เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0884 ลิงน้อย และรถยนต์

TXV - 0884 ลิงน้อย และรถยนต์

TXV - 0884 ลิงน้อย และรถยนต์


TXV - 0884 ลิงน้อย และรถยนต์

เจียงหรูอี้ย้ายเข้ามาพักอยู่ที่เรือนผิงอัน เธอไม่มีอุปสรรคในการสื่อสารหรือการใช้ชีวิตร่วมกับเซี่ยชางเหอเลยแม้แต่น้อย เพราะ เซี่ยชางเหอเห็นเธอเติบโตมาพร้อมกับเซี่ยเหล่ย คำว่า “อาเซี่ย” ที่เรียกขานกันมาหลายปีไม่ได้สูญเปล่า แต่มันได้กลายเป็นรากฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่าง “พ่อสามีกับลูกสะใภ้” ไปแล้ว ส่วนทางด้านเจียงหรูอี้นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนบ้านกัน ตอนเด็กๆ เจียงหรูอี้ก็มักจะเอาขนมมาแบ่งให้เซี่ยเสวี่ยกินเสมอ ดังนั้น “น้องสามี” คนนี้จึงถูกซื้อใจไปตั้งนานแล้ว

ความจริงแล้ว หากตัดเรื่องบทบาทและบารมีของเหลียงซือเหยา ในโรงงานสรรพาวุธเรย์มาร์คออกไป และเปรียบเทียบเฉพาะความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัว เจียงหรูอี้ดูจะมีความเป็น "แม่บ้านแม่เรือน" มากกว่าเสียด้วยซ้ำ

หลังจากจัดการปัญหาของภาคีฮอสพิทัลเลอร์เรียบร้อย และยังไม่มีความกล้าพอที่จะสวมชุดป้องกันเพื่อก้าวเข้าสู่โลกในกล่องใบนั้น เซี่ยเหล่ยใช้เวลาปรับตัวอยู่สองวันก่อนจะทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการทำงาน รถถังคันแรกของโรงงานสรรพาวุธเรย์มาร์คอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการพิชิตอุปสรรคทางเทคนิค และปัญหาทางเทคนิคทั้งหมดก็ตกมาอยู่ที่บ่าของเขา นอกจากนี้เขายังต้องดูแลโปรเจกต์วัสดุใหม่และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กันไปด้วย แม้หลี่โยวตุ้น และหวงเสวียเหวินจะสามารถทำงานด้วยตัวเองได้ แต่ทั้งคู่ก็ไม่มี "สมองอัจฉริยะ" เหมือนอย่างเขา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีรถถัง วัสดุแบบใหม่ หรือ AI ล้วนขาดสมองของเขาไปไม่ได้ บทบาทของเขาเปรียบเสมือน CPU ของคอมพิวเตอร์ที่ขาดไปไม่ได้เด็ดขาด

ชีวิตของเขาจึงเข้าสู่โหมดเดิมๆ คือเช้าไปทำงานที่บริษัท เย็นกลับมาพักผ่อนที่บ้าน

อย่างไรก็ตาม คำว่าพักผ่อนนี้เป็นเพียงทางทฤษฎี เพราะที่บ้านมีผู้หญิงสองคนที่อยากจะเป็นคุณแม่ และเขาคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่จะช่วยให้ความปรารถนาของพวกเธอเป็นจริงได้ ภาระและความรับผิดชอบที่แบกไว้บนบ่าจึงหนักหนาสาหัสอย่างที่จินตนาการได้ เมื่อถึงเวลากลางคืน ในห้องของเขาถ้าไม่ใช่เจียงหรูอี้ ก็จะเป็นเหลียงซือเหยา ไม่มีคืนไหนที่เขาจะได้ว่างเว้นเลย

บางทีอาจเป็นเพราะกังวลว่าช่วงนี้เขาขยันและเหนื่อยเกินไป เจียงหรูอี้ จึงคอยตุ๋นซุปให้เขาดื่มที่บ้านทุกวัน และในซุปของเธอก็มักจะมีวัตถุดิบบำรุงกำลังชั้นยอดอย่าง เขากวางอ่อน ดีเสือ หรือโสม ดื่มครั้งเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่เธอบังคับให้เขาดื่มตอนเช้า ตอนเที่ยงก็ส่งไปให้ดื่มที่บริษัท ส่วนตอนเย็นกลับมาบ้านเธอก็ตักให้ดื่มอีก เขาแทบจะดื่มจนอยากจะอาเจียนออกมาแล้ว...

ชีวิตแบบนี้ดำเนินติดต่อกันอยู่หนึ่งสัปดาห์ จนกระทั่งเจียงหรูอี้หมดวันลาและต้องกลับไปที่ไห่จู เรื่องนี้ถึงได้จบลง

วันที่เจียงหรูอี้กลับไห่จู เซี่ยเหล่ยขับรถไปส่งเธอที่สนามบินด้วยตัวเอง

“ไม่อยากไปเลยจริงๆ” เมื่อถึงโถงผู้โดยสารขาออกเจียงหรูอี้ถอนหายใจออกมา

“งั้นก็ไม่ต้องกลับสิ” เซี่ยเหล่ยบอกเธอ

“พูดจริงหรือเปล่า?” เจียงหรูอี้มองเซี่ยเหล่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย

เซี่ยเหล่ยยิ้ม “จริงสิ ผมเลี้ยงคุณไม่ไหวหรือไง?”

เจียงหรูอี้หัวเราะ “ฉันรู้ว่าคุณเลี้ยงไหว และฉันก็อยากอยู่ต่อมาก แต่ว่า... ช่างเถอะ รักษาความสัมพันธ์ไว้แบบนี้แหละดีที่สุด ขืนอยู่ด้วยกันทุกวัน เดี๋ยวคุณจะเบื่อฉันเสียก่อน เหมือนดังสำนวนว่า 'รื่อจิ่วเซิงเยี่ยน'”

เซี่ยเหล่ย “...”

“ทำหน้าแบบนั้นทำไม?” เจียงหรูอี้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคำพูดของเธออาจมีความหมายสองแง่สองง่าม เพราะคำว่า ‘รื่อ’ แปลว่าวันหรือดวงอาทิตย์ แต่ในภาษาแสลงยังแปลว่า 'มีเพศสัมพันธ์' ได้ด้วย

เธอตีเซี่ยเหล่ยหนึ่งที “คำว่า 'รื่อจิ่วเซิงเยี่ยน' ที่ฉันพูดหมายถึงอยู่กันนานๆ แล้วจะเบื่อ ไม่ใช่ความหมายลามกที่คุณคิดนะ ตาคนหื่น”

เซี่ยเหล่ยยิ้ม “คุณตัดสินใจเองเถอะ คุณจะลาออกจากงานตอนนี้แล้วมาทำงานกับผม ช่วยงานซือเหยาก็ได้ หรือคุณจะอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย ให้ผมเลี้ยงคุณก็ได้เหมือนกัน ถ้าตอนนี้ยังไม่อยากมา ผมก็ไม่บังคับ เอาเป็นว่าเมื่อไหร่ที่อยากมา แค่เก็บกระเป๋ามาได้เลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก จำไว้นะว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน”

คำพูดที่แสนอบอุ่นเหล่านี้ทำให้เจียงหรูอี้รู้สึกตื้นตันและมีความสุขอย่างยิ่ง เธอโผเข้ากอดเซี่ยเหล่ยแน่น ราวกับไม่อยากจะแยกจากกัน ผ่านไปครู่หนึ่งเธอจึงพูดว่า “ฉันยังชอบงานที่ทำอยู่ งานที่ซือเหยาทำได้ดี ฉันทำไม่ได้หรอก เพราะมันไม่ใช่ความถนัดของฉัน ฉันมีวันหยุดเดือนละแปดวัน ถ้าคุณไม่ไปหาฉัน ฉันก็จะบินมาหาคุณเอง แค่ได้อยู่กับคุณฉันก็พอใจแล้ว”

ผู้หญิงคนไหนบ้างล่ะที่ไม่อยากอยู่ร่วมชีวิตกับผู้ชายที่ตัวเองรัก?

การที่เธอตัดสินใจเช่นนี้ ความจริงเธอมีเหตุผลส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องกลัวจะเบื่อกันอะไรนั่นหรอก แต่เป็นเพราะข้างกายเซี่ยเหล่ยไม่ได้มีเธอแค่คนเดียว หากเธอคอยติดสอยห้อยตามเขาเหมือนพลาสเตอร์ปิดแผล ผู้หญิงคนอื่นจะมองอย่างไร? แล้วเซี่ยเหล่ยจะวางตัวลำบากไหม?

แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอก็ยังคงคิดเผื่อเซี่ยเหล่ย เธอรักเซี่ยเหล่ย รักในทุกอย่างที่เป็นเขา และเธอก็ยอมรับชีวิตที่ “ซับซ้อนและวุ่นวาย” แบบนี้ได้แล้ว สถานะในตอนนี้จึงดีที่สุดสำหรับเธอ เธอไม่มีความสามารถที่จะสู้กับผู้หญิงอย่างเหลียงซือเหยา หรือเซินถูเทียนอินได้ และยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถังอวี่เยียน วิธีที่ฉลาดที่สุดคือการถอยห่างจากสนามรบ เมื่อคิดถึงเขาก็บินมาอยู่ด้วยสักสองสามวัน แบบนี้มีอะไรไม่ดีล่ะ?

“เอาล่ะ ฉันต้องเข้าไปแล้ว คุณก็กลับเถอะ” เจียงหรูอี้ ผละออกจากเซี่ยเหล่ย แล้วช่วยจัดสูทกับเนกไทที่เธอทำยับให้เข้าที่

“กลับไปแล้วอย่าลืมตรวจร่างกายด้วยนะ ถ้ามีเจ้าตัวเล็กแล้วก็ห้ามไปทำภารกิจเสี่ยงอันตราย ห้ามออกกำลังกายหนักๆ ระวังจะกระทบกระเทือนลูก” เซี่ยเหล่ยกำชับ

เจียงหรูอี้ค้อนใส่เซี่ยเหล่ยวงใหญ่ “ลูกน่ะยังไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไหน คุณก็ลำเอียงเข้าข้างเขาซะแล้ว ชีวิตฉันช่างน่าสงสารจริงๆ ต่อไปพวกคุณพ่อลูกต้องรุมรังแกฉันแน่ๆ”

เซี่ยเหล่ย “...”

เจียงหรูอี้จากไปแล้ว

ในท้องของเธอจะมี "เมล็ดพันธุ์" ปลูกไว้อยู่หรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้แน่ชัด แต่ดูจากความพยายามและการออกแรงของเซี่ยเหล่ยในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ โอกาสที่จะมีก็สูงถึงแปดเก้าส่วนเลยทีเดียว

ในใจจินตนาการถึงภาพ เจียงหรูอี้ ที่อุ้มท้องแก่ ใบหน้าของเซี่ยเหล่ยก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ขณะขับรถกลับไปยังโรงงานสรรพาวุธ เขาก็คิดในใจว่า “ฟ่านฟานมีแล้ว สมมติว่าหรูอี้กับซือเหยาก็มีด้วย ผมก็จะมีลูกสามคนแล้วสิ ไม่รู้ว่าหลงปิงจะยอมมีลูกให้ผมสักคนไหมนะ ถ้าเธอยอมด้วย ผมก็จะมีลูกสี่คน 'ซื่อจี้ฟาไฉ รวยตลอดทั้งสี่ฤดู’ ช่างเป็นมงคลอะไรขนาดนี้...”

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง...

ขณะที่กำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เซี่ยเหล่ยหยิบมาดูแล้วเลื่อนรับสายพลางยิ้ม “อาปิง ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดี คุณก็โทรมาเลยนะ”

“หึๆ” หลงปิง หัวเราะเบาๆ “ฉันไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดนะ คุณหลอกฉันไม่ได้หรอก ช่วงนี้คุณยุ่งจนตัวเป็นเกลียว ยังจะมีเวลามาคิดถึงฉันอีกเหรอ?”

“จริงนะครับ ผมกำลังคิดอยู่ว่าคุณจะยอมมี 'ลิงน้อย' หรือ 'เจ้าหญิงตัวน้อย' ให้ผมสักคนไหม”

“มีบ้านคุณสิ ฉันไม่ยอมมีให้หรอก” หลงปิงเปลี่ยนหัวเรื่องทันที “รีบมาที่สำนัก 101 เดี๋ยวนี้เลย มีคนสองคนที่คุณต้องอยากเจอแน่ๆ”

“ใครเหรอ?” เซี่ยเหล่ยรู้สึกสงสัย

“มาถึงก็รู้เองแหละ รออยู่นะ” หลงปิงวางสายไป

เซี่ยเหล่ยถอนหายใจในใจ หลงปิงดีทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องที่ไม่อยากมีลูกนี่แหละ ผู้หญิงหากไม่มีลูกของตัวเอง ชีวิตก็อาจจะไม่สมบูรณ์นัก แต่เขาก็เข้าใจเธอ เพราะเธอคือผู้หญิงที่อุทิศทุกอย่างให้แก่ประเทศชาติมาโดยตลอด

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถออฟโรดรุ่นหนัก "ไนท์ ฟิฟทีน" ก็ขับผ่านประตูสำนัก 101 เข้ามา นี่คือของขวัญที่เซี่ยเหล่ยซื้อให้ตัวเองหลังจากกลับจากมอลตา มันมีมูลค่าถึง 20 ล้านหยวน น้ำหนักตัวรถเกือบ 6 ตัน ติดตั้งเครื่องยนต์ V10 สมรรถนะโดยรวมแข็งแกร่งกว่ารถออฟโรดทางการทหารของประเทศใดๆ กระสุนทั่วไปไม่สามารถทะลุเกราะของมันได้ แม้แต่จรวด RPG หรือระเบิดข้างทางก็ยังทนได้ การนั่งอยู่ในรถคันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป้อมปราการเคลื่อนที่ แทบไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเลย

เมื่อเซี่ยเหล่ยปรากฏตัวพร้อมกับ ไนท์ ฟิฟทีน ที่สำนัก 101 สายตาแปลกๆ ก็จับจ้องมาที่เขาทันที ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เป็นเพราะรถของเขามันเท่สุดๆ ปกติแล้วรถรุ่นนี้จะเห็นได้แค่ในภาพยนตร์ Fast & Furious 5 ซึ่งเป็นรถคู่ใจของ ดเวย์น จอห์นสัน หรือ เดอะร็อก เท่านั้น

ถังอวี่เยียน และหลงปิง ก็เป็นหนึ่งในคนที่มายืนดูด้วย

“หมอนี่ไปซื้อรถคันนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่? รสนิยมแย่จริงๆ!” ถังอวี่เยียนพูดขึ้น เธอสลัดภาพหลอนจากเหตุการณ์นั้นไม่หลุด ดังนั้นตอนนี้มองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเซี่ยเหล่ย

ทว่าหลงปิงกลับมอง ไนท์ ฟิฟทีน ที่โดดเด่นท่ามกลางลานจอดรถด้วยดวงตาเป็นประกาย “ฉันว่ามันดีมากเลยนะ เท่สุดๆ ถ้าฉันมีสักคันก็คงดี”

เธอชอบอาวุธที่ดีที่สุดและรถออฟโรดที่ดีที่สุด ปกติเธอขับรถ "เหมิ่งซื่อ" ของกองทัพอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อเทียบกับ ไนท์ ฟิฟทีน ของเซี่ยเหล่ยแล้ว มันเหมือนการเอาบีวายดีของจีนไปเทียบกับเฟอร์รารี่เลยทีเดียว

ถังอวี่เยียน เหล่มองหลงปิง “เธอชอบเหรอ? รถคันนั้นราคาน่าจะยี่สิบล้าน เธอต้องทำงานกี่ชาติถึงจะซื้อได้? อย่าฝันไปเลย รถแบบนั้นต่อให้เป็นฉันก็ไม่กล้าซื้อ ราคาเกือบเท่าเครื่องบินแล้ว มีแต่คนล้างผลาญอย่างเซี่ยเหล่ยเท่านั้นแหละที่กล้าซื้อ”

ในตอนนั้นเอง เซี่ยเหล่ยก็เดินเข้ามาแล้วโยนกุญแจรีโมทให้ หลงปิง

หลงปิงรับไว้ได้ทันท่วงทีแล้วถามอย่างแปลกใจ “ทำอะไรน่ะ?”

เซี่ยเหล่ยยิ้ม “ผมเห็นคุณมองรถผมตาเป็นประกาย ผมรู้ว่าคุณชอบแค่สองอย่างคือปืนกับรถออฟโรด ในเมื่อคุณชอบ ผมก็ยกให้”

“หา?” หลงปิงมองเซี่ยเหล่ยอย่างอึ้งๆ

ส่วนถังอวี่เยียนนั้นอ้าปากค้างจนแทบจะติดดิน

รถมูลค่า 20 ล้าน เขายกให้หลงปิงเฉยๆ เพียงเพราะเธอมองรถเขาจน “ตาเป็นประกาย” หากการซื้อรถให้ผู้หญิงคือที่สุดของการจีบหญิง เขาก็คงจะเป็นผู้เล่นระดับไร้เทียมทานไปแล้ว

เซี่ยเหล่ยกล่าวต่อ “จ่ายภาษีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำป้ายทะเบียน คุณไปจัดการเองได้เลยนะ”

“ไม่ๆๆ” หลงปิงเพิ่งได้สติ เธอพยายามยัดกุญแจคืนใส่มือเซี่ยเหล่ย “ฉัน... ฉันรับของขวัญล้ำค่าขนาดนี้ไว้ไม่ได้หรอก”

ถังอวี่เยียนพูดแทรกขึ้นมา “นั่นสิ คุณส่งของขวัญราคาแพงขนาดนี้ให้อาปิง ถ้าฟ่านฟานของคุณรู้เข้าจะไม่มาอาละวาดใส่คุณเหรอ?”

เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “เรื่องนั้นง่ายนิดเดียว เดี๋ยวผมโทรหาฟ่านฟาน ให้เธอไปช่วยอาปิงทำป้ายทะเบียนด้วยกันเลย”

ถังอวี่เยียน “...”

สุดท้ายหลงปิงก็ยัดกุญแจคืนให้เซี่ยเหล่ยไม่สำเร็จ ความจริงในใจเธอก็ไม่อยากปฏิเสธ เพราะเธอชอบ ไนท์ ฟิฟทีน คันนี้มากเหลือเกิน

หลังจากยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง หลงปิงก็ถอนหายใจและกล่าวด้วยสีหน้าขัดเขินว่า “งั้น... ฉันจะรับไว้ก็แล้วกัน”

เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “เดี๋ยวผมไปซื้อใหม่อีกคัน เราจะได้ขับรถรุ่นเดียวกัน”

หลงปิง “...”

ถังอวี่เยียนเบะปาก พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ท่านประธานเซี่ย ตอนนี้คุณกลายเป็นกษัตริย์ไปแล้วสินะ องค์กรจัดหา 'ฮองเฮาฟ่านฟาน’ ไว้ให้ในวังหลวง ส่วนคุณก็แอบเอาเหลียงซือเหยาไปเก็บไว้ในวังหลัง อ้อ ยังมีเจียงหรูอี้อีก ฉันรู้มาว่าเธอไปอยู่กับคุณตั้งอาทิตย์นึง ดูเถอะ มีสามภรรยาสี่อนุแบบนี้ ชีวิตคุณช่างมีความสุขยิ่งกว่าเทวดาเสียอีกนะ”

เซี่ยเหล่ยยิ้มเจื่อน “อวี่เยียน คุณก็รู้สถานการณ์ของผม ผมกำลังปวดหัวจะแย่ อย่ามาตอกย้ำจุดอ่อนผมเลยน่า”

ถังอวี่เยียนค้อนใส่เซี่ยเหล่ย “จุดอ่อนแบบคุณนี่ ผู้ชายทุกคนคงอยากมีกันทั้งนั้นแหละมั้ง?”

เซี่ยเหล่ยถึงกับอึ้งไปกับคำพูดของเธอ

“ฉันเองก็มองรถใหม่ของคุณตาเป็นประกายเหมือนกันนะ คุณจะส่งให้ฉันสักคันไหมล่ะ?” ถังอวี่เยียนลองหยั่งเชิง

เซี่ยเหล่ยเริ่มปวดหัวจริงๆ แล้ว เขาเริ่มเสียใจนิดๆ ที่อยากจะทำให้ หลงปิง ดีใจจนลืมตัวมอบรถให้ต่อหน้าถังอวี่เยียน ตอนนี้ ถังอวี่เยียนก็อยากได้ ไนท์ ฟิฟทีน เหมือนกัน เขาควรจะให้ไหม?

“ทำไมล่ะ? ทีกับหลงปิงคุณยังให้ได้ แล้วกับฉันให้ไม่ได้หรือไง?” ถังอวี่เยียนรุกไล่

ในตอนนั้นเอง หลงปิงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “เหล่ย คืนนี้ไปนอนที่บ้านฉันนะ เรื่องซือเหยาเดี๋ยวฉันจะไปคุยกับเธอเอง”

คำพูดนี้ทำเอาถังอวี่เยียนถึงกับอึ้งกิมกี่

หลงปิงใช้ประโยคนี้บอกเธอเป็นนัยว่า ‘เพราะฉันนอนกับเซี่ยเหล่ย เขาถึงให้รถฉัน’

“ถ้าเธออยากให้เขาส่งรถให้เธอ คืนนี้ก็ไปนอนกับเขาซะสิ” หลงปิงกระซิบที่ข้างหู ถังอวี่เยียน

ถังอวี่เยียน “...”

ผู้หญิงตระกูลถัง ย่อมไม่มีทางยอมไปนอนกับผู้ชายคนไหนแลกกับรถ ไนท์ ฟิฟทีน เพียงคันเดียวแน่นอน... แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นเซี่ยเหล่ยก็ตาม

จบบทที่ TXV - 0884 ลิงน้อย และรถยนต์

คัดลอกลิงก์แล้ว