เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?

ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?

ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?


ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?

【ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ได้รับหุ้นของโรลส์-รอยซ์เป็นจำนวน 30%!】

“ถึงขั้นมีหุ้นของโรลส์-รอยซ์ด้วยเหรอ?”

รางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้ในวันนี้ เป็นสิ่งที่ฉู่หลิงคาดไม่ถึงจริงๆ เขาจึงรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลกใหม่

แต่ไม่นานเขาก็สลัดเรื่องนี้ทิ้งไป พลางนึกขึ้นได้ว่าออกไปเที่ยวมาทั้งวัน ปลาน้อยใหญ่ในคฤหาสน์ของเขาคงจะหิวกันหมดแล้ว

อาหารปลาถูกวางไว้บนชั้นข้างตู้ปลา ฉู่หลิงหยิบกระป๋องหนึ่งขึ้นมาพลางชะโงกหน้าพิจารณาปลาอโรวาน่าสีเลือด

ปลาอโรวาน่าสีเลือดแหวกว่ายอยู่ในตู้อย่างอิสระ การมาของฉู่หลิงไม่ได้ทำให้มันตื่นตระหนก แต่มันกลับดูเหมือนจะว่ายเร็วขึ้นเล็กน้อย

“หืม? หิวแล้วเหรอเจ้าตัวเล็ก?”

ฉู่หลิงมองดูเกล็ดสีแดงสดใสของปลาอโรวาน่าสีเลือดแล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก

ปลาอโรวาน่าสีเลือดเมื่อโตเต็มวัย สีของมันก็จะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเหลืองทองเป็นสีส้มอมแดง และสีนี้จะคงอยู่ไปจนถึงอายุประมาณ 8-9 ปี เมื่ออายุมากขึ้น สีก็จะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีส้มอมแดงเป็นสีแดงเข้ม และหลังจากเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มแล้ว กระบวนการเปลี่ยนสีทั้งหมดของมันถึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์

และเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าฉู่หลิงในตอนนี้ ก็คือตัวที่มีสีสันสวยงามที่สุด ราวกับมันถูกสร้างขึ้นมาจากหยกแดงชั้นเลิศ

ในการประกวดปลานานาชาติปี 2004 เคยมีปลาอโรวาน่าสีเลือดถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็นเงินหยวนก็ประมาณ 5 ล้านหยวน

ฉู่หลิงเคยเห็นรูปถ่ายของปลาตัวนั้นมาบ้าง และความรู้สึกของเขาก็คือ ปลาตัวนั้นกับเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก

เขายิ้มร่าพลางเทอาหารปลาลงในตู้ ภายในนั้นเป็นกุ้งตัวเล็กๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ หนึ่งกระป๋องเล็กก็เพียงพอสำหรับหนึ่งมื้อของมันพอดี

ปลาอโรวาน่าสีเลือดงับกุ้งเข้าไปทีเดียวสองตัว แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากยืนชื่นชมอยู่หน้าตู้ปลาครู่หนึ่ง ฉู่หลิงก็หิ้วอาหารไปหาเต่าอัลลิเกเตอร์ที่เขาเลี้ยงไว้

เต่าอัลลิเกเตอร์ถูกเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในคฤหาสน์ เพื่อให้มันเติบโตได้ดี ฉู่หลิงจึงเตรียมทั้งปลาและกุ้งสดๆ รวมถึงเนื้อวัวเกรดพรีเมียมไว้ให้มันด้วย

กรามล่างของเต่าอัลลิเกเตอร์นั้นใหญ่มาก มันสามารถงับอาหารชิ้นโตเข้าไปได้ในคำเดียว

ฉู่หลิงโยนเนื้อวัวลงไปให้มันเพิ่มอีกสองสามชิ้น พลางหลอกล่อให้มันงับกินอยู่ที่ก้นบ่อ

เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อคนขึ้นมาเสียอย่างนั้นและแอบคิดไปเองว่า ขอแค่ให้เนื้อเยอะๆ เจ้าเต่าอัลลิเกเตอร์ก็จะโตไวและแข็งแรงขึ้น

หลังจากให้อาหารเสร็จ ฉู่หลิงก็นึกถึงต้นไม้และดอกไม้ราคาแพงที่เขาคอยดูแลอยู่ ถึงเวลาที่ต้องไปดูแลพวกมันแล้ว

เขาทั้งรดน้ำ ตัดแต่งกิ่งก้านที่เกินออกมาและตรวจสอบสภาพดิน

การดูแลต้นไม้ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่ต้องมีความอดทนสักหน่อยก็เท่านั้นเอง

กว่าจะจัดการเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว

ฉู่หลิงอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจว่า “มิน่าล่ะ พวกมหาเศรษฐีพอเกษียณแล้วถึงอยากมาอยู่คฤหาสน์กันนัก จัดการโน่นนี่นั่นรอบเดียว เวลาก็ผ่านไปค่อนวันแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”

“เอ๊ะ จริงด้วย!” ฉู่หลิงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาพูดกับตัวเองว่า “บัตรธนาคารที่ส่งไปให้พ่อกับแม่ก่อนหน้านี้ ก็น่าจะถึงมือพวกท่านแล้วสินะ?”

ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเขาตกต่ำลง ครั้งนี้ พ่อกับแม่ของเขาคงจะมีความสุขมากแน่ๆ

เพียงแต่ว่า ฉู่หลิงเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจถึงสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องตกต่ำลงในตอนนั้น เขาเคยถามไปแล้วแต่แม่ก็มักจะพูดบ่ายเบี่ยงอยู่เสมอ เอาไว้ค่อยหาโอกาสถามในอนาคตก็แล้วกัน

ในขณะเดียวกัน ที่ออฟฟิศของโรลส์-รอยซ์สาขาจินหลิง ผู้อำนวยการใหญ่ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง

ทันทีที่ได้ยินเนื้อหาในสาย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงและรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที

หลังจากวางสาย ผู้อำนวยการใหญ่ก็รีบเรียกเลขามาสั่งการว่า “แจ้งคำสั่งลงไปเดี๋ยวนี้ ให้หัวหน้าแผนกทุกคนขึ้นมาประชุมด่วน!”

เลขาก็ย่อมไม่กล้าชักช้า รีบไปแจ้งผู้บริหารระดับสูงของทุกแผนกให้เข้าประชุมทันที

เมื่อเหล่าผู้บริหารมาถึงห้องประชุม และได้เห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของผู้อำนวยการใหญ่ ความคิดที่จะสอบถามข้อมูลจากคนอื่นก็ถูกพับเก็บไปทันที

ผู้อำนวยการใหญ่จ้องมองทุกคนที่มากันครบแล้ว และเริ่มพูดทันทีว่า

“ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง เรามาเข้าเรื่องกันเลย! ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากสำนักงานใหญ่ว่า มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่มบริษัทโรลส์-รอยซ์ของเราอยู่ที่เมืองจินหลิงแห่งนี้ ถึงแม้ตอนนี้ข้อมูลของผู้ถือหุ้นท่านนั้นจะยังส่งมาไม่ถึง แต่ช่วงนี้พวกคุณทุกคนจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและเตรียมรับมือหากท่านผู้ถือหุ้นต้องการมาตรวจเยี่ยม เข้าใจไหม? และผู้อำนวยการไป่ เดี๋ยวคุณจะต้องไปหาท่านผู้ถือหุ้นพร้อมกับผมเพื่อทำความเคารพท่านสักหน่อย!”

หลังจากผู้อำนวยการใหญ่พูดจบ สายตาของทุกคนก็จ้องมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ

ทุกคนในที่นั้นไม่ได้มีข้อโต้แย้งใดๆ ที่ผู้อำนวยการใหญ่เลือกผู้อำนวยการไป่ให้ไปเป็นเพื่อน

เพราะผู้อำนวยการไป่ไม่เพียงแต่จะสวยและมีรูปร่างดีเท่านั้น แต่ความสามารถในการทำงานของเธอยังแข็งแกร่งเป็นที่ประจักษ์อีกด้วย

ยอดขายส่วนตัวของเธอ ถือเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาสาขาทั้งหมดในจินหลิง

คนเก่งระดับนี้ แถมยังรู้จักวางตัวและมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับ

คนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ พวกเขาไม่ได้ไม่อยากคัดค้านหรอก แต่ไม่กล้าต่างหาก

ที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องการไปพบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ฟังเผินๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องดี

การมีเส้นสายกับผู้ถือหุ้นใหญ่แบบนี้ ต่อไปการจะทำอะไรในกลุ่มบริษัทก็จะง่ายขึ้นมาก

อยากจะเดินยืดอกแค่ไหนก็คงไม่มีใครกล้าขวาง

แต่ทว่าเรื่องราวทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ

ถ้าหากปรนนิบัติผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ดี ชีวิตก็จะสบายและมีข้อดีมากมายตามมา

แต่ถ้าหากดูแลได้ไม่ดี หรือเผลอไปล่วงเกินท่านเข้า ก็เกรงว่าคงจะอยู่ในบริษัทไม่ได้อีกต่อไป

ดังนั้นทุกคนจึงเลือกที่จะไม่ออกหน้า และขอดูสถานการณ์ไปก่อน อย่างน้อยๆ ก็เพื่อไม่ให้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ทำอยู่ต้องหลุดลอยไปไม่ใช่เหรอ?

บริษัทโรลส์-รอยซ์สาขาจินหลิง สวัสดิการดี งานก็ค่อนข้างสบาย แถมเป็นงานที่หลายคนต่างพากันอิจฉา

เหล่าผู้บริหารคนอื่นๆ ก็ตัดสินใจได้ดังนั้น หลังจากจดบันทึกคำสั่งของผู้อำนวยการใหญ่เสร็จ พวกเขาก็ทยอยเดินออกจากห้องประชุมไป

และเหลือไว้เพียงผู้อำนวยการไป่เพียงคนเดียวที่อยู่รอรับคำสั่งจากผู้อำนวยการใหญ่ต่อ

ผู้อำนวยการใหญ่ยกข้อมือขึ้นดูเวลา และส่งสัญญาณให้ผู้อำนวยการไป่รอสักครู่

จากนั้นผู้อำนวยการใหญ่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมา และกดโทรออกไปที่เบอร์หนึ่ง

ไม่นานนักปลายสายก็รับสาย ผู้อำนวยการใหญ่จึงพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมอย่างยิ่งว่า “สวัสดีครับ ใช่คุณฉู่หรือเปล่าครับ? ผมตู้เจี้ยนเจิ้ง ผู้อำนวยการใหญ่โรลส์-รอยซ์สาขาจินหลิงครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณฉู่พอจะมีเวลาไหมครับ ผมอยากจะขอเข้าไปเยี่ยมเยียนท่านด้วยตัวเอง ไม่ทราบว่าท่านจะสะดวกไหมครับ?”

หลังจากพูดจบ ผู้อำนวยการใหญ่ก็แทบจะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบจากฉู่หลิงด้วยความกระวนกระวายใจ

อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นการคุยโทรศัพท์ครั้งแรกกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ท่านนี้ แถมยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ผู้อำนวยการใหญ่จึงรู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา

ราวกับรอคอยมานานนับปี ในที่สุดเสียงของฉู่หลิงก็ดังมาจากปลายสายว่า “ได้สิ พวกคุณมาเถอะ! เดี๋ยวผมจะส่งที่อยู่ไปให้”

“ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ”

ในที่สุดผู้อำนวยการใหญ่ก็วางสายได้สำเร็จ เขาพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ตื่นเต้น

อีกฝ่ายตกลงแล้ว!

ถือว่าเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ผู้อำนวยการไป่ที่ยืนอยู่ข้างๆ และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด บนหน้าผากของผู้อำนวยการใหญ่ถึงกับมีเหงื่อซึมออกมาเป็นชั้นบางๆ

แถมน้ำเสียงตอนที่เขาพูดเมื่อครู่ ยังมีความสั่นเครือแฝงอยู่เล็กน้อยอีกด้วย

ผู้อำนวยการไป่มองดูท่าทางของผู้อำนวยการใหญ่แล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว

เธอร่วมงานกับผู้อำนวยการใหญ่มาหลายปี เธอย่อมรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร

เขาคือคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และเป็นประเภทที่ต่อให้ภูเขาไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังนิ่งเฉยได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ขึ้นมาถึงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่หรอก

แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้แค่การคุยโทรศัพท์สายเดียว กลับทำให้เขาประหม่าได้ขนาดนี้.......

มันแสดงให้เห็นว่าฐานะของคนปลายสายท่านนั้น ต้องสูงส่งมากเพียงใด

ผู้อำนวยการใหญ่ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว เขาจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยอย่างตั้งใจ ก่อนจะบอกให้ผู้อำนวยการไป่ออกเดินทางไปพร้อมกับเขา

ส่วนทางด้านฉู่หลิง หลังจากส่งตำแหน่งที่อยู่ไปให้แล้ว เขาก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

ในเวลาว่างแบบนี้ เขาก็เปิดแอปพลิเคชันไลฟ์สดขึ้นมาดูและเห็นหวั่นเอ๋อร์กำลังไลฟ์สดอยู่พอดี เขาจึงกดเข้าไปดู

ที่หลังบ้านของหวั่นเอ๋อร์ก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่า : ผู้ใช้งาน 【หลิงอวิ๋น】 เข้าสู่ห้องไลฟ์สด

ทันทีที่หวั่นเอ๋อร์เห็นชื่อบัญชีหลิงอวิ๋น ดวงตาของเธอก็สว่างวาบขึ้นมาทันที

พี่หลิงมาแล้วนั่นเอง

เธอยิ้มให้กล้องอย่างอ่อนหวานพร้อมกับทักทายฉู่หลิงว่า “พี่หลิงมาแล้วค่ะทุกคน ต้อนรับพี่หลิงกันหน่อยนะคะ!”

ผู้ชมด้านล่างส่วนใหญ่ต่างก็เป็นแฟนคลับตัวจริง พวกเขาต่างก็จดจำลูกพี่ใหญ่หลิงอวิ๋นคนนี้ได้ดี พวกเขาจึงรีบพากันร่วมขบวนการต้อนรับทันที

พี่ชายมหาเศรษฐีที่เปย์ทีเดียวแสนหยวน แถมยังขับบูกัตติอีกต่างหาก ต้องคอยเอาใจไว้ให้ดี!

หวั่นเอ๋อร์มองดูเลข 666 ที่เต็มหน้าจอ แล้วจึงถามผ่านรูปโปรไฟล์ของฉู่หลิงว่า “พี่หลิงคะ เมื่อวันก่อนหนูเห็นในข่าวบอกว่า มีฮีโร่ไปช่วยคนแถมยังเป็นฮีโร่ที่ขับรถบูกัตติ เวย์รอนด้วย คนคนนั้นคือพี่ใช่ไหมคะ?”

พอได้ยินคำว่าบูกัตติ เวย์รอน หวั่นเอ๋อร์ก็นึกถึงฉู่หลิงขึ้นมาทันที

รถหรูระดับนี้หาดูได้ยากมากและในจินหลิงก็น่าจะมีเพียงคันเดียวเท่านั้น

นอกจากฉู่หลิงแล้ว หวั่นเอ๋อร์ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นใครไปได้อีก

บัญชีของฉู่หลิงถูกหวั่นเอ๋อร์ตั้งค่าให้เป็นผู้ดูแลห้องไลฟ์เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นข้อความที่เขาพิมพ์จึงมีเอฟเฟกต์ลอยเด่นอยู่ตรงกลางหน้าจอ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนมาก

“อืม ฉันเอง” คำตอบของฉู่หลิงลอยเด่นขึ้นมาทันที

ข้อความนั้นวนรอบห้องไลฟ์หนึ่งรอบก่อนจะหายไป แต่ทว่าคนในห้องไลฟ์ต่างก็พากันแตกตื่นทันที

“สวรรค์ นี่ฉันเจอหมอหัตถ์เทวะตัวจริงเสียงจริงเหรอเนี่ย! ท่านหลิงอวิ๋น ช่วยเลือกฉันทีเถอะ!”

“ในข่าวน่ะรายงานไว้ด้วยนะ ว่าเป็นเพราะฮีโร่ไร้นามคนนั้นที่มาช่วยไว้ได้ทันเวลา ถึงทำให้ครอบครัวของทหารปลดประจำการเหล่านั้นรอดชีวิตมาได้! ท่านหลิงอวิ๋นรวยขนาดนี้ คงเป็นเงินที่ได้มาจากการรักษาคนสินะครับ?”

“เก่งขนาดนี้เลยเหรอ? ท่านหลิงอวิ๋น ช่วยรักษาผมหน่อยได้ไหม? ผมอยากอยู่ได้นานสักครึ่งชั่วโมง ช่วยฝังเข็มให้ผมหน่อยได้ไหม?”

“ท่านหลิงอวิ๋น ผมมีข้อเสนอเพียงอย่างเดียว หนึ่งวันหนึ่งรอบ หนึ่งรอบหนึ่งวัน...”

“คนข้างบนน่ะ ระวังจะหลับไม่ตื่นนะ!”

“ใช้งานอวัยวะนั้นหนักขนาดนั้น ระวังมันจะพังเอานะ”

“......”

ฉู่หลิงมองดูคำขอแปลกๆ เหล่านั้นแล้วก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พลางพิมพ์ข้อความส่งไปว่า “ความจริงแล้ว ฉันนวดเก่งที่สุดเลยนะ!”

หวั่นเอ๋อร์เห็นคำตอบของฉู่หลิงก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “นวดเหรอคะ? นั่นมันคือการทำกายภาพบำบัดไม่ใช่เหรอคะ? แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร แล้วมันรักษาโรคอะไรได้บ้างล่ะคะ?”

“ฉันจำได้ว่าเธอเคยบอกว่าเธอจน จนต้องกินดิน จนหน้าอกหน้าใจของเธอแฟบไปหมดแล้ว อาการของเธอน่ะ ใช้วิธีนวดก็รักษาได้นะ ไว้คราวหน้าเธอมาหาฉันสิ แล้วฉันจะนวดให้สักสามรอบ รับรองว่ามันจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตครั้งที่สองได้แน่นอน เป็นไงล่ะ?”

ฉู่หลิงพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีข้อความก็ถูกส่งออกไป

คำพูดของเขาที่ลอยเด่นอยู่กลางหน้าจอ ทำให้ห้องไลฟ์สดทั้งห้องเงียบกริบลงทันที

จบบทที่ ตอนที่ 35 : สักกี่รอบดี?

คัดลอกลิงก์แล้ว