- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?
ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?
ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?
ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?
【ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ได้รับหุ้นของโรลส์-รอยซ์เป็นจำนวน 30%!】
“ถึงขั้นมีหุ้นของโรลส์-รอยซ์ด้วยเหรอ?”
รางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้ในวันนี้ เป็นสิ่งที่ฉู่หลิงคาดไม่ถึงจริงๆ เขาจึงรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลกใหม่
แต่ไม่นานเขาก็สลัดเรื่องนี้ทิ้งไป พลางนึกขึ้นได้ว่าออกไปเที่ยวมาทั้งวัน ปลาน้อยใหญ่ในคฤหาสน์ของเขาคงจะหิวกันหมดแล้ว
อาหารปลาถูกวางไว้บนชั้นข้างตู้ปลา ฉู่หลิงหยิบกระป๋องหนึ่งขึ้นมาพลางชะโงกหน้าพิจารณาปลาอโรวาน่าสีเลือด
ปลาอโรวาน่าสีเลือดแหวกว่ายอยู่ในตู้อย่างอิสระ การมาของฉู่หลิงไม่ได้ทำให้มันตื่นตระหนก แต่มันกลับดูเหมือนจะว่ายเร็วขึ้นเล็กน้อย
“หืม? หิวแล้วเหรอเจ้าตัวเล็ก?”
ฉู่หลิงมองดูเกล็ดสีแดงสดใสของปลาอโรวาน่าสีเลือดแล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก
ปลาอโรวาน่าสีเลือดเมื่อโตเต็มวัย สีของมันก็จะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเหลืองทองเป็นสีส้มอมแดง และสีนี้จะคงอยู่ไปจนถึงอายุประมาณ 8-9 ปี เมื่ออายุมากขึ้น สีก็จะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีส้มอมแดงเป็นสีแดงเข้ม และหลังจากเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มแล้ว กระบวนการเปลี่ยนสีทั้งหมดของมันถึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์
และเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าฉู่หลิงในตอนนี้ ก็คือตัวที่มีสีสันสวยงามที่สุด ราวกับมันถูกสร้างขึ้นมาจากหยกแดงชั้นเลิศ
ในการประกวดปลานานาชาติปี 2004 เคยมีปลาอโรวาน่าสีเลือดถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็นเงินหยวนก็ประมาณ 5 ล้านหยวน
ฉู่หลิงเคยเห็นรูปถ่ายของปลาตัวนั้นมาบ้าง และความรู้สึกของเขาก็คือ ปลาตัวนั้นกับเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก
เขายิ้มร่าพลางเทอาหารปลาลงในตู้ ภายในนั้นเป็นกุ้งตัวเล็กๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ หนึ่งกระป๋องเล็กก็เพียงพอสำหรับหนึ่งมื้อของมันพอดี
ปลาอโรวาน่าสีเลือดงับกุ้งเข้าไปทีเดียวสองตัว แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากยืนชื่นชมอยู่หน้าตู้ปลาครู่หนึ่ง ฉู่หลิงก็หิ้วอาหารไปหาเต่าอัลลิเกเตอร์ที่เขาเลี้ยงไว้
เต่าอัลลิเกเตอร์ถูกเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในคฤหาสน์ เพื่อให้มันเติบโตได้ดี ฉู่หลิงจึงเตรียมทั้งปลาและกุ้งสดๆ รวมถึงเนื้อวัวเกรดพรีเมียมไว้ให้มันด้วย
กรามล่างของเต่าอัลลิเกเตอร์นั้นใหญ่มาก มันสามารถงับอาหารชิ้นโตเข้าไปได้ในคำเดียว
ฉู่หลิงโยนเนื้อวัวลงไปให้มันเพิ่มอีกสองสามชิ้น พลางหลอกล่อให้มันงับกินอยู่ที่ก้นบ่อ
เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อคนขึ้นมาเสียอย่างนั้นและแอบคิดไปเองว่า ขอแค่ให้เนื้อเยอะๆ เจ้าเต่าอัลลิเกเตอร์ก็จะโตไวและแข็งแรงขึ้น
หลังจากให้อาหารเสร็จ ฉู่หลิงก็นึกถึงต้นไม้และดอกไม้ราคาแพงที่เขาคอยดูแลอยู่ ถึงเวลาที่ต้องไปดูแลพวกมันแล้ว
เขาทั้งรดน้ำ ตัดแต่งกิ่งก้านที่เกินออกมาและตรวจสอบสภาพดิน
การดูแลต้นไม้ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่ต้องมีความอดทนสักหน่อยก็เท่านั้นเอง
กว่าจะจัดการเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
ฉู่หลิงอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจว่า “มิน่าล่ะ พวกมหาเศรษฐีพอเกษียณแล้วถึงอยากมาอยู่คฤหาสน์กันนัก จัดการโน่นนี่นั่นรอบเดียว เวลาก็ผ่านไปค่อนวันแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”
“เอ๊ะ จริงด้วย!” ฉู่หลิงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาพูดกับตัวเองว่า “บัตรธนาคารที่ส่งไปให้พ่อกับแม่ก่อนหน้านี้ ก็น่าจะถึงมือพวกท่านแล้วสินะ?”
ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเขาตกต่ำลง ครั้งนี้ พ่อกับแม่ของเขาคงจะมีความสุขมากแน่ๆ
เพียงแต่ว่า ฉู่หลิงเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจถึงสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องตกต่ำลงในตอนนั้น เขาเคยถามไปแล้วแต่แม่ก็มักจะพูดบ่ายเบี่ยงอยู่เสมอ เอาไว้ค่อยหาโอกาสถามในอนาคตก็แล้วกัน
ในขณะเดียวกัน ที่ออฟฟิศของโรลส์-รอยซ์สาขาจินหลิง ผู้อำนวยการใหญ่ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
ทันทีที่ได้ยินเนื้อหาในสาย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงและรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที
หลังจากวางสาย ผู้อำนวยการใหญ่ก็รีบเรียกเลขามาสั่งการว่า “แจ้งคำสั่งลงไปเดี๋ยวนี้ ให้หัวหน้าแผนกทุกคนขึ้นมาประชุมด่วน!”
เลขาก็ย่อมไม่กล้าชักช้า รีบไปแจ้งผู้บริหารระดับสูงของทุกแผนกให้เข้าประชุมทันที
เมื่อเหล่าผู้บริหารมาถึงห้องประชุม และได้เห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของผู้อำนวยการใหญ่ ความคิดที่จะสอบถามข้อมูลจากคนอื่นก็ถูกพับเก็บไปทันที
ผู้อำนวยการใหญ่จ้องมองทุกคนที่มากันครบแล้ว และเริ่มพูดทันทีว่า
“ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง เรามาเข้าเรื่องกันเลย! ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากสำนักงานใหญ่ว่า มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่มบริษัทโรลส์-รอยซ์ของเราอยู่ที่เมืองจินหลิงแห่งนี้ ถึงแม้ตอนนี้ข้อมูลของผู้ถือหุ้นท่านนั้นจะยังส่งมาไม่ถึง แต่ช่วงนี้พวกคุณทุกคนจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและเตรียมรับมือหากท่านผู้ถือหุ้นต้องการมาตรวจเยี่ยม เข้าใจไหม? และผู้อำนวยการไป่ เดี๋ยวคุณจะต้องไปหาท่านผู้ถือหุ้นพร้อมกับผมเพื่อทำความเคารพท่านสักหน่อย!”
หลังจากผู้อำนวยการใหญ่พูดจบ สายตาของทุกคนก็จ้องมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ
ทุกคนในที่นั้นไม่ได้มีข้อโต้แย้งใดๆ ที่ผู้อำนวยการใหญ่เลือกผู้อำนวยการไป่ให้ไปเป็นเพื่อน
เพราะผู้อำนวยการไป่ไม่เพียงแต่จะสวยและมีรูปร่างดีเท่านั้น แต่ความสามารถในการทำงานของเธอยังแข็งแกร่งเป็นที่ประจักษ์อีกด้วย
ยอดขายส่วนตัวของเธอ ถือเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาสาขาทั้งหมดในจินหลิง
คนเก่งระดับนี้ แถมยังรู้จักวางตัวและมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับ
คนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ พวกเขาไม่ได้ไม่อยากคัดค้านหรอก แต่ไม่กล้าต่างหาก
ที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องการไปพบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ฟังเผินๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องดี
การมีเส้นสายกับผู้ถือหุ้นใหญ่แบบนี้ ต่อไปการจะทำอะไรในกลุ่มบริษัทก็จะง่ายขึ้นมาก
อยากจะเดินยืดอกแค่ไหนก็คงไม่มีใครกล้าขวาง
แต่ทว่าเรื่องราวทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ
ถ้าหากปรนนิบัติผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ดี ชีวิตก็จะสบายและมีข้อดีมากมายตามมา
แต่ถ้าหากดูแลได้ไม่ดี หรือเผลอไปล่วงเกินท่านเข้า ก็เกรงว่าคงจะอยู่ในบริษัทไม่ได้อีกต่อไป
ดังนั้นทุกคนจึงเลือกที่จะไม่ออกหน้า และขอดูสถานการณ์ไปก่อน อย่างน้อยๆ ก็เพื่อไม่ให้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ทำอยู่ต้องหลุดลอยไปไม่ใช่เหรอ?
บริษัทโรลส์-รอยซ์สาขาจินหลิง สวัสดิการดี งานก็ค่อนข้างสบาย แถมเป็นงานที่หลายคนต่างพากันอิจฉา
เหล่าผู้บริหารคนอื่นๆ ก็ตัดสินใจได้ดังนั้น หลังจากจดบันทึกคำสั่งของผู้อำนวยการใหญ่เสร็จ พวกเขาก็ทยอยเดินออกจากห้องประชุมไป
และเหลือไว้เพียงผู้อำนวยการไป่เพียงคนเดียวที่อยู่รอรับคำสั่งจากผู้อำนวยการใหญ่ต่อ
ผู้อำนวยการใหญ่ยกข้อมือขึ้นดูเวลา และส่งสัญญาณให้ผู้อำนวยการไป่รอสักครู่
จากนั้นผู้อำนวยการใหญ่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมา และกดโทรออกไปที่เบอร์หนึ่ง
ไม่นานนักปลายสายก็รับสาย ผู้อำนวยการใหญ่จึงพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมอย่างยิ่งว่า “สวัสดีครับ ใช่คุณฉู่หรือเปล่าครับ? ผมตู้เจี้ยนเจิ้ง ผู้อำนวยการใหญ่โรลส์-รอยซ์สาขาจินหลิงครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณฉู่พอจะมีเวลาไหมครับ ผมอยากจะขอเข้าไปเยี่ยมเยียนท่านด้วยตัวเอง ไม่ทราบว่าท่านจะสะดวกไหมครับ?”
หลังจากพูดจบ ผู้อำนวยการใหญ่ก็แทบจะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบจากฉู่หลิงด้วยความกระวนกระวายใจ
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นการคุยโทรศัพท์ครั้งแรกกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ท่านนี้ แถมยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ผู้อำนวยการใหญ่จึงรู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา
ราวกับรอคอยมานานนับปี ในที่สุดเสียงของฉู่หลิงก็ดังมาจากปลายสายว่า “ได้สิ พวกคุณมาเถอะ! เดี๋ยวผมจะส่งที่อยู่ไปให้”
“ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ”
ในที่สุดผู้อำนวยการใหญ่ก็วางสายได้สำเร็จ เขาพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ตื่นเต้น
อีกฝ่ายตกลงแล้ว!
ถือว่าเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ผู้อำนวยการไป่ที่ยืนอยู่ข้างๆ และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด บนหน้าผากของผู้อำนวยการใหญ่ถึงกับมีเหงื่อซึมออกมาเป็นชั้นบางๆ
แถมน้ำเสียงตอนที่เขาพูดเมื่อครู่ ยังมีความสั่นเครือแฝงอยู่เล็กน้อยอีกด้วย
ผู้อำนวยการไป่มองดูท่าทางของผู้อำนวยการใหญ่แล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
เธอร่วมงานกับผู้อำนวยการใหญ่มาหลายปี เธอย่อมรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร
เขาคือคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และเป็นประเภทที่ต่อให้ภูเขาไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังนิ่งเฉยได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ขึ้นมาถึงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่หรอก
แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้แค่การคุยโทรศัพท์สายเดียว กลับทำให้เขาประหม่าได้ขนาดนี้.......
มันแสดงให้เห็นว่าฐานะของคนปลายสายท่านนั้น ต้องสูงส่งมากเพียงใด
ผู้อำนวยการใหญ่ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว เขาจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยอย่างตั้งใจ ก่อนจะบอกให้ผู้อำนวยการไป่ออกเดินทางไปพร้อมกับเขา
ส่วนทางด้านฉู่หลิง หลังจากส่งตำแหน่งที่อยู่ไปให้แล้ว เขาก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ในเวลาว่างแบบนี้ เขาก็เปิดแอปพลิเคชันไลฟ์สดขึ้นมาดูและเห็นหวั่นเอ๋อร์กำลังไลฟ์สดอยู่พอดี เขาจึงกดเข้าไปดู
ที่หลังบ้านของหวั่นเอ๋อร์ก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่า : ผู้ใช้งาน 【หลิงอวิ๋น】 เข้าสู่ห้องไลฟ์สด
ทันทีที่หวั่นเอ๋อร์เห็นชื่อบัญชีหลิงอวิ๋น ดวงตาของเธอก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
พี่หลิงมาแล้วนั่นเอง
เธอยิ้มให้กล้องอย่างอ่อนหวานพร้อมกับทักทายฉู่หลิงว่า “พี่หลิงมาแล้วค่ะทุกคน ต้อนรับพี่หลิงกันหน่อยนะคะ!”
ผู้ชมด้านล่างส่วนใหญ่ต่างก็เป็นแฟนคลับตัวจริง พวกเขาต่างก็จดจำลูกพี่ใหญ่หลิงอวิ๋นคนนี้ได้ดี พวกเขาจึงรีบพากันร่วมขบวนการต้อนรับทันที
พี่ชายมหาเศรษฐีที่เปย์ทีเดียวแสนหยวน แถมยังขับบูกัตติอีกต่างหาก ต้องคอยเอาใจไว้ให้ดี!
หวั่นเอ๋อร์มองดูเลข 666 ที่เต็มหน้าจอ แล้วจึงถามผ่านรูปโปรไฟล์ของฉู่หลิงว่า “พี่หลิงคะ เมื่อวันก่อนหนูเห็นในข่าวบอกว่า มีฮีโร่ไปช่วยคนแถมยังเป็นฮีโร่ที่ขับรถบูกัตติ เวย์รอนด้วย คนคนนั้นคือพี่ใช่ไหมคะ?”
พอได้ยินคำว่าบูกัตติ เวย์รอน หวั่นเอ๋อร์ก็นึกถึงฉู่หลิงขึ้นมาทันที
รถหรูระดับนี้หาดูได้ยากมากและในจินหลิงก็น่าจะมีเพียงคันเดียวเท่านั้น
นอกจากฉู่หลิงแล้ว หวั่นเอ๋อร์ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นใครไปได้อีก
บัญชีของฉู่หลิงถูกหวั่นเอ๋อร์ตั้งค่าให้เป็นผู้ดูแลห้องไลฟ์เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นข้อความที่เขาพิมพ์จึงมีเอฟเฟกต์ลอยเด่นอยู่ตรงกลางหน้าจอ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนมาก
“อืม ฉันเอง” คำตอบของฉู่หลิงลอยเด่นขึ้นมาทันที
ข้อความนั้นวนรอบห้องไลฟ์หนึ่งรอบก่อนจะหายไป แต่ทว่าคนในห้องไลฟ์ต่างก็พากันแตกตื่นทันที
“สวรรค์ นี่ฉันเจอหมอหัตถ์เทวะตัวจริงเสียงจริงเหรอเนี่ย! ท่านหลิงอวิ๋น ช่วยเลือกฉันทีเถอะ!”
“ในข่าวน่ะรายงานไว้ด้วยนะ ว่าเป็นเพราะฮีโร่ไร้นามคนนั้นที่มาช่วยไว้ได้ทันเวลา ถึงทำให้ครอบครัวของทหารปลดประจำการเหล่านั้นรอดชีวิตมาได้! ท่านหลิงอวิ๋นรวยขนาดนี้ คงเป็นเงินที่ได้มาจากการรักษาคนสินะครับ?”
“เก่งขนาดนี้เลยเหรอ? ท่านหลิงอวิ๋น ช่วยรักษาผมหน่อยได้ไหม? ผมอยากอยู่ได้นานสักครึ่งชั่วโมง ช่วยฝังเข็มให้ผมหน่อยได้ไหม?”
“ท่านหลิงอวิ๋น ผมมีข้อเสนอเพียงอย่างเดียว หนึ่งวันหนึ่งรอบ หนึ่งรอบหนึ่งวัน...”
“คนข้างบนน่ะ ระวังจะหลับไม่ตื่นนะ!”
“ใช้งานอวัยวะนั้นหนักขนาดนั้น ระวังมันจะพังเอานะ”
“......”
ฉู่หลิงมองดูคำขอแปลกๆ เหล่านั้นแล้วก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พลางพิมพ์ข้อความส่งไปว่า “ความจริงแล้ว ฉันนวดเก่งที่สุดเลยนะ!”
หวั่นเอ๋อร์เห็นคำตอบของฉู่หลิงก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “นวดเหรอคะ? นั่นมันคือการทำกายภาพบำบัดไม่ใช่เหรอคะ? แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร แล้วมันรักษาโรคอะไรได้บ้างล่ะคะ?”
“ฉันจำได้ว่าเธอเคยบอกว่าเธอจน จนต้องกินดิน จนหน้าอกหน้าใจของเธอแฟบไปหมดแล้ว อาการของเธอน่ะ ใช้วิธีนวดก็รักษาได้นะ ไว้คราวหน้าเธอมาหาฉันสิ แล้วฉันจะนวดให้สักสามรอบ รับรองว่ามันจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตครั้งที่สองได้แน่นอน เป็นไงล่ะ?”
ฉู่หลิงพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีข้อความก็ถูกส่งออกไป
คำพูดของเขาที่ลอยเด่นอยู่กลางหน้าจอ ทำให้ห้องไลฟ์สดทั้งห้องเงียบกริบลงทันที