เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 494 ตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่า

ตอนที่ 494 ตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่า

ตอนที่ 494 ตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่า


"ตงจู๋เสวี่ย เรื่องนี้มันเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย!"

ผู้อาวุโสเก้ามีสีหน้ามืดครึ้ม เดิมทีอารมณ์ก็ขุ่นมัวอยู่แล้ว ยามนี้ยังมาถูกตงจู๋เสวี่ยด่าทอฉอดๆ ใส่หน้า แน่นอนว่าเขาย่อมไม่มีสีหน้าดีๆ มอบให้นาง

ตงจู๋เสวี่ยแค่นเสียงเย็นเยียบ

"ย่อมต้องเกี่ยวพันกับข้าอยู่แล้ว! เสิ่นเยียนคือผู้ที่ข้าต้องการรับเป็นศิษย์สืบทอด แล้วศิษย์สืบทอดของข้า จะให้ไปเป็นอนุภรรยาของหลานชายสวะของเจ้าได้อย่างไร เจ้ากล้าเอ่ยปากออกมาได้อย่างไร ชักจะหน้าหนาขึ้นทุกวันแล้วกระมัง!"

'ศิษย์สืบทอดอย่างนั้นหรือ!'

สีหน้าของผู้อาวุโสเก้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตงจู๋เสวี่ยจะถูกตาต้องใจเสิ่นเยียน ถึงขั้นต้องการรับนางเป็นศิษย์สืบทอด

หากเขารู้ล่วงหน้าล่ะก็...

ในขณะนั้นเอง ปู่เฟิงที่ยืนอยู่หน้าประตูโถงใหญ่ก็ประสานมือคารวะพลางเอ่ยขึ้นว่า

"ปู่เฟิงและจู๋เสวี่ยขอเข้าเฝ้าเจ้าสำนักขอรับ"

"เข้ามา"

เจ้าสำนักขมวดคิ้ว สายตาตวัดมองไปยังเสิ่นเยียนชั่วครู่หนึ่ง ภายในใจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาทราบดีว่าจู๋เสวี่ยไม่เคยรับศิษย์สืบทอดมาก่อน ไม่คิดเลยว่านางจะถูกตาต้องใจเสิ่นเยียนเข้า

"ขอรับ"

ปู่เฟิงพยักหน้ารับคำ

เขาเงยหน้าขึ้นและสบสายตากับเสิ่นเยียนที่อยู่ภายในโถง

วินาทีต่อมาเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เนื่องจากมองเห็นคราบเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงมุมปากของเสิ่นเยียน

นางได้รับบาดเจ็บ

ปู่เฟิงหันขวับไปมองผู้อาวุโสเก้าในทันที "เจ้าเป็นคนทำร้ายนางงั้นหรือ"

"ใช่แล้วจะทำไม"

ผู้อาวุโสเก้าแค่นเสียงเย็น

"ใครใช้ให้นางทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำกันเล่า"

"อันหมิง เจ้ารนหาที่ตาย!"

ตงจู๋เสวี่ยได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเย็นเยียบลงในพริบตา

สิ้นเสียงคำราม นางก็โคจรพลังวิญญาณในร่างอย่างไม่ลังเล รวบรวมพลังอันแข็งแกร่งไว้ที่กลางฝ่ามืออย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวนั้นดุดันและเด็ดขาด ปราศจากความลังเลใด

ในตอนนั้นเอง เจ้าสำนักสัมผัสได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก จึงรีบตวาดห้ามเสียงหลง

"หยุดมือเดี๋ยวนี้!"

ทว่าการโจมตีของตงจู๋เสวี่ยนั้นเปรียบดั่งลูกธนูที่หลุดจากแล่ง มิอาจรั้งกลับคืนได้อีก

ผู้อาวุโสเก้าสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าเขาก็ไม่ได้ล่าถอย รีบยกมือขึ้นรวบรวมพลังฝ่ามือขุมหนึ่งเข้าปะทะกับการโจมตีของตงจู๋เสวี่ยอย่างรวดเร็ว

ตูม!

พลังฝ่ามือทั้งสองสายปะทะกันกลางอากาศอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง

พลังอันแข็งแกร่งปะทะเข้าหากัน คลื่นกระแทกที่แผ่ขยายออกมาราวกับพายุที่พัดกวาดไปทั่วทั้งโถงใหญ่ แรงอัดกระแทกมหาศาลทำเอาประตูและหน้าต่างของโถงใหญ่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด!

และในบรรดาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีเพียงเสิ่นเยียนและอันต้าชิ่งเท่านั้นที่มีระดับพลังฝึกปรือต่ำต้อย ทว่าปู่เฟิงกลับรวบรวมพลังปกป้องเพียงแค่เสิ่นเยียนผู้เดียว

อันต้าชิ่งจึงถูกคลื่นกระแทกอันรุนแรงซัดจนปลิวไปกระแทกพื้นอย่างแรง

เขากระอักเลือดคำโตออกมาทันที

เมื่อเห็นว่าตงจู๋เสวี่ยกำลังจะเปิดศึกกับผู้อาวุโสเก้า สีหน้าของเจ้าสำนักก็มืดครึ้มลง รีบปลดปล่อยพลังกดดันออกมากดทับพวกเขาทั้งสองคนในทันที

ครืน!

ผู้อาวุโสเก้าและตงจู๋เสวี่ยถูกบังคับให้แยกย้ายกันไปคนละฝั่ง

ส่วนอันต้าชิ่งนั้นกลับมีสภาพน่าเวทนายิ่งนัก!

พลังกดดันอันรุนแรงบีบรัดร่างของเขา ราวกับจะบดขยี้ให้แหลกละเอียดเป็นเนื้อบด เลือดพุ่งกระฉูดออกจากปากอีกคำ

และในจังหวะที่เจ้าสำนักคิดว่าสามารถควบคุมพวกเขาทั้งสองเอาไว้ได้แล้ว ก็มีคนอีกสองคนพุ่งทะยานเข้ามา

ผู้อาวุโสหกตวาดลั่น

"ผู้ใด! ผู้ใดกล้าให้ลูกศิษย์ของข้าไปเป็นอนุภรรยา!"

ทางด้านจี้หลิวเฟิงนั้นรู้จักอันต้าชิ่งเป็นอย่างดี เขาพุ่งตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายหิ้วขึ้นมาอย่างหยาบคาย เอ่ยด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวว่า

"ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! กว่าสำนักเฉียนคุนของพวกเราจะมีอัจฉริยะเหนือชั้นโผล่มาสักคน ไม่ได้มีไว้ให้สวะอย่างเจ้ามาย่ำยีหรอกนะ!"

อันต้าชิ่งตกใจจนหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นท่าทางดุร้ายราวกับปีศาจของจี้หลิวเฟิง เขาก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

เมื่อผู้อาวุโสเก้าเห็นเช่นนั้นก็หน้าตึง

"จี้หลิวเฟิง! เจ้าคิดจะทำอะไร"

จี้หลิวเฟิงหัวเราะลั่น

"ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าเจ้าคิดจะทำอะไร ถึงกับคิดจะใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เจ้าไม่คู่ควรจะเป็นผู้อาวุโสของสำนักเฉียนคุนเลยสักนิด!"

คำพูดนี้ทำเอาผู้อาวุโสเก้าหน้าเขียวคล้ำ โกรธจัดจนแทบจะระเบิด

ผู้อาวุโสหกส่ายหน้าไปมาพลางเอ่ย

"อันหมิง เจ้าทำเกินไปแล้วจริงๆ! เจ้าจะให้อัจฉริยะเหนือชั้นเช่นนี้ไปเป็นอนุภรรยาของหลานชายได้อย่างไร ใครบ้างจะไม่รู้ถึงเจตนาแอบแฝงในใจของเจ้า"

"อัจฉริยะเหนือชั้นงั้นหรือ แค่นางเนี่ยนะ"

ผู้อาวุโสเก้าโมโหจนควันออกหู ชี้หน้าไปทางเสิ่นเยียนแล้วแค่นเสียงเย็น "นางเอายาเสน่ห์อันใดให้พวกเจ้ากินกันแน่ ถึงได้พากันเข้าข้างนางไปเสียหมด!"

ปู่เฟิงเอ่ยแก้ความเข้าใจผิด

"ไม่ใช่ยาเสน่ห์ แต่เป็นพรสวรรค์และความแข็งแกร่งของนางต่างหาก"

ยามนี้สีหน้าของเสิ่นเยียนดูประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง นางได้รับการปกป้องอยู่เบื้องหลังปู่เฟิง ส่วนตงจู๋เสวี่ยและผู้อาวุโสอีกสองท่านก็เห็นได้ชัดว่ายืนอยู่ข้างนาง ริมฝีปากของพวกเขาก็เอาแต่พ่นคำว่า 'ศิษย์สืบทอด' กับ 'อัจฉริยะเหนือชั้น' ออกมาไม่หยุด นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่

"เจ้าคือเสิ่นเยียนใช่หรือไม่"

หางตาของผู้อาวุโสหกเหลือบไปเห็นเสิ่นเยียน จึงเดินตรงเข้าไปหาด้วยสีหน้าปีติยินดี น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นอ่อนโยนจนพานให้คนฟังขนลุกซู่

"ข้าขอรับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอด ดีหรือไม่ เช่นนี้ก็จะไม่มีใครมารังแกเจ้าได้อีก"

สีหน้าของตงจู๋เสวี่ยดูไม่สบอารมณ์นัก ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากอะไรบางอย่าง น้ำเสียงอันเย็นเยียบของเจ้าสำนักก็ดังมาจากเบื้องบน

"เปิ่นจั้วเห็นว่าพวกเจ้าคงจะเลอะเลือนกันไปหมดแล้ว!"

"พวกเจ้าเห็นที่นี่เป็นสถานที่แบบใด เป็นลานประลองให้พวกเจ้ามาลงมือต่อสู้กันอย่างนั้นหรือ"

น้ำเสียงของเขาทรงพลังและแฝงด้วยความน่าเกรงขาม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนไม่มีใครกล้าสบตา

เมื่อตงจู๋เสวี่ย ปู่เฟิง จี้หลิวเฟิง ผู้อาวุโสหก และผู้อาวุโสเก้าเห็นดังนั้น ต่างก็สงบเสงี่ยมลง หันไปประสานมือคารวะเจ้าสำนักอย่างพร้อมเพรียง

ในขณะที่เจ้าสำนักกำลังจะเอ่ยปากตำหนิพวกเขา เสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นจากหน้าประตูโถงใหญ่

"ผู้อาวุโสฉีขอเข้าเฝ้าขอรับ"

เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับชะงักไป

พวกเขามองไปทางเสิ่นเยียนอย่างไม่ได้นัดหมาย ภายในใจต่างคาดเดาว่าผู้อาวุโสฉีคงมาที่นี่เพราะนางเป็นแน่

บนใบหน้าของผู้อาวุโสเก้าปรากฏแววลุกลนขึ้นมาอย่างหาได้ยาก

"เข้ามา"

เจ้าสำนักเอ่ยปาก

เห็นเพียงผู้อาวุโสฉีก้าวเดินเข้ามาจากหน้าโถงใหญ่ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

"ช่างครึกครื้นเสียนี่กระไร"

จากนั้นจึงประสานมือคารวะ

"คารวะเจ้าสำนัก"

สีหน้าของเจ้าสำนักผ่อนคลายลง ท่าทีไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนเมื่อครู่

"ผู้อาวุโสฉีมาที่นี่ มีธุระอันใดหรือ"

"ย่อมต้องมาเพราะเสิ่นเยียน"

สายตาของผู้อาวุโสฉีหยุดอยู่ที่ร่างของเสิ่นเยียนชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า

"เสิ่นเยียนคือศิษย์อัจฉริยะที่ข้าเพียรพยายามแย่งชิงมาจากขุมอำนาจต่างๆ ข้าให้ความสำคัญกับนางเป็นอย่างยิ่ง ทว่านางเพิ่งจะเข้ามาในสำนักเฉียนคุนได้เพียงสามสี่วัน ก็มีคนคิดจะแต่ง... อ้อ ไม่สิ คิดจะรับนางไปเป็นอนุภรรยาเสียแล้ว ข้าจึงรู้สึกปวดใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ จึงได้เดินทางมาเพื่อสอบถามเสิ่นเยียนว่า นางสมัครใจที่จะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วเองหรือไม่"

ลดตัวลงไปเกลือกกลั้ว!

นอกจากผู้อาวุโสเก้าและอันต้าชิ่งแล้ว คนอื่นๆ ล้วนรู้สึกว่าหากเสิ่นเยียนยอมไปเป็นอนุภรรยาของอันต้าชิ่ง นั่นย่อมถือเป็นการลดตัวลงไปเกลือกกลั้วจริงๆ!

สายตาอันเฉียบคมของผู้อาวุโสฉีตวัดมองใบหน้าของเสิ่นเยียน

"เสิ่นเยียน เจ้าสมัครใจใช่หรือไม่"

"ไม่เจ้าค่ะ"

เพียงสองคำที่หลุดรอดออกมา บรรยากาศภายในโถงใหญ่ก็พลันหนักอึ้งลงในพริบตา นั่นเป็นเพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของผู้อาวุโสฉี

สีหน้าของผู้อาวุโสเก้าตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าผู้อาวุโสฉีโกรธแล้ว ทางด้านอันต้าชิ่งในยามนี้ก็หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก ภายในใจนึกเสียใจว่ารู้อย่างนี้ไม่น่าไปฟังคำสั่งของท่านลุงเลย

ตอนนี้จบสิ้นแล้ว

เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้อาวุโสมากมาย

แล้วเขาจะมีทางรอดอีกหรือ

เขาเสียใจจนลำไส้แทบจะเขียวคล้ำไปหมดแล้ว!

ผู้อาวุโสฉีแค่นเสียงเยาะ

"ในเมื่อไม่สมัครใจ เช่นนั้นก็ดี"

ในตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสหกก็ประสานมือคารวะ สีหน้ายากจะปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ได้

"เจ้าสำนัก ผู้อาวุโสฉี ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้รายงานขอรับ"

เจ้าสำนักเหลือบตาขึ้นพลางเอ่ย

"ว่ามา"

จบบทที่ ตอนที่ 494 ตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว