- หน้าแรก
- นารูโตะ: ผสานแม่แบบตัวละครจ้าวหมื่นโลก!
- บทที่ 22 การรวมตัวของสามนินจาแห่งโคโนฮะ
บทที่ 22 การรวมตัวของสามนินจาแห่งโคโนฮะ
บทที่ 22 การรวมตัวของสามนินจาแห่งโคโนฮะ
บทที่ 22 การรวมตัวของสามนินจาแห่งโคโนฮะ
เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน อุณหภูมิในหมู่บ้านโคโนฮะก็สูงขึ้นไม่น้อย
ในเช้าวันเสาร์ที่แสงแดดสดใส ร้านอิซากายะที่นัตสึเมะและมายูร่วมหุ้นกันเปิดก็ได้ฤกษ์เปิดกิจการอย่างเป็นทางการ
แม้จะบอกว่าร่วมหุ้นกัน แต่กิจการทุกอย่างภายในร้าน มายูเป็นคนรับผิดชอบดูแลทั้งหมด
เนื่องจากนัตสึเมะมีเหตุผลพิเศษ เขาต้องไปโรงเรียนและต้องฝึกซ้อม
แต่โชคดีที่หากไม่มีอะไรผิดพลาด เส้นทางระดับไฮเอนด์ที่เขาวางเป้าหมายไว้ จะกลายมาเป็นเสาหลักของร้านอิซากายะแห่งนี้
กรณีศึกษาด้านการตลาดมากมายในชาติก่อนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตราบใดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากพอ เงินทองก็จะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย
ยิ่งไปกว่านั้น ฝีมือการทำอาหารของเขาก็เป็นของจริง ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง
ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้ปลดล็อกความสามารถที่สองของแม่แบบเซฟ ลูกเตะหัวหน้าเชฟ สำเร็จแล้ว
นัตสึเมะชำเลืองมองข้อความนั้น ก่อนจะได้ยินเสียงของนาวากิเรียกขึ้นมา
เขารีบปิดระบบและหันไปมองยังต้นเสียงที่อยู่ไม่ไกล
นัตสึเมะชะงักไปเล็กน้อย
ตอนแรกเขาคิดว่านาวากิจะมาพร้อมกับซึนาเดะ แต่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาในตอนนี้กลับไม่ใช่ซึนาเดะ แต่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง
ผมยาวประบ่า ผิวขาวซีด เปลือกตาทาอายแชโดว์สีม่วง นัยน์ตาสีทองขีดแนวตั้ง และแผ่รังสีอำมหิตออกมา
เมื่อลักษณะเด่นทั้งหมดนี้รวมกันอยู่บนร่างเดียว แม้ว่านัตสึเมะจะเพิ่งเคยพบเขาเป็นครั้งแรก แต่เขาก็เดาได้ทันทีว่าชายคนนี้คือ โอโรจิมารุ
ลูกศิษย์ของซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เพื่อนร่วมทีมของซึนาเดะและจิไรยะ และหนึ่งในสามนินจาแห่งโคโนฮะในอนาคต
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ สาเหตุจากการตายของนาวากิ ทำให้เขาหันไปหมกมุ่นกับการแสวงหาวิชาอมตะ และก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ชั่วร้ายนับแต่นั้นมา
ท้ายที่สุดความลับของเขาก็ถูกซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ล่วงรู้จนต้องกลายเป็นนินจาถอนตัวของหมู่บ้านโคโนฮะ และหลังจากนั้นเขาก็ไปร่วมมือกับหมู่บ้านซึนะงาคุเระ ก่อตั้งแผนการทำลายล้างโคโนฮะขึ้นมา
แต่โอโรจิมารุในตอนนี้ ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ด้านมืด
แม้ภายนอกจะดูเงียบขรึมและเย็นชา แต่แท้จริงแล้วเขาก็ยังคงเป็นนินจาธรรมดาคนหนึ่ง
"นัตสึเมะ!"
นาวากิพูดอย่างตื่นเต้น "ขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือท่านอาจารย์ของฉันเอง โอโรจิมารุ"
อาจารย์งั้นเหรอ?
นัตสึเมะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็สมเหตุสมผลอยู่
ท้ายที่สุดแล้ว โอโรจิมารุกับซึนาเดะก็เป็นเพื่อนร่วมทีมที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
เรียกได้ว่า ต่อให้โอโรจิมารุจะไม่ได้เป็นอาจารย์ของนาวากิอย่างเป็นทางการ เขาก็คงจะคอยชี้แนะและสั่งสอนนาวากิเหมือนกับเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งอยู่ดี
"ท่านโอโรจิมารุ"
นัตสึเมะรีบกล่าวทักทายทันที
โอโรจิมารุพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ และไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย
"เชิญด้านในเลยครับ"
นัตสึเมะผายมือเชิญ
เมื่อโอโรจิมารุและนาวากิเห็นดังนั้น ก็เดินเข้าไปในร้านอิซากายะ
"รุ่นพี่นาวากิ พี่สาวของพี่ไม่ได้มาด้วยกันเหรอครับ?"
นัตสึเมะเดินนำทางอยู่ด้านหน้า พาพวกเขาไปยังห้องส่วนตัวสุดหรูที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
"พี่เขาให้ฉันไปตามท่านอาจารย์โอโรจิมารุมาน่ะ ส่วนพี่เขาไปกับคุชินะ เดี๋ยวก็คงตามมาถึง"
นาวากิอธิบาย
"อ๋อ เข้าใจแล้วครับ"
นัตสึเมะพยักหน้ารับ แล้วผลักประตูห้องส่วนตัวเข้าไป
ยาคุชิ โนโนอากิ ลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ
"สวัสดีตอนเย็นนะ โนโนอากิ"
นาวากิเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
"พวกพี่คุยกันไปก่อนนะครับ ผมขอตัวไปรอท่านซึนาเดะที่หน้าร้านก่อน"
นัตสึเมะพูดจบ ก็เดินกลับไปที่ประตูหน้าร้านอิซากายะอีกครั้ง
รอเพียงไม่นาน เขาก็เห็นซึนาเดะเดินมา
แต่คนที่มาพร้อมกับเธอและอุซึมากิ คุชินะ กลับมีนามิคาเสะ มินาโตะ และจิไรยะ เดินตามมาด้วย
นี่คือการรวมตัวของว่าที่สามนินจาแห่งโคโนฮะในอนาคตงั้นเหรอ?
นัตสึเมะก็เพิ่งจะเคยเจอจิไรยะเป็นครั้งแรกเหมือนกัน
เอกลักษณ์ของเขานั้นโดดเด่นยิ่งกว่าโอโรจิมารุเสียอีก ด้วยเรือนผมสีขาวโพลน และกระบังหน้าผากที่มีตัวอักษรคำว่า 'น้ำมัน' สลักอยู่
"ท่านซึนาเดะ"
นัตสึเมะเดินเข้าไปต้อนรับ "ท่านจิไรยะ"
"เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?"
จิไรยะถามด้วยความสงสัย
"ผมเคยได้ยินวีรกรรมของท่านจิไรยะมาไม่น้อยเลยครับ"
นัตสึเมะตอบกลับไป
"คืนนี้ฉันจะกินไก่เนื้อนุ่ม"
ซึนาเดะยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "นัตสึเมะ เธออย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ"
"เธอลงมือทำอาหารเองจริงๆ เหรอเนี่ย?"
จิไรยะได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นมา "งั้นเธอต้องงัดฝีมือออกมาให้เต็มร้อยเลยนะ ฉันในฐานะนักชิมตัวยง กล้าพูดได้เลยว่าฉันตระเวนชิมมาแล้วทั่วทั้งโลกนินจา"
ในตอนนี้เขาได้ทำสัญญากับภูเขาเมียวโบคุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อออกตามหาผู้ที่อยู่ในคำทำนายของเซียนกบใหญ่ เขาจึงต้องทำภารกิจไปด้วยและเดินทางไปทั่วโลกนินจาไปด้วย ดังนั้นคำกล่าวที่ว่าชิมมาแล้วทั่วโลกนินจาจึงไม่ใช่คำโกหกแต่อย่างใด
"ฝีมือของนัตสึเมะจะต้องทำให้พวกท่านประทับใจแน่นอนค่ะ!"
อุซึมากิ คุชินะ พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"พวกท่านไปรอที่ห้องส่วนตัวก่อนได้เลยนะครับ อีกเดี๋ยวอาหารก็พร้อมเสิร์ฟแล้วครับ"
นัตสึเมะเดินนำทางไปพร้อมกับพูดบอก
พวกเขาเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
หลังจากพูดคุยทักทายกันพอหอมปากหอมคอ นัตสึเมะก็ขอตัวเข้าไปในครัว
นามิคาเสะ มินาโตะ และยาคุชิ โนโนอากิ หันมามองหน้ากันด้วยความรู้สึกประหม่า
ก็แหงล่ะ การที่มีทั้งจิไรยะ ซึนาเดะ และโอโรจิมารุ อยู่ที่นี่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
สำหรับพวกเขาแล้ว ทั้งสามคนนี้ถือเป็นบุคคลสำคัญระดับสูงเลยทีเดียว
"มินาโตะ เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงพาเธอมาที่นี่ด้วย?"
จิไรยะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อน
นามิคาเสะ มินาโตะ ส่ายหน้าปฏิเสธ
เขากำลังเตรียมตัวจะทานมื้อเย็นอยู่ดีๆ จิไรยะก็โผล่มาตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน
หลังจากนั้น เขาก็ถูกจิไรยะพาตัวมาที่ร้านอิซากายะแห่งนี้
ส่วนซึนาเดะกับอุซึมากิ คุชินะ พวกเขาบังเอิญเจอขณระหว่างทางนั่นเอง
"ท่านอาจารย์บอกว่าเธอมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมาก เหมาะที่จะมาเป็นลูกศิษย์ของฉัน"
จิไรยะไม่ได้ปิดบัง และพูดออกไปตรงๆ
นามิคาเสะ มินาโตะ เบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
จะได้เป็นลูกศิษย์ของท่านจิไรยะงั้นเหรอ? เขาคู่ควรกับเกียรติยศนี้จริงๆ เหรอ?
แต่ความตกตะลึงก็ถูกแทนที่ด้วยความปีติยินดีในเวลาอันรวดเร็ว
ถ้าเขาได้เป็นลูกศิษย์ของจิไรยะ อนาคตของเขาจะต้องสดใสและก้าวหน้าไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดแน่นอน
ซึนาเดะรู้อยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
โอโรจิมารุก็ยังคงสงบนิ่ง เพราะเขาพอจะเดาออกตั้งแต่ตอนที่เห็นนามิคาเสะ มินาโตะ แล้ว
"แต่เธอจะได้เป็นลูกศิษย์ของฉันหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของตัวเธอเองด้วย"
จิไรยะพูดกลั้วหัวเราะ "ฉันจะทดลองสอนเธอสักระยะหนึ่ง ถ้าผลประเมินไม่ผ่าน ก็อย่ามาโทษฉันล่ะ"
"ผมเข้าใจครับ!"
นามิคาเสะ มินาโตะ รีบรับคำทันที
สำหรับอัจฉริยะสามัญชนอย่างเขา นี่ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้พลิกผันชีวิตของตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เขาจะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่นั้น ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
"โนโนอากิ เธอก็เหมือนกันนะ"
จู่ๆ ซึนาเดะก็พูดแทรกขึ้นมา "ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะเป็นคนสอนเธอด้วยตัวเอง"
ยาคุชิ โนโนอากิ ถึงกับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
"แล้วนัตสึเมะล่ะครับ?"
นาวากิเผลอหลุดปากถามออกมา
"แล้วเธออยากให้นัตสึเมะไปเป็นลูกศิษย์ของใครล่ะ?"
ซึนาเดะพูดแหย่
"ผมเหรอครับ?"
นาวากิเกาหัวแกรกๆ แล้วตอบว่า "ผมอยากให้เขามาเป็นเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะครับ"
"น่าเสียดายจังนะ"
ซึนาเดะส่ายหน้าพร้อมกับทำน้ำเสียงผิดหวัง
"ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ"
นาวากิรู้สึกเศร้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดึงดันอะไร
"พี่สาวเธอกำลังหลอกเธออยู่น่ะ"
จิไรยะแฉความจริง "นัตสึเมะเก่งเรื่องวิชาดาบ คนที่จะมาเป็นอาจารย์ให้เขาได้เหมาะสมที่สุดก็คือโอโรจิมารุนั่นแหละ"
นาวากิหันขวับไปมองซึนาเดะโดยอัตโนมัติ
"นี่เธอไม่เคยได้ยินเหรอ? ว่าผู้หญิงที่ยิ่งสวย ก็ยิ่งเก่งเรื่องหลอกลวงน่ะ"
ซึนาเดะกะพริบตาปริบๆ และหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
"เจ็บใจนัก!"
นาวากิพูดลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
"นาวากิ เธอต้องเรียนรู้จากอาจารย์ของเธอให้มากๆ นะ โตขึ้นจะได้ไม่โดนใครหลอกเอาได้ง่ายๆ"
จิไรยะหัวเราะร่วนพลางตบไหล่นาวากิเบาๆ แล้วกล่าว
โอโรจิมารุเองก็เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ดูเปิดเผยเท่ากับจิไรยะและซึนาเดะ
บรรยากาศภายในห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยความครื้นเครงและสนุกสนาน
ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างออกรสระหว่างรออาหาร
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ประตูก็ถูกเปิดออก และมายูก็เดินถือถาดอาหารเข้ามา
เธอวางจานอาหารลงบนโต๊ะแล้วบอกว่า "นี่คืออาหารจานแรกค่ะ ซูชิหน้าปลาดิบรวม"
นัตสึเมะได้รับแม่แบบของเอมิยะ ชิโร่ มา
พอดีกับที่ในชาติก่อนของเขามีอนิเมะเรื่อง "เมนูวันนี้ของบ้านเอมิยะ" ออกฉาย
เขาจึงตัดสินใจเลือกเมนูอาหารที่เคยปรากฏในอนิเมะเรื่องนั้นมาเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลิ้มลอง
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป
บนโต๊ะอาหารก็เริ่มเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายเมนู
ทั้งหม้อไฟรวมมิตร หน่อไม้กราแตง ไก่คาราอาเกะ และแซลมอนอบเนยฟอยล์ เป็นต้น
และแน่นอนว่าต้องมีเมนูโปรดของซึนาเดะอย่างไก่เนื้อนุ่มรวมอยู่ด้วย
"แค่ดมกลิ่นก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่ๆ"
จิไรยะสูดกลิ่นหอมฟุ้งเข้าปอดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ส่วนซึนาเดะก็ไม่รอช้า เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อไก่เข้าปากทันที
เธอเคี้ยวไปได้ไม่กี่คำ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ
"นี่เป็นไก่เนื้อนุ่มที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยทานมาเลยล่ะ"
ซึนาเดะมองไปที่นัตสึเมะและเอ่ยปากชม
โอโรจิมารุมองซ้ายมองขวา ก่อนจะลองชิมไข่เจียวดูบ้าง
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
ฝีมือการทำอาหารของนัตสึเมะดีกว่าที่เขาคิดไว้มากจริงๆ
ดูท่าทางแล้ว การรับเด็กคนนี้มาเป็นลูกศิษย์ก็คงจะไม่เลวเหมือนกันนะ