- หน้าแรก
- ดรูอิดแห่งฮอกวอตส์ ข้าคือจอมเวทแห่งธรรมชาติ
- บทที่ 8 ผู้ดูแลแมว
บทที่ 8 ผู้ดูแลแมว
บทที่ 8 ผู้ดูแลแมว
บทที่ 8 ผู้ดูแลแมว
"เมี้ยว~ เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว~" (อย่าตื่นเต้นไปเลยเจ้าหนู ฉันก็เป็นเหมือนกับเธอนั่นแหละ พวกเราเรียกตัวเองว่าแอนิเมจัส)
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกลับคืนร่างเป็นแมวลายสลิดอีกครั้งเพื่ออธิบายให้เอกิสฟัง
"เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว?" (ฉันชื่อมักกอนนากัล มิเนอร์วา มักกอนนากัล แล้วเธอล่ะชื่ออะไร)
"เมี้ยว เมี้ยว!" (ข้าชื่อเอกิส และข้าไม่ใช่คน!)
เมื่อเห็นมักกอนนากัลแปลงร่างเป็นคนได้เหมือนตนเอง ตอนแรกเอกิสก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่หรอก แต่พอเธออ้างว่าตัวเองเป็นมนุษย์และเหมาเอาว่าเขาเป็นมนุษย์ด้วย เอกิสก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
เขาไม่ใช่พวกมนุษย์ที่ไม่มีทั้งเขี้ยวหรือกรงเล็บ แถมตามเนื้อตามตัวก็แทบจะไม่มีขนพวกนั้นหรอกนะ
"เมี้ยว~" (โถ เจ้าหนูน่าสงสาร...)
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลย่อมไม่รู้ว่าเอกิสกำลังพูดความจริง เธอคิดว่าเขาคงอาศัยอยู่กับฝูงแมวป่ามาตั้งแต่ยังเด็กจนหลงลืมตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไปเสียสนิท
อย่างไรก็ตาม แม้จะพบได้ยาก แต่กรณีคล้ายๆ กันนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะเคยมีการพบเด็กที่เติบโตมากับหมาป่าหรือเด็กที่เติบโตมากับลิงในส่วนต่างๆ ของโลกอยู่บ้าง
เมื่อสังเกตเห็นว่าเอกิสเริ่มจะเปลี่ยนจากความสนิทสนมกลายเป็นความรำคาญ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจึงไม่ดึงดันที่จะโต้เถียงกับเขาเรื่องนี้ต่อไป
"เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว?" (เอาละเอกิส เธอหิวหรือยัง)
"เมี้ยว! เมี้ยว~ เมี้ยว~ เมี้ยว!" (ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว! เดิมทีข้ากะจะจับนกฮูกกินแท้ๆ แต่มันดันกลายร่างเป็นคนได้เหมือนกัน แถมยังร่วมมือกับมนุษย์เคราขาวอีกคนวิ่งไล่กวดข้าไม่หยุดเลย!)
พอพูดถึงเรื่องนี้เอกิสก็โมโหขึ้นมาทันที ถ้าอยากจะแปลงร่างเป็นคนก็แปลงไปสิ แต่จะมาวิ่งไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละทำไมกัน มันน่ารำคาญชะมัด!
"เมี้ยว~" (รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้เธอกิน)
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลใช้หัวดุนตัวเอกิสเบาๆ ก่อนจะกลับคืนร่างมนุษย์แล้วเดินออกจากประตูไป
"เมี้ยว?"
เอกิสเอียงคอ มองตามศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่เดินจากไป แล้วจึงเริ่มสำรวจห้องอย่างละเอียด
นอกจากตอนที่แอบย่องเข้าไปในร้านของอีแวนส์เพื่อขโมยปลาแล้ว เอกิสแทบจะไม่เคยย่างกรายเข้าไปในบ้านของมนุษย์เลย เขาเดินวนรอบห้องพยาบาลอยู่สองรอบ จากนั้นก็กลับไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนบนหมอนสีขาวสะอาดตา
เอกิสแกว่งปลายหางไปมาเบาๆ พลางหรี่ตาลงด้วยความพึงพอใจ
กลายเป็นว่าพวกมนุษย์ก็มีของดีๆ แบบนี้อยู่นอกเหนือจากอาหารเหมือนกัน มิน่าล่ะเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเขาบางตัวถึงชอบไปอยู่กับมนุษย์นัก
ขณะที่เอกิสกำลังเพลิดเพลินกับความนุ่มนิ่มของหมอน ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับถาดเงิน ในนั้นมีไก่อบ ปลาทอด และน้ำฟักทองหนึ่งชาม
"เมี้ยว!"
เอกิสที่กำลังสลึมสลืออยู่บนหมอน พอได้กลิ่นอาหารก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที เขาประโดดขึ้นไปบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว วิ่งวนรอบศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่เดินมาถึงโต๊ะด้วยความกระวนกระวาย หัวเล็กๆ เชิดขึ้นสูงแต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ถาดในมือของศาสตราจารย์มักกอนนากัลไม่วางตา
"อย่ารีบร้อนสิเจ้าตัวเล็ก"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่ปกติจะดูเคร่งขรึม บัดนี้กลับมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เธอยื่นมือออกไปลูบหัวเล็กๆ ของเอกิสอย่างเอ็นดู
เพราะอีกฝ่ายสามารถแปลงร่างเป็นแมวได้ เอกิสจึงไม่ได้ขัดขืนการสัมผัสของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเหมือนอย่างที่เคยทำกับคนอื่น เขากลับวางอุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างลงบนเสื้อคลุมของศาสตราจารย์มักกอนนากัลพลางส่งเสียงร้องเร่งเร้า
"เมี้ยว~ เมี้ยว~ เมี้ยว~"
"กินเถอะ กินเถอะ แต่ถ้ากินในร่างมนุษย์มันจะสะดวกกว่านะ"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลไม่มีเจตนาจะแกล้งเอกิสอีกต่อไป เธอวางถาดลงบนโต๊ะ
ในความเป็นจริงเอกิสสามารถฟังสิ่งที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดออก แม้แต่แมวธรรมดาก็ยังเข้าใจภาษามนุษย์ได้บ้าง นับประสาอะไรกับเอกิสที่เป็นดรูอิดแมวซึ่งถูกปรับแต่งโดยหัวใจแห่งธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม การเข้าใจก็เรื่องหนึ่ง แต่เอกิสที่โปรดปรานร่างกายที่มีขนปุกปุยมากกว่ากลับทำเป็นหูทวนลม เขาพุ่งเข้าใส่ไก่อบและเริ่มกัดกินอย่างมูมมาม
เขาฝังเขี้ยวลงบนเนื้อไก่ ออกแรงฉีกเนื้อออกมาเป็นชิ้น สะบัดหัวเล็กน้อย แล้วใช้แรงส่งกับลิ้นช่วยเลื่อนเนื้อไก่เข้าไปที่ฟันกราม เคี้ยวอยู่สองสามครั้งก่อนจะกลืนลงคอ
"เมี้ยว~"
เอกิสหรี่ตาลง ส่งเสียงครางเครือในลำคออย่างเป็นสุข
เมื่อเทียบกับเนื้อดิบแล้ว อาหารที่ผ่านกระบวนการของมนุษย์ช่างเลิศรสกว่ามาก แต่น่าเสียดายที่มนุษย์ส่วนใหญ่เวลาให้อาหารเขามักจะเลือกให้เนื้อดิบหรือไม่ก็อาหารที่มีรสชาติค่อนข้างจืดชืด
จะว่าไป การถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมนุษย์หรือไอ้สิ่งที่เรียกว่าแอนิเมจัสนั่นก็ดูจะไม่เลวร้ายเท่าไหร่นักใช่ไหม
เอกิสกระดิกหู จู่ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมา แต่เขาก็รีบหันกลับไปให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อทันที
ใครจะสนเรื่องพวกนั้นกันล่ะ เติมท้องให้เต็มก่อนสิถึงจะถูก!
อันดับแรกเขาแลบลิ้นออกมาเลียเศษเนื้อที่ร่วงจากปากลงบนโต๊ะจนเกลี้ยง จากนั้นเอกิสจึงเริ่มฉีกทึ้งไก่อบต่อไป
เมื่อเห็นว่าเอกิสยังคงกินอาหารเยี่ยงแมว ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ไม่ได้เร่งรัดเขา เธอรอจนกระทั่งเอกิสกินไก่ไปเกือบหมดและเริ่มใช้ลิ้นเลียอุ้งเท้าเพื่อล้างหน้าล้างตา เมื่อนั้นเธอจึงยื่นมือออกไปค่อยๆ ฉีกเนื้อไก่ชิ้นเล็กๆ เข้าปากอย่างเนิบนาบ จากนั้นก็ยกน้ำฟักทองที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาจิบทีละนิด
หลังจากสาธิตให้ดูแล้ว ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ยิ้มและพูดสิ่งที่เธอเพิ่งจะพูดไปกับเอกิสซ้ำอีกครั้งด้วยภาษาแมว
เอกิสมองศาสตราจารย์มักกอนนากัลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเลียอุ้งเท้าล้างหน้าต่อไป
สิ่งที่พูดมาน่ะมีเหตุผลดีอยู่หรอก แต่ข้าไม่ฟังหรอกนะ
เอกิสเจ้าแมวน้อยช่างดื้อรั้นเสียนี่กะไร!
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเองก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะรีบร้อนไม่ได้ เธอค่อยๆ ลูบหลังเอกิสเบาๆ พลางมองดูเด็กน้อยที่กำลังใช้อุ้งเท้าเล็กๆ ถูหน้าถูตาด้วยรอยยิ้ม...
ทว่า ในจังหวะที่เอกิสก้มหัวลงจะเลียขนในจุดเฉพาะบางจุด ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ยื่นฝ่ามือออกไปขวางหัวของเขาไว้ทันที
"เมี้ยว?"
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเอกิส ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ได้แต่กระตุกมุมปากเล็กน้อย
ดูท่าเธอคงต้องช่วยเด็กคนนี้ให้กลับมาใช้ชีวิตแบบมนุษย์ปกติให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เสียแล้ว
"คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมมิเนอร์วา ว่าต้องการจะรับเลี้ยงเด็กคนนี้"
ดัมเบิลดอร์เช็ดแว่นสายตารูปพระจันทร์เสี้ยวแล้วสวมกลับเข้าที่ดั้งจมูก พลางมองศาสตราจารย์มักกอนนากัลด้วยสีหน้าจริงจัง
"ฉันสามารถติดต่อครอบครัวพ่อมดแม่มดบ้านอื่นได้ พวกเขายินดีอย่างยิ่งที่จะรับเลี้ยงเอกิส"
"แต่พวกเขาไม่สามารถสื่อสารกับเอกิสได้เหมือนที่ฉันทำได้ไม่ใช่หรือคะ และอัลบัส คุณไม่คิดว่าเด็กคนนี้กับฉันมีสายสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกันหรือ"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหมายถึงร่างแมวของเอกิสที่เป็นแมวลายสลิดสีเงินเหมือนกับเธอไม่มีผิด
"ถ้าคุณยืนกรานเช่นนั้น ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะห้าม..."
ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ เขาไม่ได้กังวลว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะละเลยหน้าที่การงานที่ฮอกวอตส์เพราะเอกิส แต่เขากลับเสนอแนะอย่างกระตือรือร้นว่า "ถ้าอย่างนั้น ให้ฉันหาบ้านอีกหลังในฮอกส์มี้ดให้ดีไหม"
ในความเป็นจริงศาสตราจารย์มักกอนนากัลมีบ้านพักตากอากาศหลังเล็กๆ อยู่ในฮอกส์มี้ด สามีของเธอซื้อไว้เพื่อให้เธอทำงานที่ฮอกวอตส์ได้สะดวกขึ้น แต่น่าเสียดายที่หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน เอลฟินสโตน ออร์กุกฮาร์ต สามีของเธอก็เสียชีวิตลงจากการถูกต้นไม้กินคนกัด
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลทนอยู่คนเดียวในบ้านพักหลังนั้นไม่ได้ ดังนั้นหลังจากพิธีศพของเอลฟินสโตนจบลง เธอก็เก็บข้าวของกลับมาอยู่ที่ฮอกวอตส์ โดยทิ้งบ้านหลังนั้นให้ปิดตายไว้โดยไม่ได้ใช้งาน
ดัมเบิลดอร์ล่วงรู้ถึงอดีตของศาสตราจารย์มักกอนนากัลและเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่เธอได้รับ นั่นคือเหตุผลที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้คิดจะขอให้เธอเป็นคนดูแลเอกิส
"คุณก็รู้ค่ะอัลบัส ว่าฉันมีที่พักอยู่ที่ฮอกส์มี้ดอยู่แล้ว"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลยิ้มและปฏิเสธข้อเสนอของดัมเบิลดอร์
"เข้าใจแล้ว... ถ้าอย่างนั้น โกมี่"
ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่ได้เกลี้ยกล่อมเธอต่อ แต่กลับเรียกเอลฟ์ประจำบ้านตัวเดิมออกมา
"คุณอาจจะต้องการเอลฟ์ประจำบ้านสักตัวเพื่อคอยดูแลเอกิสในตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน"
คราวนี้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของดัมเบิลดอร์ ในฐานะรองอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ ภาระงานของเธอที่ฮอกวอตส์นั้นค่อนข้างหนักหนา เธอต้องการใครสักคนมาคอยดูแลเอกิสในยามที่เธอไม่อยู่จริงๆ
ในฐานะแอนิเมจัสร่างแมวที่คลุกคลีกับแมวมาตั้งแต่เด็ก มิเนอร์วา มักกอนนากัลรู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่มีขนปุยเหล่านี้สามารถก่อเรื่องวุ่นวายได้มากขนาดไหน