- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 543 คุ้มกันกระโจม
ตอนที่ 543 คุ้มกันกระโจม
ตอนที่ 543 คุ้มกันกระโจม
เมื่อเจียงเสียนเยวี่ยได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับผู้อาวุโสฉี
ฝ่ายผู้อาวุโสฉีเข้าใจความหมายของศิษย์ตนเองทันที จึงเอ่ยขึ้นว่า
"อาการบาดเจ็บของเนี่ยสวินสาหัสมาแต่ต้น มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่พ้นคืนนี้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นระหว่างการรักษา เกรงว่าสำนักเฉียนคุนของพวกเราคงไม่อาจแบกรับความรับผิดชอบนี้ไหว เสียนเยวี่ยศิษย์ของข้ายังเยาว์วัย วิชาแพทย์ยังไม่แตกฉานนัก ให้แพทย์ของสำนักจี๋เต้าเป็นคนลงมือเถิด"
หนานหรงจิ้งอวิ๋นและผู้อาวุโสสำนักจี๋เต้าสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลง
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งรีบเดินไปเรียกตัวแพทย์มาทันที
หนานหรงจิ้งอวิ๋นเอ่ยอย่างรักษามารยาท
"ขอบคุณผู้อาวุโสฉีและศิษย์น้องทั้งสองมาก"
ผู้อาวุโสฉีเพียงพยักหน้าตอบรับนิ่งๆ
ไม่นานนัก แพทย์ของสำนักจี๋เต้าก็เร่งรุดมาจากกระโจมอีกหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาต้องคอยดูแลประมุขสำนักจี๋เต้าที่ยังคงบาดเจ็บสาหัสจนไม่ได้สติ ทว่าหลังจากฟังวิธีการรักษาจากเจียงเสียนเยวี่ยจบ เขากลับขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย!
แพทย์ผู้นั้นเอ่ยถามด้วยความหวัง
"แม่นางเจียง พอจะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยเหลือพวกเราได้หรือไม่?"
เจียงเสียนเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น
"หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา จะไม่กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของข้าใช่หรือไม่?"
"ย่อมไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน"
แพทย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะยื้อชีวิตเนี่ยสวินไว้ได้ หากคืนนี้ยังไม่เริ่มทำการรักษา เนี่ยสวินคงต้องสิ้นชื่อจริงๆ แล้ว
เจียงเสียนเยวี่ยหันไปมองหนานหรงจิ้งอวิ๋นและผู้อาวุโสทั้งสอง เห็นได้ชัดว่านางต้องการคำยืนยันจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ
"คุณหนูใหญ่..."
ผู้อาวุโสทั้งสองหันไปมองหนานหรงจิ้งอวิ๋น
หนานหรงจิ้งอวิ๋นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ
"หากศิษย์น้องเจียงยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ สำนักจี๋เต้าย่อมต้องสำนึกในบุญคุณ จะไม่มีทางตอบแทนความเมตตาด้วยความแค้นอย่างเด็ดขาด!"
เจียงเสียนเยวี่ยและเสิ่นเยียนสบตากันครู่หนึ่ง
"เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะอยู่ช่วย"
เจียงเสียนเยวี่ยรับคำ ก่อนจะเอ่ยต่อทันที
"รบกวนท่านอาจารย์และพวกท่านออกไปรอข้างนอกก่อนเถิด รวมถึงศิษย์พี่หญิงหนานหรงด้วย"
หนานหรงจิ้งอวิ๋นขมวดคิ้ว ลึกๆ แล้วนางยังคงรู้สึกไม่ค่อยวางใจนัก ทว่าผู้อาวุโสฉีและเสิ่นเยียนได้ก้าวเท้าเดินออกจากกระโจมไปแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้น หนานหรงจิ้งอวิ๋นจึงไม่ได้ดึงดันที่จะอยู่ต่อ นางเพียงฝากฝังซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องรักษาชีวิตศิษย์น้องเนี่ยไว้ให้ได้ ก่อนจะจำใจเดินออกมา พอนางก้าวพ้นม่านกระโจม สายตาก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของเสิ่นเยียนที่กำลังจะเดินจากไป จึงรีบก้าวเท้าตามไปร้องเรียก
"ศิษย์น้องเสิ่น ช้าก่อน!"
ฝีเท้าของเสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย นางหันกลับมามองนิ่งๆ
"พวกเจ้าคุยกันไปเถอะ"
ผู้อาวุโสฉีมองออกว่าหนานหรงจิ้งอวิ๋นมีธุระกับศิษย์ของตน จึงเอ่ยทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินกลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่น
เสิ่นเยียนเอ่ยเรียบๆ
"ศิษย์พี่หญิงหนานหรง"
หนานหรงจิ้งอวิ๋นเข้าประเด็นทันที
"ก่อนหน้านี้... เจ้าเคยรู้จักกับศิษย์น้องของข้ามาก่อนหรือ?"
"รู้จัก" เสิ่นเยียนไม่ได้ปฏิเสธ
"พวกเรามาจากดินแดนภพเบื้องล่างเดียวกัน"
"เช่นนั้นเจ้า..."
หนานหรงจิ้งอวิ๋นลังเล ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ท้ายที่สุดนางกับเสิ่นเยียนก็ไม่ได้สนิทสนมกัน ทว่าภาพที่เนี่ยสวินกุมข้อมือเสิ่นเยียนไว้แน่นทั้งที่ไร้สติยังคงติดตา ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายจึงหลุดปากถามออกไป
"ศิษย์น้องเสิ่น เจ้าสนิทสนมกับศิษย์น้องของข้ามากหรือ?"
เสิ่นเยียนเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนนางจะเข้าใจความหมายแฝงของอีกฝ่ายแล้ว แต่นางคร้านที่จะอธิบายอะไรให้ยืดยาว จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไม่สนิท"
คำตอบสั้นๆ ทำเอาหนานหรงจิ้งอวิ๋นชะงัก ภายในใจบังเกิดความรู้สึกประหลาดจางๆ
นางสูดลมหายใจเข้าลึก หันไปมองเสิ่นเยียนอีกครั้ง
"ความจริงแล้ว ข้าอยากรู้เรื่องของศิษย์น้องตอนที่อยู่ภพเบื้องล่าง พอจะเล่าให้ข้าฟังบ้างได้หรือไม่?"
เสิ่นเยียนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ข้ากับเขาพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง ลำดับอาวุโสของเขาสูงกว่าพวกเรา ปกติพวกเราจะเรียกเขาว่าท่านอาเล็กเนี่ย เขาเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมากมาย มีจิตใจเมตตาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ส่วนเรื่องอื่น... ข้าไม่ทราบแล้ว"
หนานหรงจิ้งอวิ๋นคาดไม่ถึงเลยว่า คำวิจารณ์ที่เสิ่นเยียนมีต่อศิษย์น้องของนางจะมีเพียงเท่านี้
"หากศิษย์พี่หญิงไม่มีธุระอื่นแล้ว ข้าขอตัว"
"...ตกลง"
ในเวลานี้ ภายนอกดูเหมือนจะสงบเงียบไร้คลื่นลม ทว่าแท้จริงแล้วกลับมีคลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัว!
ในเงามืด ขุมกำลังบางส่วนกำลังจ้องมองขบวนของสำนักจี๋เต้าตาเป็นมันเพื่อรอจังหวะลงมือ สาเหตุที่พวกมันเลือกเวลานี้ เป็นเพราะประมุขสำนักจี๋เต้าบาดเจ็บสาหัสจนไม่ได้สติ นี่จึงเป็นโอกาสทองที่จะลอบสังหารเขาเสีย!
ที่สำคัญ ผู้อาวุโสทั้งสองของสำนักจี๋เต้าล้วนปลีกตัวไม่ได้เพราะต้องช่วยยื้อชีวิตเนี่ยสวิน ทำให้ขบวนของสำนักจี๋เต้าทั้งหมดตกอยู่ในสภาวะไร้ผู้นำ!
เมื่อไร้ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งและกำลังรบหลัก ซ้ำศิษย์รุ่นเยาว์ส่วนใหญ่ยังได้รับบาดเจ็บ พลังต่อสู้ย่อมถูกบั่นทอนไปมหาศาล หากลงมือในตอนนี้ ย่อมกวาดล้างสำนักจี๋เต้าให้สิ้นชื่อได้ไม่ยาก!
ขบวนของขุมกำลังอื่นๆ เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ผิดปกติ บางส่วนเลือกที่จะรอดูสถานการณ์ จึงจงใจถอยห่างออกจากลานกว้างนอกเมืองหลวง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ขุมกำลังเหล่านั้นได้ 'แสดงฝีมือ' อย่างเต็มที่
ทางฝั่งสำนักเฉียนคุน ผู้อาวุโสฉีและผู้อาวุโสอีกสองท่านลอบสบตากันอย่างมีเลศนัย
ขบวนของตระกูลเฮ่อเหลียน ตระกูลลู่ ตระกูลตงฟาง และขบวนของยอดเขาไท่ชู ล้วนเลือกที่จะเข้าไปหลบในเมืองหลวง
ขุมกำลังที่มีตำหนักเฉิงอวิ๋นและเกาะทะเลพรหมเป็นผู้นำ เห็นได้ชัดว่าได้จับมือเป็นพันธมิตรกันเรียบร้อยแล้ว และกำลังเตรียมเคลื่อนไหว
ส่วนขบวนของสำนักสือฟางนั้นเลือกข้างอย่างลับๆ ดูเหมือนต้องการจะคุ้มครองสำนักจี๋เต้าเอาไว้
สำหรับตระกูลฮู่แห่งนครไป๋เฟิ่งและสำนักเฉียนคุนยังคงวางตัวเป็นกลาง
ผู้อาวุโสใหญ่ตำหนักเฉิงอวิ๋นลุกขึ้นยืน บนใบหน้าประดับรอยยิ้มอันอ่อนโยน เขาก้าวเท้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าขบวนตระกูลฮู่ กวาดสายตามองทุกคนก่อนจะหยุดลงที่ผู้นำตระกูลฮู่ แล้วเอ่ยยิ้มๆ
"ทุกท่านมิสู้เข้าไปพักผ่อนในเมืองหลวงกันสักหน่อยเถิด?"
เหล่าผู้อาวุโสตระกูลฮู่สบตากัน แววตาฉายประกายฉงนและระแวดระวัง
ในใจต่างคิดตรงกัน... คุณหนูเสิ่นเยียนยังไม่ไป แล้วตระกูลฮู่จะจากไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสสำนักสือฟางก็พากันลุกขึ้นยืน มุมปากเหยียดยิ้มเย็นชา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร
"ผู้อาวุโสเซียว ท่านคิดจะขับไล่ขบวนอื่นออกไปให้หมดเลยหรือ?"
ผู้อาวุโสใหญ่ตำหนักเฉิงอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางถอนหายใจ
"ข้าย่อมมิได้หมายความเช่นนั้น"
สายตาของผู้อาวุโสสำนักสือฟางเฉียบคมขึ้น จ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย
"แล้วมันหมายความว่าอย่างไรเล่า!"
สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ตำหนักเฉิงอวิ๋นมืดทะมึนลงทันที แววตาสาดประกายเย็นเยียบ แรงกดดันมหาศาลปะทุออกมาจากร่างดุจขุนเขาหนักอึ้งที่กดทับหัวใจทุกคนจนอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
เขาหรี่ตาลง แววตาคมกริบดุจใบมีดจ้องกลับไป
"สำนักสือฟางของพวกเจ้า... อยากจะเป็นสุนัขรับใช้ให้สำนักจี๋เต้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
สิ้นเสียง! คนของตำหนักเฉิงอวิ๋นและเกาะทะเลพรหมก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ชักอาวุธหันปลายแหลมชี้ไปยังทิศทางของสำนักสือฟางและสำนักจี๋เต้าทันที!
บรรยากาศพลันตึงเครียดถึงขีดสุดในชั่วพริบตา!
หนานหรงจิ้งอวิ๋นเห็นภาพตรงหน้าก็หน้าถอดสี หัวใจดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว
ผู้อาวุโสใหญ่ตำหนักเฉิงอวิ๋นยิ้มบาง กวาดสายตามองไปยังตระกูลฮู่และสำนักเฉียนคุน
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลฮู่และสำนักเฉียนคุน หวังว่าพวกท่านจะไม่สอดมือเข้ามายุ่ง"
สายตาของหนานหรงจิ้งอวิ๋นเย็นเยียบ
"ตำหนักเฉิงอวิ๋นของพวกเจ้าช่างต่ำช้านัก ถึงกับฉวยโอกาสซ้ำเติมผู้อื่น!"
"สุดแท้แต่เจ้าจะพูด" ผู้อาวุโสใหญ่ตำหนักเฉิงอวิ๋นแค่นเสียงดูแคลน
"แต่ในวันนี้... พวกเจ้าสำนักจี๋เต้าทุกคนต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่แดนลับจักรพรรดิหลิงแห่งนี้!"
"ลงมือ!"
สิ้นคำสั่ง! ขุมกำลังจากตำหนักเฉิงอวิ๋นและเกาะทะเลพรหมก็ผนึกกำลัง พุ่งทะยานเข้าประหัตประหารขบวนของสำนักจี๋เต้าอย่างบ้าคลั่ง!
หนานหรงจิ้งอวิ๋นตระหนกถึงขีดสุด นางรีบเรียกกระบี่คู่กายออกมาพร้อมออกคำสั่งเสียงดังกึกก้อง
"ศิษย์ทุกคนจงฟัง! คุ้มกันกระโจมเอาไว้ให้มั่น!"