา นี่คือรถไฟที่เดินทางมาจากประเทศจีน นอกจากตู้โดยสารแล้ว ยังมีตู้บรรทุกพื้นราบอีกสิบกว่าตู้ บนตู้นั้นบรรทุกรถถังที่ส่งตรงมาจากจีน ทั้งหมดเป็นรถถังหลัก Type 99 ทว่ามีตู้หนึ่งที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบกันน้ำทางการทหารอย่างหนาแน่นและมิดชิด แม้จะพอดูออกว่ารูปทรงนั้นคือรถถัง แต่ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันคือรถถังรุ่นไหน
บนตู้พื้นราบตู้นั้นมีทหารบกสี่นายยืนถือปืนกระชับในมือ ร่างกายเหยียดตรง สายตาเฝ้าระวังสถานการณ์ในสถานีอย่างเข้มงวด
ในสถานียังมีรถไฟอีกหลายขบวนจอดอยู่ สถานการณ์คล้ายคลึงกัน คือบนขบวนบรรทุกรถถังมาด้วย มีทั้งรถถังอาจุนของอินเดีย และรถถัง Type 10 ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีทหารและรถถังจากมองโกเลีย คาซัคสถาน เบลารุส และประเทศอื่นๆ สถานีนี้แทบจะกลายเป็นฐานทัพรถถังของสหประชาชาติไปแล้ว
“เราถึงแล้ว สหายเซี่ยเหล่ย ลงรถกันเถอะ” หวงเหอกล่าวกับเซี่ยเหล่ย เขาให้เกียรติเซี่ยเหล่ยมาก
“ครับ ลงรถกัน” เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นเดินตามหวงเหอไป
ข้างกายเขามีกลุ่มทหารพรานฝีมือดีจากกองพลรถถังติดตามมาติดๆ ทหารเหล่านี้ทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวคืออารักขาเซี่ยเหล่ย
เซี่ยเหล่ยเดินลงมาจากตู้โดยสาร เขาเหลือบไปเห็นรถถัง Type 10 บนขบวนรถไฟอีกลำ และเห็นรถถังอาจุนของอินเดีย รถถังทั้งสองรุ่นนี้มีอันดับในระดับสากลเหนือกว่า Type 99 สื่อของอินเดียและญี่ปุ่นมักจะประโคมข่าวเรื่องการจัดอันดับนั้น โดยไม่ขาดคำถากถางเสียดสี แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แม้ Type 99 จะมีพลังโจมตีที่รุนแรง แต่ในด้านสมรรถนะการเคลื่อนที่ การซ่อมบำรุง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลับล้าหลังอยู่มาก
กลุ่มชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งเดินลงมาจากขบวนรถไฟเช่นกัน มีทั้งทหารญี่ปุ่นในเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ในชุดไปรเวท
สายตาของเซี่ยเหล่ยพลันไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มคนญี่ปุ่นนั้น และไม่อาจละสายตาไปได้เลย
ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดกิโมโนแบบดั้งเดิม เกล้าผมทรง ‘ชิมาดะ’ ตามขนบหญิงญี่ปุ่น ใบหน้าแต่งแต้มด้วยแป้งขาวและริมฝีปากแต้มสีแดงรูปเชอร์รี่ เผยความเย้ายวนของสตรีออกมาอย่างเต็มเปี่ยม แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เซี่ยเหล่ยละสายตาไม่ได้ เหตุผลเดียวคือผู้หญิงคนนั้นคือ ฮัตโตริ เมย์
ในขณะที่เซี่ยเหล่ยจ้องมองเธอ ฮัตโตริ เมย์ ก็หันมาสบตาเข้าพอดี เมื่อเห็นเซี่ยเหล่ย สายตาของเธอก็หยุดนิ่งไปเช่นกัน
สายตาประสานกัน ในใจของเซี่ยเหล่ยพลันเกิดความรู้สึกที่ซับซ้อน ตอนอยู่ที่ปารีส เขาและเธอเคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกัน แต่พอไปถึงอินเดีย ทั้งคู่กลับกลายเป็นศัตรูที่ต้องเข่นฆ่ากัน และเขาก็เป็นคนสังหาร ฮัตโตริ สึกิยาบะ น้องชายของเธอ เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เรื่องราวในอดีตเหล่านั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวจนสลัดไม่หลุด
ทันใดนั้น ชายร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารก็เดินออกมาจากตู้รถไฟ มายืนข้างกาย ฮัตโตริ เมย์ บดบังสายตาของเซี่ยเหล่ย เขาอาจจะพูดอะไรบางอย่างกับเมย์ ก่อนจะหันกลับมามองทางเซี่ยเหล่ย
ชายคนนี้คือ ฮัตโตริ มาซาโอะ
เซี่ยเหล่ยยังนึกแปลกใจว่าทำไม ฮัตโตริ เมย์ ถึงมาปรากฏตัวที่นี่ แต่พอเห็น ฮัตโตริ มาซาโอะ เขาก็หายสงสัยทันที มาซาโอะคือนายทหารระดับสูงของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกของญี่ปุ่น (JGSDF) การที่รถถังหลัก Type 10 ของญี่ปุ่นมาเข้าร่วมการแข่งรถถังนานาชาติที่รัสเซีย การที่เขาในฐานะนายทหารระดับสูงมาปรากฏตัวที่นี่จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
“เหอะ!” หวงเหอมองกลุ่มคนญี่ปุ่นแวบหนึ่ง สายตาไปหยุดที่ฮัตโตริ มาซาโอะ “ฮัตโตริ มาซาโอะ นายทหารระดับสูงจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น หมอนี่เป็นพวกหัวรุนแรง ในญี่ปุ่นถือว่าเป็นพวกปีกขวาตัวยง เคยแสดงทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรออกมาตั้งหลายครั้ง”
“ผมรู้จักครับ” เซี่ยเหล่ยถอนสายตากลับมา
“คุณไปรู้จักได้ยังไง?” หวงเหอดูประหลาดใจมาก
เซี่ยเหล่ยกล่าว “คราวก่อนตอนไปร่วมงานนิทรรศการอาวุธนานาชาติที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ลูกสาวของเขาและตัวเขาเองเคยมาเยี่ยมชมบูธของเรย์มาร์กรุ๊ป ลูกสาวของเขาเป็นผู้ช่วยของคุณนายฟอร์เซน CEO ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ก็คือผู้หญิงที่สวมชุดกิโมโนคนนั้นแหละครับ”
หวงเหอเหลือบมอง ฮัตโตริ เมย์ เพียงแวบเดียวเท่านั้น เมย์อาจจะเป็นสาวลูกครึ่งที่สวยหยาดเยิ้มระดับสุดยอด แต่สำหรับหวงเหอแล้ว เธอไม่อยู่ในสายตาเลย ทหารที่เที่ยงธรรมอย่างเขาไม่สนใจเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว
กลุ่มชาวญี่ปุ่นเดินมุ่งหน้าไปยังห้องโถงสถานี และทั้งสองฝ่ายก็ได้มาเผชิญหน้ากันที่หน้าประตูทางเข้าพอดี
ทหารญี่ปุ่นจ้องมองทหารจีนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ส่วนทหารจีนก็จ้องกลับด้วยสีหน้าเย็นชา หากเป็นชาวบ้านญี่ปุ่นกับชาวบ้านจีนมาเจอกันแบบนี้อาจไม่มีอะไร แต่กับทหารนั้นต่างออกไป ญี่ปุ่นเคยรุกรานจีนและก่อกรรมทำเข็ญไว้อย่างมหันต์ ในฐานะทหาร ย่อมไม่มีวันลืมประวัติศาสตร์เลือดและน้ำตานั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น จนถึงตอนนี้ฝ่ายทหารญี่ปุ่นยังคงพยายามแย่งชิงเกาะของจีน และร่วมมือกับอเมริกาเพื่อสกัดกั้นการพัฒนาของจีน การกระทำนี้เรียกสั้นๆ ว่าการเป็นศัตรู ดังนั้นเมื่อทหารญี่ปุ่นและทหารจีนพบกัน ต่างฝ่ายต่างก็มองอีกฝ่ายเป็นศัตรู เมื่อเจอศัตรู จะให้ทำหน้าดีใส่ได้อย่างไร?
“คุณเซี่ย เราพบกันอีกแล้วนะคะ” ฮัตโตริ เมย์ มีรอยยิ้มเย้ายวนประดับบนใบหน้า และพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว “จากกันที่ฝรั่งเศสคราวนั้นตั้งนาน คุณไม่แม้แต่จะโทรศัพท์มาหาเลย คุณลืมฉันไปแล้วเหรอคะ?”
“คุณคือ...” เซี่ยเหล่ยแสร้งทำเป็นนึกไม่ออก
ฮัตโตริ เมย์ ดูไม่ถือสาเลยสักนิด “คุณนี่แสดงเก่งจริงๆ คุณลืมฉันได้ แต่ฉันลืมคุณไม่ลงหรอกค่ะ”
ผู้ชายที่เคยนอนด้วยกันตั้งหลายครั้ง มีหรือที่เธอจะลืม ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ชายคนนี้ยังขโมยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของตระกูลฮัตโตริไป แถมยังฆ่าน้องชายของเธออีกด้วย!
ฮัตโตริ มาซาโอะ จ้องมองเซี่ยเหล่ยด้วยความเย็นชา เขาไม่ปิดบังความแค้นในใจเลยแม้แต่น้อย เขาไม่มีวันลืมหนี้เลือดของ ฮัตโตริ สึกิยาบะ
“ขอโทษทีครับ จำไม่ได้จริงๆ ลาก่อน” เซี่ยเหล่ยสาวเท้าเดินเลี่ยงไป
“เดี๋ยวก่อน” ฮัตโตริ เมย์ ก้าวตามเซี่ยเหล่ยมา “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?”
“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” เซี่ยเหล่ยย้อนถามด้วยคำถามเดียวกัน
“ฉันก็มาเข้าร่วมการแข่งขันรถถังนานาชาติสิคะ” เมย์กล่าว
“ผมก็มาเข้าร่วมการแข่งขันรถถังนานาชาติเหมือนกัน” เซี่ยเหล่ยตอบกลับด้วยคำเดิม
“เราเลิกทำแบบนี้ได้ไหมคะ?” เมย์เบ้ปากเล็กน้อย “ช่วยขยับไปคุยกันทางโน้นหน่อยได้ไหม”
“เราดูเหมือนจะไม่มีอะไรต้องคุยกันมั้งครับ?” เซี่ยเหล่ยตัดบท
“แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ คุยกันเถอะค่ะ คุณไม่ได้เสียอะไรสักหน่อย” เมย์ดูคาดหวังมาก
ในขณะที่เซี่ยเหล่ยยังลังเล หวงเหอก็โพล่งขึ้นเสียงดัง “คุณผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรของเธอ? คุณเซี่ยก็พูดชัดเจนแล้ว โปรดรักษาเกียรติของตัวเองด้วย”
ฮัตโตริ มาซาโอะ กล่าวอย่างเย็นชา “คุณหวงเหอ ทหารจีนอย่างพวกคุณปฏิบัติกับผู้หญิงแบบนี้เหรอ?”
หวงเหอจ้องกลับด้วยสายตาคมกริบ “มันก็ต้องดูด้วยว่าเป็นผู้หญิงประเภทไหน”
“แกพูดจาแบบนี้ได้ยังไง? แกควรขอโทษ!” นายทหารจากกองกำลังป้องกันตนเองคนหนึ่งที่รู้ภาษาจีนตวาดขึ้นด้วยท่าทีไม่เกรงใจ
ทางฝั่งทหารจีนพลันกรูเข้าไปทันที
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา
เซี่ยเหล่ยเริ่มปวดหัว เพราะถ้าขืนวางมวยกันที่นี่คงเกิดเรื่องใหญ่แน่ และเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นที่เขาจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง เขาจึงรีบพูดว่า “ทำอะไรกันครับ? ทุกคนใจเย็นๆ หน่อย” แล้วเขาหันไปบอกหวงเหอ “หัวหน้าหวงครับ ผมขอคุยกับเธอหน่อย แค่ไม่กี่นาทีครับ”
หวงเหอพยักหน้า “ก็ได้ เราจะรอคุณ”
กลุ่มทหารพรานถือปืนยืนเรียงแถวรอเซี่ยเหล่ยเพียงคนเดียว บารมีระดับนี้ มีเพียงเซี่ยเหล่ยเท่านั้นที่มีได้
ฮัตโตริ เมย์ เดินนำหน้าไปตามชานชาลา
เซี่ยเหล่ยเดินตามหลังเธอไป พร้อมกับลอบกระตุ้นพลังเนตรซ้ายเพื่อตรวจดูทั่วร่างกายของเธอ ผลการมองทะลุออกมาในพริบตา เธอไม่ได้ซุกซ่อนอาวุธใดๆ ไว้บนตัว สิ่งเดียวที่ไม่ปกติคือฟองน้ำซับน้ำรูปผีเสื้อ (ผ้าอนามัย) พอเขามองทะลุไปเห็นสิ่งนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนตาถูกเข็มทิ่มจนต้องรีบเบือนหนี
เมื่อเดินห่างออกมาประมาณยี่สิบเมตร เมย์ยังคงเดินหน้าต่อไป แต่เซี่ยเหล่ยหยุดฝีเท้าลง “พอแล้ว ตรงนี้แหละ ไกลพอแล้ว คุณอยากจะพูดอะไร? พูดมาตรงนี้เลย”
ฮัตโตริ เมย์ จึงหยุดเดิน เธอจ้องมองเซี่ยเหล่ย “ฉันเห็นว่าบนขบวนรถไฟของคุณ มีตู้หนึ่งที่ใช้ผ้าใบคลุมรถถังไว้อย่างมิดชิด นั่นมันรถถังรุ่นไหนคะ?”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง? คงเป็น Type 99 มั้ง” เซี่ยเหล่ยตอบ
“อย่ามาหลอกฉันเลยค่ะ ถึงจะคลุมผ้าใบไว้ แต่ขนาดของมันใหญ่กว่า Type 99 ตั้งเยอะ แถมยังดูเหมือนจะใหญ่กว่ารถถัง Type 10 ของเรามากด้วย มันไม่ใช่รถถัง Type 99 ใช่ไหมคะ?” เมย์หยั่งเชิง
เซี่ยเหล่ยยักไหล่ “ผมก็ไม่แน่ใจ เดี๋ยวกลับไปถามให้แล้วกัน”
“เลิกแกล้งทำเป็นไม่รู้เถอะค่ะ นั่นคือรถถังจากเรย์มาร์กรุ๊ปของคุณใช่ไหม? ฉันมีข้อมูลนะว่าคุณซุ่มพัฒนารถถังมาตลอด คำนวณเวลาดูแล้วก็น่าจะเสร็จพอดี”
ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา การที่เธอเดาได้ว่ารถถังบนตู้นั้นเป็นของเรย์มาร์กรุ๊ป เซี่ยเหล่ยไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย และเขาก็ไม่คิดจะโกหกให้เนียนด้วยคำพูดไม่กี่คำ เขาแค่พูดบ่ายเบี่ยงไปตามน้ำเท่านั้นเอง
“ในเมื่อคุณเดาได้แล้ว จะมาถามผมทำไมอีก?”
“ช่วยบอกเรื่องรถถังของคุณให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ?”
เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “หึๆ เราดูเหมือนไม่ใช่เพื่อนกันนะ เราน่ะเป็นศัตรูกันด้วยซ้ำ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำตัวตามสบายขนาดนี้ มาถามเรื่องที่เป็นความลับระดับนี้กันตรงๆ ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าอะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนี้?”
“เพราะคุณติดค้างฉันค่ะ”
“ผมติดค้างคุณ?”
“ที่ฝรั่งเศส คุณนอนกับฉัน แถมยังขโมยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของตระกูลเราไป ส่วนฉัน... ฉันไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง คุณไม่คิดว่าคุณติดค้างฉันเหรอคะ? แล้วที่อินเดีย คุณฆ่าน้องชายฉัน ฉันก็ไม่ได้ตามล้างแค้นคุณนะ แบบนี้คุณไม่ติดค้างฉันเหรอ?”
เซี่ยเหล่ยกล่าวเรียบๆ “คุณควรจะรู้สึกโชคดีนะที่รอดจากอินเดียมาได้ ถ้ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก ผมรับรองเลยว่าผมจะไม่ปล่อยให้คุณหนีไปได้อีกแน่”
แววตาของ ฮัตโตริ เมย์ ฉายความหวาดกลัวออกมาวูบหนึ่ง แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “คุณไม่บอกฉันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงเดี๋ยวก็ต้องแข่งกันอยู่ดี คุณควรจะเตรียมเครื่องมือซ่อมบำรุงมาให้ดีนะคะ เพราะคราวนี้รถถังของคุณไม่ได้เจอแค่รถถังรัสเซียหรืออินเดีย แต่คุณกำลังเผชิญหน้ากับรถถังที่ล้ำสมัยที่สุดของจักรวรรดิญี่ปุ่นเรา”
“รถถังที่ล้ำสมัยที่สุดของจักรวรรดิญี่ปุ่น? ฮ่าๆๆ...” เซี่ยเหล่ยหัวเราะลั่น
“รถถังคือราชาแห่งการรบภาคพื้นดิน มันไม่ได้สร้างง่ายๆ เหมือนปืนหรอกนะคะ ไว้เรามาดูกันเถอะค่ะ ฉันจะทำให้คุณได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้เอง” เมย์กล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
เซี่ยเหล่ยถาม “คุณเรียกผมมาที่นี่เพื่อจะพูดแค่นี้เหรอ?”
ฮัตโตริ เมย์ พลันขยับเข้าใกล้แล้วลดเสียงต่ำลง “มีคนอยากพบคุณค่ะ”
เซี่ยเหล่ยชะงักไปเล็กน้อย “ใคร?”
“รอเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง” เมย์พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป
มุมปากของเซี่ยเหล่ยปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยาม เขาเดาไม่ออกว่าคนที่เธอพูดถึงคือใคร แต่ที่เขามั่นใจคือ เขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว
อยากพบก็พบงั้นเหรอ? พบกันบ้านน้องสาวเธอสิ!