- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?
ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?
ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?
ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?
วินาทีต่อมา ราวกับว่าโทรศัพท์เกิดอาการค้างไปชั่วขณะ บนหน้าจอก็เริ่มมีข้อความคำว่า LSP ปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด!
(*LSP เป็นคำแสลงในภาษาจีนที่ย่อมาจากคำว่า 老色胚 (Lǎosèpēi) ซึ่งแปลว่า คนหื่น)
“แม่งเอ๊ย ฉันว่าแล้วเชียวว่ารถคันนี้มันแปลกๆ นี่มันไม่ใช่รถโรงเรียนที่จะไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลชัดๆ!”
“สมกับเป็นสิงห์นักขับรุ่นเก๋าจริงๆ รถคันนี้ทั้งเร็วและแรงจนตั้งตัวไม่ติดเลย ฉันยังไม่ทันจะรู้ตัวว่าขึ้นรถมาตอนไหน แต่ก็มาถึงสถานีปลายทางซะแล้ว!”
“ท่านหลิงอวิ๋น เนื่องด้วยท่านขับรถเร็วเกินกำหนด ทางเราจึงขอสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของคุณ! รีบยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้!”
ในตอนแรกหวั่นเอ๋อร์ยังตามไม่ทัน แต่เมื่อเห็นข้อความที่เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่หลิง พี่นี่มัน แอลเอสพี จริงๆ เลย!” หวั่นเอ๋อร์แสร้งพูดด้วยน้ำเสียงโกรธ
แต่ทว่าสายตาที่มองมานั้นกลับดูเหมือนการมองค้อนที่แฝงไปด้วยความเขินอายอย่างบอกไม่ถูก จนช่องแสดงความคิดเห็นเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอีกรอบ
เหล่าแฟนคลับต่างก็พากันบอกว่า สตรีมเมอร์ของพวกเขาถูกลูกพี่ใหญ่ตกจนเสียขวัญไปหมดแล้ว!
หวั่นเอ๋อร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยท่าทางแง่งอนแล้วพูดว่า “หึหึ ตอนนี้ฉันโกรธแล้วนะ เพราะงั้นฉันจะเข้าไปฆ่าพวกศัตรูให้หมด!”
“ทีมิ!”
เสียงประกอบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น หวั่นเอ๋อร์ตั้งใจจะไลฟ์สดการเล่นเกมอีกสักพัก
อย่างไรเสียเธอก็เป็นสตรีมเมอร์สายอีสปอร์ต จะเอาแต่ทำเรื่องไร้สาระตลอดเวลาก็คงไม่ดี
ฉู่หลิงนั่งดูหวั่นเอ๋อร์โชว์ฝีมือการเล่นอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น
ฉู่หลิงเดินไปรับสายและพบว่าเป็น รปภ. ของคฤหาสน์เทียนฝางที่โทรมาสอบถาม “คุณฉู่ครับ มีคนมาขอเข้าพบคุณครับ จะให้ปล่อยเข้าไปเลยไหมครับ?”
“อืม ปล่อยเข้ามาเลย!” หลังจากฉู่หลิงพูดจบ เขาก็วางสายไป
เมื่อได้รับการอนุญาตจากฉู่หลิงแล้ว รปภ. ก็เริ่มนำทางแขกทันที ส่วนผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการไป่ต่างก็ขับรถตามหลังไป
พวกเขาต่างก็เป็นคนจินหลิง พวกเขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของวิลล่าคฤหาสน์เทียนฝางมาอย่างหนาหู
มีคนไม่น้อยที่เคยเข้ามาเยี่ยมชม และเมื่อกลับไปก็นำความงดงามของวิลล่าไปเล่าต่อกันฟังจนมันโด่งดังไปทั่ว
แต่ทว่าการฟังเขาเล่ามาก็ไม่อาจเทียบได้กับการมาเห็นด้วยตาของตัวเอง
ตอนนี้เมื่อได้ก้าวเข้ามาจริงๆ พวกเขาถึงได้พบว่า วิลล่าระดับท็อปแห่งนี้ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นถนนที่กว้างขวางในตอนที่ขับเข้ามา หรือทัศนียภาพที่ประณีตงดงามภายในเขตวิลล่า แม้แต่ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของวิลล่า ก็ยังเป็นพันธุ์ไม้ที่หายากและล้ำค่ามาก
ต้นไม้ใหญ่ที่สวยงามหลายต้น พวกเขาถึงกับคิดชื่อมันไม่ออกเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีลำธารจำลองเล็กๆ ที่ถูกขุดขึ้นมาและไหลพาดผ่านภายในเขตวิลล่าทั้งหมด
ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว น้ำก็คือโชคลาภ น้ำไหลผ่านหน้าประตู ก็หมายถึง ความมั่งคั่งย่อมมาหาเองโดยธรรมชาติ
ผู้อำนวยการใหญ่ค่อนข้างจะพิถีพิถันเรื่องพวกนี้ เขาจึงได้แต่มองการจัดวางสิ่งต่างๆ พลางอุทานออกมาด้วยความทึ่งว่า ฮวงจุ้ยของที่นี่ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน
“หลังนั้นแหละครับ คือวิลล่าหมายเลขหนึ่ง” หลังจาก รปภ. ชี้ตำแหน่งให้เสร็จ เขาก็หมุนตัวจากไปทันที
ทิ้งให้ผู้อำนวยการใหญ่และผู้อวยการไป่ยืนมองไปยังทิศทางของวิลล่าหมายเลขหนึ่งด้วยความอึ้ง
วิลล่าหลังเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตวิลล่าทั้งหมดนั้น เปรียบเสมือนสาวงามที่กำลังเหลียวหลังมองท่ามกลางฝูงชนนับหมื่น แต่เป็นหญิงสาวที่ใครได้เห็นก็ต้องจดจำได้ทันทีแม้จะมองผ่านเพียงครั้งเดียว
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของพวกเขา ถึงกับพักอาศัยอยู่ในวิลล่าที่แพงที่สุดของคฤหาสน์เทียนฝางเชียวเหรอ
วิลล่าราคาตั้งพันกว่าล้านหยวนน่ะนะ!
ถึงแม้เรื่องนี้จะสอดคล้องกับฐานะของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรลส์-รอยซ์ แต่การที่มหาเศรษฐีระดับท็อปมาอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันทั้งอิจฉาและทึ่งไปพร้อมๆ กัน
ฉู่หลิงยืนรออยู่ที่หน้าประตูวิลล่าอยู่แล้ว ผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการไป่จึงรีบจอดรถแล้วเดินเข้าไปหาทันที
“ผู้อำนวยการไป่ ต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนนี้ไว้ให้ได้นะ เข้าใจไหม?” ผู้อำนวยการใหญ่เริ่มกลับมาประหม่าอีกครั้ง เขาจึงกำชับผู้อำนวยการไป่อย่างละเอียด
ผู้อำนวยการไป่ก็พยักหน้า “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
ในตอนนั้นเอง ทั้งสองคนก็เห็นฉู่หลิงเดินออกมาจากตัววิลล่า
ผู้อำนวยการใหญ่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะไปให้ถึงตัวฉู่หลิงก่อน จากนั้นเขาก็รีบยื่นมือออกไป พร้อมกับเอ่ยด้วยความนอบน้อมว่า “สวัสดีครับคุณฉู่ ผมผู้อำนวยการใหญ่จากสำนักงานสาขาจินหลิงที่เคยติดต่อคุณไว้ก่อนหน้านี้ครับ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ!”
หลังจากผู้อำนวยการใหญ่กล่าวทักทายเสร็จ ก็ถึงคิวของผู้อำนวยการไป่ หรือไป่อี้หยุนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
ไป่อี้หยุนเงยหน้าขึ้นมา และรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็แข็งค้างไปในทันที
เธอจ้องมองฉู่หลิงอยู่นาน ก่อนจะหลุดปากออกมาว่า “เป็นคุณเองเหรอ?”
ผู้อำนวยการใหญ่ถึงกับอึ้งไปทันที เขากำลังจะดุผู้อำนวยการไป่ว่าเสียมารยาท แต่ทว่าพอนึกดูอีกที เขาก็เริ่มดีใจขึ้นมา เขาจึงหันไปมองไป่อี้หยุนแล้วเอ่ยถามยิ้มๆ ว่า “ผู้อำนวยการไป่รู้จักกับคุณฉู่งั้นเหรอครับ?”
ฉู่หลิงยิ้มบางๆ พลางมองไปที่ไป่อี้หยุนแล้วพูดว่า “อืม ก็นับว่ารู้จักกันได้อยู่ครับ”
เมื่อผู้อำนวยการใหญ่ที่ได้รับคำตอบยืนยันจากฉู่หลิง เขาก็ยิ้มจนดวงตาแทบจะปิด
เขาแอบคิดในใจว่า ไป่อี้หยุนคนนี้คือขุนพลนำโชคของเขาจริงๆ!
ไม่เพียงแต่จะทำงานเก่ง แต่ยังรู้จักกับท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกด้วย แบบนี้ชีวิตในวันข้างหน้าของเขาก็คงจะสบายขึ้นแล้วล่ะสิ?
“ไปเถอะ เข้าไปคุยกันข้างใน” หลังจากฉู่หลิงพูดจบ เขาก็เชื้อเชิญทั้งสองคนเดินเข้าไปภายในวิลล่า
ในรั้วบ้าน มีรถบูกัตติ เวย์รอน ของฉู่หลิงจอดอยู่อย่างไม่ใส่ใจนัก
ทันทีที่ผู้อำนวยการใหญ่เห็นบูกัตติ เวย์รอน ที่มุมปากของเขาก็เริ่มกระตุกวูบ
รถหรูระดับท็อปขนาดนี้ แทนที่จะถูกเก็บสะสมไว้อย่างดี แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นรถสำหรับเดินทางทั่วไป ชีวิตของมหาเศรษฐีนี่มันช่างเอาแต่ใจจริงๆ
ฉู่หลิงเดินนำหน้าไป ในขณะที่เดินผ่านสวนดอกไม้ ผู้อำนวยการใหญ่และไป่อี้หยุนต่างก็มองดูพันธุ์ไม้หายากในสวนด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
สมกับเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปจริงๆ แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าที่ปลูกไว้ยังดูประณีตขนาดนี้
ทั้งสองคนเดินตามฉู่หลิงเข้าไปในวิลล่า เมื่อได้เห็นการตกแต่งภายในที่หรูหราจนถึงขีดสุด ผู้อำนวยการใหญ่ถึงกับไม่มีความกล้าที่จะนั่งลงเลยทีเดียว
มันหรูหราเกินไป จนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบ้านนอกเข้ากรุง ที่มองไปทางไหนก็ดูแปลกใหม่ไปหมด
ผู้อำนวยการใหญ่และไป่อี้หยุนมายืนขนาบข้างซ้ายขวาของฉู่หลิง พร้อมกับรายงานข้อมูลของสำนักงานสาขาจินหลิงให้เขาทราบ
พวกเขามีความเข้าใจในการดำเนินงานของบริษัทเป็นอย่างดี และรายงานออกมาได้อย่างเป็นระเบียบชัดเจน ทำให้ฉู่หลิงเริ่มมีความเข้าใจในภาพรวมมากขึ้น
“คุณฉู่ครับ ไม่ทราบว่ามีข้อมูลด้านไหนที่คุณต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมอีกไหมครับ?” ผู้อำนวยการใหญ่เอ่ยถามอย่างจริงจัง “ทั้งงบการเงิน รายงานประจำปีหรือรายไตรมาส ผมสามารถนำมามอบให้ท่านตรวจสอบได้ทุกเมื่อเลยครับ”
คุณฉู่เป็นถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เขาก็ย่อมมีอำนาจในระดับสูงสุดอยู่แล้ว
“ทั้งสองคนเชิญนั่งก่อนเถอะครับ พวกเราค่อยๆ คุยกันก็ได้” ฉู่หลิงมองดูทั้งสองคนที่ยืนขนาบข้างราวกับเป็นองครักษ์รักษาความปลอดภัยแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบอก
ทำแบบนี้เขาก็เริ่มจะรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเหมือนกัน
“ไม่ต้องหรอกครับ คุณฉู่เกรงใจเกินไปแล้ว!” ผู้อำนวยการใหญ่ยังคงไม่กล้านั่ง เขาจึงเอ่ยปฏิเสธซ้ำๆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เขามักจะรู้สึกว่าฉู่หลิงมีกลิ่นอายพิเศษบางอย่างแผ่ออกมา ถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่กลับทำให้คนไม่กล้าสบตาตรงๆ
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงหันไปมองไป่อี้หยุนที่อยู่ข้างกายแล้วพูดว่า “คุณฉู่ครับ ในเมื่อคุณรู้จักกับผู้อำนวยการไป่ของพวกเราอยู่แล้ว งั้นต่อจากนี้ไป นอกจากเธอจะเป็นผู้อำนวยการของสำนักงานสาขาแล้ว ผมจะให้เธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณด้วยเลยนะครับ หากคุณมีเรื่องอะไรก็สามารถสั่งการผ่านเธอได้เลยนะครับ”
ไป่อี้หยุน “.......”
ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกขายเลยล่ะ?
ฉู่หลิงยังไม่ทันได้แสดงท่าทีอะไร ผู้อำนวยการใหญ่ก็เริ่มสั่งการไป่อี้หยุนต่อหน้าต่อตาเขา “ผู้อำนวยการไป่ คุณต้องตั้งใจช่วยแบ่งเบาภาระของคุณฉู่ให้ดีนะ ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เข้าใจไหม? คุณไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวผมกลับไปจะทำเรื่องปรับฐานเงินเดือนให้ สวัสดิการต่างๆ คุณก็สบายใจได้เลย!”
ขอแค่ท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่พอใจ ต่อให้ต้องให้เงินเดือนไป่อี้หยุนเท่ากับตัวเขาเอง เขาก็ยินดี
จากนั้นผู้อำนวยการใหญ่ก็อ้างว่าบริษัทมีธุระด่วน เขาจึงต้องรีบกลับไปจัดการ ไป่อี้หยุนที่ตั้งใจจะเดินตามเขาออกไปด้วย ก็ถูกผู้อำนวยการใหญ่ห้ามไว้ “ผู้อำนวยการไป่ คุณอยู่คุยเรื่องงานกับคุณฉู่ต่อเถอะ ผมขอตัวก่อน”
ไป่อี้หยุนในตอนนี้ถึงกับพูดไม่ออกอย่างสิ้นเชิง
ผู้อำนวยการใหญ่ทิ้งฉันไว้ที่นี่แบบหน้าตาเฉยเลยเหรอ?
หืม???
ความรู้สึกนี้มันยังไงกันนะ? ทำไมมันดูแปลกๆ เหมือนเขากำลังส่งเธอเข้าถ้ำเสือยังไงยังงั้นเลยล่ะ?
แต่ในเมื่อต้องอยู่ที่นี่แล้ว ไป่อี้หยุนจึงตั้งใจจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เธอเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างกายฉู่หลิงแล้วเอ่ยถามว่า “คุณฉู่คะ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างไหมคะ?”
ฉู่หลิงมองเธอพลางเอ่ยหยอกล้อออกมาว่า “คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดไว้ว่ายังไง คุณจะต้องทำการใหญ่ได้แน่ ใช่ไหม?”