- หน้าแรก
- เร้นกายสร้างตระกูลสวรรค์
- บทที่ 17 รวบรวมสมุนไพร
บทที่ 17 รวบรวมสมุนไพร
บทที่ 17 รวบรวมสมุนไพร
บทที่ 17 รวบรวมสมุนไพร
เฉินเหยาปาดคราบน้ำตา พยายามเค้นรอยยิ้มที่ดูขื่นขมออกมา “ลี่จื่อ ตอนนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้ เจ้าช่วยให้พวกเรายืมก่อนสักหน่อยเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน รอให้ถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ สถานการณ์ที่บ้านก็คงจะฟื้นตัวขึ้นมาได้”
“เปลี่ยนเป็นเงินแทนไม่ได้หรือ?” เฉินลี่เอ่ยถามเสียงเรียบ
สำหรับเรื่องธัญพืชนั้น เขาไม่ค่อยเต็มใจที่จะให้หยิบยืมเท่าใดนัก
แม้ตอนนี้ที่บ้านจะยังมีธัญพืชเหลืออยู่ประมาณสองพันกระสอบ ซึ่งหากนำออกมาแปดร้อยกระสอบก็ไม่ถึงกับกระทบกระเทือนโครงสร้างหลัก แต่มันมีประเด็นเรื่องคุณภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง
ธัญพืชที่ปลูกได้ท่ามกลางภัยแล้งเมื่อปีก่อนนั้นให้ผลผลิตต่ำ เมล็ดยังไม่สมบูรณ์พอที่จะนำไปทำเป็นเมล็ดพันธุ์ได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงคัดเลือกจากข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวเมื่อปีก่อนหน้า ซึ่งกระบวนการคัดเลือกค่อนข้างลำบากและต้องใช้ปริมาณข้าวเปลือกจำนวนมาก ยิ่งปีนี้เขาต้องวางแผนปลูกข้าวถึงสามร้อยยี่สิบหมู่ ทุกเมล็ดจึงมีค่ามาก
เฉินเหยาฝืนยิ้มอย่างสมเพชในโชคชะตา “คนผู้นั้นคำนวณไว้หมดแล้วว่าบ้านข้าไม่มีธัญพืชให้ ทั้งยังหยิบยืมจากที่ไหนไม่ได้อีก ดังนั้นมันจึงยืนกรานจะเอาแต่ธัญพืชเท่านั้น”
เฉินลี่ถามต่อ “พวกท่านติดค้างธัญพืชเขาอยู่เท่าใด?”
เฉินเหยาตอบ “หนึ่งพันสองร้อยกระสอบ ที่บ้านยังพอเหลืออยู่ห้าร้อยกระสอบ ขอเพียงได้เพิ่มอีกแปดร้อยกระสอบ พวกเราก็จะสามารถใช้คืนเขาได้ทั้งหมด”
เฉินลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในไม่ช้าแผนการหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ เขาจึงถามว่า “สมุนไพรที่ตระกูลไป๋กักตุนไว้มีอะไรบ้าง?”
เฉินเหยาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงถามเช่นนั้น แต่ก็สามารถร่ายชื่อสมุนไพรยี่สิบกว่าชนิดออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะสมุนไพรเหล่านี้เองที่ทำให้นางซึ่งเป็นถึงคุณนายน้อยของตระกูลที่เคยมั่งคั่ง ต้องตกนรกทั้งเป็นในชั่วพริบตา นางจดจำพวกมันได้แม่นยำแม้ในยามฝัน
เฉินลี่ตั้งใจฟังจนจบ ในบรรดาสมุนไพรที่เฉินเหยากล่าวมา มีอยู่ห้าชนิดที่เป็นส่วนผสมสำคัญในตำรับยาอายุวัฒนะเสวียนอู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "กระดูกงู" ที่เป็นตัวยาหลัก
เขาอดประหลาดใจไม่ได้ “เขาจะกว้านซื้อกระดูกงูจำนวนมากขนาดนั้นมาทำอะไรกัน?”
เฉินเหยาอธิบาย “เจียงโจวมีพื้นที่ภูเขาน้อย สมุนไพรเหล่านี้ที่เขาซื้อมาล้วนเป็นของเฉพาะถิ่นจากเขตภูเขาไกลตา ต้องขนส่งผ่านเส้นทางน้ำเป็นหลัก”
เฉินลี่พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะระบุชื่อสมุนไพรห้าชนิดที่เขาต้องการ แล้วถามต่อ “สมุนไพรเหล่านี้ ตระกูลไป๋มีอยู่ในมือเท่าใด?”
เมื่อเฉินเหยาบอกปริมาณคร่าวๆ เฉินลี่ก็คำนวณในใจ หากอ้างอิงตามราคาขายในร้านขายยาทั่วไป ก็น่าจะมีมูลค่ารวมกันราวสองถึงสามพันตำลึง
“ธัญพืชของบ้านข้าให้ยืมไม่ได้ แต่ข้าสามารถให้เงินท่านก่อนสองพันตำลึง ส่วนธัญพืชพวกท่านจงไปหาทางกว้านซื้อเอาเองเถิด เงินสองพันตำลึงนี้ไม่ใช่การให้ยืม แต่เป็นการที่ข้าขอซื้อสมุนไพรเหล่านั้นจากตระกูลไป๋”
เฉินเหยานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นางคาดไม่ถึงว่าเฉินลี่จะเสนอทางออกเช่นนี้ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง “ลี่จื่อ สมุนไพรพวกนี้มีความต้องการในแถบเจียงโจวไม่มากนัก แถมยังมีของใหม่จากหย่งโจวส่งมาตีตลาดทุกปี หากเจ้าเอาไปแล้ว อาจจะค้างสต็อกขายไม่ออกไปอีกหลายปีนะ”
“ข้ามีแผนการของข้า ท่านไม่ต้องกังวล”
เฉินลี่ต้องการซื้อมาเพื่อใช้ในการบำเพ็ญเพียรของตนเอง ไม่ได้มีความคิดจะนำไปเก็งกำไรขายต่อ ดังนั้นปัญหาเรื่องตลาดจึงไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ แม้จะมีเพียงห้าชนิดที่เขาต้องการจริงๆ แต่ในเมื่อต้องซื้ออยู่แล้ว การกักตุนไว้ในปริมาณมากก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงให้นางทราบ มีคำกล่าวโบราณว่า บุตรสาวที่แต่งออกไปเปรียบดั่งน้ำที่สาดทิ้ง แม้ในโลกก่อนคำพูดนี้อาจไม่จริงเสมอไป แต่ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยจารีตแห่งนี้ มันคือความจริงที่ไม่อาจบิดพริ้ว
แววตาของเฉินเหยาฉายแววตื้นตัน “ลี่จื่อ ขอบใจเจ้ามากจริงๆ”
เมื่อเห็นว่าเฉินลี่ตกลงช่วย เฉินเหยาก็ไม่มีใจจะอยู่รบกวนต่อ นางรีบพาบุตรชายคนเล็กลุกขึ้นเดินทางกลับบ้านสามีทันที
ไม่นานหลังจากนั้น เฉินเหยาและสามี ไป๋ซื่อซวน ก็รีบนำสมุนไพรที่เฉินลี่ต้องการมาส่งถึงที่ นอกจากสมุนไพรห้าชนิดนั้นแล้ว ยังมีสมุนไพรแถมมาอีกสิบกว่าชนิด ขนมาเต็มเกวียนวัวถึงเจ็ดเล่ม
สำหรับตระกูลไป๋ในยามนี้ สมุนไพรเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากเศษขยะที่ขายไม่ออกและรกโกดัง ในเมื่อเฉินลี่ยินดีรับซื้อ การแถมเพิ่มให้อีกหน่อยย่อมเป็นเรื่องที่พวกเขายินดีทำอย่างยิ่ง พวกเขาเลือกเก็บเพียงสมุนไพรที่พอจะหมุนเวียนในตลาดได้ไว้บางส่วน ที่เหลือก็ยกให้เฉินลี่ทั้งหมด
อากาศในลานหน้าบ้านตระกูลเฉินอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสมุนไพรที่เข้มข้น มีทั้งกลิ่นขมอมหวาน เผ็ดร้อน และกลิ่นคาวจางๆ ปนเปกันไป
เฉินลี่มองดูกองสมุนไพรเหล่านั้น เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นตั๋วเงินมูลค่าสามพันตำลึงให้อีกฝ่าย
เฉินเหยาและไป๋ซื่อซวนมองเงินสามพันตำลึงในมือน้องชายด้วยความตกตะลึง
“ลี่จื่อ นี่...นี่มันมากเกินไปแล้ว” เสียงของเฉินเหยาสั่นเครือ “ที่ตกลงกันไว้คือสองพันตำลึง ส่วนที่เกินมานี่...”
แววตาของไป๋ซื่อซวนฉายแววดีใจอย่างไม่อาจปิดบังได้ แต่ยังคงรักษาท่าที “น้องเขย สมุนไพรเหล่านี้เดิมทีก็ขายไม่ออกอยู่แล้ว ท่านรับซื้อไปก็นับว่าเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อพวกเรา ของแถมพวกนี้ไม่ได้มีมูลค่ามากมายถึงขนาดนั้นหรอก”
เฉินลี่หัวเราะเบาๆ “รับไปเถอะ สมุนไพรเหล่านี้ข้ามีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ เงินสองพันตำลึงคือค่าสินค้าส่วนนี้ ส่วนอีกหนึ่งพันตำลึง... ในอนาคตข้ายังต้องการสมุนไพรอีกมาก ในเมื่อพี่เขยมีช่องทาง ย่อมต้องรบกวนให้ท่านช่วยจัดหามาให้ข้าอีก ถือเสียว่าเป็นค่าสินค้าที่ข้าชำระล่วงหน้าก็แล้วกัน”
เมื่อเห็นท่าทีที่แน่วแน่ของเฉินลี่ สองสามีภรรยาจึงไม่ปฏิเสธอีกต่อไป พวกเขารับเงินไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง ทั้งคู่รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ใบหน้าที่เคยหมองเศร้าเริ่มกลับมามีสีสันขึ้นอีกครั้ง หลังจากกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งสองก็พากองเกวียนเดินทางออกจากหมู่บ้านหลิงซีไป
หลังจากส่งครอบครัวพี่สาวกลับไป เฉินลี่ก็ลงมือจัดการกับกองสมุนไพรทันที เขาเลือกห้องด้านข้างที่แห้งและอากาศถ่ายเทได้ดีเพื่อแบ่งประเภทและจัดเก็บสมุนไพร กลิ่นหอมของตัวยาในอากาศยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นตามจำนวนที่จัดเรียง
จากนั้น เขาบรรจงคัดเลือกสมุนไพรห้าชนิดที่จำเป็นสำหรับปรุง "ยาอายุวัฒนะเสวียนอู่" อย่างกระดูกงู จิงจือ และเถี่ยเสี้ยนหลาน ออกมาอย่างระมัดระวัง
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาไปที่ว่าการอำเภอ เขาได้ซื้อสมุนไพรสำหรับปรุงยาอายุวัฒนะมาสำรองไว้ห้าชุด เมื่อหยิบกระดูกงูที่ซื้อจากร้านมาเปรียบเทียบกับของตระกูลไป๋ ก็พบความแตกต่างชัดเจน กระดูกงูจากร้านขายยาดูเล็กและมีสีเทาขาวหม่นๆ แต่ของตระกูลไป๋นั้นทั้งหนาและใหญ่ เนื้อกระดูกแน่นมีประกายสีน้ำตาลเข้มเปี่ยมไปด้วยพลัง
เฉินลี่ไม่รอช้า ตัดสินใจเปลี่ยนวัตถุดิบหลักทันที เขาใส่สมุนไพรชั้นเลิศจากตระกูลไป๋ลงในหม้อยา แล้วเริ่มเคี่ยวอย่างพิถีพิถันตามขั้นตอนและระดับไฟที่ระบุไว้ในตำรับยาอย่างเคร่งครัด
ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง น้ำยาที่เคี่ยวออกมามีสีอำพันเข้มข้น เหนียวหนืดราวกับน้ำผึ้งป่า
เฉินลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ รับสัมผัสกลิ่นยาแล้วดื่มน้ำยาที่ยังอุ่นอยู่นั้นเข้าไปจนหมด กระแสความอบอุ่นที่คุ้นเคยปะทุขึ้นจากท้องน้อยทันที
เขาไม่รอช้า รีบนั่งขัดสมาธิแล้วโคจร "เคล็ดวิชาห้าธัญชาติหลอมรวมปราณ" ในฉับพลัน พลังปราณบริสุทธิ์ถูกสกัดออกมาอย่างรวดเร็วทีละเส้นสาย ก่อนจะหลอมรวมเข้าสู่ตันเถียนอย่างต่อเนื่อง
ครั้งนี้ ปริมาณพลังปราณที่สกัดได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงสิบกว่าเส้น!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
เฉินลี่ลืมตาขึ้น ประกายคมปลาบพาดผ่านดวงตาก่อนจะเลือนหายไป รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้า ไม่คาดคิดเลยว่าสินค้าที่ตกค้างของตระกูลไป๋จะมีสรรพคุณทางยาสูงส่งกว่าที่ขายตามร้านทั่วไปเสียอีก
ในช่วงหลายเดือนต่อมา นอกเหนือจากภารกิจในไร่นาแล้ว เฉินลี่ก็ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการฝึกบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก
ฝนฤดูใบไม้ผลิปีนี้มาเร็วกว่าปกติ ราวกับว่ามวลน้ำที่สะสมมาจากปีก่อนได้เทกระหน่ำลงมาเพื่อชดเชย ท้องฟ้าก่อนเทศกาลเช็งเม้งเริ่มปกคลุมด้วยม่านฝน โปรยปรายชโลมผืนดินที่เคยแห้งแล้งให้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงฝนพร่ำ
หน้าต่างระบบพลันเด้งแจ้งเตือนขึ้นตรงหน้าเขา
[บุตรชายคนโต เฉินโส่วเหิง เลื่อนระดับวิถียุทธ์สู่ขั้นหลอมไขกระดูก รางวัล: ตำรับยาเม็ดเก้าหวนคืนแก่นแท้ไขกระดูก, อายุขัย 5 ปี]
“เจ้าใหญ่ทะลวงผ่านระดับแล้วรึ?”
เฉินลี่รู้สึกประหลาดใจและยินดี เขาเรียกตำรับยาเม็ดเก้าหวนคืนแก่นแท้ไขกระดูกออกมาจากพื้นที่ระบบแล้วกวาดสายตาอ่านคำอธิบาย
โอสถชนิดนี้มีฤทธิ์ปรับสมดุลหยินหยาง ไม่เพียงแต่จะช่วยเติมเต็มแก่นแท้แห่งไขกระดูก แต่ยังช่วยบำรุงแก่นแท้กำเนิด เสริมสร้างรากฐานแห่งวิถีให้มั่นคงแข็งแกร่ง
“เป็นยาที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมไขกระดูกพอดี เจ้าใหญ่คงได้ใช้ประโยชน์จากมันเต็มที่”
เฉินลี่พิจารณารายชื่อสมุนไพรที่ต้องใช้ปรุงยากว่ายี่สิบชนิดอย่างละเอียด ในคลังของเขาตอนนี้มีเพียงสามชนิดเท่านั้น ส่วนที่เหลือคงต้องหาเวลาเข้าเมืองไปกว้านซื้อจากร้านขายยาอีกครั้ง