- หน้าแรก
- เส้นทางตำนานเซียนของซานซิวผู้ตกอับกับเจ้าเหมียววิญญาณตัวน้อย
- ตอนที่ 45 ธาตุแท้ของสายกิน
ตอนที่ 45 ธาตุแท้ของสายกิน
ตอนที่ 45 ธาตุแท้ของสายกิน
กระท่อมไม้ตกอยู่ในสภาพเละเทะ ราวกับเพิ่งถูกพายุเฮอริเคนขนาดย่อมพัดถล่มมาหมาดๆ
หลี่ซงเอนกายพิงโต๊ะขาเป๋เพียงตัวเดียวในห้องที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยฟันซี่เล็กๆ อย่างอ่อนแรง เขามองดูร่างสีเทาเงินตัวจ้อยที่กำลังคึกคักและออกสำรวจโลกใบใหม่ของมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและจนใจ
เขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้กำลังเลี้ยงสัตว์อสูรวิญญาณ แต่กำลังเฝ้าดูจุดกำเนิดหายนะเคลื่อนที่ ซึ่งมาพร้อมกับสัญชาตญาณการทำลายล้างขั้นสุดยอด
คำดุด่าตักเตือนและคำชี้แนะของเขาดูจืดชืดและไร้พลังไปถนัดตา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนาที่จะออกสำรวจอันไร้ขีดจำกัดของหยวนเป่า
ในจังหวะที่เขาเกือบจะถอดใจยอมรับชะตากรรม และปล่อยให้เจ้าปีศาจน้อยตัวนี้รีโนเวทกระท่อมไม้ซอมซ่อของเขาใหม่ทั้งหมดนั้นเอง จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวราวกับประกายไฟริบหรี่ในความมืด... บางที เขาอาจจะใช้ของกินมาเบี่ยงเบนความสนใจของมันได้ไหม? สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องกินอาหารไม่ใช่หรือ? ถ้ามันอิ่ม มันอาจจะทำตัวดีขึ้นก็ได้?
ความคิดนี้ทำให้เขามีแรงฮึดขึ้นมาเล็กน้อย เขากัดฟันข่มความปวดหนึบจากบาดแผลที่แขนซ้าย ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากความเหนื่อยล้า ฝืนพยุงตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปยังตู้ไม้พังๆ
ถุงมิติของเขาว่างเปล่าไปหมดแล้ว ไม่มีแม้กระทั่งขนมแป้งข้าววิญญาณดีๆ เหลืออยู่เลยสักชิ้น
แต่เขาจำได้ว่า ตรงมุมลึกสุดของตู้ ดูเหมือนจะมีผลงานที่ล้มเหลวจากการปรุงโอสถในช่วงแรกๆ ของเขาอยู่... หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เป็นของมีตำหนิที่ไม่อาจนับว่าเป็นโอสถได้เลยด้วยซ้ำ มันคือโอสถอิ่มทิพย์ (ปี้กู่) สีดำปี๋และมีกลิ่นประหลาดๆ สองสามเม็ด
ไอ้ของพรรค์นี้คือสิ่งที่เขาทดลองทำขึ้นมาแบบส่งเดชตอนที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การปรุงโอสถใหม่ๆ โดยทำตามสูตรที่ง่ายที่สุด และใช้สมุนไพรระดับล่างสุดไม่กี่ชนิด ซึ่งบางชนิดอาจจะมีสรรพคุณทางยาขัดแย้งกันด้วยซ้ำ
ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงแต่จะไม่มีสรรพคุณในการทำให้อิ่มท้อง แต่ยังมีรสชาติประหลาดจนยากจะบรรยาย มันเป็นการผสมผสานระหว่างรสไหม้เกรียม รสเปรี้ยว และกลิ่นเหม็นเขียวของหญ้าบางชนิด แถมเนื้อสัมผัสก็เหมือนกับการเคี้ยวขี้ผึ้ง ทั้งแห้ง ทั้งแข็ง จนยากที่จะกลืนลงคอ
เขาเคยลองชิมไปแค่ครึ่งเม็ด แต่ก็แทบจะอ้วกเอาอาหารเย็นของเมื่อวานออกมาจนหมด ส่วนที่เหลือก็เลยถูกทิ้งแหงแก๋อยู่ก้นตู้ จนเขาแทบจะลืมมันไปแล้ว
มาถึงตอนนี้ เมื่อหาของกินดีๆ อย่างอื่นไม่ได้เลย หลี่ซงก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องลองดูสักตั้ง เขาหยิบเอาโอสถอิ่มทิพย์สีดำคล้ำที่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันขาดๆ ออกมา
ทันทีที่คลี่กระดาษน้ำมันออก กลิ่นเหม็นประหลาดอันคุ้นเคยก็โชยเตะจมูก แม้แต่ตัวหลี่ซงเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะย่นจมูก
"ไอ้ของแบบนี้... มันจะกินได้จริงๆ เหรอวะ?"
เขาหยิบมันขึ้นมาเม็ดหนึ่ง มองดูพื้นผิวที่ขรุขระและไม่สม่ำเสมอของมัน แล้วก็เริ่มลังเล เขาไม่อยากจะลองชิมมันเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน
ทว่า ในจังหวะที่เขาถือโอสถอิ่มทิพย์เอาไว้ และกำลังลังเลว่าจะบิออกมาชิ้นเล็กๆ เพื่อให้มันลองชิมดูดีหรือไม่นั้นเอง เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
หยวนเป่าที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาแทะกิ่งไม้แห้งดังกึ่งกั่กอยู่ตรงมุมห้อง พลันหยุดชะงัก!
หูทรงสามเหลี่ยมเล็กๆ ของมันตั้งชันขึ้นมาทันที ราวกับเรดาร์ที่ล้ำสมัยที่สุด มันหมุนไปมาอย่างรวดเร็วสองสามครั้ง แล้วล็อกเป้าทิศทางของต้นตอกลิ่นได้อย่างแม่นยำ... ซึ่งก็คือเม็ดยาสีดำคล้ำในมือของหลี่ซง!
ดวงตากลมโตสีอำพันของมันที่เคยมองหรี่ลงเล็กน้อยตอนที่กำลังตั้งใจแทะกิ่งไม้ จู่ๆ ก็เบิกกว้าง เปล่งประกายเร่าร้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน... เป็นความเร่าร้อนที่แทบจะเรียกได้ว่าตะกละตะกลาม! ประกายแสงนั้นเจิดจ้ายิ่งกว่าตอนที่มันเห็นของให้แทะเล่นชิ้นไหนๆ เป็นสิบเป็นร้อยเท่า!
"อู้ววว!"
มันส่งเสียงร้องสั้นๆ อย่างเร่งรีบ ราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่าที่ประเมินมิได้ และทิ้งท่อนฟืนจืดชืดในปากไปในทันที
ด้วยขาสามข้าง (แม้ขาหลังข้างที่สี่จะพอแตะพื้นได้บ้างแล้ว แต่เวลาวิ่งมันก็ต้องอาศัยแรงจากขาสามข้างเป็นหลัก) มันพุ่งพรวดมาที่เท้าของหลี่ซงด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน ราวกับสายฟ้าสีเทาเงิน!
มันยืนสองขาหน้ายืดตัวขึ้น อุ้งเท้าหน้าทั้งสองตะกุยขากางเกงของหลี่ซงอย่างกระตือรือร้น ร่างเล็กๆ ของมันสั่นระริกน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้น มันแหงนหน้าขึ้น นัยน์ตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังจดจ่ออยู่กับโอสถอิ่มทิพย์ในมือของหลี่ซง ลิ้นสีชมพูเล็กๆ ถึงขั้นแลบออกมาเลียปลายจมูกแผล็บๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ พร้อมกับส่งเสียงร้อง "อู้อี้ๆ" อย่างเว้าวอนในลำคออย่างต่อเนื่อง
ท่าทางของมันเหมือนกับคนที่ไม่ได้กินอะไรมาสามวันสามคืน แล้วจู่ๆ ก็ได้เห็นไก่ย่างแสนอร่อยวางอยู่ตรงหน้าไม่มีผิด!
หลี่ซงตกใจกับปฏิกิริยาตอบสนองอันรุนแรงและกะทันหันของมัน จนแทบจะโยนโอสถอิ่มทิพย์ในมือทิ้ง
เขาก้มมองดูเจ้าตัวเล็กแทบเท้าที่กลายร่างเป็นสุดยอดสายกินไปในชั่วพริบตา ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและรู้สึกทะแม่งๆ
"เจ้า... เจ้าอยากกินไอ้นี่เหรอ?"
เขาลดมือที่ถือโอสถอิ่มทิพย์ลงอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เมื่อเม็ดยาเข้าใกล้ กลิ่นประหลาดก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ตัวหลี่ซงเองยังอดไม่ได้ที่จะเบือนหน้าหนี พยายามหลีกเลี่ยงกลิ่นเหม็นเขียวนั้น
แต่ปฏิกิริยาของหยวนเป่ากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง! มันยิ่งตื่นเต้นหนักกว่าเดิม! อุ้งเท้าที่ตะกุยขากางเกงของเขากางเล็บจิกแน่นขึ้น หัวเล็กๆ ชะโงกยื่นมาข้างหน้า จมูกสูดกลิ่นฟุดฟิดราวกับกำลังลิ้มรสสุราอมฤตหรือโอสถเซียนก็ไม่ปาน ท่าทางของมันดูร้อนรนเสียจนเหมือนพร้อมจะปีนขึ้นมาบนขากางเกงเขาแล้วแย่งมันไปได้ทุกเมื่อ!
ความรู้สึกไร้สาระในใจหลี่ซงพุ่งทะลุปรอท ไอ้ของพรรค์นี้... มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่า... ระบบรับรสของเจ้าตัวเล็กนี่จะแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตทั่วไป? หรือบางที สายเลือดอันลึกลับของมันและพันธสัญญาที่ทำร่วมกับเขา อาจทำให้มันมีความอยากอาหารที่ผิดมนุษย์มนาต่อสิ่งที่มีส่วนผสมของแก่นแท้สมุนไพรวิญญาณ (แม้ว่ามันจะเป็นผลงานที่ล้มเหลวก็เถอะ)?
ด้วยความสงสัยและความซุกซนที่อยากจะแกล้ง (เขาอยากเห็นปฏิกิริยาของหยวนเป่าหลังจากที่ได้กัดเข้าไปสักคำจริงๆ) ในที่สุดหลี่ซงก็ไม่อาจต้านทานสายตาที่ทั้งน่าสงสารและเต็มไปด้วยความคาดหวังนั้นได้
เขาค่อยๆ บิโอสถอิ่มทิพย์สีดำคล้ำออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณเล็บนิ้วก้อย จากนั้นก็นั่งยองๆ ลง แล้วยื่นอาหารโอชะชิ้นเล็กๆ นี้ให้กับหยวนเป่า
แทบจะในวินาทีที่เขาปล่อยมือ!
ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หยวนเป่าพุ่งพรวดเข้ามากัดงับเศษโอสถอิ่มทิพย์เข้าปากอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
โดยไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย มันเริ่มเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอาเป็นเอาตายทันที สีหน้าของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจและเพลิดเพลินถึงขีดสุด เสียงคราง "ครืดคราด" อย่างอารมณ์ดีดังก้องออกมาจากลำคอ แถมหางสั้นๆ ของมันยังกระดิกไปมาด้วยความดีใจอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก!
มันเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยราวกับกำลังลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ โดยไม่สนใจเศษผงสีดำที่เลอะเทอะอยู่ตรงมุมปากของมันเลยแม้แต่น้อย
สีหน้าที่ดูฟินสุดๆ ของมัน ช่างขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงและดูน่าขันเอามากๆ เมื่อเทียบกับสีหน้าที่บิดเบี้ยวเหยเกด้วยความทรมานตอนที่หลี่ซงจำใจต้องกินไอ้ของพรรค์นี้เข้าไป
หลี่ซงได้แต่จ้องมองมันตาปริบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกโดยสมบูรณ์
เขาเหลือบมองโอสถอิ่มทิพย์ครึ่งเม็ดที่ยังอยู่ในมือซึ่งส่งกลิ่นเหม็นประหลาดออกมา สลับกับมองเจ้าตัวเล็กแทบเท้าที่กำลังกินอย่างตะกละตะกลามด้วยความพึงพอใจจนหัวสั่นหัวคลอน อารมณ์อันซับซ้อนหลากหลายตีตื้นขึ้นมาในใจ
มันคือความโล่งใจที่ในที่สุดก็ค้นพบวิธีสงบสติอารมณ์มันได้ชั่วคราวอย่างนั้นหรือ? หรือมันคือความกังวลอย่างลึกซึ้ง และ... ความเวทนาต่อรสนิยมการกินที่ยูนีคเกินไปของหยวนเป่ากันแน่?
"ไอ้ตัวแสบเอ๊ย... รสนิยมการกินของเจ้านี่มัน... ไม่เหมือนใครจริงๆ..."
ท้ายที่สุด สิ่งที่เขาเปล่งออกมาได้ก็มีเพียงเสียงถอนหายใจอันซับซ้อนนี้
ดูเหมือนว่า อย่างน้อยในเรื่องของกิน มันก็คงจะไม่ใช่คู่แข่งตัวฉกาจของเขาในอนาคตกระมัง? ก็ในเมื่อขนาดของที่ตัวเขาเองยังขยะแขยง มันยังกินได้อย่างเอร็ดอร่อยขนาดนี้...
สัญชาตญาณความเป็นสายกิน แม้จะมีรสนิยมที่แปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่ามันจะช่วย... แก้ปัญหาใหญ่ไปได้ชั่วคราวล่ะนะ?
หลี่ซงเฝ้ามองหยวนเป่าที่ในที่สุดก็หยุดสร้างความวุ่นวาย แล้วหันมาจดจ่ออยู่กับการแทะเศษโอสถอิ่มทิพย์ชิ้นเล็กๆ แทน ด้วยความรู้สึกที่ทั้งขบขันและจนใจ