- หน้าแรก
- กริมม์พอร์ต เมืองท่าหมอกมรณะกับหมอวิปลาส
- บทที่ 8 - คนไข้
บทที่ 8 - คนไข้
บทที่ 8 - คนไข้
บทที่ 8 - คนไข้
【15 พฤศจิกายน: เรือวาฬเหล็กกลับมาพร้อมสินค้าเต็มลำ นำแร่ธาตุลึกลับกลับมาด้วย】
【17 พฤศจิกายน: โบสถ์จัดตั้งวิหารสาขา บิชอปชุดม่วงเดินทางมาประจำการ】
【14 ธันวาคม: เรือสายหมอกเดินทางผ่าน...】
"ลำดับเวลาดูมีปัญหา" หลู่เยวียนครุ่นคิด ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะโดยสัญชาตญาณ
อาการบาดเจ็บที่ขาของโทมัสเกิดขึ้นหลังจากเรือวาฬเหล็กกลับมา และไดอารี่ของคุณหมอไรเซินก็เริ่มคลุ้มคลั่งหลังจากนั้นเช่นกัน สิ่งที่เรือวาฬเหล็กนำกลับมาไม่ใช่แร่ธาตุอย่างแน่นอน หรือจะเป็น... ‘สิ่งมีชีวิต’ บางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยถึงได้? และการที่โบสถ์ส่งบิชอปชุดม่วงมาในจังหวะนี้พอดิบพอดี มันช่างประจวบเหมาะเกินไป บางทีโบสถ์อาจกำลังเตรียมการเพื่อสะกดอะไรบางอย่างอยู่...
"ท่าเรือแห่งนี้ ดูเหมือนจะกลายเป็นถังดินระเบิดไปเสียแล้ว... ฉันคงต้องเคลื่อนไหวให้เร็วกว่านี้"
【วิเคราะห์ข้อมูลสำเร็จ, สถานการณ์ปัจจุบันของท่าเรือกริมม์: +ห้า, สิบสี่/ห้าสิบ】
ข่าวที่เหลือในหนังสือพิมพ์มีแต่เรื่องการเดินเรือออกทะเล หรือข่าวการเปิดร้านขนมปังใหม่ในท่าเรือ ไม่ก็โฆษณาเช่าบ้านราคาถูก ส่วนข่าวเกี่ยวกับพวกผู้เฝ้ายามราตรีที่หลู่เยวียนอยากรู้นั้น แทบจะไม่มีปรากฏเลย ข้อมูลเดียวที่มีประโยชน์คือข่าวจากเดือนมิถุนายน ที่ไวเคานต์แห่งกริมม์ร่วมกับผู้เฝ้ายามราตรีออกแถลงการณ์ร่วมกัน โดยประกาศว่าท่าเรือกริมม์สามารถเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าส่องสว่างได้ครอบคลุมทั้งท่าเรือแล้ว
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ แถบประสบการณ์ก็ปรากฏขึ้น
【สถานการณ์ปัจจุบันของท่าเรือกริมม์: +หนึ่ง, สิบห้า/ห้าสิบ】
หลังจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีก กระทั่งหลู่เยวียนก็ยังมองไม่ออกว่าช่วงนี้ท่าเรือมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ เขาวางหนังสือพิมพ์ลงและรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย เพราะการที่แถบประสบการณ์นิ่งสนิท ย่อมหมายความว่าข้อมูลเกี่ยวกับกริมม์จากหนังสือพิมพ์สิ้นสุดเพียงเท่านี้แล้ว
แม้ในหน้าหนังสือพิมพ์ ท่าเรือกริมม์จะดูสงบสุขร่มเย็น แต่เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะมองอย่างไร เรื่องนี้ก็น่ากังขาและขัดแย้งกันอย่างยิ่ง
ในเมื่อไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ ก็ได้แต่ค่อยๆ สืบหาไป เขาตัดสินใจว่าจะใช้เวลาช่วงนี้อ่านหนังสือให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์พฤกษศาสตร์สมุนไพรพื้นฐานให้ถึงระดับสอง ไม่แน่มันอาจจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เหนือคาด
เมื่อค่ำคืนมาเยือน หลู่เยวียนนั่งอยู่หน้าเตาผิง อาศัยแสงไฟพลิกอ่านหนังสือ พฤกษศาสตร์สมุนไพรพื้นฐาน เพื่อสะสมค่าประสบการณ์ต่อไป จนกระทั่งมีเสียงประหลาดดังขึ้นทำลายความเงียบ
‘ซ่า...’
มันคือเสียงรองเท้าที่ลากไปกับพื้นอย่างหนักหน่วง เดินอย่างช้าๆ และแข็งทื่อ หลู่เยวียนเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ท่ามกลางความมืดมิดและหมอกหนา มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากเสาไฟริมถนนไม่ไกลนัก
"มาหาหมอในเวลาแบบนี้..." หลู่เยวียนเกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที
เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูคลินิก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักทึบ
"คุณหมอ... อยู่ไหม?" น้ำเสียงนั้นแหบพร่าอย่างยิ่ง ราวกับมีเสมหะก้อนใหญ่ติดอยู่ในลำคอ
หลู่เยวียนลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจแง้มประตูออกมาเป็นช่องเล็กๆ
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายคนหนึ่ง เขาสวมชุดสูทขนแกะสีดำสนิทราคาแพง ในมือถือไม้เท้าหัวเงิน ดูไม่เข้ากับย่านเสื่อมโทรมนี้เลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้หลู่เยวียนรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายไม่ใช่การแต่งกายของเขา แต่เป็นกลิ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่พยายามจะปกปิด... กลิ่นคาวเค็มจางๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ กลิ่นคาวเค็มแบบนี้หลู่เยวียนเคยได้กลิ่นจากตัวคุณหมอไรเซินที่กลายร่างเป็นปลามาแล้ว
"สวัสดีตอนเย็นครับ คุณหมอ" ชายคนนั้นถอดหมวกออก เผยให้เห็นศีรษะที่เริ่มล้านและใบหน้าที่ซีดขาว จากนั้นเขาก็ฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นไรฟันที่ค่อนข้างแหลมคม "ผมชื่อลอว์สัน เป็นเจ้าของบ้านเช่าราคาถูกแถวนี้ และเป็นเจ้าของอาคารหลังนี้ด้วย คุณจะเรียกผมว่าท่านเจ้าของที่ดินก็ได้"
หลู่เยวียนมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงแต่กระชับมือที่จับลูกบิดประตูให้แน่นขึ้น
‘เจ้าของที่ดินงั้นเหรอ?’
‘ถ้าเขามาเก็บค่าเช่า ตัวปลอมอย่างเขามีสิทธิ์จะความแตกได้ทุกเมื่อ เพราะไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าหรือข้อตกลงใดๆ หลู่เยวียนย่อมไม่รู้เรื่องเลย’
‘ที่แย่ไปกว่านั้นคือ "ท่านเจ้าของที่ดิน" ตรงหน้า ดูเหมือนจะมีอาการป่วยไม่น้อยเลยทีเดียว’
【คุณสังเกตเห็นร่องรอยที่มาจากทะเลลึก, ศาสตร์ต้องห้าม-ผู้ลอบมอง: ห้าจุดสอง/สิบ】
คำแนะนำที่มุมสายตายืนยันข้อสันนิษฐานของหลู่เยวียน เพียงแค่สังเกตก็ได้ประสบการณ์แล้ว หากเข้าใกล้จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หลู่เยวียนยันประตูไว้ พลางหลุบตาลงครุ่นคิดครู่ใหญ่ ในที่สุดก็เลือกที่จะให้ลอว์สันเข้ามา เพราะหากเขาทิ้งที่นี่ไป ในระยะสั้นเขาคงจะลำบากมาก และการที่อีกฝ่ายมาหาเขาในเวลานี้ นอกจากการรักษาแล้วจะมาทำอะไรได้อีกล่ะ?
"เชิญเข้ามาครับ คุณลอว์สัน" หลู่เยวียนเบี่ยงตัวหลีกทางให้ พร้อมกับปั้นยิ้มจอมปลอม "คาดว่าคืนนี้สิ่งที่คุณต้องการคงไม่ใช่การมาเก็บค่าเช่า แต่เป็น... คำแนะนำทางการแพทย์บางอย่างใช่ไหมครับ?"
แววตาของลอว์สันฉายแววแปลกประหลาด เขาไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่เดินตามหลังหลู่เยวียนเข้าไป เขาเดินช้ามาก ขาและเท้าดูเหมือนจะลากอะไรหนักๆ ไปด้วยจนเกิดเสียง ‘ซ่าๆ’ กระทบกับพื้น
แสงไฟในคลินิกไม่สว่างนัก ดูค่อนข้างสลัว ลอว์สันสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาถอดหมวกแขวนไว้บนชั้นวางหน้าประตูอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นจึงเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
หลู่เยวียนหยิบสมุดบันทึกและปากกาหมึกซึมออกมา นั่งลงบนโซฟาและเริ่มกล่าวว่า "คุณลอว์สัน ลองบอกอาการป่วยของคุณมาสิครับ"
ทว่าลอว์สันกลับส่ายหน้าเหมือนได้ยินเรื่องตลก "คุณนี่ทำตัวเหมือนไรเซินเลยนะ แล้วผมก็ไม่ได้ป่วย ผมแค่ช่วงนี้ออนหลับไม่ค่อยสนิท ต้องการยาที่จะช่วยไม่ให้ผมฝัน หรือยาที่ช่วยให้สงบลงหน่อยเท่านั้นเอง"
หลู่เยวียนไม่ได้โต้ตอบ เขาเขียนคำว่า ‘การนอนหลับ’ ลงในสมุดบันทึก จากนั้นก็เงยหน้าส่งสัญญาณให้ลอว์สันเล่าต่อ
ลอว์สันนั่งนิ่ง ไม่ยอมเอ่ยปาก ในห้องตรวจพลันเงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงปะทุของไม้ฟืนในเตาผิงที่หลู่เยวียนเพิ่งจุดขึ้น
"จะว่าไป คุณชื่ออะไรล่ะ"
"หลู่เยวียน"
"โอ้? มาจากทางตะวันออกงั้นเหรอ หาได้ยากมากเลยนะในกริมม์ ไรเซินจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ?"
"ผมไม่ทราบครับ" หลู่เยวียนไม่คิดจะสนทนาเรื่องไร้สาระกับลอว์สันต่อ เห็นได้ชัดว่าเจ้าของที่ดินคนนี้ไม่เพียงแต่จะไม่เชื่อใจเขา แต่ยังคงวางมาดเหมือนพวกขุนนางอยู่ตลอดเวลา เวลาของเขานั้นมีค่ามาก เพราะมันสามารถเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ได้ และที่สำคัญคือเจ้าของที่ดินคนนี้ดูเหมือนจะไม่ยอมพูดความจริง
นี่คือกาลิมอันล้ำค่าที่เขาจะได้รู้ความจริงว่า อาการของคุณหมอไรเซินกับอาการป่วยของเจ้าของที่ดินคนนี้เหมือนกันหรือไม่ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของหลู่เยวียนเอง หากอาการเหมือนกัน ย่อมหมายความว่าระดับความอันตรายของ ‘ฝันประหลาด’ จะเพิ่มขึ้นมหาศาล และเขาเองก็อาจจะติดเชื้อได้...
ดังนั้นเขาต้องกดดันให้อีกฝ่ายพูดความจริงออกมา หลู่เยวียนคิดดังนั้นจึงเอ่ยปากไล่ทางอ้อม
"คุณลอว์สันครับ หากคุณต้องการเพียงยาคลายเครียด ผมต้องขออภัยที่ตอนนี้ที่นี่ไม่มีครับ"
"ยาที่คุณหมอไรเซินทิ้งไว้ก่อนไปไม่ครอบคลุมยาจำพวกนั้น หรือไม่คุณก็ลองไปที่โบสถ์ดูนะครับ..."
พูดจบหลู่เยวียนก็ไม่เงยหน้าขึ้นมองอีก ทำเพียงหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วเปิดอ่าน การมาหาหมอในเวลาเช่นนี้ หากลอว์สันไม่รีบร้อน หลู่เยวียนย่อมไม่เชื่อเด็ดขาด ดังนั้นขอเพียงอีกฝ่ายรีบร้อน เขาย่อมต้องเอ่ยปากออกมาเอง
(จบแล้ว)