- หน้าแรก
- โลกแห่งสัตว์ป่า เริ่มต้นจากเทพเจ้าโบราณ
- บทที่ 10 ได้รับแก่นวารีน้ำแข็ง
บทที่ 10 ได้รับแก่นวารีน้ำแข็ง
บทที่ 10 ได้รับแก่นวารีน้ำแข็ง
บทที่ 10 ได้รับแก่นวารีน้ำแข็ง
วูบ!
ฉินชวนทะยานร่างมุ่งหน้าสู่ใจกลางเกาะภูเขาไฟ
ในหมู่ผู้รอดชีวิตบนเกาะภูเขาหิมะนั้นมีเพียงเทพสวรรค์โยวเคอแค่เพียงผู้เดียว แต่บนเกาะภูเขาไฟแห่งนี้กลับมีอยู่ถึงเจ็ดตนด้วยกัน
เจ็ดเทพมังกรโบราณถือเป็นกลุ่มเทพสวรรค์ยุคแรกเริ่มของเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณ พวกเขามีอายุมากกว่าฉินชวนหลายสิบล้านล้านปี และเนื่องจากเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับซุยเหรินซื่อ จึงมีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล
อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งเจ็ดได้เห็นฉินชวน หัวใจของพวกเขาไม่ได้เปี่ยมไปด้วยความยินดี แต่กลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
"เจ็ดเทพมังกร เหตุใดจึงทำสีหน้าเช่นนั้นเล่า"
ฉินชวนรู้สึกแปลกใจ บนเกาะภูเขาไฟไม่มีปีศาจหิมะที่สามารถปลอมตัวเป็นผู้อื่นได้ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ เจ็ดเทพมังกรควรจะมีความสุขมากกว่ามิใช่หรือ
"น้องชายวั่งชวน เป็นเจ้าจริงๆ หรือ แต่ข้าจำได้แม่นยำว่าตอนนั้นเจ้าถูกปีศาจหิมะสังหารจนจิตวิญญาณแตกสลายไปแล้วนี่!" เทพสวรรค์ซวี่หลง ซึ่งเป็นลำดับที่เจ็ดในบรรดาเจ็ดเทพมังกรและเป็นเทพมังกรหญิงเพียงหนึ่งเดียวเอ่ยถามขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินชวนก็เข้าใจในทันทีว่าเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดจากร่างแยกของเขาในอดีตอีกแล้ว
"เทพสวรรค์ซวี่หลง ท่านคงหมายถึงร่างแยกของข้า เมื่อหลายปีก่อนที่นับไม่ถ้วน ข้าเคยส่งร่างแยกมาที่นี่ครั้งหนึ่งจริงๆ" ฉินชวนอธิบายออกไปตามตรง
"ร่างแยกหรือ ร่างแยกเหมือนอย่างเทพแท้จริงโยวตูงั้นหรือ"
เจ็ดเทพมังกรต่างหันมาสบตากัน
วิชาเทพในการแยกรา่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในสามภูมิภาค
เทพแท้จริงโยวตูผู้โด่งดังในยามนี้ เมื่อครั้งยังเป็นเทพสวรรค์ก็ได้ฝึกฝนวิชา อสูรสวรรค์สิบสองเมืองหลวง จนมีร่างแยกถึงสิบสองร่าง
ดังนั้นทั้งเจ็ดจึงไม่ได้ประหลาดใจนักเมื่อได้ยินว่าฉินชวนฝึกฝนวิชาร่างแยก
แน่นอนว่าเจ็ดเทพมังกรไม่ได้เชื่อคำพูดของฉินชวนในทันที แต่พวกเขาได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวในสามภูมิภาคกับฉินชวนก่อน และหลังจากได้รับคำตอบที่ถูกต้องแม่นยำ พวกเขาจึงค่อยผ่อนคลายลง
"ฮ่าฮ่าฮ่า น้องชายวั่งชวน ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะฝึกฝนวิชาเทพเช่นนี้ได้ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก!" เจ็ดเทพมังกรระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ข้าเพียงแต่โชคดีที่ฝึกฝนมันจนสำเร็จ" ฉินชวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อดูจากการที่พวกเขาเรียกขานเขา ก็เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับร่างแยกของเขาในตอนที่มาถึงครั้งแรกนั้นค่อนข้างดี
และแน่นอนว่าฉินชวนไม่ลืมที่จะปล่อยตัวเทพสวรรค์โยวเคอออกมา เมื่อเจ็ดเทพมังกรเห็นเทพสวรรค์โยวเคอ พวกเขาก็สิ้นสงสัยในตัวตนของฉินชวนอีกต่อไป
ภายใต้การนำทางของเจ็ดเทพมังกร ฉินชวนและเทพสวรรค์โยวเคอจึงเดินทางมาถึงวิหารอันยิ่งใหญ่เพียงแห่งเดียวบนเกาะภูเขาไฟ
ฉินชวนนำอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีที่เขาเตรียมมาเป็นพิเศษออกมาเลี้ยงดูทุกคน ทุกคนต่างร่วมดื่มกินและพูดคุยกัน ทำให้ความสัมพันธ์รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
และฉินชวนก็ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนั้นอย่างถ่องแท้
เจ็ดเทพมังกรโบราณได้เข้ามายังสระจันทราตั้งแต่ยุคบรรพกาล ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มาถึง ในตอนนั้นฉินชวนยังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ
หลังจากเข้ามาแล้ว พวกเขาโชคดีที่ผ่านการทดสอบของยักษ์ทองคำมาได้ และจากนั้นก็ถูกกักขังอยู่บนเกาะภูเขาหิมะมานานนับปี ต่อมาร่างแยกของฉินชวนก็มาถึงเกาะภูเขาหิมะและได้ทำความรู้จักกับพวกเขาโดยปริยาย
พวกเขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันบนเกาะภูเขาหิมะเป็นเวลานาน แต่ปีศาจหิมะนั้นเจ้าเล่ห์แสนกลยิ่งนัก จนในที่สุดวันหนึ่ง ฉินชวนก็พลาดท่าถูกลอบโจมตีและถูกสังหารไป
และหลังจากร่างแยกของฉินชวนตายไปหลายปีนับไม่ถ้วน ในที่สุดเจ็ดเทพมังกรก็สามารถข้ามมายังเกาะภูเขาไฟได้สำเร็จ
"ท่านทั้งเจ็ด ที่นี่มีสถานที่สำหรับบำเพ็ญตบะหรือไม่ ข้าได้รับความรู้แจ้งบางอย่างจากการสังเกตวิชาเพลงพลองของปีศาจหิมะก่อนหน้านี้ จึงอยากจะเข้าสู่การบำเพ็ญโดยเร็วที่สุด" ฉินชวนเอ่ยปากขอทันทีหลังจากอิ่มหนำสำราญ
พลังแห่งไม้ของเขาเพิ่งจะบรรลุระดับใหม่ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องปรับกระบวนท่าของตนเองเสียใหม่
เพราะเดิมทีกระบวนท่าของเขานั้นถูกครอบงำด้วยพลังแห่งน้ำและไฟ โดยมีพลังแห่งทอง ไม้ และดินเป็นเพียงส่วนเสริม และมีพลังแห่งกระบี่เป็นสื่อกลางเท่านั้น
ทว่าในยามนี้ พลังแห่งไม้จำเป็นต้องกลายเป็นขุมพลังหลักในกระบวนท่าของฉินชวนด้วยเช่นกัน
มิฉะนั้นแล้ว การบรรลุระดับของพลังแห่งไม้ก็คงจะไม่ช่วยให้ฉินชวนเก่งกาจขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพูดถึงพลังต้นกำเนิดต่างๆ ยิ่งมีมากก็ไม่ได้หมายความว่าจะดียิ่งขึ้นเสมอไป หัวใจสำคัญคือต้องสามารถนำพวกมันมาใช้งานร่วมกันได้
ฉินชวนหยั่งรู้พลังต้นกำเนิดมากกว่าสิบชนิด และการรวมพลังธาตุทั้งห้านั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ ความสามารถในการหลอมรวมพวกมันเข้ากับพลังกระบี่เป็นเพราะเขาสร้างวิถีที่โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งด้วยธาตุทั้งห้าเอาไว้
ส่วนพลังอื่นๆ เช่น พลังไท่จี๋และพลังไร้ขอบเขต แม้ว่าฉินชวนจะรู้จักพวกมันเช่นกัน แต่เขาก็ยังไม่สามารถหลอมรวมพวกมันเข้ากับกระบวนท่าของเขาได้ในขณะนี้
ทันทีที่ฉินชวนแจ้งความประสงค์ เจ็ดเทพมังกรก็พาเขาไปยังห้องบำเพ็ญตบะอันเงียบสงบภายในวิหารทันที
"น้องชายวั่งชวน เชิญเจ้าบำเพ็ญได้ตามสบาย หากมีปัญหาประการใดก็บอกพวกเราได้เสมอ" เจ็ดเทพมังกรแสดงความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
พวกเขามาถึงสระจันทราตั้งแต่ยุคบรรพกาล และจนถึงตอนนี้พวกเขาติดอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว นานเสียจนผู้คุมกฎเคยแจ้งพวกเขาเมื่อสามสิบล้านปีก่อนว่า ในอีกหนึ่งร้อยล้านปีข้างหน้า มันจะลงมือสังหารพวกเขาอย่างสุดกำลังโดยไม่ปรานี
กล่าวคือ หากพวกเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาต้องตายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถออกไปจากสระจันทราได้ด้วยตนเอง มีแต่ต้องพึ่งพาผู้อื่นให้พาออกไปเท่านั้น
เดิมทีพวกเขาคิดว่าหมดหวังไปแล้ว แต่ในวินาทีนี้ ฉินชวนกลับปรากฏตัวขึ้น!
ระหว่างการดื่มกินก่อนหน้านี้ เทพสวรรค์โยวเคอได้เอ่ยถึงเรื่องที่ฉินชวนสามารถเอาชนะปีศาจหิมะได้ทันทีที่มาถึงสระจันทรา เห็นได้ชัดว่าฉินชวนมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับหลายร้อยล้านปีก่อน และหากมีฉินชวนอยู่ พวกเขาก็มีความหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่
ดังนั้น เมื่อฉินชวนต้องการบำเพ็ญตบะ พวกเขาจึงกระตือรือร้นเสียยิ่งกว่าตัวฉินชวนเองเสียอีก
เพราะยิ่งฉินชวนแข็งแกร่งขึ้นเท่าใด ความหวังในการหลุดพ้นของพวกเขาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
...
การบำเพ็ญตบะครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนัก เพียงประมาณสามปีฉินชวนก็ก้าวออกมาจากห้องลับ
"น้องชายวั่งชวน เหตุใดเจ้าจึงออกมาเร็วนักเล่า"
เจ็ดเทพมังกรต่างมองดูฉินชวนที่ก้าวออกมาด้วยความประหลาดใจ เวลาเพียงสามปีนั้นสั้นเกินไปสำหรับพวกเขา
"เพียงพอแล้ว"
ฉินชวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "ทุกท่าน ข้าคิดจะจากเกาะภูเขาไฟแห่งนี้ไป พวกท่านจะไปกับข้าหรือไม่"
"โอ้?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
"ไปสิ แน่นอนว่าพวกเราย่อมไป!"
เทพมังกรทุกคนต่างพยักหน้าโดยไม่ลังเล
ด้วยเหตุนี้ เจ็ดเทพมังกรและเทพสวรรค์โยวเคอจึงเข้าไปอยู่ในวิหารอมตะของฉินชวนอีกครั้ง ส่วนฉินชวนก็ก้าวขึ้นสู่สะพานลอยน้ำที่อยู่ด้านหลังเกาะภูเขาไฟ
ผู้คุมกฎของการทดสอบในด่านนี้คือเทพนรกกลั่นธาตุร่างสูงตระหง่าน
เทพนรกกลั่นธาตุนั้นแข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวกว่าผู้คุมกฎสองด่านแรกอย่างไม่ต้องสงสัย เขารวมเอาข้อดีของทั้งสองด่านก่อนหน้าเข้าด้วยกัน มีพละกำลังเกือบเทียบเท่าเทพแท้จริง และมีขอบเขตความรู้แจ้งที่สูงส่งยิ่งนัก โดยมีพลังไร้ขอบเขตบรรลุถึงระดับที่สี่
โชคยังดีที่เทพนรกกลั่นธาตุตนนี้ยังไม่บรรลุวิชาลับในการระเบิดพลังเทพ มิฉะนั้นพละกำลังของมันคงจะก้าวข้ามไปสู่ระดับเทพแท้จริงแล้วเป็นแน่
ทว่าแม้เทพนรกกลั่นธาตุจะทรงพลังเพียงใด ฉินชวนในยามนี้กลับทรงพลังยิ่งกว่า
ฉินชวนไม่จำเป็นต้องใช้วิชาระเบิดพลังเทพเสียด้วยซ้ำ วิชาเพลงกระบี่ที่เขาปรับปรุงใหม่นั้นประกอบด้วยพลังต้นกำเนิดระดับสี่ถึงสามชนิด อีกทั้งยังได้รับการส่งเสริมจากพลังอื่นๆ อีกหลายสาย ทำให้พลานุภาพของมันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ไม่ว่ากระบวนท่าจะล้ำลึกเพียงใด เพียงแค่ความรุนแรงของมันเพียงอย่างเดียวก็เข้าใกล้ระดับเทพแท้จริงอย่างไม่สิ้นสุดแล้ว
ฉินชวนร่ายรำเพลงกระบี่อย่างอิสระ พลังธาตุทั้งห้าหมุนวนอยู่รอบตัวและพลังกระบี่ก็แสดงความคมกล้าออกมา
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
ง้าวสั้นคู่ของเทพนรกกลั่นธาตุแยกแบ่งหยินและหยาง พลังไร้ขอบเขตระดับสี่นั้นโดดเด่นในด้านการตั้งรับเป็นทุนเดิม เมื่อรวมกับพละกำลังที่เหนือกว่าเทพสวรรค์ทั่วไป พลังป้องกันของเขาจึงช่างน่าเกรงขาม
แต่ในการปะทะกันครั้งนี้ เทพนรกกลั่นธาตุกลับรู้สึกอึดอัดอย่างที่สุด
กระบี่ของฉินชวนนั้นทรงพลังเกินไป การโจมตีแต่ละครั้งทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และเขาต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อสกัดกั้นมันเอาไว้ หลังจากปะทะกันไม่ถึงหนึ่งพันเพลง เทพนรกกลั่นธาตุจึงตัดสินใจยอมแพ้แต่โดยดี
"ข้าเคยได้ยินว่าเจ้าเคยถูกปีศาจหิมะสังหาร? คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้เจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!" เทพนรกกลั่นธาตุจ้องมองฉินชวนด้วยความฉงนสนเท่ห์
ฉินชวนทำให้เขาต้องดิ้นรนอย่างหนักโดยที่ยังไม่ได้ใช้วิชาเทพใดๆ เลยด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าหากฉินชวนทุ่มสุดกำลัง เขาคงจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว
สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าฉินชวนมีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด
"หากข้าไม่มีความมั่นใจ ข้าจะกลับเข้ามาที่นี่อีกครั้งได้อย่างไรเล่า" ฉินชวนถามกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"สมเหตุสมผล!"
เทพนรกกลั่นธาตุพยักหน้าและกล่าวว่า "ไปเถิด หลังจากผ่านการทดสอบของข้าแล้ว ในแต่ละด่านที่เจ้าผ่านต่อจากนี้ เจ้าจะได้รับสมบัติที่แท้จริง ข้าจะไปรอเจ้าที่พื้นที่เลือกสมบัติด้านหน้า"
เมื่อกล่าวจบ เทพนรกกลั่นธาตุก็หายตัวไปทันที
เมื่อฉินชวนเห็นเช่นนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาเช่นกัน
สมบัติจากการทดสอบของเทพนรกกลั่นธาตุนั้น แท้จริงแล้วคือหนึ่งในเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการมายังสระจันทราของเขา นั่นคือ แก่นวารีน้ำแข็ง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการยกระดับจินตันของเขา และมันสามารถหาได้จากเทพนรกกลั่นธาตุเท่านั้น
ฉินชวนไม่ได้หยุดพัก เขาเร่งฝีเท้าไปตามสะพานลอยน้ำอย่างรวดเร็ว
ไม่นานเขาก็มาถึงพื้นที่เลือกสมบัติ ซึ่งมีสมบัติให้เลือกอยู่เก้าชนิด แต่กลับไม่มีแก่นวารีน้ำแข็งที่ฉินชวนต้องการเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะแก่นวารีน้ำแข็งเป็นรากฐานที่ใช้ในการเพาะสร้างสมบัติที่เรียกว่า ใบวิญญาณใจน้ำแข็ง ด้วยแก่นวารีน้ำแข็ง เทพนรกกลั่นธาตุจึงสามารถเพาะสร้างใบวิญญาณใจน้ำแข็งออกมาได้อย่างต่อเนื่องเพื่อมอบเป็นรางวัลแก่เหล่าเทพสวรรค์ที่ผ่านการทดสอบ
โชคดีที่ความแข็งแกร่งที่ฉินชวนแสดงออกมานั้นทรงพลังเพียงพอ พรสวรรค์ของเขาก็โดดเด่น ประกอบกับวาทศิลป์อันเป็นเลิศ ในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวใจให้เทพนรกกลั่นธาตุมอบแก่นวารีน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่มีขนาดหลายฟุตให้กับเขาได้สำเร็จ
แก่นวารีน้ำแข็งก้อนนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กน้อยของแก่นวารีน้ำแข็งทั้งหมดที่มีอยู่ที่นี่ แต่มันก็เพียงพอแล้วสำหรับฉินชวนที่จะนำไปใช้เสริมอานุภาพจินตันให้กับร่างแยกทั้งสามสิบหกร่างของเขา