เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?

ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?

ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?


ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?

วินาทีต่อมา ราวกับว่าโทรศัพท์เกิดอาการค้างไปชั่วขณะ บนหน้าจอก็เริ่มมีข้อความคำว่า LSP ปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด!

(*LSP เป็นคำแสลงในภาษาจีนที่ย่อมาจากคำว่า 老色胚 (Lǎosèpēi) ซึ่งแปลว่า คนหื่น)

“แม่งเอ๊ย ฉันว่าแล้วเชียวว่ารถคันนี้มันแปลกๆ นี่มันไม่ใช่รถโรงเรียนที่จะไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลชัดๆ!”

“สมกับเป็นสิงห์นักขับรุ่นเก๋าจริงๆ รถคันนี้ทั้งเร็วและแรงจนตั้งตัวไม่ติดเลย ฉันยังไม่ทันจะรู้ตัวว่าขึ้นรถมาตอนไหน แต่ก็มาถึงสถานีปลายทางซะแล้ว!”

“ท่านหลิงอวิ๋น เนื่องด้วยท่านขับรถเร็วเกินกำหนด ทางเราจึงขอสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของคุณ! รีบยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้!”

ในตอนแรกหวั่นเอ๋อร์ยังตามไม่ทัน แต่เมื่อเห็นข้อความที่เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

“พี่หลิง พี่นี่มัน แอลเอสพี จริงๆ เลย!” หวั่นเอ๋อร์แสร้งพูดด้วยน้ำเสียงโกรธ

แต่ทว่าสายตาที่มองมานั้นกลับดูเหมือนการมองค้อนที่แฝงไปด้วยความเขินอายอย่างบอกไม่ถูก จนช่องแสดงความคิดเห็นเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอีกรอบ

เหล่าแฟนคลับต่างก็พากันบอกว่า สตรีมเมอร์ของพวกเขาถูกลูกพี่ใหญ่ตกจนเสียขวัญไปหมดแล้ว!

หวั่นเอ๋อร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยท่าทางแง่งอนแล้วพูดว่า “หึหึ ตอนนี้ฉันโกรธแล้วนะ เพราะงั้นฉันจะเข้าไปฆ่าพวกศัตรูให้หมด!”

“ทีมิ!”

เสียงประกอบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น หวั่นเอ๋อร์ตั้งใจจะไลฟ์สดการเล่นเกมอีกสักพัก

อย่างไรเสียเธอก็เป็นสตรีมเมอร์สายอีสปอร์ต จะเอาแต่ทำเรื่องไร้สาระตลอดเวลาก็คงไม่ดี

ฉู่หลิงนั่งดูหวั่นเอ๋อร์โชว์ฝีมือการเล่นอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น

ฉู่หลิงเดินไปรับสายและพบว่าเป็น รปภ. ของคฤหาสน์เทียนฝางที่โทรมาสอบถาม “คุณฉู่ครับ มีคนมาขอเข้าพบคุณครับ จะให้ปล่อยเข้าไปเลยไหมครับ?”

“อืม ปล่อยเข้ามาเลย!” หลังจากฉู่หลิงพูดจบ เขาก็วางสายไป

เมื่อได้รับการอนุญาตจากฉู่หลิงแล้ว รปภ. ก็เริ่มนำทางแขกทันที ส่วนผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการไป่ต่างก็ขับรถตามหลังไป

พวกเขาต่างก็เป็นคนจินหลิง พวกเขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของวิลล่าคฤหาสน์เทียนฝางมาอย่างหนาหู

มีคนไม่น้อยที่เคยเข้ามาเยี่ยมชม และเมื่อกลับไปก็นำความงดงามของวิลล่าไปเล่าต่อกันฟังจนมันโด่งดังไปทั่ว

แต่ทว่าการฟังเขาเล่ามาก็ไม่อาจเทียบได้กับการมาเห็นด้วยตาของตัวเอง

ตอนนี้เมื่อได้ก้าวเข้ามาจริงๆ พวกเขาถึงได้พบว่า วิลล่าระดับท็อปแห่งนี้ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ

ไม่ว่าจะเป็นถนนที่กว้างขวางในตอนที่ขับเข้ามา หรือทัศนียภาพที่ประณีตงดงามภายในเขตวิลล่า แม้แต่ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของวิลล่า ก็ยังเป็นพันธุ์ไม้ที่หายากและล้ำค่ามาก

ต้นไม้ใหญ่ที่สวยงามหลายต้น พวกเขาถึงกับคิดชื่อมันไม่ออกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีลำธารจำลองเล็กๆ ที่ถูกขุดขึ้นมาและไหลพาดผ่านภายในเขตวิลล่าทั้งหมด

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว น้ำก็คือโชคลาภ น้ำไหลผ่านหน้าประตู ก็หมายถึง ความมั่งคั่งย่อมมาหาเองโดยธรรมชาติ

ผู้อำนวยการใหญ่ค่อนข้างจะพิถีพิถันเรื่องพวกนี้ เขาจึงได้แต่มองการจัดวางสิ่งต่างๆ พลางอุทานออกมาด้วยความทึ่งว่า ฮวงจุ้ยของที่นี่ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน

“หลังนั้นแหละครับ คือวิลล่าหมายเลขหนึ่ง” หลังจาก รปภ. ชี้ตำแหน่งให้เสร็จ เขาก็หมุนตัวจากไปทันที

ทิ้งให้ผู้อำนวยการใหญ่และผู้อวยการไป่ยืนมองไปยังทิศทางของวิลล่าหมายเลขหนึ่งด้วยความอึ้ง

วิลล่าหลังเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตวิลล่าทั้งหมดนั้น เปรียบเสมือนสาวงามที่กำลังเหลียวหลังมองท่ามกลางฝูงชนนับหมื่น แต่เป็นหญิงสาวที่ใครได้เห็นก็ต้องจดจำได้ทันทีแม้จะมองผ่านเพียงครั้งเดียว

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของพวกเขา ถึงกับพักอาศัยอยู่ในวิลล่าที่แพงที่สุดของคฤหาสน์เทียนฝางเชียวเหรอ

วิลล่าราคาตั้งพันกว่าล้านหยวนน่ะนะ!

ถึงแม้เรื่องนี้จะสอดคล้องกับฐานะของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรลส์-รอยซ์ แต่การที่มหาเศรษฐีระดับท็อปมาอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันทั้งอิจฉาและทึ่งไปพร้อมๆ กัน

ฉู่หลิงยืนรออยู่ที่หน้าประตูวิลล่าอยู่แล้ว ผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการไป่จึงรีบจอดรถแล้วเดินเข้าไปหาทันที

“ผู้อำนวยการไป่ ต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนนี้ไว้ให้ได้นะ เข้าใจไหม?” ผู้อำนวยการใหญ่เริ่มกลับมาประหม่าอีกครั้ง เขาจึงกำชับผู้อำนวยการไป่อย่างละเอียด

ผู้อำนวยการไป่ก็พยักหน้า “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

ในตอนนั้นเอง ทั้งสองคนก็เห็นฉู่หลิงเดินออกมาจากตัววิลล่า

ผู้อำนวยการใหญ่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะไปให้ถึงตัวฉู่หลิงก่อน จากนั้นเขาก็รีบยื่นมือออกไป พร้อมกับเอ่ยด้วยความนอบน้อมว่า “สวัสดีครับคุณฉู่ ผมผู้อำนวยการใหญ่จากสำนักงานสาขาจินหลิงที่เคยติดต่อคุณไว้ก่อนหน้านี้ครับ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ!”

หลังจากผู้อำนวยการใหญ่กล่าวทักทายเสร็จ ก็ถึงคิวของผู้อำนวยการไป่ หรือไป่อี้หยุนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

ไป่อี้หยุนเงยหน้าขึ้นมา และรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็แข็งค้างไปในทันที

เธอจ้องมองฉู่หลิงอยู่นาน ก่อนจะหลุดปากออกมาว่า “เป็นคุณเองเหรอ?”

ผู้อำนวยการใหญ่ถึงกับอึ้งไปทันที เขากำลังจะดุผู้อำนวยการไป่ว่าเสียมารยาท แต่ทว่าพอนึกดูอีกที เขาก็เริ่มดีใจขึ้นมา เขาจึงหันไปมองไป่อี้หยุนแล้วเอ่ยถามยิ้มๆ ว่า “ผู้อำนวยการไป่รู้จักกับคุณฉู่งั้นเหรอครับ?”

ฉู่หลิงยิ้มบางๆ พลางมองไปที่ไป่อี้หยุนแล้วพูดว่า “อืม ก็นับว่ารู้จักกันได้อยู่ครับ”

เมื่อผู้อำนวยการใหญ่ที่ได้รับคำตอบยืนยันจากฉู่หลิง เขาก็ยิ้มจนดวงตาแทบจะปิด

เขาแอบคิดในใจว่า ไป่อี้หยุนคนนี้คือขุนพลนำโชคของเขาจริงๆ!

ไม่เพียงแต่จะทำงานเก่ง แต่ยังรู้จักกับท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกด้วย แบบนี้ชีวิตในวันข้างหน้าของเขาก็คงจะสบายขึ้นแล้วล่ะสิ?

“ไปเถอะ เข้าไปคุยกันข้างใน” หลังจากฉู่หลิงพูดจบ เขาก็เชื้อเชิญทั้งสองคนเดินเข้าไปภายในวิลล่า

ในรั้วบ้าน มีรถบูกัตติ เวย์รอน ของฉู่หลิงจอดอยู่อย่างไม่ใส่ใจนัก

ทันทีที่ผู้อำนวยการใหญ่เห็นบูกัตติ เวย์รอน ที่มุมปากของเขาก็เริ่มกระตุกวูบ

รถหรูระดับท็อปขนาดนี้ แทนที่จะถูกเก็บสะสมไว้อย่างดี แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นรถสำหรับเดินทางทั่วไป ชีวิตของมหาเศรษฐีนี่มันช่างเอาแต่ใจจริงๆ

ฉู่หลิงเดินนำหน้าไป ในขณะที่เดินผ่านสวนดอกไม้ ผู้อำนวยการใหญ่และไป่อี้หยุนต่างก็มองดูพันธุ์ไม้หายากในสวนด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก

สมกับเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปจริงๆ แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าที่ปลูกไว้ยังดูประณีตขนาดนี้

ทั้งสองคนเดินตามฉู่หลิงเข้าไปในวิลล่า เมื่อได้เห็นการตกแต่งภายในที่หรูหราจนถึงขีดสุด ผู้อำนวยการใหญ่ถึงกับไม่มีความกล้าที่จะนั่งลงเลยทีเดียว

มันหรูหราเกินไป จนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบ้านนอกเข้ากรุง ที่มองไปทางไหนก็ดูแปลกใหม่ไปหมด

ผู้อำนวยการใหญ่และไป่อี้หยุนมายืนขนาบข้างซ้ายขวาของฉู่หลิง พร้อมกับรายงานข้อมูลของสำนักงานสาขาจินหลิงให้เขาทราบ

พวกเขามีความเข้าใจในการดำเนินงานของบริษัทเป็นอย่างดี และรายงานออกมาได้อย่างเป็นระเบียบชัดเจน ทำให้ฉู่หลิงเริ่มมีความเข้าใจในภาพรวมมากขึ้น

“คุณฉู่ครับ ไม่ทราบว่ามีข้อมูลด้านไหนที่คุณต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมอีกไหมครับ?” ผู้อำนวยการใหญ่เอ่ยถามอย่างจริงจัง “ทั้งงบการเงิน รายงานประจำปีหรือรายไตรมาส ผมสามารถนำมามอบให้ท่านตรวจสอบได้ทุกเมื่อเลยครับ”

คุณฉู่เป็นถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เขาก็ย่อมมีอำนาจในระดับสูงสุดอยู่แล้ว

“ทั้งสองคนเชิญนั่งก่อนเถอะครับ พวกเราค่อยๆ คุยกันก็ได้” ฉู่หลิงมองดูทั้งสองคนที่ยืนขนาบข้างราวกับเป็นองครักษ์รักษาความปลอดภัยแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบอก

ทำแบบนี้เขาก็เริ่มจะรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเหมือนกัน

“ไม่ต้องหรอกครับ คุณฉู่เกรงใจเกินไปแล้ว!” ผู้อำนวยการใหญ่ยังคงไม่กล้านั่ง เขาจึงเอ่ยปฏิเสธซ้ำๆ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เขามักจะรู้สึกว่าฉู่หลิงมีกลิ่นอายพิเศษบางอย่างแผ่ออกมา ถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่กลับทำให้คนไม่กล้าสบตาตรงๆ

ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงหันไปมองไป่อี้หยุนที่อยู่ข้างกายแล้วพูดว่า “คุณฉู่ครับ ในเมื่อคุณรู้จักกับผู้อำนวยการไป่ของพวกเราอยู่แล้ว งั้นต่อจากนี้ไป นอกจากเธอจะเป็นผู้อำนวยการของสำนักงานสาขาแล้ว ผมจะให้เธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณด้วยเลยนะครับ หากคุณมีเรื่องอะไรก็สามารถสั่งการผ่านเธอได้เลยนะครับ”

ไป่อี้หยุน “.......”

ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกขายเลยล่ะ?

ฉู่หลิงยังไม่ทันได้แสดงท่าทีอะไร ผู้อำนวยการใหญ่ก็เริ่มสั่งการไป่อี้หยุนต่อหน้าต่อตาเขา “ผู้อำนวยการไป่ คุณต้องตั้งใจช่วยแบ่งเบาภาระของคุณฉู่ให้ดีนะ ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เข้าใจไหม? คุณไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวผมกลับไปจะทำเรื่องปรับฐานเงินเดือนให้ สวัสดิการต่างๆ คุณก็สบายใจได้เลย!”

ขอแค่ท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่พอใจ ต่อให้ต้องให้เงินเดือนไป่อี้หยุนเท่ากับตัวเขาเอง เขาก็ยินดี

จากนั้นผู้อำนวยการใหญ่ก็อ้างว่าบริษัทมีธุระด่วน เขาจึงต้องรีบกลับไปจัดการ ไป่อี้หยุนที่ตั้งใจจะเดินตามเขาออกไปด้วย ก็ถูกผู้อำนวยการใหญ่ห้ามไว้ “ผู้อำนวยการไป่ คุณอยู่คุยเรื่องงานกับคุณฉู่ต่อเถอะ ผมขอตัวก่อน”

ไป่อี้หยุนในตอนนี้ถึงกับพูดไม่ออกอย่างสิ้นเชิง

ผู้อำนวยการใหญ่ทิ้งฉันไว้ที่นี่แบบหน้าตาเฉยเลยเหรอ?

หืม???

ความรู้สึกนี้มันยังไงกันนะ? ทำไมมันดูแปลกๆ เหมือนเขากำลังส่งเธอเข้าถ้ำเสือยังไงยังงั้นเลยล่ะ?

แต่ในเมื่อต้องอยู่ที่นี่แล้ว ไป่อี้หยุนจึงตั้งใจจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เธอเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างกายฉู่หลิงแล้วเอ่ยถามว่า “คุณฉู่คะ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างไหมคะ?”

ฉู่หลิงมองเธอพลางเอ่ยหยอกล้อออกมาว่า “คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดไว้ว่ายังไง คุณจะต้องทำการใหญ่ได้แน่ ใช่ไหม?”

จบบทที่ ตอนที่ 36 : คุณเห็นไหมล่ะว่าผมพูดว่ายังไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว