- หน้าแรก
- กริมม์พอร์ต เมืองท่าหมอกมรณะกับหมอวิปลาส
- บทที่ 26 - การถอยทัพ
บทที่ 26 - การถอยทัพ
บทที่ 26 - การถอยทัพ
บทที่ 26 - การถอยทัพ
"บ้าเอ๊ย" ฮันส์กัดฟันกรอด "เร่งความเร็วเข้า! ต้องหาตัวมันให้เจอก่อนที่ต้นตอจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้!"
ความเร็วของทีมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครั้งนี้ไม่ต้องรอให้หลู่เยวียนบอกทาง ทุกคนก็รู้ว่าควรไปทางไหน ตรงไหนที่มอสศพหนาแน่นที่สุด ตรงนั้นแหละคือทิศทางที่ถูกต้อง
เดินต่อไปได้ประมาณสิบห้านาที ในความมืดมิดเบื้องหน้าจู่ๆ ก็มีเสียงประหลาดดังขึ้น
"กุดจิ... กุดจิ..."
เหมือนเสียงสัตว์มีกระดูกอ่อนเสียดสีกัน เอ็ดที่เดินนำหน้าสุดหยุดกะทันหัน เขาเหมือนได้เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด จนร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ จากนั้นเขาก็รีบส่งสัญญาณมือ "อันตรายขั้นสุด, หยุดเดิน" ทันที
"เกิดอะไรขึ้น?" ฮันส์ลดเสียงต่ำ ส่งสัญญาณให้โรนและเกรย์คุ้มกันหลู่เยวียนให้ดี ส่วนตัวเองก็โน้มตัวย่องเข้าไปหาเอ็ด
เพียงแค่ชายตามองครั้งเดียว หัวหน้าหน่วยผู้เฝ้ายามราตรีผู้ผ่านศึกมาโชกโชนอย่างเขาถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
ที่บริเวณบ่อพักน้ำขนาดใหญ่เบื้องหน้า มีภูเขาศพกองพะเนินอยู่ ไม่สิ... จะเรียกศพก็ไม่ถูกนัก เพราะนั่นคือคนงานโรงงานน้ำหลายสิบคนที่หายสาบสูญไป แถมฮันส์ยังเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ในนั้นด้วย พวกเขายังไม่ตาย แต่ก็เรียกได้ว่าไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว
ร่างกายของพวกเขาถูกเปลื้องผ้าจนล่อนจาม มีเยื่อบางๆ สีใสและหนาเตอะห่อหุ้มไว้ ผิวหนังกลายเป็นสีใสอย่างประหลาด เส้นเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายในไม่ใช่เลือดสีแดงฉาน แต่เป็นของเหลวเหนียวข้นสีดำเขียว พวกเขาซ้อนทับและพัลวันกันอยู่เหมือนสัตว์ป่า อุดตันทางระบายน้ำไว้จนมิด
และในโคลนตมใต้ร่างของพวกเขา มีไข่สีใสขนาดเท่ากำปณบวางเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน ทุกครั้งที่ไข่เหล่านั้นขยับ "มนุษย์" เหล่านี้จะส่งเสียงครางโหยหวนอย่างทุกข์ทรมานและแผ่วเบา ราวกับว่าพลังชีวิตของพวกเขากำลังถูกไข่เหล่านั้นสูบออกไปทีละน้อย
นี่มันคือโรงเรือนฟักตัวที่มีชีวิตชัดๆ! คนเหล่านี้ถูกใช้เป็น "เต็นท์อุ่น" เพื่อให้ความร้อนและสารอาหารแก่พวกมัน
"ไอ้พวกเดรัจฉาน..." แววตาของฮันส์ฉายแววดุร้าย มือที่กุมดาบปรากฏเส้นเลือดปูดโป่ง
ในจังหวะนั้นเอง อาจจะเป็นเพราะแสงจากไฟฉายไปกระตุ้นพวกมัน หรือกลิ่นอายของคนเป็นไปรบกวนเข้า
"โฮก..." "มนุษย์" ที่อยู่บนยอดกองศพพลันเงยหน้าขึ้น เครื่องหน้าของเขาหลอมละลายไปกว่าครึ่ง ปากฉีกยาวไปถึงใบหู ส่งเสียงคำรามที่ดูไม่ใช่เสียงมนุษย์ออกมา จากนั้นกองศพทั้งกองก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ผิวน้ำระเบิดออกเสียงดังสนั่น เงาดำหลายสายพุ่งทะยานออกมาจากใต้น้ำราวกับลูกศร ตกลงตรงหน้ากองศพ พวกมันคือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ขนาดมหึมาสี่ตัว รูปร่างดูคล้ายสุนัขล่าเนื้อตัวใหญ่ที่ถูกลอกหนัง ขาทั้งสี่กำยำทรงพลัง บนหลังเต็มไปด้วยหนามกระดูกที่แหลมคม ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเรียงสลับกันไปมามีเมือกไหลย้อยหยดลงสู่พื้น
【ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์: สุนัขล่าเนื้อเน่า (สายพันธุ์กลายพันธุ์)】
【คุณลักษณะ: ความคล่องตัวสูงมาก การกัดแฝงด้วยพิษกัดกร่อนรุนแรง】
【จุดอ่อน: อาวุธไม่มีคม】
ไม่เพียงเท่านั้น ตามรอยแตกของกำแพงที่เคยเงียบสงบ ก็มีเสียงไต่ยิบยับดังขึ้น หนูที่กลายพันธุ์นับไม่ถ้วนซึ่งมีขนาดเพียงฝ่ามือแต่มีฟันเหมือนมนุษย์ กำลังพุ่งออกมาจากทุกทิศทาง พวกนี้คือผู้อยู่อาศัยเดิมที่ถูกเปลี่ยนสภาพไปแล้ว
"ถูกล้อมแล้ว! ถอย! ถอยก่อนเป็นอันดับแรก!" ฮันส์ตะโกนก้อง ความดุร้ายในดวงตาเปลี่ยนเป็นเจตนาฆ่าที่เด็ดเดี่ยว การถูกล้อมในท่อที่แคบและเงียบสงัดแบบนี้ หากไม่รีบแหกวงล้อมออกไป ทุกคนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาศพนั่น
"เกรย์! ระเบิดเพลิง! ปิดทางข้างหลัง!"
"โรน! คุ้มกันหมอหลู่ไปก่อน! เอ็ดตามไป!"
"ไอ้หมาพวกนี้ข้าจัดการเอง!"
เมื่อสิ้นคำสั่ง ฮันส์ไม่ได้ถอยหนาย แต่กลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดาบยักษ์สีเงินในมือวาดเป็นเส้นโค้งที่น่าสยดสยองกลางอากาศ พร้อมกับแรงลมที่ราวกับจะฉีกกระชากอากาศได้ ฟันเข้าใส่สุนัขล่าเนื้อเน่าที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง
"ฉัวะ!" เสียงเนื้อและกระดูกแยกออกจากกันที่ชวนสยอง สุนัขล่าเนื้อตัวนั้นยังไม่ทันส่งเสียงร้องโหยหวนกลางอากาศ ก็ถูกดาบยักษ์ผ่าร่างตั้งแต่หัวจรดหางจนแยกเป็นสองซีก เลือดสีดำเขียวยังไม่ทันพุ่งกระจาย ฮันส์ก็ใช้แรงส่งหมุนตัว ใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่หัวกะโหลกของสุนัขล่าเนื้ออีกตัวอย่างแรงจนมันกระเด็นไปอัดกับกำแพงข้างๆ
"ไป! เร็วเข้า!" ฮันส์ถีบสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็น พลางล้วงระเบิดเพลิงสองลูกที่เอวขว้างเข้าใส่ภูเขาศพที่กำลังเคลื่อนไหว
"ตูม!" เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นทันที กลายเป็นกำแพงไฟขวางกั้นฝูงหนูกลายพันธุ์ที่พยายามจะกรูออกมา
"ถอย!" เกรย์แบกโล่ทาวเวอร์ชิลด์พลางถอยหลังและใช้ปืนไฟยิงไปข้างหลังเพื่อสกัดฝูงหนูที่พยายามจะไต่ลงมาจากเพดานท่อ
หลู่เยวียนถูกโรนคุ้มกันไว้ตรงกลางอย่างแน่นหนาขณะรีบถอยออกมา แต่เขาไม่ได้มัวแต่วิ่งหนีอย่างเดียว เพราะเขาสังเกตเห็นว่าภายใต้น้ำครำที่ขุ่นมัวนั้น มีไอสีดำรุนแรงจนเกือบจะเป็นรูปร่างกำลังรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งใต้น้ำ มันเหมือนกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ที่กำลังว่ายวนมาตามเส้นทางที่ทีมต้องผ่านอย่างเงียบเชียบ
นั่นมันอันตรายยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อเสียอีก!
"หยุด! อย่าเหยียบลงในน้ำ!" หลู่เยวียนกระชากตัวเอ็ดที่กำลังจะก้าวลงน้ำไว้ "ใต้น้ำมีบางอย่าง!"
เอ็ดถูกกระชากจนเซถลาและรีบชักเท้าที่ก้าวออกไปกลับมาโดยสัญชาตญาณ ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง
"ซ่า—!" ผิวน้ำที่เคยสงบระเบิดออกทันที หนวดเส้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยหนามแหลมและมีความหนาเท่าต้นขาผู้ใหญ่พุ่งพวยออกมาจากใต้น้ำ ทิ่มทะลุจุดที่เอ็ดเพิ่งจะก้าวลงไปอย่างแม่นยำและปักลึกเข้าไปในกำแพง หากเอ็ดไม่ชักเท้ากลับมา ขาของเขาคงแหลกไปแล้ว
"นี่... นี่มันตัวประหลาดอะไรกัน?!" เอ็ดหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมเต็มหลังทันที
"อย่ามัวแต่ดู! วิ่งต่อ!" หลู่เยวียนไม่ได้อธิบาย เขาเห็นไอสีดำนั้นยังคงวนเวียนอยู่ใต้น้ำ คล้ายกำลังหาองศาการโจมตีครั้งต่อไป "ขึ้นไปบนที่สูง! อย่าเข้าใกล้ผิวน้ำ!"
หลู่เยวียนตะโกนพลางยกปืนพกชุบเงินขึ้นเล็งไปที่หนวดที่พยายามจะดึงตัวออกมาจากกำแพงแล้วเหนี่ยวไก "ปัง!" กระสุนชุบเงินกระทบเข้ากับหนวดจนเกิดประกายไฟสีดำ หนวดนั้นเจ็บปวดจนรีบหดกลับลงไปในน้ำจนเกิดคลื่นกระจาย
"ทุกคนฟังรองหัวหน้า! ขึ้นไปบนทางเดิน!" ฮันส์ที่สู้พลางถอยพลางกลับมาถึงทีมพอดี ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเลือด ดาบยักษ์ในมือยังมีเมือกสีดำเขียวไหลหยดลงมา
"เกรย์! ใช้มิธริลขวางข้างหลังไว้!"
"รับทราบ!" เกรย์ขานรับพลางหยิบขวดที่มีสีสันสดใสอย่างยิ่งออกมาจากเป้ จากนั้นก็ขว้างใส่ฝูงหนูที่กรูตามมาเบื้องหลังอย่างแรง
"บึ้ม—!" เสียงระเบิดรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเปลวเพลิงสีเงินที่กลืนกินสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทุกตัวที่บังอาจมาสัมผัสมัน แสงไฟสีเงินเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ได้ตัดขาดเส้นทางการไล่ล่าของพวกสัตว์ประหลาดเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
ด้วยการกำบังจากแสงไฟ ทั้งห้าคนที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมก็สามารถแหกวงล้อมออกจากท่อแห่งความตายนั้นได้สำเร็จ และมุ่งหน้าวิ่งตรงไปยังทางออกอย่างสุดกำลัง
(จบแล้ว)