เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 493 ไร้ยางอาย

ตอนที่ 493 ไร้ยางอาย

ตอนที่ 493 ไร้ยางอาย


ผู้อาวุโสเก้าประสานมือคารวะพลางกล่าว

"เจ้าสำนัก โปรดเห็นใจหัวอกของข้าที่ทำเพื่อหลานชายด้วยเถิด อย่าให้ผลการวินิจฉัยไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาอีกเลย"

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครยอมล่าถอยให้กัน

ในความเป็นจริงแล้ว ในฐานะเจ้าสำนัก เขาย่อมมองเห็นตื้นลึกหนาบางและเรื่องถูกผิดที่ซ่อนอยู่ ทว่าสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณานั้นมีมากเกินไป

เขาทราบดีว่า การที่ผู้อาวุโสเก้ายอมถอยอย่างกะทันหัน ย่อมเป็นเพราะสถานการณ์พลิกกลับมาเสียเปรียบ ส่วนเสิ่นเยียนที่ไม่ยอมล่าถอยนั้น ย่อมเป็นเพราะนางถือไพ่เหนือกว่า

เสิ่นเยียนเงยหน้าจ้องมองเจ้าสำนัก นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นเผยให้เห็นถึงความดื้อรั้น นางกำลังรอคอยคำตอบจากเขา

หากเขาลำเอียงเข้าข้างผู้อาวุโสเก้าและอันต้าชิ่ง เช่นนั้นสำนักเฉียนคุนแห่งนี้...

ไม่รั้งอยู่ก็ช่างเถิด

เพราะนางรู้ดีว่า เรื่องราวทำนองนี้หากมีครั้งที่หนึ่ง ย่อมต้องมีครั้งที่สองตามมา

เจ้าสำนักยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบสนอง ทว่ายามที่สายตาของเขาสบเข้ากับเสิ่นเยียน ภายในใจกลับก่อเกิดความละอายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

ท่ามกลางโถงใหญ่ที่เงียบสงัด เสียงนั้นกลับดังก้องกังวานเป็นพิเศษ

"วินิจฉัยต่อไป"

เขาเอ่ยออกมาเพียงไม่กี่คำ

"เจ้าสำนัก..."

สีหน้าของผู้อาวุโสเก้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เดิมทีเขาคิดว่าเจ้าสำนักจะต้องเข้าข้างตนเป็นแน่ ถึงอย่างไรเขาก็ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสมาถึงแปดสิบปี สร้างคุณูปการให้แก่สำนักเฉียนคุนมากมาย แม้ไม่มีความดีความชอบก็ยังมีความเหนื่อยยาก ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเจ้าสำนักจะต้องไว้หน้าตน ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น

เมื่อแพทย์ทั้งสามได้ยินคำสั่ง จึงตรงเข้าไปวินิจฉัยอาการของอันต้าชิ่งในทันที

ทางด้านอันต้าชิ่ง ตั้งแต่เมื่อครู่นี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เขาไม่รู้สึกอ่อนแรงอีกต่อไป ทั้งใบหน้าก็กลับมามีเลือดฝาด

ดูไปแล้วไม่เหมือนคนห่อเหี่ยวอมทุกข์เลยแม้แต่น้อย

อันต้าชิ่งมองแพทย์ทั้งสามที่กำลังเดินตรงเข้ามาด้วยความหวาดกลัว จึงรีบส่งเสียงผ่านปราณจิตหาผู้อาวุโสเก้า

'ท่านลุง ข้าดูเหมือนจะหายเป็นปกติแล้ว ทำอย่างไรดีขอรับ!'

ยามนี้สีหน้าของผู้อาวุโสเก้ามืดครึ้มลง ครั้นได้ยินคำกล่าวของอันต้าชิ่ง สีหน้าก็ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่

ระดับพลังฝึกปรือของเจ้าสำนักสูงส่งกว่าพวกเขายิ่งนัก ย่อมสัมผัสได้ถึงการลอบส่งเสียงผ่านปราณจิตสนทนากันของทั้งสอง แววตาของเขาจึงเย็นชาลงหลายส่วน

แพทย์ทั้งสามตรวจชีพจรของอันต้าชิ่งเป็นที่เรียบร้อย สีหน้าของพวกเขาก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปอย่างประหลาด เนื่องจากชีพจรนี้เต้นเป็นปกติอย่างยิ่ง อาจเรียกได้ว่า... แข็งแรงสมบูรณ์ดี

แท้จริงแล้ว อันต้าชิ่งเพียงสูญเสียความเป็นชายไปชั่วขณะ หลังจากนั้นเพื่อความสุขทางกามารมณ์ เขาจึงสวาปามยาบำรุงไปมากมาย ทั้งยังลอบติดสินบนแพทย์คนหนึ่งของสำนักเฉียนคุนให้มาช่วยรักษา

อาการบาดเจ็บตรงจุดนั้นเริ่มทุเลาลงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

เรียกได้ว่าหายดีไปกว่าเจ็ดแปดส่วน

ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวก็คือ... มันยากที่จะแข็งตัวขึ้นมาได้อีก

แพทย์ทั้งสามลอบสบตากัน ภายในใจต่างกระจ่างแจ้ง

ผู้อาวุโสเก้าหรี่ตาลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเรื่องราวถูกเปิดโปงแล้ว แต่กลับไม่แสดงความร้อนรนออกมาให้เห็น ยังคงตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

แพทย์ทั้งสามเอ่ยปากขึ้น "เรียนเจ้าสำนัก ร่างกายของอันต้าชิ่งปกติและแข็งแรงดี ทั้งยังตรวจไม่พบร่องรอยของอาการอัมพาตแต่อย่างใดขอรับ"

คำพูดเหล่านี้ ขาดก็เพียงแค่ไม่ได้นำคำว่า 'แสร้งบาดเจ็บ' ออกมาพูดให้เห็นกันชัดๆ เท่านั้น

สมองของอันต้าชิ่งขาวโพลนไปในชั่วพริบตา ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดผวา ริมฝีปากสั่นระริก หันไปมองผู้อาวุโสเก้าเพื่อขอความช่วยเหลือ

ฝ่ายผู้อาวุโสเก้ามีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"อะไรนะ"

เขาพึมพำคล้ายตกตะลึง

"เป็นไปได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ตอนที่แพทย์เฉามาตรวจหลานชายข้า มันไม่ได้เป็นเช่นนี้นี่ เขาบอกว่าหลานชายข้าอาจต้องนอนเป็นอัมพาตอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต"

"เจ้าสำนัก หรือว่าท่านจะเรียกตัวแพทย์เฉามาสอบถามดูเล่า"

การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของผู้อาวุโสเก้าถูกซ่อนเร้นเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ในสายตาผู้อื่น เขาเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องราวและถูกหลอกลวงเท่านั้น

เสิ่นเยียนขมวดคิ้วมองผู้อาวุโสเก้า นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะสามารถ 'พลิกสถานการณ์' กลับมาได้เช่นนี้

นั่นย่อมแสดงว่าแพทย์เฉาผู้นั้นมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ใช่พวกเดียวกับผู้อาวุโสเก้า

คาดว่าแพทย์เฉาเองก็คงไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเก้าได้ใช้วิชาต้องห้ามกับอันต้าชิ่ง

เจ้าสำนักไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดของผู้อาวุโสเก้า แต่หันไปกล่าวกับเสิ่นเยียนว่า

"ข้อตกลงของพวกเจ้ามีผลสรุปแล้ว เรื่องที่เจ้าพลั้งมือทำร้ายอันต้าชิ่งก็ให้แล้วกันไป ผู้อาวุโสเก้าและอันต้าชิ่งห้ามเอาความในเรื่องนี้อีก"

สายตาอันเฉียบคมตวัดมองไปยังอันต้าชิ่งที่ยังคงนอนอยู่บนเปลหาม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ส่วนเจ้า อันต้าชิ่ง ก่อนหน้านี้เจ้าได้ไปก่อกวนเสิ่นเยียนใช่หรือไม่"

อันต้าชิ่งตกใจจนใบหน้าซีดเผือด

เขาอยากจะปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากเจ้าสำนักเสียก่อน

"อย่าได้มาพูดปดต่อหน้าเปิ่นจั้ว มิเช่นนั้น ไม่เพียงแต่จะถูกลงโทษสถานหนัก ทว่ายังจะถูกขับไล่ออกจากสำนักเฉียนคุนอีกด้วย!"

อันต้าชิ่งได้ยินดังนั้นจึงรีบละล่ำละลักตอบ

"มะ...มีขอรับ!"

เจ้าสำนักกล่าว

"ขอโทษเสิ่นเยียนเสียก่อน แล้วค่อยไปรับโทษที่หอลงทัณฑ์"

สีหน้าของอันต้าชิ่งดูไม่ได้ยิ่งนัก ทว่าก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขั้นนี้ ช่างเป็นดั่งคำกล่าวที่ว่า 'ขโมยไก่ไม่สำเร็จ ซ้ำยังต้องเสียข้าวสาร'

"ยังจะนอนอยู่อีกทำไม"

เจ้าสำนักเอ่ยเสียงเย็นเยียบ แฝงด้วยแรงกดดันเต็มเปี่ยม

"หรืออยากให้เปิ่นจั้วทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการไปจริงๆ"

เมื่ออันต้าชิ่งได้ยินก็ตกใจจนตัวสั่นเทา รีบหยัดกายลุกขึ้นยืนทันที เขาทำความเคารพเจ้าสำนักเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงหันไปมองเสิ่นเยียนพลางเอ่ยอย่างไม่เต็มใจนัก

"ศิษย์น้องเสิ่น ขออภัยด้วย"

เสิ่นเยียนปรายตาเยียบเย็นมองอันต้าชิ่งแวบหนึ่ง

เจ้าสำนักทอดสายตามองลงไปยังกลุ่มคนเบื้องล่าง เอ่ยเสียงเรียบ

"ถอยไปได้แล้ว"

เสิ่นเยียนยกมือขึ้นประสานคารวะ หลุบตาลงต่ำ

"เจ้าสำนัก เรื่องที่ผู้อาวุโสเก้าทำร้ายศิษย์เมื่อครู่นี้ยังไม่ได้รับการสะสางเลยเจ้าค่ะ"

อันต้าชิ่งหมดความอดทนในทันที

"นี่ยังคิดจะให้ท่านลุงของข้าขอโทษเจ้าอีกงั้นหรือ!"

'ช่างเป็นนังแพศยาเสียจริง! ได้คืบจะเอาศอก! ไม่รู้จักพอ!'

ยามนี้ความเคียดแค้นที่อันต้าชิ่งมีต่อเสิ่นเยียนได้มีชัยเหนือความตัณหาราคะไปเสียสิ้น

นัยน์ตาของผู้อาวุโสเก้าหรี่แคบลง

เขายืนไพล่หลัง น้ำเสียงยังถือว่าราบเรียบ

"เมื่อครู่ข้าคิดว่าเจ้าต้องการจะลงมือทำร้ายชิ่งเอ๋อร์ จึงได้พลั้งมือตบเจ้าไปเบาๆ เพียงฝ่ามือเดียว เจ้าช่างคิดเล็กคิดน้อยถึงเพียงนี้ วันหน้าหากออกไปนอกสำนัก จะไม่เป็นการชักนำความเดือดร้อนมาสู่สำนักเฉียนคุนหรอกหรือ"

เสิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า

"ความหมายของผู้อาวุโสเก้าก็คือ วันหน้าหากศิษย์สำนักเฉียนคุนของพวกเราออกไปข้างนอก แล้วถูกผู้อื่นหรือขุมอำนาจอื่นรังแก ก็ไม่สมควรตอบโต้กลับไปเช่นนั้นหรือเจ้าคะ"

สีหน้าของผู้อาวุโสเก้าเย็นชาลง

"ช่างเป็นเด็กสาวฝีปากกล้ายิ่งนัก ถึงกับบิดเบือนเจตนาที่แท้จริงของข้าได้ถึงเพียงนี้"

เขาอดทนกับเสิ่นเยียนมามากพอแล้ว ไม่นึกเลยว่านางยังจะกัดไม่ปล่อย นางไม่กลัวหรือว่าวันข้างหน้าจะไม่อาจยืนหยัดในสำนักเฉียนคุนได้อีก

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ นางกำลังดูถูกเขางั้นหรือ!

เมื่อคิดได้ดังนี้ ภายในใจของผู้อาวุโสเก้าก็พลันบังเกิดจิตสังหาร

เสิ่นเยียนเอ่ยตอบ "จะบิดเบือนหรือไม่ ภายในใจของผู้อาวุโสเก้าย่อมรู้ดีที่สุดเจ้าค่ะ"

อันต้าชิ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาทอดสายตาอันเหี้ยมเกรียมจ้องมองนาง

"เสิ่นเยียน เจ้ากำลังกำเริบเสิบสาน ล่วงเกินเบื้องบน!"

เจ้าสำนักยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้ว

"พอได้แล้ว"

น้ำเสียงไม่เบาไม่แรงนัก ทว่ากลับสยบทุกคนให้เงียบเสียงลงได้

"ผู้อาวุโสเก้า ท่านขอโทษเสิ่นเยียนเสีย"

"เจ้าสำนัก!"

สีหน้าของผู้อาวุโสเก้าแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง บนใบหน้ายากจะปิดบังความโกรธเกรี้ยว

"ข้าดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสมาถึงแปดสิบปี ไม่เคยถูกรุ่นเยาว์หยามเกียรติเช่นนี้มาก่อน ยามนี้ท่านยังจะเห็นแก่เด็กรุ่นหลัง บังคับให้ข้าต้องบากหน้าไปขอโทษอีกหรือ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้ามิกลายเป็นตัวตลกหรอกหรือ!"

เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ใบหน้าแฝงด้วยแววเย้ยหยันที่เผยให้เห็นลางๆ

"เจ้าสำนัก ข้ารู้สึกไม่สบาย ขอตัวลาตรงนี้เลยก็แล้วกัน!"

เมื่อเจ้าสำนักเห็นเช่นนั้น นัยน์ตาก็ไหววูบเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยรั้งเอาไว้

เสิ่นเยียนเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้า ย่อมเดาได้ว่าเจ้าสำนักคงไม่บีบบังคับให้ผู้อาวุโสเก้าเอ่ยปากขอโทษตน นางไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองหรือน้อยเนื้อต่ำใจกับการกระทำของเจ้าสำนัก กลับรู้สึกว่าตนเองยังอ่อนแอเกินไปต่างหาก

นางหลุบตาลงต่ำ แขนขวายังคงส่งความปวดร้าวลึกมาเป็นระลอก ราวกับกำลังย้ำเตือนตนเองว่า... ต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้

และในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวคงจะยุติลงเพียงเท่านี้

"อันหมิง!"

เสียงตวาดกร้าวของตงจู๋เสวี่ยพลันดังแว่วมา

"คนตระกูลอันอย่างพวกเจ้านี่มันช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"

ทุกคนต่างสะดุ้งตกใจเล็กน้อย มองเห็นคนสองคนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูโถงใหญ่

ผู้มาเยือนก็คือผู้อาวุโสสาม 'ตงจู๋เสวี่ย' และผู้อาวุโสสี่ 'ปู่เฟิง'!

ผู้อาวุโสเก้าถึงกับชะงัก เกือบจะเดินชนเข้ากับคนทั้งสองอย่างจัง

"หลานชายของเจ้ามันเป็นตัวอะไร ถึงได้กล้าให้เสิ่นเยียนไปเป็นอนุภรรยา!"

สายตารังเกียจเดียดฉันท์ของตงจู๋เสวี่ยตวัดมองใบหน้าของผู้อาวุโสเก้า พลางเอ่ยด้วยความเดือดดาลจนแทบระงับไม่อยู่

จบบทที่ ตอนที่ 493 ไร้ยางอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว