เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 คนที่ทำให้หมาไม่ได้อยู่เป็นสุข

บทที่ 2 คนที่ทำให้หมาไม่ได้อยู่เป็นสุข

บทที่ 2 คนที่ทำให้หมาไม่ได้อยู่เป็นสุข


บทที่ 2 คนที่ทำให้หมาไม่ได้อยู่เป็นสุข

"ช่างเถอะต้าหวง วันหน้าแกก็จะรู้เอง เอาเป็นว่าแกแค่ต้องรู้ไว้ก็พอว่าข้าน่ะเก่งกาจมาก"

ลู่หมิงรู้สึกว่าต่อให้พูดไปมากแค่ไหน ก็คงไม่ทำให้ต้าหวงเชื่อถือได้เท่ากับการลงมือทำให้เห็นเป็นประจักษ์

เขาจึงลุกจากเตียงทันที หมายจะไปดูว่ายังมีของกินอะไรหลงเหลืออยู่ในบ้านบ้าง

แม้ซาลาเปาเมื่อครู่จะช่วยบรรเทาความหิวโหยในกระเพาะไปได้บ้าง

แต่อวัยวะภายในของเขาก็ยังคงกรีดร้องเรียกร้องหาอาหารอย่างรุนแรง

ลู่หมิงรู้ดีว่าหลังจากหิวจัด ไม่ควรกินจนอิ่มเกินไป แต่ทว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องกินให้อิ่มสักครึ่งท้อง

ลู่หมิงพาร่างกายอันอ่อนระโหยโรยแรงไปค้นดูตามถังข้าวสาร ถังแป้ง และโอ่งน้ำทุกใบในบ้าน...

ท้ายที่สุด เขาก็พบเพียงปลายข้าวสารที่ผสมรำข้าวอยู่แค่ครึ่งชาม

เมื่อมองดูปลายข้าวสารครึ่งชามนั้น ลู่หมิงก็ถึงกับพูดไม่ออก บทละคร "จากยาจกสู่เศรษฐี" นี่ยังไงมันก็ดูจะเกินไปหน่อยไหม?

แต่เขาก็รีบปลอบใจตัวเองทันที ความยากจนมันก็แค่เรื่องชั่วคราว เขาคือตัวเอก วันเวลาดีๆ ยังรออยู่ข้างหน้า

"มาเถอะต้าหวง กินข้าวต้มรองท้องไปก่อน เดี๋ยวพี่ลู่คนนี้จะพาแกไปกินของดีๆ..."

ลู่หมิงหยิบชามขึ้นมาแล้วตักข้าวต้มที่ต้มสุกแล้วให้ต้าหวงไปหนึ่งชามก่อน

จากนั้น เขาก็ตักให้ตัวเองอีกชามแล้วเริ่มซด

"ซู้ด... ซู้ด..."

"จั๊บ... จั๊บ..."

หลังจากกินจนอิ่มไปครึ่งท้องและดื่มน้ำจนพอใจ ลู่หมิงก็เช็ดปาก ตั้งใจจะจัดการแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อย

แล้วออกไปดูเสียหน่อยว่าโลกใบนี้มันเป็นยังไงกันแน่

ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องปากท้องด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้กลับมาหิวไส้กิ่วอีกแน่

เมื่อมองเงาสะท้อนของตัวเองในอ่างน้ำ ลู่หมิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ สมกับที่เป็นตัวเอกจริงๆ

อายุราวๆ สิบห้าสิบหกปี ใบหน้าเรียวเล็กขาวผ่อง คิ้วและดวงตาคมเข้ม ดั้งจมูกโด่งเป็นสัน หล่อเหลาเอาการแม้จะดูธรรมดาไปสักนิด

ดูยังไงก็ไม่เหมือนเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวยากจนเลยสักนิด ใช่ไหมล่ะ?

โดยเฉพาะมือทั้งสองข้าง ดูไม่เหมือนคนที่เคยทำงานหนักมาเลย

หรือว่าจะมีเบื้องหลังอันซับซ้อนพิลึกพิลั่นอะไรซ่อนอยู่?

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ ลู่หมิงก็หันขวับไปตะโกนเรียกต้าหวง

"ไปกันเถอะต้าหวง ออกไปเดินเล่นข้างนอกกันหน่อย..."

ต้าหวงที่กำลังนอนอาบแดดอย่างสบายใจ เงยหน้าขึ้นมองลู่หมิง ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

ช่างเป็นคนที่ทำให้หมาไม่ได้อยู่เป็นสุขเอาเสียเลย หวังว่าออกไปข้างนอกคงไม่โดนใครเขาซ้อมจนตายหรอกนะ

"สายลมยามเย็นพัดผ่านอ่าวเผิงหู ซดข้าวต้มใสแจ๋วทุกวันไร้ซึ่งตะเกียบและชาม..."

ลู่หมิงเดินฮัมเพลงเบาๆ ขณะก้าวเท้าออกจากลานบ้านอันเงียบเหงา

"พวกเจ้าได้ยินเรื่องนี้หรือยัง? คุณชายเฉิน ลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งคนปัจจุบันของเมืองเรา แต่งงานกับอดีตคู่หมั้นของคุณชายลู่ ลูกชายอดีตเศรษฐีอันดับหนึ่งแล้วนะเว้ย"

"ได้ยินแล้ว แถมเขายังรับอนุภรรยาเข้ามาพร้อมกันตั้งแปดคนเลยนะ..."

"???"

พอดีกับที่ลู่หมิงเดินมาถึงหน้าปากซอย เขาก็ได้ยินกลุ่มคนกำลังจับเข่าคุยเรื่องซุบซิบสุดแซ่บนี้อยู่พอดี

ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ และอดไม่ได้ที่จะสอดปากร่วมวงสนทนาด้วย

"คุณชายเฉินอะไรนั่นไม่กลัวตายคาอกสาวหรือไง?"

"เขาจะไปกลัวอะไร? สมัยก่อนพ่อของเขายังรับอนุภรรยาเข้ามาพร้อมกันตั้งสิบแปดคนเลย..."

ชายชราสวมเสื้อสีเทาคนหนึ่งลูบเคราตัวเองพลางตอบกลับมา

ลู่หมิงถึงกับอ้าปากค้าง คนบนโลกใบนี้มันจะดุดันกันเกินไปแล้วมั้ง?

ชายชราที่ตอบคำถามรวมถึงกลุ่มคนที่กำลังซุบซิบนินทาเพิ่งจะสังเกตเห็นลู่หมิง

พวกเขามองมาที่ลู่หมิงด้วยสายตาประหลาด ก่อนจะเงียบกริบลงกะทันหัน บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

เมื่อเห็นสายตาของทุกคน ลู่หมิงก็รู้สึกงุนงง ทำไมถึงหยุดพูดกันล่ะ? เขายังฟังไม่จุใจเลยนะ

"เล่าต่อสิ!"

เมื่อได้ยินคำเร่งเร้าของลู่หมิง สีหน้าของทุกคนก็ยิ่งดูพิลึกพิลั่นหนักกว่าเดิม

บางคนอ้าปากทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็หุบปากฉับ

จังหวะนั้นเอง ก็มีใครบางคนตะโกนขึ้นมา "คุณชายเฉินกับฮูหยินมาแล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่หมิงก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที เขาอยากจะเห็นนักว่าคุณชายเฉินผู้เก่งกาจคนนี้จะมีหน้าตาเป็นยังไง

เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็มองเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินตรงมาทางนี้พร้อมกับบ่าวรับใช้สองสามคน

ต้องขอบอกเลยว่า ช่างเป็นกิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สรรค์สร้างมาคู่กันโดยแท้ ฝ่ายชายมีใบหน้าแหลมเหมือนหนูดูเจ้าเล่ห์เพทุบาย ส่วนฝ่ายหญิงก็ดูหน้าตาแหลมคมร้ายกาจเอาเรื่อง

ทุกคนมองดูคุณชายเฉินและพรรคพวกที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ สลับกับมองไปที่ลู่หมิง

สีหน้าของพวกเขาดูพิลึกพิลั่นหนักขึ้นไปอีก และในขณะเดียวกัน ทุกคนก็พร้อมใจกันถอยหลังกรูด ทิ้งระยะห่างจากลู่หมิงโดยไม่รู้ตัว

"ลู่หมิง ข้าแต่งงานแล้วนะ..."

คุณชายเฉินที่เดินเข้ามาใกล้ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งโอ้อวด

ลู่หมิงชะงักไปครู่หนึ่ง เจ้านี่รู้จักเขาด้วยเหรอ?

แต่เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงจะรู้จักเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อลู่หมิงเหมือนกัน

แต่เจ้าของร่างนี้ไปรู้จักมักจี่กับลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งได้ยังไง?

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่กันคนละชั้นเลยนะ

หรือว่าเมื่อก่อนเจ้าของร่างเดิมก็เคยเป็นคนรวยเหมือนกัน?

แล้วที่มาทำหน้าตาโอ้อวดใส่เขาเรื่องที่ตัวเองแต่งงานแล้วนี่มันหมายความว่ายังไง?

เยาะเย้ยที่เขาเป็นโสดงั้นเหรอ? หรือว่าอยากให้เขาให้ของขวัญวันแต่งงาน?

เมื่อนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ที่บ้านของตัวเองแล้ว การเอาชามบิ่นๆ ไปให้เป็นของขวัญมันจะใช้ได้ไหมเนี่ย?

ไม่สิ ชามบิ่นๆ เขาก็ให้ไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่หมิงก็หัวเราะร่วนและกล่าวออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก

"ฮ่าฮ่า... งั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคุณชายเฉิน"

ทันทีที่เขาพูดจบ กลุ่มคนดูรอบข้างก็ถึงกับตกตะลึงและหันขวับมามองที่ลู่หมิง

นี่เขาโดนกระตุ้นเรื่องที่คู่หมั้นถูกคนอื่นแย่งไปจนเสียสติไปแล้วหรือไง?

คุณชายเฉินเองก็มองลู่หมิงด้วยสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน

เมื่อเห็นความตกตะลึงของทุกคน ลู่หมิงก็เริ่มจะงุนงงขึ้นมาบ้าง

เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? คนบนโลกใบนี้เขาไม่พูดแสดงความยินดีตอนแต่งงานกันหรอกเหรอ? หรือว่าต้องพูดแสดงความเสียใจกัน?

ลู่หมิงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดกับคุณชายเฉินว่า

"งั้นข้าก็ขอแสดงความเสียใจกับงานแต่งงานใหม่ของคุณชายเฉินด้วยก็แล้วกัน..."

เหล่าคนมุงหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แบบนี้สิถึงจะปกติ

ก็แหงล่ะ อดีตคู่หมั้นของตัวเองถูกคนอื่นแย่งไปแถมอีกฝ่ายยังมาเยาะเย้ยโอ้อวดใส่หน้าขนาดนี้ เขาจะไปพูดคำอวยพรออกมาได้ยังไง?

"ลู่หมิง เจ้ามันชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ตอนนี้ข้าแต่งงานกับคุณชายเฉินแล้วนะ..."

จังหวะนั้นเอง น้ำเสียงแหลมปรี๊ดร้ายกาจก็ดังเข้าหูลู่หมิง

เขาเงยหน้าขึ้นมองและพบว่าเป็นภรรยาของคุณชายเฉินนั่นเองที่พูดประโยคนี้ออกมา

มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? ผู้หญิงคนนี้ป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า?

กลุ่มคนดูรอบข้างต่างพากันมองลู่หมิงด้วยสายตาเวทนาสงสาร

เมื่อเห็นสีหน้าอึ้งกิมกี่ของลู่หมิง หญิงสาวก็ยิ่งได้ใจหนักขึ้นไปอีก

นางรู้ดีว่าลู่หมิงตัดใจจากนางไม่ได้ เมื่อก่อนอีกฝ่ายชอบนางมาก ชอบจนแทบจะเป็นแทบตาย

ถึงขนาดที่ว่าพอนางกำลังจะแต่งงานกับคุณชายเฉิน เขาก็ประกาศกร้าวว่าจะอดข้าวประท้วงจนตาย

นางเลิกคิ้วขึ้นทันที ก่อนจะพูดจาอวดดีต่อไปว่า

"ถึงเมื่อก่อนเราจะเคยมีสัญญาหมั้นหมายกัน แต่นั่นมันก็แค่อดีต ข้าไม่เคยชอบเจ้าเลยแม้แต่น้อย คนที่ข้าชอบคือคุณชายเฉินต่างหาก..."

ขณะที่พูด นางก็ขยับตัวเข้าไปซบอิงแอบคุณชายเฉิน

ในที่สุดลู่หมิงก็ตระหนักรู้ มิน่าล่ะ ตอนแรกเขากำลังยืนเผือกเรื่องชาวบ้านอยู่แท้ๆ แต่กลายเป็นว่าเรื่องเผือกนั้นดันเป็นเรื่องของตัวเองเสียได้

เขาคือไอ้หนุ่มดวงซวยคนนั้น คุณชายลู่ ลูกชายอดีตเศรษฐีอันดับหนึ่งนั่นเอง!

ลู่หมิงรู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาทันที มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ เขาถึงได้สูญเสียตำแหน่งลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งไปได้?

ส่วนเรื่องรสนิยมของเจ้าของร่างคนก่อน ลู่หมิงไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ

รสนิยมห่วยแตกบัดซบอะไรวะเนี่ย? ผู้หญิงพรรค์นี้ก็ยังอุตส่าห์อยากจะแต่งงานด้วย...

อย่างไรก็ตาม ตัวตนในฐานะตัวเอกของเขาก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีก นี่มันบทนำสไตล์ "ถูกทิ้งตั้งแต่เริ่มเรื่อง" ชัดๆ!

ตอนนี้เขาควรจะตะโกนประโยคเด็ดออกไปเลยไหมว่า "สามสิบปีอยู่เหอหนาน สามสิบปีอยู่เหอเป่ย วันหน้าใครจะยิ่งใหญ่กว่าใครก็คอยดู" ?

อย่าถามล่ะว่าทำไมถึงไม่ใช่ "ตะวันออกตะวันตกของแม่น้ำ"? ถ้าถาม ก็เพราะว่าแม่น้ำสายใหญ่มันไหลไปทางทิศตะวันออกไงล่ะ!

เมื่อเห็นว่าลู่หมิงเอาแต่เงียบ หญิงสาวก็เหยียดยิ้มที่มุมปากด้วยความลำพองใจ

"ลู่หมิง..."

"เพียะ!"

ทันทีที่หญิงสาวอ้าปากพูด ลู่หมิงก็ทนไม่ไหว ซัดฝ่ามือตบหน้านางฉาดใหญ่

"หุบปาก! หน้าตาอย่างกับซาลาเปาถูกลาเหยียบ มีแต่หมาเท่านั้นแหละที่อยากจะได้เจ้า..."

"โฮ่ง..."

สิ้นคำพูดของลู่หมิง เจ้าต้าหวงที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงเห่าประท้วงความไม่พอใจออกมาทันที

ลู่หมิงนึกขึ้นได้ "โทษทีต้าหวง..."

จากนั้น เขาก็หันไปพูดสมทบกับหญิงสาวที่ยังคงยืนหน้ามึนงงอยู่ว่า "เห็นไหม ขนาดหมายังไม่เอาเจ้าเลย"

ฝ่ามือของลู่หมิงไม่เพียงแต่ตบจนหญิงสาวหน้าหันและยืนอึ้งไปเท่านั้น

คุณชายเฉินที่ตอนแรกกำลังทำหน้าเย่อหยิ่งโอ้อวดก็ถึงกับชะงักค้างไปเหมือนกัน

นี่เขาเพิ่งจะโดนด่ามาหมาดๆ ใช่ไหม?

ส่วนบรรดาคนมุงรอบข้างต่างก็พากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

พวกเขายังคงมีความเป็นมืออาชีพอยู่มาก โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่นินทาใครต่อหน้าเจ้าตัวเด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่าจะทนไม่ไหวจริงๆ

"เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?"

"คุณชายลู่ไม่ได้หลงรักคุณหนูหลิวคนนี้มากหรอกเรอะ?"

"ตบฉาดนั้นน่าจะเจ็บน่าดูเลยแฮะ"

...

แม้แต่เจ้าต้าหวงเองก็ยังแปลกใจนิดหน่อย ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเจ้านี่ชอบผู้หญิงคนนี้มากหรือไง?

แต่แบบนี้แหละสะใจดี...

จบบทที่ บทที่ 2 คนที่ทำให้หมาไม่ได้อยู่เป็นสุข

คัดลอกลิงก์แล้ว