- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0883 อาคะ คุณต้องหลอกหนูนะ
TXV - 0883 อาคะ คุณต้องหลอกหนูนะ
TXV - 0883 อาคะ คุณต้องหลอกหนูนะ
TXV - 0883 อาคะ คุณต้องหลอกหนูนะ
“เหนื่อยหรือเปล่าคะ?” ภายในห้องทำงาน เหลียงซือเหยายิ้มอย่างมีเล่ห์นัย “อยากให้ฉันช่วยนวดเอวให้ไหม?”
เซี่ยเหล่ยยิ้มแล้วตอบว่า “คุณก็รู้ความอึดของผมดีนี่ครับ จำเป็นด้วยเหรอ? เมื่อคืนหรูอี้ยังบอกเลยว่าจะโทรหาคุณ”
เหลียงซือเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง “โทรหาฉันทำไม?”
เซี่ยเหล่ยตอบ “ก็โทรให้คุณมาช่วยไง”
เหลียงซือเหยาถึงบางอ้อ ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อไปครึ่งแถบ เธอรัวหมัดใส่เซี่ยเหล่ยเบาๆ “บ้าเหรอ! พวกคุณทำเรื่องอย่างว่าเพื่อผลิตลูกกัน แล้วฉันจะไปช่วยอะไรได้?” ดวงตาคู่สวยของเธอฉายแววตัดพ้อเล็กน้อย “ฉันยอมตามคุณแบบนี้ก็นับว่าเสียเปรียบและใจกว้างสุดๆ แล้วนะ คุณยังคิดจะให้ฉันไปขึ้นเตียงพร้อมกับผู้หญิงคนอื่นอีกเหรอ? คุณนี่มันคนเลวจริงๆ ตอนนั้นฉันรักคุณลงไปได้ยังไงกันนะ?”
เซี่ยเหล่ยยื่นมือไปรวบเธอเข้ามากอดพลางหยอกล้อ “ผู้หญิงเขาก็ชอบผู้ชายเลวๆ ไม่ใช่เหรอครับ? อีกอย่างกรณีของผมมันพิเศษ เธออยากโทรหาคุณจริงๆ ผมไม่ได้หลอกนะ เป็นผมเองที่อายจนต้องห้ามเธอไว้”
เหลียงซือเหยา “...”
การต่อล้อต่อเถียงเรื่องทะลึ่งตึงตังกับเขาแบบนี้ ต่อให้เถียงกันจนมืดค่ำก็คงไม่จบไม่สิ้น
มือของเซี่ยเหล่ยแอบมุดเข้าไปใต้กระโปรงเครื่องแบบของศิษย์พี่สาว “ถุงน่องนี่นุ่มดีจัง ยี่ห้ออะไรครับ?”
เหลียงซือเหยาหน้าแดงลามไปถึงใบหู เธออยากจะหยิกมือเขาแต่ก็ตัดใจทำไม่ลง ใช่แล้ว เซี่ยเหล่ยคนเก่าดูเป็นคนซื่อๆ เรื่องอย่างว่าก็ดูขี้อายขัดเขิน แต่เซี่ยเหล่ยคนปัจจุบันกลับกลายเป็นพวกเขี้ยวลากดิน ไม่เพียงแต่จะอ้อนผู้หญิงเก่ง แต่ยังมีพละกำลังการต่อสู้ที่เหนือมนุษย์ไปแล้ว เธอแยกไม่ออกจริงๆ ว่าเธอรักเซี่ยเหล่ยคนเก่าหรือคนปัจจุบันมากกว่ากัน แต่ที่มั่นใจคือการได้อยู่กับเขาทำให้เธอมีความสุขมาก
แค่มีความสุขก็พอแล้ว จะไปสนอะไรมากมายล่ะ?
“อย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” เหลียงซือเหยาเริ่มตั้งรับไม่ไหว
“แล้วชิ้นนั้นล่ะ ยี่ห้ออะไร?”
“วิกตอเรียส์ซีเคร็ต ไงคะ ก็คุณซื้อให้ฉันเองไม่ใช่เหรอ? รู้ทั้งรู้ยังจะถามอีก”
“ขอผมดูหน่อย” เซี่ยเหล่ยทำท่าจะเลิกกระโปรงขึ้น
ทันใดนั้น ฉิงไฉ่เยว่ก็เดินพรวดพราดเข้ามา เมื่อเห็นท่านประธานเซี่ยกับ CEO พ่วงตำแหน่งคุณนายแม่บ้านอย่าง เหลียงซือเหยา กำลังพลอดรักกันอยู่เธอก็รีบหันหลังกลับทันที “แค็กๆ... ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้นค่ะ!”
ทั้งคู่ที่นัวเนียกันอยู่รีบผละออกจากกันทันที
เซี่ยเหล่ยรีบนั่งตัวตรงทำเป็นก้มหน้าอ่านเอกสาร
เหลียงซือเหยารีบจัดแจงกระโปรงที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อย พอเข้าที่แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า “เลขาฉิง มีธุระอะไร?”
ฉิงไฉ่เยว่จึงหันกลับมาและพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ท่านประธานเซี่ย อานีน่า และซิลเวีย ให้มาเชิญคุณไปที่โรงงานค่ะ พวกเธอเจอโจทย์ยากที่แก้ไม่ได้ เลยอยากให้คุณไปช่วยจัดการหน่อยค่ะ”
“อ้อ ผมทราบแล้ว เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้แหละ” เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นเดินออกไปทันที
ตอนแรกฉิงไฉ่เยว่ตั้งใจจะเดินไปพร้อมกับเซี่ยเหล่ย แต่พอเหลือบเห็นสายตาพิฆาตของ เหลียงซือเหยา เธอก็รีบล้มเลิกความคิดแล้วเอ่ยอย่างว่าง่าย “ท่านประธานเหลียง มีอะไรให้ฉันทำไหมคะ?”
“มีแน่นอน เตรียมร่างวาระการประชุมให้ฉันชุดหนึ่ง” เหลียงซือเหยาสั่ง
“ค่ะ ได้เลยค่ะ” ฉิงไฉ่เยว่รับคำอย่างว่าง่ายสุดๆ
เหลียงซือเหยาคิดในใจเงียบๆ 'ถึงฉันจะไล่เจียงหรูอี้ หลงปิง หรือยัยฟ่านฟาน อะไรนั่นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยบ้านเราก็ควรมีแค่นี้พอ คนใหม่คิดจะเข้าบ้านล่ะก็ ฝันไปเถอะ! ประตูบ้านตระกูลเซี่ย ฉันเท่านั้นที่เป็นคนถือกุญแจ'
เมื่อเดินพ้นอาคารสำนักงาน เซี่ยเหล่ยยกนิ้วขึ้นแตะจมูกสูดกลิ่นเบาๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “วิกตอเรียส์ซีเคร็ต กับเสน่ห์ของแมรี่... ซือเหยาเอ๋ย คุณบอกว่าผมเปลี่ยนไปในทางที่เลวลง แต่คุณเองก็ใช่ย่อยเหมือนกันนะ... แต่แบบนี้แหละที่ผมชอบ”
จู่ๆ ชายสวมหมวกเบสบอลคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา
เซี่ยเหล่ยเหลือบมองแล้วหยุดฝีเท้า
“หัวหน้าครับ คนที่คุณให้ผมสืบมีข่าวแล้วครับ” เขาคือ ‘ซายิม’ ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองของทีมรบนักษัตร
เซี่ยเหล่ยตื่นเต้นมากแต่ยังคุมอารมณ์ไว้ได้ “เธออยู่ที่ไหน?”
“อเมริกาครับ” ซายิมตอบ “แต่ข้อมูลที่ผมได้มายังมีไม่มาก ผมจำเป็นต้องเดินทางไปอเมริกาด้วยตัวเอง ผมต้องการทุนสนับสนุนครับ”
“คุณต้องการเท่าไหร่?”
“ห้าแสนเหรียญสหรัฐครับ” ซายิมบอก
“ผมให้คุณหนึ่งล้านเหรียญ” เซี่ยเหล่ยกล่าว “แต่จำไว้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ห้ามคุณเข้าใกล้เธอเด็ดขาด และต่อให้เธอเจออันตรายแค่ไหน คุณก็ห้ามออกหน้าไปช่วย สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงการเฝ้าดูแล้วรายงานผมเท่านั้น”
ซายิมยิ้ม “ไม่มีปัญหาครับ”
“ไปเถอะ” เซี่ยเหล่ยกอดเขาหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินตรงไปยังโรงงานผลิตรถรบ
ในเวลาเดียวกัน
ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนถนนในวอชิงตัน เสื้อผ้าของเธอเปรอะเปื้อน ใบหน้ามอมแมม เส้นผมมีเศษหญ้าติดอยู่ ดูเหมือนผู้อพยพที่เพิ่งลักลอบเข้าเมืองมาหมาดๆ ทว่าแม้จะสกปรกเพียงใด เธอก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คน เพราะเธอสวยเกินไป ใบหน้านั้นราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ทรวดทรงเซ็กซี่เย้ายวนถึงขีดสุด แม้แต่มาตรฐานความงามของชาวตะวันตก เธอก็ยังจัดว่าเป็นสุดยอดโฉมงามที่อยู่บนยอดพีระมิด
ผู้คนสัญจรไปมาบนถนน หลายคนหยุดมองผู้หญิงมอมแมมคนนี้และกระซิบกระซาบวิจารณ์กัน
“เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้กันนะ?”
“แปลกจัง ด้วยหน้าตาและรูปร่างแบบนั้น ไปบริษัทโมเดลลิ่งที่ไหนก็ได้สัญญาจ้างระยะยาวแน่นอน”
“เธอลักลอบนั่งเรือข้ามฟากมาหรือเปล่า?”
“ไม่รู้สิ หรือว่าจะเป็นศิลปะข้างถนน? แต่ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยขนาดนี้มาเร่ร่อนอยู่ตามถนนเลยจริงๆ”
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ หญิงสาวเดินเข้าไปหาชายชราคนหนึ่งแล้วถามด้วยภาษาจีนว่า “ตาแก่ รู้ไหมว่าทางไป 'แลงลีย์' สำนักงานใหญ่ของ CIA ไปทางไหน?”
ชายชราส่ายหัวแล้วตอบเป็นภาษาอังกฤษ “ขอโทษที ผมฟังคุณไม่ออก คุณพูดภาษาจีนเหรอ?”
หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ พลางตบหัวตัวเองเบาๆ แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะคิกคักออกมาแล้วกล่าวว่า “ตาแก่! หนูถามว่าแลงลีย์ สำนักงานใหญ่ของ CIA ไปทางไหน บอกหนูหน่อยได้ไหม?”
“เสียมารยาทจริงๆ เธอควรเรียกผมว่าคุณผู้ชายนะ”
“งั้นเรียกคุณปู่เป็นไง?”
“สมองเธอมีปัญหาหรือเปล่า?” ชายชราชี้นิ้วไปที่หัวตัวเอง
แววตาของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในทันที
ทันใดนั้น ชายผิวสีและชายผิวขาวคู่หนึ่งก็เดินเข้ามา
“เฮ้! ตาแก่ ไสหัวไปซะ!” ชายผิวสีขู่ตะคอก
ชายชรารีบเดินหนีไปทันที
ชายผิวขาวถามหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม “คนสวย จะไปแลงลีย์เหรอ? พวกเราพาไปส่งได้นะ”
หญิงสาวเผยรอยยิ้มออกมาทันที “จริงเหรอคะ หนูจะไปแลงลีย์ พี่ชายทั้งสอง ขอบคุณมากนะคะ พวกพี่ใจดีจังเลย”
ชายผิวสีและชายผิวขาวสบตากัน ทั้งคู่เผยรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงเร้นออกมา
ชายผิวสีบอกว่า “งั้นตามพวกเรามา เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งเอง”
“อื้ม! ขอบคุณค่ะพี่ชาย” หญิงสาวดูดีใจมาก
ทั้งคู่พาหญิงสาวขึ้นรถฟอร์ดคันเก่าไป
“เฮ้อ!” ใครบางคนบนถนนถอนหายใจ “ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงสมองไม่ปกติ เดินลงหลุมพรางไปเองซะงั้น”
“เสร็จไอ้พวกนั้นจนได้” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสบถอย่างหัวเสีย เขาดูจะโมโหตัวเองที่เมื่อครู่ไม่ได้หาโอกาสไป "ช่วย" ผู้หญิงสมองไม่ดีคนนั้น
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รถฟอร์ดคันนั้นมุ่งหน้าไปยังเขตสลัมและลับตาไปอย่างรวดเร็ว
“คนสวย เธอชื่ออะไรล่ะ?” ภายในรถ ชายผิวสีเอ่ยถามหยั่งเชิง พลางกวาดสายตามองหน้าอกและต้นขาของหญิงสาวอย่างหิวกระหาย
ชายผิวสีที่เป็นคนขับทำเพียงแค่ใช้สายตา แต่ชายผิวขาวที่นั่งข้างหญิงสาวกลับเลวร้ายกว่านั้น เขาขยับมือไปวางบนต้นขาของเธออย่างไม่เกรงใจ
หญิงสาวขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
“บอกสิ ชื่ออะไร? มาจากไหน?” มือของชายผิวขาวเริ่มไม่อยู่นิ่ง
หญิงสาวคว้ามือนั้นไว้ทันที “ถามปัญหาเฉยๆ ทำไมต้องมาจับขาหนูด้วย? ขาของหนู ไม่ให้คนอื่นจับหรอกค่ะ”
“แล้วให้ใครจับล่ะจ๊ะ?” ชายผิวขาวหัวเราะ เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้นอกจากจะสวยและเซ็กซี่แล้ว ยังดูน่าสนุกอีกด้วย
“อาเซี่ยค่ะ หนูให้แค่คุณอาเซี่ยจับคนเดียว” หญิงสาวตอบอย่างจริงจัง “หนูทำผิด คุณอาเซี่ยเลยให้หนูมารอเขาที่แลงลีย์ หนูรู้ว่าเขาต้องยกโทษให้หนูแน่ๆ”
“ทำผิดเรื่องอะไรล่ะ? คุณอาเซี่ยของคุณนี่ใจดำจริงๆ” ชายผิวขาวหลอกถาม
“หนูหิวค่ะ อยากกินอะไรบางอย่าง” หญิงสาวบอก
“แค่หิวก็ทำโทษกันขนาดนี้เลยเหรอ? คุณอาเซี่ยของคุณนี่มันคนเลวชัดๆ แต่พี่เป็นคนดีนะ เดี๋ยวพี่ให้กิน 'กล้วย' เอาไหม?” ชายผิวขาวรูดซิปกางเกงลงแล้วหัวเราะกิ๊กกั๊ก
หญิงสาวมองหน้าเขา “พี่จะให้หนูกินจริงๆ เหรอคะ?”
“แน่นอนสิ พี่ให้กิน กินสิจ๊ะ” ชายผิวขาวใจร้อนคว้าหมับเข้าที่เส้นผมของเธอ พยายามจะกดหัวเธอลงไป
ทันใดนั้น หญิงสาวก็ยื่นมือไปคว้าข้อมือของชายผิวขาวไว้ แล้วกระชากอย่างแรงเพียงครั้งเดียว แขนข้างหนึ่งของชายคนนั้นก็หลุดออกจากหัวไหล่ทันที!
“อ๊ากกกก—” ชายผิวขาวกรีดร้องโหยหวน แต่เสียงของเขากลับดังอยู่ได้ไม่ถึงสองวินาที ใบหน้าเขาก็ซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างของเขาฟุบลงบนเบาะหลังและไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย
“แก... แก...” ชายผิวสีรีบเหยียบเบรกจนตัวโก่งแล้วพยายามจะเปิดประตูรถเพื่อหนีไป แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะถึงที่เปิดประตู หัวของเขาก็พับตกลงไปเสียก่อน หากเขาสามารถมองเห็นสมองของตัวเองได้ เขาคงต้องสยองขวัญที่พบว่าสมองของเขากำลังเหี่ยวเฉาและเน่าสลายด้วยความเร็วราวกับพลาสติกที่โดนไฟเผา!
หนึ่งนาทีต่อมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มเปี่ยมสุข “สบายจังเลย อบอุ่นขึ้นเยอะ แต่ท้องยังหิวอยู่เลย...” เธอลูบท้องตัวเองแล้วถอนหายใจ “อาเซี่ย หนูรู้ว่าอาไม่ชอบให้หนูกินตามใจชอบ แต่หนูหิวนี่นา อาให้หนูมารออาที่แลงลีย์ เมื่อไหร่อาจะมาหาหนูคะ หนูคิดถึงอาจะแย่แล้ว หนูสัญญานะว่าหนูจะไม่กินมั่วซั่ว หนูจะกินแต่คนที่คิดจะหลอกหนูเท่านั้น ตกลงไหมคะ? อื้ม... หนูถือว่าอาตกลงแล้วนะ มาเกี่ยวก้อยกัน... คิกๆๆ...”
ภายในรถที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด หญิงสาวที่มีใบหน้าไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อยช่างดูวิปริตและน่าขนลุกยิ่งนัก
ผู้หญิงคนนี้คือจูเสวียนเยว่
เธอลงจากรถ กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเดินตรงไปยังสนามกีฬาริมทาง ที่นั่นมีกลุ่มชายผิวสีที่กำลังลักลอบขายยาต้องห้ามอยู่ ชายแก่คนหนึ่งแค่มองผ่านๆ ก็ถูกข่มขู่ทันที
จูเสวียนเยว่เดินตรงเข้าไปหาชายผิวสีกลุ่มนั้น พลางพึมพำกับตัวเองว่า “หลอกหนูสิ หลอกหนูเลย... พวกพี่ต้องหลอกหนูนะ...”
ไม่กี่นาทีต่อมา
“อาคะ หนูหิวจัง มีอะไรให้หนูกินไหมคะ?”
“เอ่อ... มีสิ กล้วยลูกใหญ่ๆ แบบนี้กินไหมล่ะ?”
“หนูอยากกินค่ะ”
“ฮ่าๆๆ ไปสิ เดี๋ยวพี่พาไปกินกล้วย”
“ดีเลยค่ะ... แล้วแลงลีย์ไปทางไหนคะ?”
“กินกล้วยเสร็จ เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง ฮ่าๆๆ!”
“อาใจดีจังเลยค่ะ”
กลุ่มชายผิวสีรุมล้อมพากันเดินพาจูเสวียนเยว่เข้าไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กๆ…
…บางครั้ง ปีศาจก็อยู่ข้างกายคุณนั่นเอง และคุณนั่นแหละที่เป็นคนหยิบยื่นเหตุผลให้ปีศาจลงมือ