เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ของดีต้องใจเย็น

บทที่ 15: ของดีต้องใจเย็น

บทที่ 15: ของดีต้องใจเย็น


เย่รูยุนยืนหันหน้าเข้าหาผนังด้านทิศเหนือ

เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับทิ้งตัวลงมาดุจน้ำตก เธอสวมเสื้อคลุมขนมิงค์สีฟ้าอ่อนไว้เพียงครึ่งตัว เผยให้เห็นช่วงเอวขาวเนียนคอดกิ่วได้รูปทรงดั่งแจกันลายครามยามอาภรณ์นั้นพาดผ่านไหล่อันบอบบาง หลินยี่ถึงกับยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะดึงสติกลับมาได้

คั่วถั่วลิสงสิ คั่วแรงๆ เข้าไว้!

"คิกคิก—"

ดวงตาโตของเหยียนซื่อฮวาหยีลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวขณะที่เธอแอบหัวเราะเบาๆ คนเดียว

อย่างที่คิดไว้เลย พี่สะใภ้นี่แหละคือแรงผลักดันชั้นดีของหลินยี่!

เย่รูยุนหน้าแดงก่ำ มือข้างหนึ่งกุมคอเสื้อไว้แน่น เธอรวบรวมความกล้าหันกลับมาเพื่อให้หลินยี่ได้มองเธอเต็มตา

"ไม่เลว ไม่เลวเลย"

หลินยี่เอ่ยชม "ต้องขนมิงค์สิถึงจะคู่ควร! นอกจากขนจะล้ำค่าแล้ว สง่าราศีของพี่ยังพุ่งขึ้นอีกระดับเลยนะ"

"พี่หลิน ถั่วลิสงเสร็จหรือยังจ๊ะ?" เหยียนซื่อฮวาถามพลางเอาคางเกยบนฝ่ามือนุ่มๆ

"อีกนิดนึง"

หลินยี่รู้ดีว่าการคั่วถั่วลิสงนั้นรีบร้อนไม่ได้ ถ้ากึ่งสุกกึ่งดิบจะไม่อร่อย แต่ถ้าคั่วนานไปก็จะไหม้ ที่สำคัญคือต้องรอให้มันเย็นลงเสียก่อน ไม่อย่างนั้นจะลอกเปลือกออกยาก

"พี่หลิน พี่สาวใส่ตัวนี้แล้วสวยกว่า หรือว่าหลี่เหมยเม่ยสวยกว่าจ๊ะ?" เหยียนซื่อฮวาถามลองเชิงอีกครั้ง

"แน่นอนว่าต้องเป็นพี่สะใภ้อยู่แล้ว"

หลินยี่ชี้ตะหลิวไปทางเย่รูยุนโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว

"ปากหวานนักนะ"

หัวใจของเย่รูยุนเต้นระรัว แม้ตอนกลางวันที่พวกเมียนักล่าคนอื่นรุมชมเธอจะทำให้เธอมีความสุข แต่ความรู้สึกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับครั้งนี้... การที่น้องเขยทำให้ใจเธอสั่นไหวและเปี่ยมไปด้วยความปิติ

"น้องเขย คืนนี้พวกเราจะนอนกันยังไงดีจ๊ะ?"

เย่รูยุนตั้งคำถามที่สำคัญมาก

เอ๊ะ???

หลินยี่มองไปที่เทพธิดาชุดขาวบนเตียงแล้วยิ้มแห้งๆ "พวกพี่ลองช่วยกันออกความเห็นหน่อยสิครับ"

"ในเมื่อเหมยเม่ยเอาเสื้อผ้ามาแลกแล้ว ข้าจะเอาหนังสัตว์ของข้าปูพื้นนอนตรงนี้เองจ้ะ" เย่รูยุนบอก

หลินยี่รีบส่ายหน้าทันที "ไม่ได้ๆ พื้นมันทั้งชื้นทั้งหนาว ผู้หญิงอย่างพี่ถ้านอนพื้นจะป่วยเอาได้ง่ายๆ เดี๋ยวผมนอนพื้นเองครับ"

"ท่านเป็นเสาหลักของบ้านนะ ต้องออกไปล่าสัตว์หาอาหาร ท่านต่างหากที่ป่วยไม่ได้" น้ำเสียงของเย่รูยุนเด็ดขาดมาก

เหยียนซื่อฮวาหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า "พี่หลิน ฉันตัวเล็กกว่าใครเพื่อน ฉันนอนพื้นได้จ้ะ"

"หยุดเลย! พวกพี่ทั้งคู่ขึ้นไปนอนบนเตียงนั่นแหละ!" หลินยี่ยืนกรานไม่ยอมแพ้

"งั้นก็ได้จ้ะ ข้ากับซื่อฮวาจะนอนบนเตียง ส่วนเสื้อหนังสัตว์กับกางเกงหนังสัตว์ของซื่อฮวาก็เอามาทำเป็นผ้าห่มให้น้องเขย ก็น่าจะพอใช้ได้นะ" เย่รูยุนสรุป

"ถั่วลิสงเสร็จแล้ว ทิ้งให้เย็นแปบนึงนะ"

หลินยี่ตักถั่วขึ้นมาแล้วเททรายกลับลงในอ่างดินเผา เขาพูดต่อว่า "พวกพี่ต้มน้าล้างตัวกันเถอะ ฟืนหมดแล้ว เดี๋ยวผมออกไปผ่าเพิ่มที่ลานบ้านนะ!"

ช่วยไม่ได้จริงๆ

เย่รูยุนทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว

เขาผลักประตูออกไป คว้าขวานและท่อนไม้แห้งออกมา แล้วเริ่มลงมือผ่าอย่างบ้าคลั่ง

ไฟ—เขากำลังร้อนรุ่มและต้องการระบายพลังงานนั้นออกมา

หลินยี่รู้สึกร้อนมากจนต้องถอดเสื้อหนังสัตว์ออก เหลือเพียงหน้าอกเปลือยเปล่า เหงื่อถึงได้หยุดไหล

"น้องเขย..."

เย่รูยุนในชุดขนมิงค์สีฟ้าอ่อนค่อยๆ เดินเข้ามาหาหลินยี่ท่ามกลางละอองหิมะที่ปลิวผ่านใบหน้า

หลินยี่โยนขวานทิ้ง เอื้อมมือไปคว้าเอวบางของเย่รูยุนแล้วดึงร่างเธอเข้ามากอดแนบอกอย่างแรง

เย่รูยุนวางมือลงบนแผ่นอกของหลินยี่ มันให้ความรู้สึกแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและร้อนผ่าว ไม่มีความหนาวเย็นแม้แต่น้อย

ภายใต้อ้อมกอดท่ามกลางหิมะยามค่ำคืน

หลินยี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเย่รูยุน เขาโน้มตัวลงและจุมพิตเธออย่างหนักหน่วง!

"อื้อ...!"

เย่รูยุนแทบจะขาดใจ เธอพยายามทุบอกหลินยี่เบาๆ ราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บ

"เอาฟืนเข้าไปข้างในแล้วต้มน้าเถอะจ้ะ"

ทันทีที่ถูกปล่อยเป็นอิสระ เย่รูยุนก็รีบวิ่งหนีกลับเข้าบ้านไปทันที

หึหึ งานนี้ชนะขาดลอย!

หลินยี่รวบรวมฟืนแล้วเดินตามเข้าบ้านไป

"พี่หลิน อ้าปากจ้ะ"

เหยียนซื่อฮวาเดินตามมาป้อนถั่วลิสงที่แกะเปลือกแล้วถึงริมฝีปาก

"อืม... หอมดีนะ"

หลินยี่กลับไปง่วนกับการเตรียมฟืน

ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนมีพลังขับเคลื่อนที่ไร้ขีดจำกัด!

เพราะเขามีบ้านที่แสนอบอุ่นอยู่ที่นี่!

แม้จะเป็นเพียงบ้านหินหลังเล็กๆ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนในบ้านนี้ที่ต้องรู้สึกสิ้นหวังเรื่องปากท้องเลย

เขาไม่รู้ว่าตัวเองผ่าฟืนไปนานแค่ไหน

"พี่หลิน พี่สาวจะอาบน้ำแล้วนะ! พี่ช่วยเฝ้าไว้ให้ด้วยล่ะ สมัยนี้คนมันใจคอคับแคบ ชอบแอบมองข้ามกำแพงมาเรื่อยเลย" เหยียนซื่อฮวาตะโกนบอกออกมาจากในบ้าน

เวรแล้ว!

หลินยี่ที่เริ่มรู้สึกหนาวและกำลังจะใส่เสื้อผ้าเพื่อผ่าฟืนต่อ กลับรู้สึกเหมือนมีกองไฟโหมกระพือขึ้นมาในตัวอีกรอบ

"พวกพี่ไม่กลัวเหรอว่าผมจะเป็นคนใจคอคับแคบคนนั้นซะเอง?" หลินยี่ถามออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

"ไม่กลัวหรอกจ้ะ สำหรับพี่น่ะ พี่มองได้ตามใจชอบเลย" เหยียนซื่อฮวาตอบ

หลินยี่: ...

ในตอนนั้น หัวใจของหลินยี่เหมือนกำลังทำสงครามกับตัวเอง

จะเป็นคนดี?

หรือจะเป็นคนเลวดีนะ?

หลินยี่มองกองฟืนที่ผ่าเสร็จซึ่งพอใช้ไปได้อีกหลายวัน เขาจัดระเบียบกองไม้พลางฟังเสียงวักน้ำที่ดังมาจากข้างในบ้าน

"ของดีต้องใจเย็น จะรีบร้อนไปทำไม" หลินยี่พึมพำกับตัวเอง

ตั้งแต่ที่พี่สะใภ้ช่วยชีวิตเขาไว้ หลินยี่ก็พอมองออกว่าเธอมีปมในใจ เธอคงยังกังวลเรื่องคำนินทาของพวกชาวบ้าน แถมเขาก็ยังไม่ได้ให้สถานะที่ชัดเจนกับเธอเลย

บางทีเธออาจจะกำลังรอคอยอยู่เสมอ

ดูเหมือนว่า... เรื่องการแต่งงานต้องถูกบรรจุลงในแผนงานได้แล้ว

"พี่หลิน—"

ที่หน้าต่างไม้ เหยียนซื่อฮวาตะโกนเรียกหลินยี่

"หืม?" หลินยี่วิ่งไปที่หน้าต่าง

"พี่ไปไหนมาจ๊ะ?"

"ไปเก็บฟืนมาน่ะสิ!"

"ฉันบอกให้พี่เฝ้าหน้าต่างไวไงเล่า"

"..."

หลินยี่เกาหัวแกรก

เขามองขึ้นไปยังราตรีอันยาวไกลแล้วเลิกสนใจเหยียนซื่อฮวา

เขาจัดเตรียมฟืนเสร็จแล้ว และเริ่มครุ่นคิดถึงแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้

"ด้วยกับดักสัตว์สิบอัน เหยื่อที่ใหญ่ที่สุดที่ผมจะล่าได้ก็แค่หมูป่า ถ้าจะไปล่าราชาหมีล่ะก็ กับดักพวกนั้นคงหักทันทีที่โดนตัว"

หลินยี่จำได้ว่าที่บ้านยังมีกับดักหมีอยู่อีกอันหนึ่ง

แต่มันไม่ได้ใช้งานมาหลายเดือนแล้ว ไม่รู้ว่ามันชำรุดหรือเปล่า

"กับดักหมีแค่อันเดียวคงไม่พอแน่"

เขารู้ดีว่าการล่าราชาหมีในวันพรุ่งนี้ เขาจะบาดเจ็บไม่ได้เด็ดขาด เขาไม่มีทางวิ่งหนีราชาหมีพ้นท่ามกลางหิมะได้ ดังนั้นเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

"ถ้าจะไปขอยืมคนอื่น เรื่องนี้ก็ต้องแดงออกไปแน่"

"นอกจากหู่จื่อแล้ว จะให้ใครรู้เรื่องการล่าราชาหมีไม่ได้เด็ดขาด"

หลินยี่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

พรุ่งนี้ เขาจะไปจัดการเจ้าราชาหมี!

เวลาผ่านไปวินาทีต่อวินาที

เย่รูยุนและเหยียนซื่อฮวาหลับใหลอยู่บนเตียง

ภายในบ้านหิน เสื้อหนังสัตว์และกางเกงหนังสัตว์ของทั้งคู่ถูกปูไว้อย่างเรียบร้อยบนพื้น หลินยี่เปิดฝาหม้อเหล็กออก ควันน้ำอุ่นพวยพุ่งออกมา พี่สะใภ้ยังอุตส่าห์ต้มน้าอุ่นไว้ให้เขาด้วย

เขาล้างตัวสั้นๆ

หลินยี่ล้มตัวลงนอนบนที่นอนที่จัดไว้บนพื้น

กลิ่นหอมจากชุดหนังสัตว์ของพี่สะใภ้และซื่อฮวาโชยเข้าจมูกราวกับน้ำหอมชั้นดี เขาพลิกตัวไปมาพลางสูดดมกลิ่นนั้น มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้ลุ่มหลง กลิ่นที่ดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ

"อืม..."

แม่นางชุดขาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ตะเกียงน้ำมันวูบวาบช่วยให้เธอมองเห็นรอบกายได้ลางๆ

"ฉันดูเหมือนจะ... พุ่งชนใครบางคนเข้า... มันเป็นฝันหรือเปล่านะ?"

แม่นางชุดขาวเลิกผ้าห่มหนังสัตว์ขึ้น มือนวลขาวดั่งหิมะแตะที่หน้าผากตัวเอง

"ท่านคิดว่ายังไงล่ะ?"

จากที่นอนบนพื้นข้างเตียง หลินยี่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้แม่นางชุดขาว เธอถึงกับชะงักไปทันที ก่อนที่เขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงขี้เล่นว่า "ท่านไม่เพียงแค่ชนผมนะ แต่ท่านพุ่งชนเข้าที่หน้าผมเต็มๆ เลยล่ะ..."

จบบทที่ บทที่ 15: ของดีต้องใจเย็น

คัดลอกลิงก์แล้ว